facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Regain Control : Part 17 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 133

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.ย. 2562 23:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
Regain Control : Part 17 [100%]
แบบอักษร

17 

 

มาคัสวิ่งออกมาด้านนอกก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลูอิสอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน ความรีบร้อนทำให้ไม่ทันคิดถึงเรื่องนั้น จนกระทั่งกำลังหมุนตัวกลับเข้าไปอีกครั้งก็ได้ยินเสียงเรียกของลูกน้องคนสนิทดังมาไม่ไกล หันตามเสียงไปจึงพบว่าลูอิสยืนรออยู่ข้างรถของโยฮันก่อนแล้ว ข้างกายคือไคล์ที่ประคองอยู่ไม่ห่าง แสดงสีหน้าทะมึนน่ากลัว 

เมื่อมาคัสเดินเข้าไปหาก็พบสาเหตุของความบึ้งตึง เพราะรอยแผลบนใบหน้าของลูอิสเพิ่มจากเมื่อวานหลายแห่งทีเดียว 

"ใครทำอะไรนาย! " ในเมื่อคนสอบปากคำเขาคือไรอัน ถ้าอย่างนั้นใครเป็นคนสอบปากคำลูอิส คงไม่ใช่ทิมใช่มั้ย 

เห็นท่าทีเป็นห่วงของเจ้านายลูอิสจึงรีบเม้มปากแน่นส่ายใบหน้าไปมา 

"ผมไม่เป็นอะไร เรากลับกันเถอะครับ อย่าอยู่ที่นี่นานเลย" 

เรื่องนั้นมาคัสเห็นด้วย แต่... 

เมื่อมองผ่านกระจกเข้าไปในตัวรถด้านหลังก็พบว่าโยฮันนั่งรออยู่ในนั้นแล้ว ความเฉยชาที่อีกฝ่ายแสดงออกมาทำเอามาคัสเริ่มไม่มั่นใจ ถอนสายตากลับมามองไคล์เปิดประตูให้ลูอิสเข้าไปนั่งข้างคนขับ ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งจึงเปิดประตูหลังก้าวตามขึ้นไป 

ดวงตาสีอ่อนเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เพราะโยฮันเบี่ยงกายไปทางหน้าต่าง บ่งบอกว่าไม่อยากหันมาหรือสนทนาใดๆ ด้วยทั้งนั้น มาคัสจึงทำได้เพียงปิดปากเงียบตลอดทาง รอให้กลับถึงเดอะแลงแฮมก่อนค่อยเคลียร์กัน แต่กลับกลายเป็นว่ารถไม่ได้ตรงกลับโรงแรมอย่างที่คิด มาคัสเหล่มองไปทางคนด้านข้างเล็กน้อยอีกครั้งโดยที่ไม่ได้ถามอะไร 

ไม่นานหลังจากนั้นมาคัสก็เข้าใจเมื่อตัวรถจอดลงหน้าโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ไคล์ประคองลูอิสที่ปฏิเสธพัลวันลงไปด้วยความไม่เต็มใจ แต่ตัวบางแค่นั้นสู้แรงไคล์ไม่ได้อยู่แล้ว เมื่อพากันลงไปได้สำเร็จร่างสูงใหญ่ก็หันมาทำความเคารพเจ้านายก่อนจะเดินหายเข้าไปในโรงพยาบาลกันสองคน โดยมีชายชุดดำอีกคนที่รออยู่ที่นี่ก่อนแล้วขึ้นมาประจำหน้าที่ขับรถแทน 

"เรากลับเลยมั้ยครับนาย" 

"อืม" เสียงเรียบตอบรับคำสั้นๆ 

นั่นหมายถึงโยฮันไม่ได้พามาคัสมาหาหมอ เพียงให้ไคล์พาลูอิสไป ไม่รู้ทำไมตอนนี้รอยช้ำบนหน้าท้องถึงเจ็บร้าวขึ้นมากเป็นพิเศษ แผลถลอกข้างแก้มยิ่งคับยุบยิบลามไปยังหน้าอกข้างซ้าย 

เจ้าตัวถอนหายใจแผ่ว ยกมือขึ้นลูบข้างแก้มไล่อาการคันเหล่านั้นไป 

เขารู้ว่าตัวเองผิด แต่ไม่ได้คิดวิธีรับมือกับโยฮันที่เป็นแบบนี้มาก่อน ให้อาละวาดโวยวายใส่เขายังดีเสียกว่า แบบนั้นมาคัสยังมีโอกาสได้อธิบายและขอโทษ แต่ท่าทางที่เหมือนไม่อยากรับฟัง เมินกันแบบนี้มาคัสจะพูดยังไง 

ทันทีที่ตัวรถจอดลงหน้าโรงแรมท่านผู้บริหารใหญ่ก็ไม่รอให้ใครเดินมาเปิดประตู ก้าวลงจากรถด้วยความรวดเร็ว ขายาวๆ นั่นก้าวไม่กี่ก้าว เท่ากับมาคัสต้องวิ่งหลายก้าวติดๆ เพื่อตามให้ทัน แต่ร่างกายตอนนี้ไม่เอื้ออำนวย ยังวิ่งตามไปไม่ถึงสิบก้าวดีก็ต้องชะงักด้วยระบมหน้าท้องแล้ว เพราะฝืนตัวเองมากเกินไปในหัวจึงยิ่งมึนงงไปหมด แถมนอนบนพื้นเย็นเฉียบตลอดทั้งคืนทำให้ตัวเริ่มรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้ แต่ใครบางคนไม่ได้หยุดรอกันเลย มาคัสจึงจำต้องกัดฟันวิ่งต่อไปอีกครั้ง ก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลงมาคัสก็แทรกตัวเข้าไปได้สำเร็จ ด้วยแรงหอบหนักพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมา 

ลิฟต์โดยสารพุ่งขึ้นด้วยความเร็วคงเดิม แต่มาคัสกลับรู้สึกว่าครั้งนี้ยาวนานเหลือเกิน 

มือเรียวเท้าราวจับประคองตัว มองแผ่นหลังกว้างใหญ่ที่วันนี้ยังไม่หันมาหากันเลยสักครั้ง 

โกรธมากจริงๆ สินะ 

แล้วควรง้อยังไงดี... 

หาทางอยู่ในใจจนเมื่อถึงชั้นสูงสุดโยฮันก็ก้าวออกไปโดยไม่รีรอ ไขกุญแจเปิดเข้าห้องโดยมีมาคัสเดินหงอยๆ ตามหลัง และเพราะความไม่ทันระวัง มัวแต่มองคนตรงหน้าจึงเดินเฉี่ยวเข้ากับกล่องใบใหญ่บางอย่างที่วางผิดที่ผิดทางตรงทางเดิน มาคัสเหลียวมองกลับไปด้วยความประหลาดใจก็พบเข้ากับ... 

กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 

ฟันคมกัดริมฝีปากล่างของตัวเองแน่น ปฏิเสธความคิดร้ายกาจที่ผุดวาบขึ้นมาเป็นฉาก กะพริบตาถี่แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นและเดินตามหลังโยฮันเข้าไปยังห้องนอน ผ่านร่างสูงที่หยุดยืนอยู่ไม่ไกล ตรงไปยังตู้เสื้อผ้าที่โยฮันให้คนขนย้ายเสื้อผ้าเขาเข้ามาแล้ว ตั้งใจว่าจะหยิบชุดง่ายๆ ออกมาสักชุดเพื่อไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัว แต่มือที่เอื้อมขึ้นกลับหยุดชะงัก เพราะด้านในนั้นว่างเปล่า 

...ไม่มีเสื้อผ้าของเขาสักชุด 

ในอกพลันชาวาบ ฝ่ามือที่ค้างอยู่กลางอากาศสั่นระริก ก่อนเจ้าตัวจะควบคุมมันให้กลับมานิ่งตามเดิมด้วยความรวดเร็ว เหลียวมองไปยังคนด้านหลัง ยิ้มปลอบตัวเองว่าโยฮันอาจจะโกรธเลยย้ายเสื้อผ้าเขากลับไปยังห้องเดิม ร่างโปร่งจึงรีบเดินออกไปห้องนอนเก่าของตัวเอง มือเปิดกระชากตู้เสื้อผ้าออกด้วยความร้อนใจ เข่าพลันอ่อนทรงตัวไม่อยู่จนต้องนั่งยองลงกับพื้น 

....ไม่มี 

ที่นี่ก็ไม่มีเสื้อผ้าของเขาสักชุด 

แค่นี้ก็อธิบายชัดแล้วว่าหมายความว่าอย่างไร กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ใบนั้น 

ของเขาจริงๆ 

รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นบนใบหน้า แต่ครั้งนี้นัยน์ตากลับร้อนผ่าว เจ้าเด็กดื้อล้มตึงลงกับพื้นสิ้นท่า 

จบแล้วสินะ 

เดิมพันครั้งสุดท้ายของเขา ...จบแล้วจริงๆ 

ความคิดหมุนคว้าง ขณะที่คำถามในวันนั้นของแอนทีคดังก้องสะท้อนอยู่ในหัว คำถามที่วันนั้นเขาอาจลังเลใจ ตอนนี้คำตอบของมาคัสชัดเจนแล้ว ...แต่กลับไม่มีใครฟัง 

ทิ้งได้สิ ...ทิ้งได้ 

เพื่อเขา... มาคัสยอมทิ้งสิ่งที่รักมากที่สุดไปแล้ว 

หลายคนอาจมองว่ามาคัสดื้อด้านทำตามใจ สมควรแล้วกับสิ่งที่ได้รับ แต่ใครจะรู้เหตุผลจริงๆ บ้าง การที่มาคัสทำแบบนี้เพื่อทิ้งทุกอย่าง ตัดขาดจากโลกสีมืดที่ใครคนนั้นไม่ชอบ เพราะวิธีนี้คือความคุ้นเคยเดียวที่เขามี สิ่งเดียวที่เขามั่นใจว่าทำได้ แต่โชคร้าย สายเกินไปแล้วที่จะกลับตัว 

บทเรียนครั้งนี้ราคาแสนแพง 

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาด้านหลังเรียกให้มาคัสหันไปมองทั้งที่ยังนั่งอยู่บนพื้น โยฮันไม่ได้เดินตามเข้ามา เพียงยืนหลังตรงอยู่ตรงกรอบประตูและมองมาจากทางนั้นด้วยแววตาอ่านไม่ออก 

"นี่มัน...หมายความว่ายังไง" คำถามไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบ 

"ถ้าไม่นึกถึงคำพูดฉัน อย่างน้อยนายก็ควรเรียนรู้ที่จะรักตัวเองให้มากกว่านี้" ทั้งที่ตลอดทางอยากได้ยินเสียงนี้มากแท้ๆ แต่เมื่อโยฮันเอ่ยขึ้นกลับยิ่งตอกย้ำให้ทุกอย่างแย่ลง โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย "...ไปเถอะ ฉันไม่ฝืนใจนายอีกแล้ว" 

....!! 

"ไป...? ไปไหน? " 

"ที่ที่จะไม่มีใครบังคับนายอีกแล้วไง ฉันจะช่วยนายครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย ต่อจากนี้อยากทำอะไร ...ไม่เกี่ยวกับฉันแล้ว" 

ราวกับถูกฟ้าผ่าลงมากลางหัว คนที่เดิมทีอาการไม่สู้ดีถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะ ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ จ้องหน้าโยฮันด้วยดวงตาแดงก่ำแข็งกร้าว แต่ข้างในสั่นไหวอย่างรุนแรง 

ไม่มีน้ำตา เพราะมาคัสไม่เคยร้องไห้ 

แต่ถ้าเลือกได้เขายอมให้มันไหลลงมาดีกว่า ถ้ามันช่วยบรรเทาความหน่วงหนักในอกตอนนี้ 

"ไม่ไป" เสียงกดต่ำถูกเค้นลอดไรฟัน อารมณ์ตัดพ้ออัดแน่นอยู่ในนั้นจนสัมผัสได้ มาคัสเลือกที่จะดื้อรั้นต่อไป ทว่าคนฟังยังคงเฉยชา 

ต่างจากอีกคนที่มือไม้สั่น หัวใจเต้นแรงเสียจนได้ยินชัดออกมาถึงด้านนอก บัดนี้ความคิดกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ ทั้งอยากตรงเข้าไปหาคนตรงหน้ากระชากคอเสื้อเขย่าแรงๆ อาละวาดโวยวายทำลายข้าวของให้สมกับความรู้สึกของเขาในตอนนี้ 

โกรธ....? 

เปล่าเลย มาคัสไม่ได้โกรธ 

เสียใจต่างหาก 

เสียใจมากอย่างที่ชีวิตนี้ไม่เคยประสบพบเจอ 

ทั้งที่ไม่มีแผลไหนเลือดไหล แต่เจ็บจนจะตายแล้ว 

"ฉันไม่ไป! " 

มาคัสสืบเท้าไปตรงหน้า ตั้งใจลดระยะห่างระหว่างทั้งสองคน แต่กลับต้องชะงักตัวแข็งทื่อ เมื่อโยฮันก้าวถอยหลัง รักษาระยะห่างเท่าเดิม 

บัดนั้นความกลัวทิ่มแทงไปทั่วร่าง เขาไม่เคยเข้าใจว่ามันหมายความว่าอย่างไรจนกระทั่งตอนนี้ ...ความหวาดกลัวที่กำลังจะสูญเสียคนสำคัญ 

"ถ้าอย่างนั้น...ฉันไปเอง" 

ประโยคใจร้ายเท่ากับฟางเส้นสุดท้ายที่มาคัสเหนี่ยวรั้งไว้ได้แล้ว ทุกอย่างขาดสะบั้นลงเมื่อโยฮันหมุนตัวเดินออกไป คนที่ถูกทิ้งไว้ด้านหลังกระตุกขาก้าวออกไปทีละก้าวจนกลายเป็นวิ่งเต็มฝีเท้าคว้าแขนโยฮันดึงไว้เต็มแรง ร่างใหญ่หมุนตัวกลับมาหา มีเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่ได้สบตากัน ก่อนที่มาคัสจะเป็นฝ่ายเดินสวนออกไปคว้ากระเป๋าเดินทางลากไปจากห้องด้วยความรวดเร็ว 

เขาไม่อยากให้อยู่ถึงขนาดนั้น แล้วจะดื้อดึงอยู่ไปเพื่ออะไร 

ในเมื่อตอนเริ่มเริ่มโดยไร้ความรู้สึกใด ตอนไปคำบอกลาก็คงไม่จำเป็น 

ทุกย่างก้าวหนักอึ้งเสียจนกว่าจะเดินมาถึงด้านหน้าเดอะแลงแฮมได้ก็ใช้เวลาไปเกือบสิบนาที มาคัสจดจำภาพตรงหน้าโดยไม่เหลียวกลับไปมองด้านหลังแม้เพียงนิด เพราะกลัวว่าภาพความทรงจำเก่าๆ จะถ่วงรั้งให้เขาไม่สามารถก้าวออกไปจากที่นี่ได้ 

มือโบกเรียกรถแท็กซี่ด้วยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ที่ติดตัวตอนนี้มีเพียงกระเป๋าเงินที่ได้รับคืนมาจากไรอัน โทรศัพท์แบตหมดที่ไร้ประโยชน์กับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 

ใครจะรู้ว่าคนเก่งอย่างมาคัสจะไม่มีที่ไป ที่เดียวที่ตอนนี้เขากลับไปได้มีเพียงที่นั่นเท่านั้น ทั้งที่เมื่อวานเขาเพิ่งใช้เส้นทางเดียวกันนี้ แต่วันนี้ทุกอย่างกลับแปลกตาไปจากเดิม 

คงเกิดจากความรู้สึกของเขาเอง 

ใช้เวลาไม่นาน รถแท็กซี่จอดลงหน้าบ้านหลังใหญ่ ภายนอกยังคงสวยงามมองไม่เห็นถึงความผิดปกติ เทปสีเหลืองที่พันไว้ล้อมรอบบัดนี้ถูกปลดออกไปแล้ว อาจเพราะทนายความเคลียร์ให้ และพวกเขาหาอะไรไม่พบ 

มาคัสลากกระเป๋าตรงไปยังประตูบ้าน เปิดเข้าไปได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจไขเพราะตัวล็อกพังไปแล้ว ภายในระเกะระกะหาความสวยงามอย่างเดิมไม่เจอ เจ้าของบ้านไม่สนใจซากปรักหักพังเหล่านั้น ตรงไปยังส่วนด้านหลัง แตะประตูกลเปิดออกไปยังบันไดสู่ห้องลับใต้ดิน ทางเข้าที่ใครต่อใครหากันไม่พบ มาคัสเพียงแตะฝ่ามือหนึ่งครั้งเปิดประตูเข้าไป เพื่อพบว่าภายในห้องว่างเปล่า 

ของเล่นของเขาหายไปแล้ว 

อย่างนี้นี่เอง... 

ขนาดตำรวจยังหาไม่เจอ แล้วคนแบบไหนล่ะที่ถึงกับเปิดเข้ามาในห้องนี้ได้ 

ถ้าไม่ใช่ 'เขา' แล้วจะเป็นใคร 

มาคัสไม่แปลกใจสักนิดเมื่อรู้ว่าเป็นฝีมือโยฮัน ไม่สนด้วยซ้ำว่าเขานำพวกมันไปไว้ที่ไหน หรืออาจถูกทำลายทิ้งไปแล้ว ของรักของหวงที่เฝ้าสะสมมาแรมปีบัดนี้ไม่มีค่า แม้กระทั่งเม็ดเงินมหาศาลที่มลายหายไป 

ช่างเถอะ ไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว 

 

มาคัสเดินตัวลอยกลับขึ้นมาด้านบน ตรงขึ้นสู่ชั้นสองห้องนอนของเขาเอง สภาพภายในไม่ต่างจากด้านล่างเท่าไหร่ ที่นอนถูกกรีดเพื่อรื้อค้น แต่ยังดีที่คนทำล้มเลิกความพยายามไปเสียก่อน จึงพอมีพื้นที่อีกฝั่งให้เขาล้มตัวลงนอนคุดคู้กาย ดึงผ้าห่มขาดๆ คลุมทานความหนาวเหน็บที่ไม่รู้ว่าจากภายในหรือภายนอกมากกว่ากัน ต่อให้เปิดฮีตเตอร์หรือผ้าห่มหนากว่านี้อีกกี่สิบผืนก็ไม่ช่วยให้อุ่นขึ้นเลย 

ร่างโปร่งกระสับกระส่าย เหงื่อซึมตามไรผมทั้งที่นอนหนาวสั่นอยู่ในผ้าห่ม อุณหภูมิร่างกายเดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว ไม่ว่าจะพลิกไปทางไหนก็ไม่สบายตัว ครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่อย่างนั้นหลายชั่วโมง 

ภาพความฝันในห้วงนิทราสลับซับซ้อน ใบหน้าเฉยชาและดวงตาไร้แววยังคงตามมาหลอกหลอนถึงที่นี่ 

เงาคนดำมืดไปทั้งร่างผลักไสมาคัสไปยังปากเหวลึก ริมฝีปากฉีกยิ้มกว้างเกือบถึงใบหู ทำเอาร่างโปร่งผวาถอยหลังด้วยความตกใจ แต่ไม่มีพื้นให้เหยียบอีกแล้ว ทั้งร่างไหววูบสู่เบื้องล่าง อยู่ๆ ก็มีฝ่ามือปริศนาเอื้อมมาคว้ามือเขาไว้ได้ก่อน มาคัสหน่วงเหนี่ยวมือข้างนั้นจนสุดแรงห้อยต่องแต่งอยู่บนขอบหน้าผา ไม่กล้ามองลงไปยังความมืดมิดเบื้องล่าง ในขณะที่พยายามเพ่งมองใบหน้าของผู้ช่วยชีวิต ประกายสีทองเย็นชืดก็ค่อยๆ ปรากฏให้เห็น 

โยฮัน....? 

เมื่อรู้ว่าเจ้าของฝ่ามือคือใคร ใบหน้าตื่นตระหนกค่อยเผยรอยยิ้มช้าๆ  

เพราะแค่มีคนคนนี้ก็ไม่ต้องกลัว ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่จับแน่นส่งตรงมาถึงหัวใจ ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ...ปล่อยมือ 

มาคัสพยายามเหนี่ยวรั้งที่พึ่งสุดท้ายด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แต่เพราะเหงื่อทำให้ยากยิ่งขึ้น และคนบนนั้นไม่ได้คิดจะรั้งเขาเอาไว้แล้ว 

ดวงตาสีอ่อนทอดมองด้วยคำถามมากมาย แค่ไม่สามารถกลั่นเป็นคำพูดได้เพราะแรงเฮือกสุดท้ายอยู่ในฝ่ามือข้างนั้นที่กำลังจะปล่อยเขาไป 

ริมฝีปากเรียบสนิทของคนด้านบนขยับเป็นคำพูดไร้เสียง แต่มาคัสสามารถอ่านได้จากสายตา ชัดเจนยิ่งกว่าได้ยินด้วยหูเสียอีก คำนั้นราวกับกับคมมีดกรีดผิวหนัง พร้อมกับที่มือข้างนั้นสะบัดออกในตอนที่คำสุดท้ายจบลง 

"....ไปเถอะ" 

ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างเพราะทั้งร่างกำลังร่วงสู่ความมืดมิดด้วยความรวดเร็ว 

เฮือก!!! 

ร่างโปร่งสะดุ้งขึ้นจากเตียงด้วยหัวใจเต้นกระหน่ำ หอบลมหายใจร้อนผ่าวเข้าออกระรัวราวกับเพิ่งวิ่งระยะทางไกล ทั้งเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เล็บจิกแน่นลงบนฝ่ามือซ้ำๆ เพื่อแยกความฝันและความเป็นจริง 

ฝัน.... 

แค่ฝันเท่านั้น 

แต่ช่างเป็นฝันที่เหมือนจริงมากเหลือเกิน 

ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายไว้แน่นหวังปลอบประโลมให้มันสงบลงจึงค่อยดีขึ้นบ้าง แต่ความว่างเปล่าในความฝันและเวลานี้ช่างเหมือนกันเหลือเกิน ในตอนนั้นเองที่แว่วได้ยินเสียงมาจากด้านล่าง เหมือนใครบางคนเตะของระเกะระกะบนพื้นด้วยความไม่ตั้งใจ 

ในอกพลันเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหวัง มองจ้องประตูรอคอย 

เสียงฝีเท้าแผ่วๆ ก้าวขึ้นมาตามบันไดทีละก้าว บีบหัวใจมาคัสขมวดแน่นเข้าทุกที 

กลับมาแล้วใช่มั้ย 

ให้อภัยกันแล้วใช่หรือเปล่า 

นึกเป็นห่วงกันบ้างแล้วสินะ 

จวบจนกระทั่งบานประตูเปิดเข้ามาช้าๆ รอยยิ้มกำลังแย้มบานบนใบหน้าก่อนจะชะงักค้างและเลือนหายไปด้วยความรวดเร็ว 

"นายครับ" 

เป็นลูอิสที่เดินเข้ามา เผยใบหน้าผ่านการทำแผลมาแล้วเรียบร้อย ไคล์คงพาเขากลับไปที่เดอะแลงแฮม ถึงได้รู้ว่ามาคัสไม่ได้อยู่ที่นั่นแล้ว 

"ทำไม..." 

มาคัสยิ้มเยาะให้กับความหวังลมๆ แร้งๆ ของตัวเอง ก่อนยกมือขึ้นลูบใบหน้าเปียกชื้นเรียกสติ  

"ทำไมอะไร ไม่ดีใจหรือไงที่ได้กลับบ้านเสียที" 

"แต่ว่า..." 

"ฉันไม่ซีเรียสหรอก นายไม่ต้องกังวล ไคล์ไม่ยอมให้นายมาอยู่ที่นี่กับฉันใช่มั้ย" ลูอิสมองเจ้านายที่กำลังฝืนยิ้มเฝื่อน ผิวหน้าแดงระเรื่อบ่งบอกว่ามาคัสคงกำลังมีไข้ สภาพบ้านตอนนี้มองยังไงก็ไม่น่าอยู่สักนิด แต่มาคัสกลับนอนลงได้ทั้งที่เศษขนเป็ด เศษไม้กระจายอยู่เต็มห้อง 

มาคัสที่แสนทะนงตนเป็นได้ถึงขนาดนี้ เขาจะไม่ปวดใจได้ยังไง 

เขาจะทิ้งคนที่ให้ชีวิตกับเขาได้หรือ 

"ผมจะอยู่กับคุณ" 

"โง่หรือไง นายเห็นสภาพบ้านมั้ย นายจะนอนตรงไหน หรือจะขึ้นมาเบียดกับฉันบนนี้" 

"ผมจะทำความสะอาด" 

"เห็นสภาพตัวเองหรือยัง" แผลเต็มหน้าขนาดนั้น ไหนจะยังเพิ่งกลับมาจากโรงพยาบาลอีก ไม่รู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายดูแลใครกันแน่ 

"ผมทำได้! นายเป็นแบบนี้แล้วผมจะทิ้งนายไปได้ยังไง ตอนนี้เราเหลือกันแค่สองคนนะครับ!! " 

"แล้วคนที่รอนายอยู่ด้านล่างล่ะ" 

ลูอิสชะงักไปเมื่อได้ยินคำถาม มาคัสเดาถูก ไคล์ไม่มีทางปล่อยให้ลูอิสมาคนเดียว 

"ผมจะหาชุดให้เปลี่ยน" 

มาคัสมองลูอิสที่เมินคำถามของเขา เดินกลับลงไปยังชั้นล่างเพราะมาคัสไม่ได้ยกกระเป๋าเดินทางขึ้นมาด้วย พลางผ่อนลมหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ 

เข้าใจดีว่าลูอิสเป็นห่วง แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมีชีวิตเป็นของเขาเอง ยิ่งโดยเฉพาะชีวิตที่ไม่ใช่ตัวคนเดียวอีกแล้ว 

เอาเถอะ เรื่องนี้ไคล์คงจัดการได้ 

ส่วนบ้านหลังนี้ ถ้าจะอยู่ต่อคงต้องจัดการครั้งใหญ่ทีเดียว เฟอร์นิเจอร์แม้ไม่ได้เสียหายมาก แต่จุดเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกทำลายไปก็ทำให้ต้องรื้อใหม่ทั้งหมด ปัญหาไม่ใช่เรื่องเงิน แต่เป็นเรื่องที่พักชั่วคราวของพวกเขา 

อีกทั้งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ต้องเริ่มต้นใหม่ 

แต่เป็นครั้งแรกที่มาคัสสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง และเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี 

เหนื่อยแล้ว ...เขาเหนื่อยแล้วจริงๆ 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

น้องเหนื่อย นิลก็หมดแรงงง 

หวังว่าจะถ่ายทอดความรู้สึกของมาคัสให้ทุกคนเข้าใจได้นะคะ 

T^T 

เด็กน้อย lost control แล้วจริงๆ  

เป็นครั้งแรกของมาคัสที่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้อย่างใจมากเท่านี้ 

มีคนใจร้าย!! 

ปล.ขอบคุณกำลังใจและความคิดเห็นของทุกๆ คนมากๆ ค่า 

รัก. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว