ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ❣ 06

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.6k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ก.ย. 2562 16:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
❣ 06
แบบอักษร

-06- 

But I never knew love, would feel like a heart attack 

 

 

ภายในรถคันสวยของนักบินผู้ช่วยปริญคลอไปด้วยเพลงสากลเบาๆ ท่ามกลางอากาศภายนอกที่ร้อนระอุจนคนที่นั่งข้างคนขับอดจะเบ้หน้าไม่ได้ ชายหนุ่มที่นั่งหลังพวงมาลัยรถเห็นดังนั้นก็อมยิ้มแล้วเอ่ยชวนคุย

“อากาศร้อนมากเลยนะครับ” จิงละสายตาจากข้างทางหันมามองสารถีหน้าหล่อที่เขาเอ่ยชมในใจ คนอะไรดูดีไปหมดทุกอย่างยิ่งตอนนี้ใส่แว่นกันแดดขับรถแล้วทำไมมันดูเท่ห์ได้ขนาดนี้กันนะถ้าเขาเลียนแบบท่าทางบ้างจะหล่อได้เท่าเด็กนี่ไหมเนี่ย

“อือแค่เห็นก็ไม่อยากลงจากรถแล้ว ว่าแต่ฟาร์มที่คุณจะพาไปไว้ใจได้จริงๆ ใช่ไหม” ป๋อพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มบาง

“ครับเป็นเพื่อนของพี่นุ่นแฟนเฮียปินน่ะครับ” จิงพยักหน้าร้องอ๋อแล้วก็นึกถึงพี่ชายของคนข้างกายที่เป็นเพื่อนร่วมคณะกันมา

“เอ้อปินเป็นไงบ้างเห็นในเฟสแวบๆ ว่ากำลังจะแต่งงานใช่ไหม” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันนิดหน่อย เฮียปินไปมีเฟสจิงตอนไหนเดี๋ยวจะต้องไปถามเฮียสักหน่อยแล้ว ขนาดเขายังไม่มีเลยนะ!

“ใช่ครับ” จิงหันไปยิ้มตาหยีให้แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสจนคนที่กำลังเข้าเกียร์ชะงัก

“ยินดีด้วยนะ! เดี๋ยวส่งข้อความไปยินดีกับปินด้วยดีกว่าไม่ได้คุยกันมานานมากแล้ว”

“เดี๋ยวผมบอกให้ครับ!” ป๋อสวนกลับเสียงดัง จิงหันไปเลิกคิ้วมองด้วยความสงสัย คนหลุดมาดกระแอมไอแก้เก้อแล้วขยายความอย่างแนบเนียน

“เอ่อ...ช่วงนี้เฮียปินยุ่งมากเลยครับทั้งเรื่องงานที่บริษัทแล้วก็เรื่องงานแต่งเดี๋ยวเย็นนี้ผมกลับบ้านจะบอกให้ต่อหน้าเลยนะครับ” คนที่หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าพยักหน้าเข้าใจแล้วเก็บมันกลับเข้าไปอีกครั้ง

“อื้มถ้าอย่างนั้นก็ฝากบอกด้วยแล้วกันนะมาคิดดูอีกทีอยู่ๆ ส่งไปปินก็คงงงอยู่เหมือนกัน” จิงบอกเสียงกลั้วหัวเราะร่างสูงโปร่งทำตัวสบายพิงเบาะหันมองข้างทางอีกครั้งผิดกับคนขับรถที่แอบพ่นลมหายใจโล่งอก

ใช้เวลาในรถร่วมกันกว่าหนึ่งชั่วโมงทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงฟาร์มแมวแห่งหนึ่งไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนักเมื่อมาถึงก็เห็นหญิงสาวท่าทางใจดีคนหนึ่งยืนรอรับด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีครับพี่เกลใช่ไหมครับ” ป๋อยกมือไหว้อีกฝ่ายยิ้มรับไหว้ก่อนจะหันไปยิ้มเผื่อแผ่ให้จิงที่ดูรุ่นราวคราวเดียวกัน

“ใช่ค่ะน้องป๋อนุ่นโทรมาบอกพี่แล้วล่ะตามมาเลยค่ะเลือกได้ตามสบายเลยนะราคาเดี๋ยวพี่ลดให้เป็นพิเศษ” พอได้ยินดังนั้นจิงก็รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

“ไม่ได้ครับๆ คิดราคาตามจริงดีกว่าผมเกรงใจ” หญิงสาวหัวเราะเล็กน้อย

“ไม่เป็นไรค่ะคนกันเองทั้งนั้น” ป๋ออมยิ้มมองคนขี้เกรงใจที่กำลังส่งสายตามาให้เขาช่วยพูด

“พี่ไปเลือกดูก่อนดีกว่าครับเรื่องนี้เราค่อยคุยกันทีหลัง” จิงมองดุคนที่ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินตามหลังหญิงสาวไป

ปริญยืนมองคนที่สวมวิญญาณเด็กสามขวบวิ่งไปวิ่งมาตาเป็นประกายด้วยรอยยิ้มกว้าง จิงเป็นคนน่ารักที่สดใสเสมอ เป็นคนมีเหตุผล มองโลกในแง่ดี อ่อนโยนและจิตใจดี

“น่ารักทุกตัวเลย ทำไงดีผมเลือกไม่ได้” จิงเงยหน้าสบตากับคนที่คิดอะไรเพลินๆ เสียงทุ้มหวานเอ่ยขึ้นแล้วกวาดมองเจ้าตัวเล็กทั้งหลายอย่างอาวรณ์

ปริญเห็นแล้วก็อยากรวบตัวอีกคนเข้ามากอดฟัดให้หายมันเขี้ยว อยากจะบอกอีกคนนักว่าพี่น่ะน่ารักกว่าเจ้าลูกแมวพวกนั้นตั้งเยอะแต่ก็ได้แค่ตะโกนในใจ

“ถูกชะตาทุกตัวเลยหรอครับ” ป๋อเอ่ยถามยิ้มๆ จิงที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นเม้มปากใช้ความคิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเครียด

“อื้อ น่ารักหมดเลยคุณช่วยเลือกหน่อยสิ” เสียงทุ้มเอ่ยอ้อนอย่างลืมตัวก่อนคนทั้งคู่จะชะงัก จิงรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างคนทำอะไรไม่ถูก

“ผมว่าเจ้าตัวนั้นน่าสนใจ”

ป๋อเอ่ยขึ้นเพราะไม่อยากทำให้อีกคนอึดอัดใจแม้ว่าภายในอกเขานั้นจะเต้นรัวมากก็ตาม ชายหนุ่มร่างสูงชี้ไปยังเจ้าตัวเล็กขาสั้นสีขาวดำที่นอนไม่สนใจเพื่อนตัวอื่นที่ส่งเสียงร้องออดอ้อนให้มนุษย์สองคนโอบอุ้มอยู่แม้แต่น้อย จิงหันมองตามอีกคนแล้วก็หัวเราะ

“มีเอกลักษณ์ดีนะ”

คนพูดยิ้มตาปิดแล้วเดินเข้าไปใกล้เจ้าตัวเล็กนั้น สิ่งมีชีวิตขนปุกปุยรับรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตตัวใหญ่กว่าเดินเข้ามาใกล้จึงลืมตาขึ้นมองข้างหนึ่งก่อนจะเปิดอีกข้างตามมาเมื่อเห็นว่ามนุษย์ตรงหน้าดูเข้าทาง มันเหยียดขาบิดขี้เกียจจนตัวสั่นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากจิงได้เต็มแก้ม สี่เท้าเล็กก้าวเตาะแตะเข้ามาหาเมียงมองอยู่สักครู่แล้วเสียงเล็กก็ร้องออกมา

เหมียว~

“เอาตัวนี้!!!” จิงหันไปร้องบอกปริญที่ยิ้มมองตัวเองอยู่เสียงดังจนหญิงสาวเจ้าของฟาร์มหัวเราะขำ

“สงสัยคงถูกชะตาจริงๆ ค่ะ เจ้าตัวเล็กนั่นปกติจะนอนคนเข้าไปใกล้จะเปิดตาข้างนึงมองพอไม่ถูกใจก็จะปิดตาหันหน้าหนีตลอดเลย” เธอบอกด้วยน้ำเสียงเอ็นดู จิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มกว้างมันต้องเป็นโชคชะตาของเขากับเจ้าตัวนี้แน่ๆ

“ผมเอาตัวนี้ครับ ราคาเท่าไหร่ครับ”

หลังจากตกลงราคาชำระเงินรับฟังการเลี้ยงข้อแนะนำเอกสารต่างๆ เสร็จร่างสูงโปร่งก็เดินออกมาพร้อมกับกรงที่มีลูกแมวตัวน้อยนอนเกียจคร้านอยู่ในนั้นด้วยรอยยิ้มสดใสจนคนที่หอบเอาของใช้เยอะแยะมากมายของเจ้าเหมียวมาใส่หลังรถยิ้มตาม น่ารักทั้งแมวทั้งเจ้าของแมวเลยสิให้ตาย

“พี่จะตั้งชื่อมันว่าอะไรครับ” ป๋อเอ่ยถามเมื่อเขาทั้งคู่ขับออกจากฟาร์ม จิงยกมือกอดอกใช้ความคิดคิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันหันไปมองเจ้าตัวเล็กที่นอนขดอยู่ในกรงสบายใจเฉิบแล้วก็หัวเราะออกมา

“น้องถั่ว” ปริญได้ยินดังนั้นก็หันไปมองคนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ข้างกาย

“หืม?” จิงยิ้มกว้างแล้วชี้ให้อีกคนดู

“ก็ดูสินอนขดอย่างกับเมล็ดถั่วเขียวชื่อน้องถั่วนี่แหละเข้าสุดๆ” คนตั้งชื่อยิ้มอย่างภูมิใจเอี้ยวตัวไปเคาะกรงเจ้าเหมียวเบาๆ

“ใช่ไหมน้องถั่ว”

เหมียว~

เจ้าตัวเล็กตอบรับเสียงเกียจคร้านเรียกเสียงหัวเราะจากมนุษย์ทั้งสองคนในรถ ปริญหัวเราะน้อยๆ เหลือบมองทั้งคนทั้งแมวมองมากหน่อยก็เจ้าของแมว

วันนี้จิงยิ้มมากเป็นพิเศษส่งผลไม่ดีกับหัวใจดวงน้อยของเขาอย่างยิ่ง ปริญเก็บคำพูดมากมายเอาไว้ในใจอยากชวนคุยเอ่ยถามเรื่องราวต่างๆ หลังจากห่างหายกันไปกว่าสี่ปีแต่ก็กลัวว่ารอยยิ้มที่สดใสนี้จะหายไป เขาจึงทำได้เพียงยิ้มและแอบมองคนที่ฮัมเพลงอย่างมีความสุขไปตลอดทางกลับเข้ากรุงเทพฯ

“เอ้อคุณหิวหรือเปล่า” จิงโพล่งถามขึ้นมาคนที่ขับรถอยู่เลิกคิ้วแล้วเอ่ยตอบ

“นิดหน่อยครับแต่รถติดมากอีกอย่างถ้าแวะทานแล้วถั่วจะทำไงล่ะครับ”

“เออจริงด้วยผมก็ลืมไปสนิทเลยร้านอาหารเขาไม่ให้เอาสัตว์เลี้ยงเข้าไปด้วยสิเนอะ”

จิงใช้ความคิด เขาอยากเลี้ยงข้าวอีกคนเป็นการตอบแทนอุตส่าห์พาเขามาซื้อ ขับรถให้ ช่วยเลือกน้องถั่วแถมยังเป็นธุระขนของใช้น้องถั่วให้อีกต่างหาก

“พี่หิวหรอครับ” ป๋อเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอีกคน จิงได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่มากหรอกแค่อยากเลี้ยงตอบแทนคุณน่ะ วันนี้รบกวนคุณมากเลย” คนฟังยิ้มกว้าง

“ไม่รบกวนเลยครับเรื่องแค่นี้เล็กน้อยเองส่วนเรื่องเลี้ยงข้าวตอบแทนเอาไว้วันหลังก็ได้ครับวันนี้ถั่วคงไม่สะดวกเท่าไหร่” ป๋อบอกเสียงกลั้วหัวเราะ ถึงเขาจะเต็มใจพาไปแต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้อยู่กับจิงในครั้งต่อไปให้หลุดลอยไปได้หรอก จะเก็บทุกเม็ดเลย

“อืม...จะรังเกียจไหมถ้าจะเลี้ยงข้าวฝีมือผม”

จิงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงลังเลกลัวว่าอีกคนจะหาว่าเขาขี้งกเลี้ยงตอบแทนด้วยอาหารพื้นๆ แถมยังเป็นฝีมือบ้านๆ ของตัวเองอีกแต่ทำไงได้ล่ะเขาอยากตอบแทนอีกคนนี่อีกอย่างก็อยากทำให้มันจบๆ ไปเลย

จิงไม่ได้อคติอะไรกับเด็กหนุ่มข้างกายเพียงแต่เขาต้องการจะปกป้องตนเองจากอาการแปลกๆ ที่เขานั้นพยายามที่จะไม่ยอมรับในอกก็เท่านั้น เยื่อใยที่เคยมีมันคงมากเกินไปถึงมารบกวนจิตใจเขาแบบนี้

“ไม่รังเกียจครับๆ แต่พี่สะดวกจริงๆ ใช่ไหมครับวันหลังก็ได้นะผมว่างตลอด” ปริญรีบเอ่ยบอก อาการเหมือนเด็กดีใจนั้นชายหนุ่มแทบเก็บเอาไว้ไม่มิดดีที่อีกคนจมอยู่กับความคิดของตัวเองเลยไม่ทันสังเกตท่าทางของเขา

นักบินผู้ช่วยหน้าหล่อพยายามกลั้นรอยยิ้มกว้างของตัวเองจนปวดแก้มไม่กล้าหันไปมองหน้าอีกคนเพราะกลัวว่าจิงจะจับอาการตื่นเต้นของตัวเองได้

“หือ? เอ่อไม่หรอกเพิ่งซื้อของสดเข้าบ้านมาเมื่อวานว่าแต่คุณเถอะอยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าจะได้แวะซื้อของไปเพิ่ม”

“อยากทานแกงส้มชะอมกุ้งมากเลยครับ” ชายหนุ่มบอกความต้องการของตัวเองออกไปทำให้คนที่เอ่ยถามชะงักนิ่ง จิงหันหน้าไปมองปริญช้าๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มไร้เดียงสานั้นคนอายุมากกว่าก็ยิ้มบาง

“ได้สิถ้าอย่างนั้นขอแวะตลาดสดก่อนถึงหมู่บ้านแปบนะ ผมวิ่งลงไปซื้อชะอมกับกุ้งแปบเดียวคุณอยู่เป็นเพื่อนน้องถั่วไปนะ”

“ได้ครับใกล้ถึงตลาดพี่บอกผมด้วยนะ”

“อื้อ”

และภายในรถก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ทั้งสองคนตกอยู่ในความคิดของตัวเอง จิงนั้นหันหน้ามองข้างทางพร้อมกับเก็บความสั่นไหวภายในอกกลับไปให้ลึกเช่นเดิม เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแค่อยากทานหรือจำได้กันแน่ว่าเมนูนั้นคือเมนูแรกที่เขาหัดทำให้อีกคนทาน

คิดไปก็เท่านั้นคนมองโลกในแง่ดีถอนหายใจแล้วยิ้มบางกับตัวเอง ไม่มีประโยชน์ที่จะหาคำตอบหรือคิดอะไรให้มากความคิดไปก็ปวดหัวเปล่าแถมยังเป็นการกวนตะกอนที่นอนก้นอยู่ในใจให้ฟุ้งขึ้นมาอีก จิงคิดได้ดังนั้นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นฆ่าเวลาฟุ้งซ่านของตัวเอง

ส่วนคนที่พยายามโยนหินถามทางเมื่อเห็นท่าทางของอีกคนก็อมยิ้มในใจเห็นได้ชัดว่าจิงเองก็คงคิดเหมือนกัน ป๋อรู้ว่าการทำแบบนี้มันเป็นการเห็นแก่ตัวแต่สำหรับเขาแล้วเพื่อจะได้กลับเข้ามาในชีวิตจิงได้กลับเข้ามาอยู่ในสายตาแล้วเขาทำได้ทั้งนั้น

ความเจ็บปวดนั้นเขาจะขจัดมันออกไปด้วยมือของเขาเองขอเพียงแต่จิงให้โอกาสเท่านั้น

“จอดตรงนี้แหละรอแปบนะผมวิ่งลงไปแปบเดียวฝากน้องถั่วด้วย”

จิงบอกรวบรัดคราวเดียวคว้ามือถือกับกระเป๋าเงินเปิดประตูวิ่งลงไปก่อนที่ป๋อจะได้เอ่ยปาก คนหนุ่มอ้าปากค้างเก็บมือที่ยื่นออกไปกลับมาเกาหัวตัวเองแล้วหันไปมองเจ้าขนปุยตัวน้อยที่นอนมองเขาอยู่นิ่งๆ

“แม่เรานี่ไปไวอย่างกับจรวด” ป๋อคุยกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นนิ้วเข้าไปเกลี่ยขนเจ้าตัวเล็กเล่น

เหมียว~

เจ้าตัวเล็กครางรับเหมือนเข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดว่าอะไรทำให้ชายหนุ่มยิ้มเอ็นดู สาเหตุที่เขาเลือกเจ้าตัวเล็กนี้ให้จิงก็เพราะว่าเขารู้สึกว่ามันเหมือนกับเขา หนึ่งคนหนึ่งแมวมองตากันนิ่งก่อนจะตัวเล็กจะหลับตาพริ้มครางอย่างพอใจที่นิ้วเรียวยาวเกาพุงของมัน

“หึหึ ดูแลแม่แทนป๊าให้ดีๆ นะ”

เหมียว~

“มาแล้วๆ ร้อนมากคุณช่วยเปิดกระโปรงหลังให้หน่อยได้ไหม”

จิงในสภาพเหงื่อซึมตามใบหน้าเปิดประตูพร้อมบอกความต้องการของตัวเองอย่างรวดเร็ว ป๋อกระพริบตาปริบๆ แล้วพยักหน้า เมื่อร่างสูงโปร่งของจิงเก็บของไว้หลังรถเรียบร้อยก็สอดตัวเข้ามานั่งในรถพร้อมกับเอาหน้าไปจ่อกับแอร์แล้วหลับตาพริ้ม

“พี่วิ่งลงรถไปเร็วมากจนผมเรียกไม่ทัน” จิงเปิดตาข้างนึงหันไปเลิกคิ้วถาม อากัปกิริยาแบบนี้เหมือนกับเจ้าถั่วในกรงไม่มีผิด ป๋ออมยิ้มแล้วชูสิ่งที่อยู่ในมือให้อีกคนดู

“กำลังจะหยิบพัดลมเล็กให้พี่ติดมือลงไปด้วยแต่ก็เรียกไม่ทันน่ะครับ” จิงเบะปากทำหน้าเสียดาย

“โถ่แล้วก็ไม่เรียกให้เร็วกว่านี้” เขาโอดครวญแล้วยื่นมือไปรับพัดลมเล็กมาเปิดจ่อใบหน้าพร้อมกับผึ่งแอร์ไปด้วย คนขับรถยิ้มเอ็นดูก่อนจะออกรถเพื่อเดินทางกลับบ้าน

“เฮ้ย! ผมลืมกลับไปเอารถที่ร้าน!!” จิงร้องออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมรถไว้ที่ร้าน ก็คิดไว้ว่าเหมือนลืมอะไรสักอย่าง เขาตบหน้าผากตัวเองเสียงดังลืมรถทั้งคันไปได้ยังไงนะ ป๋อเหลือบมองคนขี้ลืมยิ้มๆ แล้วเอ่ยบอก

“เดี๋ยวผมพาขับกลับไปเอาก็ได้ครับ” แต่จิงโบกมือปฏิเสธ

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมนั่งแท็กซี่ไปทำงานเลิกงานค่อยแวะเอายังไงก็ต้องเข้าร้านอยู่แล้ว”

“เอาอย่างนั้นหรอครับ” ป๋อเอ่ยถามย้ำ ใจจริงอยากเสนอตัวพาอีกคนไปทำงานด้วยเพราะพรุ่งนี้เขาบินไฟล์ทเดียวกันแต่ก็กลัวว่าจะมากเกินไปแล้วจิงจะรู้ตัว เอาเป็นว่าเงียบไว้ก่อนดีกว่า

“อื้อเอาอย่างนั้นแหละ คุณรอแปบนะเดียวผมเปิดประตูให้” จิงบอกแล้วเปิดประตูลงจากรถไปเปิดประตูบ้านตัวเองให้รถคันสวยของนักบินผู้ช่วยหนุ่มขับเข้ามาจอด

“เล่นกับน้องถั่วไปก่อนนะผมเข้าไปทำกับข้าวแปบคุณอยากทานอะไรเพิ่มไหม” เมื่อช่วยกันขนของเขามาในบ้านเสร็จจิงก็เอ่ยบอก

“ไม่ครับตามใจพี่เลยแต่ให้ผมเข้าไปช่วยก็ได้นะครับ” เจ้าของบ้านรีบยกมือห้าม

“ไม่เป็นไรๆ” ป๋อเห็นสีหน้าอีกคนก็หรี่ตามอง

“พี่กลัวผมทำครัวพี่พังใช่ไหม” หนึ่งข้อเกี่ยวกับอดีตคนรักที่จิงจำได้ขึ้นใจก็คือไม่ควรปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่ในครัวเป็นอันขาด เมื่อถูกจับได้คนโตกว่าก็ยิ้มรับ

“น่าๆ นั่งเล่นกับน้องถั่วไปเถอะ น้องถั่วรอปะป๊าแปบนะครับทำกับข้าวเสร็จแล้วเดี๋ยวมารินนมให้” จิงก้มตัวลงไปกอดหอมสัตว์เลี้ยงตัวเองก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในครัวทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งหน้ามุ่ยอยู่กับสัตว์หน้าขนตัวเล็ก

“ปะป๊าอะไรกันล่ะ แม่ต่างหากเนอะน้องถั่ว” ป๋อบ่นกับเจ้าตัวเล็กเบาๆ และเหมือนว่ามันจะรับรู้จึงครางรับ

เหมียว~

ระหว่างรออีกฝ่ายทำอาหารป๋อก็ถือโอกาสสำรวจภายในบ้านอีกคนเล็กน้อย เมื่อสำรวจจนพอใจก็กลับมานั่งเล่นนอนเล่นดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับน้องถั่วที่เดินเตาะแตะทั่วบ้านจนพอใจก็กลับมานั่งแหมะบนตักเขา

Rrrr Rrrr 

“ว่าๆ” จิงใช้มือนึงถือโทรศัพท์อีกมือก็คนแกงส้มในหม้อไปด้วย

‘ได้มาหรือยังล่ะ’ เพื่อนตัวเล็กเอ่ยถาม

“ได้มาแล้วๆ น้องถั่วน่ารักมาก” จิงกรอกเสียงลงไปอย่างตื่นเต้นทำให้อีกฝ่ายหัวเราะตอบกลับมา

‘แล้วกลับกันมาหรือยังเงียบหายไปเลย’

“กลับแล้วๆ ถึงบ้านได้สักพักแล้วแหละขอโทษทีนะแอลเราลืมโทรบอกแล้วก็ลืมกลับไปเอารถด้วย แหะๆ”

‘ว่าแล้วว่าต้องลืมแต่กลับถึงบ้านก็ดีแล้วแหละ อ่าวแล้วพรุ่งนี้จะไปทำงานยังไงให้เราขับเอารถไปให้มั้ย’

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวเรานั่งแท็กซี่ไปได้เลิกงานแล้วค่อยแวะไปเอา”

‘อย่างนั้นก็ได้แล้วเป็นไงบ้างกับคนที่ไปด้วยน่ะ’

“ก็ไม่ยังไงนะ มีทำตัวไม่ถูกบ้างแต่เดี๋ยวก็หาย” จิงบอกเพื่อนด้วยรอยยิ้มแม้ว่าจะไม่เห็นแต่ฟังจากน้ำเสียงแอลก็รู้ว่าเพื่อนที่แสนดีของเขายิ้มอยู่

‘ดีแล้ว เอาจริงเราแอบรู้สึกผิดที่ปล่อยให้นายออกไปกับน้องมัน’

“เฮ้ยไม่เป็นไรเลยๆ อย่าคิดมากนะแอลเรายังไม่คิดมากเลยต้องขอบคุณเขาด้วยซ้ำที่เป็นคนพาไปหาน้องถั่ว นี่น้องถั่วก็เป็นเขาที่เลือกให้นะ” จิงบอกกับเพื่อนเสียงเจื้อยแจ้ว

‘มีแววรีเทิร์นรึป่าวน้า’ พอได้ยินเสียงเพื่อนเอ่ยล้อจิงก็ชะงักแล้วตอบออกมาทันที

“ไม่ๆ เราไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นนะเขาเองก็ด้วย” จิงรีบปฏิเสธลิ้นพันกันจนปลายสายหัวเราะขำ

‘เราล้อเล่น’ จิงยู่ปาก

“อย่าพูดอะไรแบบนี้สิ เราไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ นะ” เสียงของเขาเบาลงพลางรู้สึกวูบโหวงในใจอย่างไม่ทราบสาเหตุ

‘ขอโทษนะคิดมากหรอ เราไม่น่าพูดเล่นเลย ขอโทษนะจิง’ เสียงปลายสายกล่าวอย่างรู้สึกผิด คนฟังยิ้มบาง

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวเราทำกับข้าวต่อก่อนนะ”

‘อื้มมีอะไรโทรมานะ’

“ครับแม่”

‘เดี๋ยวเตะเลยนี่!’ จิงหัวเราะชอบใจมือเรียววางโทรศัพท์แล้วหันกลับมาสนใจทำอาหารตรงหน้าพลางบอกกับตัวเอง

ก็เหมือนกับคนก่อนๆ ถึงจะเลิกรากันไปแล้วแต่จิงก็ยังสามารถให้มิตรภาพกับทุกคนได้ คนที่อยู่ในห้องนั่งเล่นนั้นก็เหมือนกัน ไม่มีอะไรหรอกเขาน่ะคิดมากไปเองที่เอาคำเพื่อนเก็บมาคิด

แต่ฉันไม่เคยรู้ว่าความรัก จะรู้สึกเหมือนหัวใจวายได้ขนาดนี้ 

tbc 

ความคิดเห็น