ฮะนะชิ

พลังสมาร์ทโฟนอ่านใจจะช่วยไขคดีให้ฟุยุกะรู้ตัวคนร้ายที่กำความลับดำมืดได้หรือไม่ แล้วเมื่อไหร่เธอจะยอมเปิดใจให้โอคิตะเสียที มาลุ้นกันค่ะ :-) <อัพวันละตอนทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดจ้า>

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ญี่ปุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 406

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ต.ค. 2562 11:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

“น่าสงสัยจริงๆ นั่นแหละ เล่นใช้คำว่า ‘แห่งหนึ่ง’ แบบนี้” 

“ค่ะ ฉันก็คิดเหมือนกันว่าแย่แล้วละ เลยอ้างว่าคำถามนี้มีเนื้อหาด้านเทคนิคและเกี่ยวกับนิติบุคคล ก็เลยให้คุณโอคิตะรับมือแทนค่ะ” 

“เหรอ ถ้าเป็นโอคิตะคุงก็น่าจะช่วยจัดการได้อย่างราบรื่น แบบนั้นดีแล้วละ” 

ฟุยุกะพยักหน้าเห็นด้วยกับวิธีรับมือลูกค้าของรุ่นน้อง  

โอคิตะ ยูโตะ เป็นพนักงานชายที่เข้าทำงานรุ่นเดียวกับฟุยุกะ หลักๆ รับผิดชอบด้านการให้บริการลูกค้านิติบุคคลและบริการด้านเทคนิค สมัยมหาวิทยาลัยเขาเรียนสายวิทย์ จึงรอบรู้เรื่องสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี 

“คุณโอคิตะนี่สุดยอดเลยนะคะ พูดจาร่าเริงอย่างสบายอารมณ์อยู่เสมอ แถมยังโน้มน้าวใจลูกค้าได้ง่ายๆ” 

“อืม แต่บางทีเขาก็ทำอะไรแบบขอไปทีอยู่เหมือนกันนะ ว่าแต่พอเป็นเรื่องทางเทคนิคเนี่ย ลูกค้าบางคนจะชอบคิดตั้งแต่แรกว่าผู้หญิงน่ะคุยไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก เลยมีหลายกรณีที่เปลี่ยนไปให้พนักงานผู้ชายคุยแทน แล้วทุกอย่างก็ไปได้สวย” 

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นก็ไม่รู้นะคะ ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ก็ถือว่ารอดตัวไป” 

“โทโมเอะอาจมีช่องโหว่เยอะเกินไปก็ได้” 

ฟุยุกะส่งสายตาอ่อนโยนให้รุ่นน้องขณะกล่าวตักเตือน 

“เธอควบคุมบทสนทนากับลูกค้าได้ไม่ดีก็เลยโดนอีกฝ่ายพูดจาไม่ดีใส่และโยนภาระให้จนเกินจำเป็น" 

“อืม หมายความว่าฉันเป็นคนเซ่อเหรอคะ” 

“เปล่า หมายความว่าเธอใจดีเกินไปต่างหาก การตั้งใจฟังลูกค้าพูดก็ดีอยู่หรอก แต่เรากับลูกค้าไม่ใช่เพื่อนกัน ถ้าไม่แยกแยะ เราก็อาจจะเสียเวลาได้” 

“อ้าว ก็มันไม่ใช่นิสัยฉันนี่คะ ฉันคงเป็นสาวสวยผู้แสนเย็นชาแบบรุ่นพี่ฟุยุกะไม่ได้หรอกค่ะ” 

“ไม่ต้องสร้างคาแรกเตอร์สำหรับการทำงานก็ได้ แล้วฉันก็ไม่ได้เย็นชาสักหน่อย” 

“แต่ตรงคำว่าสาวสวยนี่ไม่ปฏิเสธสินะคะ” 

โทโมเอะยิ้มยิงฟัน ขณะที่ฟุยุกะขมวดคิ้วมองตอบด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ 

“แล้วสายที่สามที่ว่าคุยกันยาวน่ะ คุยเรื่องอะไรล่ะ” 

พอฟุยุกะตั้งสติได้ก็เอ่ยถาม  

โทโมเอะหุบยิ้มแล้วทำหน้าตาหมองหม่นหนักกว่าเดิม 

“สายที่สามมาจากคุณแบล็กค่ะ” 

“อ๋า…แย่เลย เหนื่อยหน่อยนะ” 

ฟุยุกะเปล่งน้ำเสียงเห็นอกเห็นใจโดยอัตโนมัติ เพียงประโยคเดียวของโทโมเอะก็ทำให้เข้าใจความยากลำบากของเจ้าตัวได้อย่างชัดเจน 

ในหมู่ลูกค้าที่โอเปอเรเตอร์สอดส่องดูแลอยู่นั้น มีทะเบียนรายชื่อที่เรียกว่าแบล็กลิสต์อยู่ ซึ่งหมายถึงข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น ลูกค้าจอมวายร้ายที่ชอบร้องเรียนหรือพวกที่ชอบโทร.มากลั่นแกล้ง โดยระบบจะสั่งให้หน้าจอขึ้นข้อความเตือนเมื่อมีสายเรียกเข้าจากคนเหล่านี้ 

“ระวัง! ฉันเคยโดนตวาดใส่แบบไม่ทันตั้งตัวด้วยค่ะ พวกนี้มักจะพูดจาไม่รู้เรื่อง ส่วนใหญ่จะโทร.มาแกล้งหรือไม่ก็บ่นหยุมหยิมไม่หยุด บางทีโอเปอเรเตอร์ผู้หญิงก็โดนพูดจาแทะโลม เนื้อหาในการสนทนาจะถูกบันทึกไว้ พวกเราก็เลยต้องระมัดระวังคำพูดคำจา ถ้ามีประเด็นเกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลหรือการฟ้องร้อง เราก็ควรหลีกเลี่ยงไม่ตอบแล้วโอนสายไปให้หัวหน้าโอเปอเรเตอร์” 

“เจอสายโหดเข้าแล้วสินะ” 

“พอรับโทรศัพท์ปุ๊บ อีกฝ่ายก็เริ่มต้นว่า 'เออนี่'” 

โทโมเอะโบกส้อมในมือด้วยสีหน้าละเหี่ย ต่อให้เป็นลูกค้าที่อยู่ในแบล็กลิสต์ โอเปอเรเตอร์ก็ไม่สามารถปฏิเสธการรับสายได้ แม้จะรู้ตั้งแต่แรกว่าอีกฝ่ายโทร.มาร้องเรียน แต่ก็ต้องรับสายและให้บริการ แรงกดดันดังกล่าวคงมีเฉพาะอาชีพโอเปอเรเตอร์เท่านั้นที่มีโอกาสได้สัมผัส 

“เจ้าตัวบ่นเรื่องคลาริโฟนไม่หยุด แล้วก็ต่อว่านักการเมืองที่ฉันไม่ค่อยรู้จักด้วยค่ะ บอกว่าคลาริสเป็นสมาชิกของสภาองค์กรเศรษฐกิจ ส่วนคลาริเน็ตก็มีความสัมพันธ์ไม่ชอบมาพากลกับกระทรวงกิจการภายในประเทศและการสื่อสาร แล้วคลาริโฟนก็เป็นบริษัทชั่วร้ายที่จ้องจะผูกขาดอุตสาหกรรมการสื่อสาร น่าตกใจเนอะ” 

“เรื่องแบบนั้นใครจะไปรู้” 

“แต่คุณลูกค้าคนนี้เป็นลูกค้าชั้นดีสุดๆ ที่เคยซื้อโทรศัพท์ของคลาริโฟนมาตั้งสี่เครื่องแล้วนะคะ บอกว่าตัวเองรวยและเป็นลูกค้าขาประจำ แล้วก็รู้จักกับผู้บังคับบัญชาคนนั้นคนนี้ของบริษัทเราด้วยค่ะ แต่ฉันก็ไม่รู้หรอกนะคะว่าเขาพูดจริงไหม” 

“ถือว่าเป็นเรื่องน่าขอบคุณสำหรับบริษัท แต่แบบนั้นมันไม่เรียกคำถามหรอกเนอะ” 

“ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นข้อเรียกร้องค่ะ เห็นบอกว่าตัวเองเป็นลูกค้าขาประจำ ต้องปฏิบัติตัวกับเขาแบบพิเศษสิ แถมสั่งด้วยว่าให้เชื่อมต่อสายตรงเพราะเขาไม่ชอบรอโทรศัพท์ แล้วยังสั่งอีกว่าให้แต่งตั้งเขาเป็นที่ปรึกษานอกบริษัทซะ” 

“ไปวานผู้บังคับบัญชาคนนั้นคนนี้ของเราเองก็ได้แท้ๆ” 

“มีการสั่งให้ฉันบอกชื่อตัวเองกับสีกางเกงในที่ใส่ด้วยค่ะ ถ้าฉันไม่ยอมบอก เขาจะฟ้องบริษัทให้ไล่ฉันออก” 

“ไม่ไหวเลย แล้วเธอทำยังไงล่ะ” 

“จะทำยังไงได้ล่ะคะ ฉันก็พูดซ้ำไปซ้ำมาว่า ตามกฎของบริษัทฉันบอกได้เฉพาะนามสกุล ขอความกรุณาอย่าถามเรื่องอื่นนอกเหนือจากเรื่องสินค้า พอพูดไปอย่างนั้น อีกฝ่ายก็ขอโทษ บอกว่า ‘ฉันล้อเล่น อย่าโกรธเลยนะ ที่ฉันพูดเป็นเรื่องโกหกทั้งหมด ฉันไม่บอกให้เขาไล่เธอออกหรอก สบายใจได้เลย’” 

“อ้อ เป็นคนประเภทนี้หรอกเหรอ” 

“จากนั้นก็พูดต่ออีกยาวเฟื้อยเลยค่ะ สาธยายว่าตัวเองเป็นคนยอดเยี่ยมขนาดไหนบ้างละ ทำไมถึงโทรศัพท์มาบ้างละ ฉันนี่แอบคิดว่าจะยังไงก็ช่าง รีบๆ วางสายซะทีเถอะน่า” 

โอเปอเรเตอร์ไม่ได้รับอนุญาตให้วางสายก่อนได้ตามอำเภอใจจนกว่าคู่สนทนาจะยอมวางสายเอง ดังนั้นผู้ทำหน้าที่นี้จึงจำเป็นต้องมีทักษะในการตอบคำถามอย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกันกลับต้องประสบความยากลำบากเวลาคู่สนทนาไม่ยอมวางสายสักที 

“หลังจากนั้นฉันลองเปิดดูประวัติการให้บริการลูกค้าก็เลยได้รู้ว่าเมื่อวานกับเมื่อวานซืนเขาก็โทร.มาค่ะ แต่พอเจอโอเปอเรเตอร์ผู้ชาย เขาก็จะบอกว่าโทร.ผิดแล้ววางสายไปทันที แหม เป็นพวกโรคจิตหรือไงก็ไม่รู้นะคะ” 

ความคิดเห็น