ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Chapter 01

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 228

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ธ.ค. 2562 16:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 01
แบบอักษร

  

CHAPTER 

01 

 

 

 

“อ้าว.. วันนี้ไม่ค้างที่นี่หรอ?” เสียงใสๆเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงที่เดินออกมาจากห้องครัวของวิลล่า 

 

ฟราน หรือ ฟรานซิส แองเจลลำดับที่สองหยุดปลายเท้าที่กำลังก้าวเดินเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองคนตัวเล็กด้วยสายตาเรียบนิ่ง จริงๆก็มีอยู่สายตาเดียวนั่นแหละ ไม่ว่าจะอารมณ์ไหน ตอนไหนก็มีมันอยู่แค่แบบเดียว ซึ่งเรียวก็ชินกับมันซะแล้วล่ะ 

“วันนี้มีงานน่ะ เลยว่าจะกลับไปทำที่คอนโด”

“อ่อ งั้นหรอ ให้ฉันทำมื้อเย็นใส่กล่องให้ไหม นายจะได้ไม่ต้องกินอาหารแช่แข็ง”

“ลำบากนายเปล่าๆ แค่ทำอาหารให้ไอ้พวกนั้นก็เหนื่อยจะแย่แล้ว” ฟรานซิสว่าอย่างไม่จริงจังมากนัก พวกนั้นที่เอ่ยถึง ก็คือเหล่าบรรดาแองเจลทั้งหลายที่มักจะมาสิงที่วิลล่าแห่งนี้นั่นเอง และเรียว ผู้ชายหน้าหวานตรงหน้าเขาก็คือหนึ่งในแองเจล 

พ่วงด้วยตำแหน่งแม่ของแองเจล...

“นายนี่นะ เอาเถอะรอก่อนแล้วกันเดี๋ยวฉันไปทำให้ขอเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง” พูดจบคนตัวเล็กก็วิ่งหายเข้าไปในครัวทันที ไม่รอให้ฟรานซิสได้เอ่ยปฏิเสธออกมาแม้แต่คำเดียว

เฮ้ออ ก็แบบนี้ตลอดแหละน่า

สมแล้วกับตำแหน่งแม่ของแองเจล!

ฟรานซิสได้แต่คิดปลงๆก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวใหญ่กลางห้องโถง ความจริงเขาก็ค่อนข้างจะชินแล้วกับนิสัยของแต่ละคนในแองเจล ก็อยู่ด้วยกันรู้จักกันมานานหลายปี เรียกได้ว่ารู้ไส้รู้พุงกันดี

เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนตอนที่พวกเขาทุกคนยังโสดวิลล่าแห่งนี้มันครึกครื้นแค่ไหน แน่ล่ะ แต่ละคนทำตัวราวกับไม่มีบ้าน เอาแต่มาสิงอยู่ที่นี่เป็นแรมเดือน ถ้าพ่อแม่ไม่ตามหรือไม่มีธุระอย่าหวังว่าจะกลับ โดยที่ทุกคนให้เหตุผลตรงกันว่า

“ก็ที่นี่มันสะดวก ส่วนตัวและอาหารอร่อย” 

 

ซึ่งเขาก็ไม่เถียงเพราะหากเรื่องความเป็นส่วนตัวแล้วที่นี่โคตรจะส่วนตัวเลยล่ะ แม้จะมีพวกเขาหลายชีวิตอาศัยอยู่รวมกัน แต่ก็ไม่เคยก้าวก่ายกันและกัน ห้องแต่ละห้องก็บุผนังเก็บเสียงชั้นเยี่ยม ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลายก็คงไม่ได้ยินว่าทำอะไรอยู่ในห้อง และนอกจากพวกเขาแล้วก็ไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาโดยพละการด้วย ซ้ำยังสะดวกสบายเพราะใกล้มหาวิทยาลัย สิ่งอำนวยความสะดวกในวิลล่าก็ครบครัน 

 

ที่สำคัญคืออาหารอร่อยมามก! 

 

คอนเฟิร์มด้วยฝีมือการทำอาหารอันดับหนึ่งจากคณะคหกรรมศาสตร์อย่างเรียว แองเจลลำดับที่สาม แต่อย่าให้แตะของหวานเชียว รายนั้นทำขนมได้รสชาติที่ค่อนข้างจะ.. 

 

แย่มาก... 

 

แต่ก็นั่นแหละ พอตอนนี้หลายๆคนต่างมีแฟนก็พากันไปอยู่กับแฟน มีกลับมาที่วิลล่าบ้างเป็นครั้งคราว ทำให้ทุกวันนี้ในวิลล่าค่อนข้างเงียบเหงากว่าปกติ จนตอนนี้ถ้าจะให้นับก็คงมี เรียว ไลท์ ติณ และออกัสล่ะมั้งที่ยังคงอยู่ที่นี่เป็นหลัก ง่ายๆก็ไอ้พวกที่โสดอยู่นั่นแหละ ส่วนฟรานซิสเองก็ไปๆมาๆ ไม่แน่นอน 

 

ผ่านไปเกือบสามสิบนาทีกลิ่นอาหารหอมฉุยก็ลอยออกมาจากห้องครัว ทำเอาคนไม่หิวอย่างฟรานซิสต้องท้องร้องเบาๆ และไม่ต้องรอนาน ร่างเล็กของเรียวก็ออกมาจากห้องครัวพร้อมกับกล่องไมโครเวฟสีใสที่บรรจุอาหารหน้าตาน่ากินเอาไว้เต็มเปี่ยม 

 

“อ่ะนี่ ของโปรดนายล้วนๆ ทำงานหนัก เรียนหนักก็ต้องดูแลสุขภาพบ้างรู้ไหม” เรียวว่าพลางยื่นถุงใส่กล่องข้าวไปให้ฟรานซิส 

 

“ครับคุณแม่” 

 

“ฟราน!” 

 

“อะไรเล่า.. ก็นายเหมือนแม่จริงๆนี่นาไม่เชื่อนะลองไปถามคนอื่นดูก็ได้ เชื่อเถอะพวกมันก็ตอบไม่ต่างจากฉันแน่นอน” 

 

“ฮึ้ย! ไม่คุยกับนายแล้ว ชิส์” แล้วคนตัวเล็กก็เดินฟึดฟัดกลับเข้าไปในครัวเหมือนเดิม ถ้าให้เดาก็คงเตรียมมื้อเย็นให้พวกที่เหลือนั่นแหละนะ 

 

ก็บอกแล้วว่าเขาเป็นคุณแม่ของแองเจล 

 

ฟรานซิสส่ายหัวน้อยๆก่อนกระชับถุงกล่องข้าวในมือแล้วลุกขึ้นออกจากวิลล่าไป พร้อมกับกระเป๋าหนังบางๆที่ใส่เองสารและของสำคัญ 

. 

. 

. 

. 

. 

  

รถญี่ปุ่นสี่ประตูสีดำเงาขับเคลื่อนไปบนท้องถนนด้วยความเร็วปกติอย่างไม่รีบร้อน ยิ่งในเวลาย่ำค่ำแบบนี้ด้วยแล้ว รีบไปก็เท่านั้น ไม่ว่ายังไงรถก็ติดอยู่ดี มือหนาเลื่อนไปกดเปิดเพลงสากลจังหวะสบายๆฟังแก้เบื่อ มุมปากหยักขยับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย 

 

ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย.. 

 

ในเวลาไม่นานรถคันเล็กก็ขับเข้ามาในเขตของคอนโดหรูแห่งหนึ่ง ทว่าในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยวรถเข้าไปจอดด้านหลังอาคาร สายตาคมดันไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง.. 

 

อะไรที่เป็นก้อนกลมๆอยู่ข้างๆถังขยะนั่น 

 

ถ้ามองไม่ผิดเหมือนจะเป็นคน... 

 

ไวเท่าความคิดฟรานซิสก็เปิดประตูลงจากรถเพื่อดูให้ชัดๆในทันที และสิ่งที่เขาเห็นก็เป็นคนจริงๆเสียด้วย 

 

ร่างเล็กๆนั่นนอนขดตัวงอคุดคู้อยู่ข้างถังขยะอย่างไร้สติ ตามใบหน้าและร่างกายเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดำกระด่างกระด้าง ทั้งยังมีรอยฟกช้ำตามร่างกายเต็มไปหมด 

 

แล้วทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้? 

 

ฟรานซิสได้แต่คิดอย่างสงสัยหากแต่เขาก็ย่อกายลงแล้วยิ้มมือไปตบแก้มคนตรงหน้าเบาๆอย่างเรียกสติ 

 

“นี่คุณ.. คุณ..ตื่นสิคุณ..” 

 

“อื้ออ...” เสียงเล็กติดจะแหบดังลอดออกมาจากริมฝีปากเรียวบางนั่นก่อนที่เปลืองตาบางจะค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นช้าๆ... 

 

แก้วตาใสสีน้ำตาลเปลือกไม้มองสบกับดวงตาคมสีนิลอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่เจ้าตัวจะหมดสติไปอีกครั้ง... 

 

“เฮ้! อย่าพึ่งหลับสิ คุณ...” เรียกเท่าไรก็ได้รับเพียงความเงียบตอบกลับมา 

 

สุดท้ายฟรานซิสเลยตัดสินใจช้อนตัวคนตรงหน้าขึ้นไปวางในรถของตัวเอง ทั้งที่เมื่อกี้มองดูตัวไม่ได้เล็กเท่าไรแต่พอได้อุ้มแล้วกลับพบว่าผู้ชายคนนี้ตัวเล็กกว่าเขามากนัก 

 

มากซะจนดู... บอบบาง 

. 

. 

. 

. 

. 

. 

 

“ภายนอกไม่เป็นอะไรมากนะครับ..แค่รอยฟกช้ำตามร่างกายไม่ถึงอาทิตย์ก็น่าจะหาย แต่สมองของคนไข้ได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง และเท่าที่หมอเห็น ซึ่งต้องรออีกทีหลังจากที่เขาฟื้นว่าจะมีอาการอย่างอื่นอีกไหม” สิ้นเสียงของคุณหมอวัยกลางฟรานซิสก็นิ่งไปอย่างใช้ความคิด สมองรีบประมวลผลอย่างรวดเร็วในทันที 

 

“อาการอื่นๆหรอครับ?” 

 

“ก็จำพวกสายตาพร่ามัว การตอบสนองต่างๆรวมถึงเรื่องของความทรงจำก็ด้วยครับ แต่เรายังฟังธงอะไรไม่ได้ต้องรอเขาฟื้นขึ้นมาก่อน แต่คุณไม่ต้องกังวลไปอาการพวกนี้อาจจะเกิดหรือไม่เกิดขึ้นก็ได้เราต้องรอดูอาการหลังจากที่เขาฟื้นขึ้นมาอีกทีครับ” 

 

“เฮ้อ... ขอบคุณนะครับหมอ” ฟรานซิสถอนหายออกมาอย่างโล่งอก 

 

ทั้งที่ไม่ได้รู้จัก ไม่ได้เป็นญาติกันสักหน่อยแต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้เป็นห่วงผู้ชายคนนี้นักก็ไม่รู้ 

 

“แล้วอีกนานไหมครับหว่าเขาจะฟื้น” 

 

“อันนี้หมอก็ไม่แน่ใจนะครับต้องรอดูอีกที” 

 

“ขอบคุณครับหมอ” 

 

“ยังไงถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ” 

 

“ครับ” 

 

หลังจากคุณหมออกไปแล้วฟรานซิสก็ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆเตียงคนไข้อย่างเหนื่อยอ่อน มือหนายกขึ้นนวดขมับตัวเองเบาๆก่อนจะเบนสายตาไปมองหน้าคนเจ็บบนเตียงอย่างสำรวจ 

 

ใบหน้าเรียวได้รูป ขนคิ้วดกดำเรียงตัวสวยเหมือนวาดไว้ รับกับเปลือกตาสีมุกที่ปิดสนิททว่ากลับมีแพขนตาที่ไม่หนาไม่บางจนเกินไป ปลายจมูกโด่งพอดีไม่พุ่งจนดูปลอม อืม.. ริมฝีปากเรียวบางที่แม้จะซีดและช้ำหน่อยๆแต่ก็ดูสุขภาพดีไม่น้อย ดูรวมๆแล้วผู้ชายคนนี้หน้าตาดีมากเลยทีเดียว 

 

เขายังจำได้ถึงนัยน์ตาสีเปลือกไม้คู่นั้นที่บังเอิญมองสบกัน ถ้าหากฟื้นขึ้นมาคงปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่าคนๆนี้ดูดีมากจริงๆ 

 

ไม่ได้หล่อจนโดดเด่นไม่ได้หวานจนเกินชาย แต่ดูหวานแบบละมุนๆอย่างบอกไม่ถูก 

 

  

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป... 

 

“อึก..อื้ออ..” 

 

เสียงแผ่วเบาดังรอดออกมาจากเรียวปากบางพร้อมกับที่เปลือกตาสีเนื้อค่อยๆขยับตัวเคลื่อนขึ้นช้าๆ 

 

แสงไฟนีออนคือสิ่งแรกที่เห็นและมันก็มากเกินกว่าที่คนพึ่งฟื้นจะรับไหว เจ้าตัวเลยต้องปรือตาลงเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ครั้งนี้สิ่งที่เห็นก็คือใบหน้าหล่อคมของใครคนหนึ่ง 

 

ดวงตาสีนิลคู่นั้น... 

 

“คุณฟื้นแล้ว!” เสียงทุ้มเข้มเอ่ยขึ้นอย่างดีใจ ดวงตาคมฉายแววเป็นประกายระยิบระยับเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้าในยามค่ำคืนไม่มีผิด และมันก็ตราตรึงอยู่ในใจของคนมองไปอย่างง่ายดาย 

 

เพราะหลับไปนานลำคอจึงแห้งมากเกินกว่าจะเปล่งเสียงออกไปแต่ริมฝีปากเรียวก็ยังพยายามขยับช้าๆและเปล่งเสียงออกไปในที่สุด 

 

“นะ..น้ำ..” 

 

เพียงเท่านั้นฟรานซิสก็รีบรินน้ำใส่แก้วพร้อมทั้งใส่หลอดดูไปจ่อริมฝีปากสีซีดนั่นทันที ก็ไม่รู้ว่าทำไมแต่เขารู้สึกดีใจที่เห็นคนตรงหน้าฟื้นขึ้นมา 

 

ร่างบางค่อยๆดูดน้ำลงคอช้าๆจนรู้สึกดีขึ้นถึงได้ยกมือขึ้นดันแก้วน้ำนั้นออกไปเบาๆ 

 

“รู้สึกเป็นยังไงบ้าง” 

 

ดวงตาคู่สวยช้อนขึ้นมองสบตากับคนถามเล็กน้อย ในหัวสมองค่อยๆประมวลผลเพื่อเคล้นหาคำตอบนั้น ก่อนที่ใบหน้าหวานจะเริ่มเหยเกพร้อมกับมือเรียวที่ยกขึ้นกุมศีรษะแน่น 

 

“อึก..ปวดหัว..ผมปวดหัว” 

 

“เฮ้ ใจเย็นๆนะเดี๋ยวฉันจะตามหมอให้!” ฟรานซิสเอ่ยบอกอย่างตกใจกับอาการของคนตรงหน้า มือหนารัวกดปุ่มฉุกเฉินทันที 

 

เพียงไม่นานหมอกับพยาบาลก็เข้ามาถึงห้องพัก ฟรานซิสถูกกันให้ออกไปรอด้านนอกก่อนอย่างช่วยไม่ได้ แต่มันก็ยากเกินกว่าจะนั่งรออยู่เฉยๆร่างสูงเลยได้แต่เดินวนไปมาอยู่หน้าห้องพักผู้ป่วยด้วยจิตใจที่เป็นกังวลแปลกๆ. 

 

ได้แต่ภาวนาขออย่าให้เกิดอะไรขึ้นร้ายแรง... 

 

บอกไม่ถูกว่าทำไมเขารู้แค่ว่าห่วง... 

 

 ห่วงมาก 

 

 

 

 

 

 

ผลัก! 

 

“เขาเป็นยังไงบ้างครับหมอ” เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นทันทีที่หมอออกมาจากห้องนั้น ดวงตาคมเผลอมองกดดันคุณหมออย่างไม่รู้ตัว 

 

“ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ แค่เขาพยายามคิดมากไปหน่อย อย่างที่หมอบอกว่าสมองเขาได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง จากอาการล่าสุดคนไข้มีอาการความจำเสื่อม และจากที่หมอลองคุยกับเขาดูเหมือนอาการของเขาจะแย่กว่าที่คิดไว้” 

 

สิ้นเสียงของหมอฟรานซิสก็นิ่งไปเล็กน้อย ความจำเสื่อมจริงๆงั้นหรอ? แล้วแบบนี้เขาจะปล่อยไปได้ยังไงกัน... 

 

“เขาบอกหมอว่าเขาอายุเจ็ดขวบ... หมอคิดว่าความทรงจำของเขาในช่วงเวลาหนึ่งน่าจะเสียหาย ต้องรอดูผลซีทีสแกนอีกทีหนึ่งว่ามันเป็นแค่อาการชั่วคราวหรือผลข้างเคียงระยะยาวหรือบางทีอาจจะตลอดชีวิต แต่นั่นคือกรณีที่ร้ายแรงที่สุด คุณยังไม่ต้องกังวลมันก็เป็นการคาดคะเน” คุณหมอเอ่ยอย่างใจกำลังใจพร้อมรอยยิ้มกว้าง 

 

ความทรงจำเสียหาย อายุเจ็ดขวบ นี่มันอะไรกัน... 

 

“แล้วนานไหมครับกว่าจะรู้ผล” 

 

“สามถึงเจ็ดวันครับ” 

 

“อ่า...” 

 

“ครับถ้าไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะครับ” 

 

“ขอบคุณนะครับหมอ” 

 

“ครับ” 

 

หลังจากคุยกับคุณหมอเสร็จฟรานซิสก็กลับเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยอีกครั้ง ร่างสูงเดินไปหยุดอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย ดวงตาคมทอดมองใบหน้าติดจะหวานของคนบนเตียง ในขณะเดียวกันคนบนเตียงก็มองตอบเช่นกัน 

 

แววตาที่มองมาอย่างใสซื่อนั้นทำให้ฟรานซิสเผลอเลื่อนฝ่ามือไปลูบกลุ่มผมนุ่มของคนบนเตียงอย่างแผ่วเบา 

 

“สวัสดี ฉันชื่อฟรานซิส ยินดีที่ได้รู้จักนะ” 

 

“ฟะ..ฟรานฟราน...” 

 

คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อได้ยินคนตรงหน้าเรียกชื่อเขาแบบนั้น หรืออาจจะฟังไม่ถนัดกัน? 

 

“ฟรานซิส” เอ่ยย้ำไปอีกครั้ง 

 

“ฟรานฟราน..” แต่ก็เหมือนเดิม ร่างบางบนเตียงยังคงเรียกเขาแบบนั้น ฟรานซิสคิดว่าน่าจะเป็นเพราะอายุสมองที่เหลือเพียงเจ็ดขวบเลยทำให้ร่างบางมีระบบความคิดที่เหมือนเด็ก ชื่อเขามันอาจจะเรียกยากเกินไปสำหรับเด็กเจ็ดขวบล่ะมั้ง 

 

“เอาเถอะ ฟรานฟรานก็ได้ ว่าแต่ชื่ออะไรล่ะเรา” ดวงตาคู่สวยนั้นฉายแววครุ่นคิดออกมาเล็กน้อยก่อนเจ้าตัวจะเอ่ยตอบกลับมาเสียงเบา 

 

ลิต..ลิตเติ้ลฮะ 

“โอเค ลิตเติ้ล ไม่ต้องกลัวนะ..ต่อไปฉันจะเป็นคนดูแลนายเอง”

และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเรา... เมื่อฟรานซิสตัดสินใจรับผู้ชายคนนั้นที่เขาไม่รู้จักเข้ามาในชีวิต แม้จะไม่รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครและทำไมถึงเป็นอย่างนี้แต่ฟรานซิสรู้แค่ว่าเขาปล่อยไปไม่ได้จริงๆ...

ไม่ว่าจะด้วยความเป็นคนดีหรืออะไรก็ตาม

แต่ปล่อยให้ไปตอนนี้น่ะ.. ไม่ได้หรอกนะ

 

++++++++++100%+++++++++ 

 

Talk 15/09/19 : สวัสดีค่าาาา และแล้ววันนี้เราก็ได้ฤกษ์มาเปิดเรื่องใหม่แล้ว สำหรับเรื่องนี้อาจจะมีเนื้อหาแต่ละตอนสั้นกว่าทุกเรื่องนะคะเพราะเราต้องการให้มันกระชับและง่ายต่อการอัพ และนิยายเรื่องนี้ได้ทำการอัพจบแล้วในเว็บอื่นแต่เราพึ่งเอามาลงในนี้ค่ะ ถ้าใครไม่อยากรออัพไปตามอ่านได้จากเด้กดีและรีดอะไรท์นะคะ ยังไงก็ฝากพี่  ฟรานซิสกับเด็กน้อยของเขาด้วยจ้า 

ความคิดเห็น