email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : จดจำ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 21.5k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ค. 2564 11:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
จดจำ
แบบอักษร

ภายในห้องที่มืดสนิท ร่างสูงใหญ่นอนเหยียดตัวบนโซฟา หันไปมองประตูเป็นระยะ

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูเข้ามาทำให้เขาดีดตัวขึ้นจ้องมองทางนั้นอย่างไม่วางตา หรี่ตามองคนที่เข้ามา แสงไฟสว่างจ้าขึ้นทำให้เขาต้องหลับตาลงแล้วลืมขึ้นใหม่

พราวฟ้าสะดุ้งตกใจหนังสือในมือแทบหล่นเมื่อเห็นว่ามีคนนั่งอยู่ในห้อง ทำไมถึงไม่เปิดไฟนะ เธอขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ได้สนใจร่างสูงที่จ้องเธอตามแทบไม่กะพริบ

เขาไม่นัดกับเอมม่าหรอกเหรอทำไมถึงอยู่ที่ห้อง

และการที่เขาจ้องแบบนี้ทำให้เธอประหม่า เลือกที่จะเดินเลี่ยงเข้าไปในห้อง แต่ยังไม่ทันได้เปิดประตู เสียงดังกังวานก็พูดขึ้นซะก่อน

“ไปเรียนรึไปอ่อยผู้ชาย ไม่ใช่ว่าใครหน้าตาดีหน่อยก็ยอมอ้าขาให้เขาหมด”

พราวฟ้าเม้มปากแน่นรู้สึกเจ็บจี๊ดเข้าไปในอก กำมือเข้าหากันแน่น

ไม่ใช่ว่าเธอยอมเขาแล้วเขาจะว่าอะไรเธอก็ได้

“หมายความว่ายังไงคะ” หญิงสาวหันไปเผชิญหน้า

ไคล์ยิ้มมุมปาก

“อย่าทำมาเป็นไม่เข้าใจ เธอมันร่านแค่ไหนทำไมฉันจะไม่รู้ แต่ฉันขอเตือน อย่ายุ่งกับเพื่อนฉัน” ไคล์เดินเฉียดเข้าไปใกล้ร่างบางที่ยืนสั่นเท่าด้วยความโกรธ น้อยใจ ปะปนกันไปหมด ปากบางเม้มเข้าหากันจนเจ็บ

“ฉันไม่ได้ทำอะไรอย่างที่คุณว่า”

“หึ อ่อเหรอ แต่ที่ฉันเห็นมันไม่ใช่ อย่าร่านให้มันมากนัก ฉันไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร ร่างกายเธอเป็นของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์เอาไปเร่ขายหรือแจกจ่ายให้ใครเรี่ยราดทั้งนั้น จำไว้”

ริมฝีปากหนาเฉียดไปมาข้างแก้มนวล มือใหญ่ลูบไล้อยู่ที่สะโพกมนขย้ำเบาๆ

ร่างบางนิ่งงันให้เขาทำตามใจที่เขาอยากทำ คำพูดร้ายกาจของเขา เธอจะจดจำไว้ทุกห้วงของความรู้สึก และรอวันที่เธอจะทำใจไปจากเขาได้เต็มร้อย

“เข้าใจไหมแม่นางบำเรอ” กระซิบเสียงแหบพร่า ร่างใหญ่ดันร่างบางชิดประตูห้องนอน

“ฉันไม่เคยทำอะไรแบบนั้น ฉันรู้ตัวดีว่าตัวเองอยู่ตรงไหน” พราวฟ้ากลั้นใจพูดออกไปด้วยความสัตย์จริง สบตาเขาจริงจัง

แววตาที่ส่งผ่านมาทำให้ไคล์ชะงัก มองดวงตานั้นนิ่งงัน

“ทำให้ได้อย่างที่พูด เพราะถ้าเธอทำไม่ได้ หรือร่านไปนอนกับคนอื่นเมื่อไหร่ เธอต้องออกไปจากชีวิตฉันและครอบครัวของฉัน” ไคล์หลบตาปล่อยวาจาร้ายกาจใส่เธออีกครั้ง

พราวฟ้ากะพริบตาปริบๆ กักเก็บน้ำตาที่กำลังคลอเบ้า เขาคงอยากให้เธอออกไปจากชีวิตเขามากสินะ

“ฉันรู้” พูดเสียงเบา การคุยกันครั้งนี้ของเขากับเธอ เธอไม่หลบตาเขาสักนิด ไคล์มองเข้าไปในดวงตานั้นอย่างต้องการหาคำตอบ เขาไม่เคยสบตาเธอจริงจังเลยสักครั้ง หรือเพราะทุกครั้งเธอชอบหลบตาเขา ไม่กล้าสบตา แต่ทำไมครั้งนี้ถึงไม่หลบ

แล้วแววตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง

ไคล์สะบัดหน้าหนี ดันตัวออกห่าง

“ไปทำอะไรให้กินด้วย หิว” เขาเดินหัวเสียกลับมาที่โซฟาตัวเดิม

พราวฟ้ากะพริบตาปริบๆ มองร่างใหญ่ที่เดินออกไป สูดลมหายใจเข้าลึกๆ มาอารมณ์ไหนของเขา แล้ววันนี้ไม่ออกไปไหนรึไง ทุกวันไม่เห็นอยู่ติดห้อง

หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ เดินเข้าห้องเพื่อเก็บของ ก่อนจะออกมาทำอะไรให้คนอารมณ์แปรปรวนกิน

เสียงทีวีเกี่ยวกับข่าวกีฬาดังเข้ามาภายในห้อง

เขาไม่ออกไปไหนจริงๆ คงไม่ได้กวนประสาทเธอเล่นด้วยเรื่องหิว

พราวฟ้าพาตัวเองเดินเข้าไปในห้องครัว ดูว่ามีอะไรพอทำกินได้บ้าง นี่มันก็ดึกมากแล้ว ทำไมเขายังไม่หาอะไรกินอีก ส่วนเธอนั้นกินมาแต่ข้างนอกกับพวกเพื่อนๆแล้ว

พอเปิดตู้เย็น ก็ไม่มีอะไรอย่างที่คิดไว้จริงๆ เพราะเสาร์อาทิตย์เธอก็นอนป่วยอยู่โรงพยาบาล เลยไม่ได้ซื้ออะไรมาใส่ไว้ เปิดตู้ข้างบน ก็เห็นมาม่าอยู่สองห่อ

เลยตัดสินใจต้มมาม่าใส่ไข่ให้เขา เขาคงไม่เทมันทิ้งหรอกนะ

พอเสร็จเธอก็เดินออกไปเรียกเขา

“เสร็จแล้วค่ะ จะให้ยกมานี่หรือกินข้างใน” ไคล์เหลือบตาขึ้นมอง

“ยกมานี่” เขากำลังติดพันฟุตบอลนัดสำคัญอยู่

พราวฟ้าเหลือบตามองทีวีที่เขาจ้องอยู่ก็พยักหน้าเข้าใจ เขาคงอยู่ห้องดูบอลสินะ เลยไม่ออกไปไหน แสดงว่าเรื่องที่เอมม่าพูดก็ไม่ใช่เรื่องจริง

แล้วทำไมเธอต้องดีใจด้วยนะ

พราวฟ้าเดินกลับเข้าไปในห้องครัวยกถ้วยมาม่าร้อนๆ มาให้ไคล์พร้อมตะเกียบกับช้อน วางลงตรงหน้าเขา

กลิ่นหอมลอยขึ้นเตะจมูก เจ้าของคำสั่งก้มลงมองเมนูอาหารที่หญิงสาวทำให้ ขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ต้มมาม่า” อาหารขยะชัดๆ

ไคล์เงยหน้าขึ้นมองพราวฟ้าเขม็ง

“ในตู้เย็นมีของแค่นี้ค่ะ” เธอบอกเสียงเรียบ กลั้นใจรอฟังว่าเขาต้องการอะไรอีกรึเปล่า

“น้ำด้วย” แต่เขากลับขอน้ำ เธอเลยเดินไปเอามาให้

“ขอตัวนะคะ” ตอนนี้เธอง่วงเต็มที เหลือบตามองนาฬิกานี่มันเกือบจะห้าทุ่มแล้ว

“อาบน้ำเสร็จออกมาหาฉันด้วย” ก่อนที่เธอจะเดินถึงประตูห้อง ก็โดนสั่งอีกรอบ

พราวฟ้าถอนหายใจเบาๆ ทำไมวันนี้เขาถึงก่อกวนเธอนัก

 

ไคล์ตักอาหารขยะที่ตัวเองว่าเข้าปาก รสชาติก็ไม่ได้เลวร้ายนี่นา สายตาก็จับจ้องฟุตบอลนัดสำคัญไปด้วย จนกระทั่งหมดครึ่งแรก

ไคล์เหลือบตามองไปที่ประตูห้องของคนที่ทำให้เขาหงุดหงิดมาทั้งวัน ยัยตัวดีคิดจะขัดคำสั่งเขารึไง ทำไมยังไม่ออกมา อาบน้ำอะไรเป็นชาติ

ร่างสูงลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้องของพราวฟ้า แต่ยังไม่ทันจะก้าวถึง เสียงออดหน้าห้องเขาก็ดังขึ้นซะก่อน ทีแรกเขาจะไม่สนใจเพราะไม่ได้นัดใครไว้ และนี่มันก็ดึกมากแล้ว ใครมันมาตอนนี้ แต่ก็ต้องหงุดหงิดเพราะมันดังไม่หยุด

ใครมาวะ เขาเหลือบตามองประตูห้องของพราวฟ้าแล้วตัดสินใจเดินไปที่ประตูห้องเพื่อดูว่าใครมันมารบกวนเขาเวลานี้

พอเปิดออก คนที่ยืนอยู่หน้าประตูทำให้เขาขมวดคิ้ว สีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“มาได้ไง ไม่ใช่สิ เธอขึ้นมาบนนี้ได้ยังไง” ไคล์สบถให้กับระบบความปลอดภัยของที่นี่ มันดีเยี่ยมมากไม่ใช่รึ แล้วแม่นี่ขึ้นมาข้างบนได้ไง นอกเสียจากว่าเธอจะมีคนรู้จักอยู่ที่นี่เลยขึ้นมาได้

“คือ...เอมม่าคิดถึงคุณค่ะ คุณไม่มาหาเอมม่าเลย ส่งข้อความมาก็ไม่ตอบ” เอมม่าพยายามทำตัวออดอ้อน ทั้งที่ในใจเธอเต้นระทึก เธอรู้ว่าไคล์เป็นผู้ชายที่น่ากลัวแค่ไหน ถ้าเขาลองปฏิเสธผู้หญิงครั้งหนึ่งแล้วเขาไม่มีวันสนใจอีก

แต่เธอก็อยากลองสักครั้งเพราะเธอรักเขาไปแล้ว เธอหลงรักผู้ชายร้ายกาจคนนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ถึงเขาจะร้ายแค่ไหนเธอก็อยากลองเสี่ยง ยังไงเธอก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเมียเขาแล้ว ผู้ชายเพอร์เฟคอย่างเขาใครๆ ก็อยากครอบครอง

ไคล์กลอกตาไปมา เขารู้ว่าผู้หญิงทุกคนมีนิสัยไม่เหมือนกัน แต่ผู้หญิงที่เขาเกลียดที่สุดคือ คนที่คิดว่าตัวเองสำคัญ

“เธอเลยมาที่นี่” เขาพลาดเป็นอย่างมากที่เคยพาผู้หญิงคนนี้มาที่นี่ เพราะปกติเขาจะไม่พาใครมาที่ห้อง หรือรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว

ตอนนั้นมันแค่นึกสนุก อยากทำให้นางบำเรอของเขาปรี๊ดแตก แต่มันก็ไม่ได้ผล ยัยนั่นนิ่งยิ่งกว่าหุ่นยนต์

แถมคนที่พามายังเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกันกับเธออีก

มันเป็นเรื่องที่นาบัดซบสิ้นดี

“เอมม่าคิดถึงคุณจริงๆ นะคะไคล์ เอมม่าอยากกอดคุณ” สาวเจ้าถลาตัวเข้าไปกอดเจ้าของห้อง ออดอ้อนให้เขาเห็นใจ

“ฉันไม่อนุญาตให้ใครมารุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวถ้าไม่ได้รับอนุญาต เธอกลับไปเถอะ ฉันว่างเมื่อไหร่จะติดต่อไปเอง” ไคล์ดันเธอออกจากตัว ตอนนี้เขาหงุดหงิดเป็นบ้า

“แต่..ยังไงตอนนี้เอมม่าก็มาถึงนี้แล้ว วันนี้ให้เอมม่าค้างกับคุณนะคะ” สาวเจ้ายังออดอ้อนต่อ

“อย่าพูดไม่รู้เรื่อง” น้ำเสียงห้วนๆ ปนหงุดหงิดทำให้เอมม่ารู้ว่าไคล์เริ่มจะระเบิดใส่เธอเต็มที ปากบางเม้มเข้าหากัน เธออุตส่าห์ทำถึงขนาดนี้ยังไม่ได้ผล

“งั้นก็ได้ค่ะ ถ้างั้นไคล์ไปส่งเอมม่าหน่อยได้ไหมคะ เอมม่าไม่ได้เอารถมา” แต่เธอยังใจกล้าขอให้เขาไปส่ง

ไคล์กลอกตาไปมา สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ผู้หญิงนี่มันเป็นตัวปัญหาจริงๆ ทำให้เขาหงุดหงิดได้ทุกคนสินะ

“ฉันจะเรียกแท็กซี่ให้” ไคล์หยิบโทรศัพท์ออกมา กดเรียกแท็กซี่ให้เธอ เอมม่าหัวใจหล่นวูบ อยากโต้แย้งเขาแต่เธอก็ไม่กล้าทำ การที่เขาแสดงออกแบบนี้ เท่ากับว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับเธอเลย

เขาไม่ห่วงเธอสักนิด ว่าตอนนี้มันดึกแค่ไหน เขาเป็นผู้ชายที่ใจร้ายมากจริงๆ

“ทะเบียน 2342 ไว้ใจได้ ลงไปรอด้านล่างกำลังมา ฉันไม่ส่งนะ”

ปัง

เสียงปิดประตูกระแทกหน้าทำให้เข่าหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าห้องแทบทรุด เอมม่าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จิกมือเข้าหากัน เธอยังไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก ไคล์ต้องเป็นของเธอ

“นี่ฉันรอเธอเป็นชาติแล้วเมื่อไหร่จะออกมา”

เสียงแววๆ มาจากข้างในทำให้ขาที่กำลังจะก้าวเดินออกไปชะงัก เอาหูแนบประตูแทบไม่ทัน หัวใจเต้นระทึก

“เขาอยู่กับใคร ทำไมเขาถึงมีคนอยู่ด้วย” เอมม่าพึมพำไปมา เริ่มกระวนกระวาย เพราะแบบนี้รึเปล่าเขาถึงไม่ยอมให้เธอเข้าห้อง

ใช่ ตอนที่เธอมาที่นี่ครั้งแรกเขาไปเอาเสื้อของผู้หญิงมาให้เธอใส่ เธอลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไง

เขาอยู่กับใคร หรือจะเป็นน้องสาว ไม่น่าจะใช่ ไคล์เป็นลูกคนเดียว

แฟน ไม่มีทาง ไคล์ไม่มีทางมีแฟนแน่ ถ้ามีแฟนเขาคงไม่ทำตัวลอยไปลอยมาแบบนี้แน่

เธอต้องรู้ให้ได้

เอมม่ายังแนบหูกับประตู แต่เพราะไม่ได้ยินอะไรอีกทำให้เธอต้องตัดใจ เดินออกมาจากตรงนั้นด้วยความหงุดหงิด ร้อนรนในใจ เธอต้องรู้ให้ได้ว่าใครอยู่กับเขา

 

ทางด้านของพราวฟ้า หัวใจเธอเต้นระทึกกลัวไปหมด เธอกำลังจะเปิดประตูห้องออกไป แต่ก็ได้ยินเสียงข้างนอกซะก่อน รับรู้ว่ามีคนมาหาไคล์ เธอจึงยืนนิ่งฟังอยู่หลังประตู

เสียงที่ดังขึ้นทำให้เธอแทบกลั้นหายใจ

นั่นมันเสียงของเอมม่า เอมม่ามาหาไคล์ พวกเขาคงไม่ได้นัดกันที่นี่หรอกใช่ไหม เอมม่าพูดเรื่องจริง

แต่ใจความที่ทั้งสองคนคุยกันทำให้เธอรู้ว่าไคล์ไม่ได้นัดเอมม่ามา เธอมาเอง

ทำให้เธอโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งไคล์ไล่เอมม่ากลับไปยิ่งทำให้เธอดีใจ

พอคิดอีกด้าน เอมม่าก็ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อนของเธอ มันทำให้เธอรู้สึกรังเกียจตัวเอง ที่ใช้ผู้ชายคนเดียวกับเพื่อน ทำไมไคล์ถึงได้ทำแต่เรื่องร้ายกาจกับเธอนักนะ เขาจะให้เธอออกไปจากชีวิตเขาให้ได้เลยใช่ไหม

ก๊อกๆ

“นี่ฉันรอเธอเป็นชาติแล้วเมื่อไหร่จะออกมา” เสียงเคาะประตู พร้อมกับเสียงห้วนๆ ปนหงุดหงิดของคนเป็นเจ้าชีวิตเธอตอนนี้ดังขึ้น ทำให้สติของเธอกลับมา

ปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะค่อยๆ เปิดประตูออกไป มองหน้าเขานิ่ง

ที่เธอต้องนิ่งและทำตัวเย็นชากับเขาทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน เพราะเธอไม่อยากเผลอแสดงด้านที่ทำให้เขาสมเพชเธอไปมากกว่าเธอ

ความจริงเธอก็อยากเป็นผู้หญิงธรรมคนหนึ่ง ที่อยู่กับคนที่ตัวเองรักอยากมีความสุข อยากออดอ้อนเขาทุกครั้งที่อยู่ใกล้กัน อยากพูดจาหวานๆ ด้วย

แต่ไคล์ไม่ใช่ เขาไม่เคยเปิดรับเธอเลย

นอกซะจากเรื่องบนเตียง

ความคิดเห็น