ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ฉลามไม่กินเนื้อ : 01

ชื่อตอน : ฉลามไม่กินเนื้อ : 01

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.5k

ความคิดเห็น : 19

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ก.ย. 2562 10:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ฉลามไม่กินเนื้อ : 01
แบบอักษร

01 

 

 

 

เสียงเพลงคลอชวนฟังยามดึกดื่นพาให้โยกตัวแผ่วเบาตามจังหวะ สายตาผมกวาดมองไปทั่วทั้งร้านสบกับบางสายตาที่ตั้งใจส่งมาให้พลางขยับริมฝีปากส่งรอยยิ้มหวานกลับไป ทิ้งสายตาไว้สักพักก่อนจะเลื่อนไปที่อื่นคล้ายว่าไม่ตั้งใจ  

ทั้งโต๊ะในตอนนี้มีเพียงผมคนเดียวเท่านั้น เพื่อนคนอื่นที่นัดกันว่าจะมาก็ยังไม่มีใครมาถึง ตั้งแต่นั่งมาก็มีหลายคนที่แวะเวียนมาชนแก้วและพูดคุยด้วย บางคนก็ชวนให้ผมไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนเขาเพราะคิดว่าผมมาคนเดียว ตามจริงก็อยากจะไปอยู่หรอกถ้าเกิดไม่กลัวว่าไอ้พีทเพื่อนชายใจหญิงมันจะตามมาจิกหัวผมทีหลังน่ะ แค่คิดก็เจ็บหนังหัวแล้วเนี่ย 

แต่พวกมันก็ผิดอะ มาช้า! ปล่อยให้ผู้ชายตัวเล็ก ๆ หน้าตาดีแบบผมนั่งอยู่คนเดียวในร้านอะไรแบบนี้ได้ยังไง 

ดูแต่ละคนที่จ้องผมสิ..มีแต่คนตัวใหญ่ ๆ ท่อนแขนแน่นตึงภายใต้เสื้อแขนยาวนั่นล็อกทีผมคงดิ้นไม่หลุดแน่ ๆ คิดแล้วมันก็เผลอกัดปากตัวเองขึ้นมา นี่กลัวจริง ๆ นะเนี่ย กลัวจนตัวสั่นเลยอะมองตามผู้ชายร่างสูงที่พึ่งจะสบตากับผมลุกขึ้นเดินตรงเข้ามา 

ซี้ดด ตอนนั่งว่าหุ่นดีแล้วนะ แต่ตอนลุกเดินมาคือแบบ..โคตรดี โดยเฉพาะส่วนล่างที่มาเน้น ๆ ให้เห็นชัด ๆ ขนาดเดินเข้ามาถึงโต๊ะผมก็ยังละสายตาออกจากส่วนนั้นไม่ได้ 

“สวัสดีครับ” เสียงทักทายเจือมากับเสียงหัวเราะขบขัน 

ผมรีบเงยหน้าขึ้น กระแอมเบา ๆ เรียกสติตัวเองและแก้เขินที่เอาแต่จ้องในส่วนที่ไม่ควรจ้อง ก็ใครใช้ให้มันใหญ่ขนาดนั้นล่ะ พอได้มองหน้าผมถึงได้ยิ้มบาง ๆ พูดทักทายเขากลับไปเสียงอ่อนเสียงหวาน “สวัสดีครับคุณ ..เอ่อ”  

“เทมป์ครับ แล้ว..?”  

“ผมแมวน้ำครับ” ตอบพลางยิ้มหวานอีกครั้ง  

“เหรอครับ แมวน้ำ..ฟังดูน่ารักดีนะ ผมมาที่นี่บ่อย ไม่เคยเห็นแมวน้ำเลย เพิ่งมาที่นี่ครั้งแรกเหรอครับ” ร่างสูงถือวิสาสะนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างผม ปลายนิ้วเรียวลูบสะกิดลงเบา ๆ บนหลังมือที่จับอยู่บนแก้วเหล้า แบบนี้มันออกจะข้ามขั้นเกินไปหรือเปล่าถึงผมจะขี้อ่อยแต่ไม่ได้ยอมให้ถึงเนื้อถึงตัวง่าย ๆ หรอกนะ ถ้าไม่ได้ชอบจริง ๆ  

แล้วกับคนนี้ผมก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมายด้วย ก็แค่เห็นว่าหน้าตาดูดีในระดับนึงก็เท่านั้นเอง 

“ครับ เพิ่งเคยมาครั้งแรก ..อะ!” พอผมดึงมือออก เทมป์ก็เลื่อนมือตัวเองลงมาวางหมับลงบนต้นขาผมแทน แผ่นหลังผมยืดตรงก้มมองฝ่ามือนั้นด้วยความตกใจ ตั้งท่าจะปัดออกแต่ก็ช้ากว่าใครบางคนที่ทั้งปัดออกและกระชากคอเสื้อเทมป์ออกห่างจากผม 

“มึงคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่” กดเสียงต่ำถาม ใบหน้าดูดีพิมพ์เดียวกันกับเพื่อนสนิทผมเรียบเฉยดุดันในตอนที่เทมป์ตวัดสายตาขุ่นเคืองไปมอง “กูให้มึงเลือก ..เดินกลับไปนั่งกับเพื่อนมึงที่โต๊ะเหมือนเดิม หรือจะให้กูโยนมึงออกจากร้าน 

อ่า.. พี่พันเอก 

ผมนั่งตัวลีบหด รู้สึกอยากหายตัวได้เพราะหลังจากที่จัดการไอ้คนชื่อเทมป์อะไรนี่เสร็จพี่พันเอกคงหันมากดุผมต่อแน่ ๆ 

“เหอะ! แล้วก็ไม่บอกว่ามีผัวแล้ว” เทมป์โวยวายเสียงดัง สะบัดตัวออกจากมือพี่พันเอกก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อน ผมได้แต่ถลึงตาใส่แผ่นหลังกว้าง ๆ นั่นก่อนจะสะดุ้งโหยงเมื่อถูกสายตาของพี่ชายเพื่อนตวัดมามอง ยกมือขึ้นกอดอกจ้องที่ผมเขม็ง 

ซวยแล้วแมวน้ำาาา 

ง่าาา 

“พี่พันเอกกก เค้านั่งคนเดียวเหงามาก ๆ เลย” รีบส่งเสียงอ้อนไปดักเอาไว้ก่อน 

พี่ชายเพื่อนยังคงทำหน้าเดียวไม่เปลี่ยนจนผมต้องหุบยิ้ม ก้มหน้าลงสำนึกผิด รู้สึกตัวเองจะตัวหดลงไปอีกนิดนึง 

“ช่วยแรดให้มันน้อย ๆ ลงหน่อยได้ไหม ถ้ากูไม่ลงมาดูมันไม่ลากมึงไปไหนต่อไหนแล้วเหรอ” พี่พันเอกไม่ได้ดุผมด้วยเสียงน่ากลัวอย่างที่คิด แต่ก็ยังคงเป็นน้ำเสียงเรียบนิ่งตามใบหน้าของพี่เขา สายตาที่จ้องผมคลายความดุดันในตอนแรกไปจนหมด ผมเลยได้ตีเนียนขยับตัวเข้าไปกอดเอวสอบออดอ้อนกลบเกลื่อนความผิด 

“ผมแค่หาเพื่อนคุยเอง ก็พี่พาผมมาทิ้งไว้ แล้วเพื่อนก็ยังไม่มีใครมา ผมก็เหงาเหมือนกันนะครับ”  

พี่พันเอกนี่..ซิกแพคแน่นมากเลยจากการที่ผมซบอยู่บนหน้าท้องพี่เขาแบบนี้ กลิ่นหอมของน้ำหอมผู้ชายมันช่างดึงดูดให้เปลี่ยนจากซบเป็นฝังจมูกลงไปแทน ก่อนที่พี่ชายเพื่อนจะดันหน้าผมออกจากตัว ถลึงตาดุ ๆ ใส่ผมที่ยิ้มแห้ง 

ซบนิดเดียวเอง ในฐานะเพื่อนน้องชายไง 

“นั่งเฉย ๆ ไอ้พันตรีกำลังมา พวกมึงนี่ก็นะจะฉลองสอบติดไปฉลองอย่างอื่นก็ไม่ได้เสือกเลือกร้านเหล้า อายุแต่ละคนพาพวกกูเสี่ยงคุกเสี่ยงตารางฉิบหาย” พี่พันเอกเริ่มบ่น นั่งลงบนเก้าอี้ข้างผมคาดว่าคงนั่งเป็นเพื่อนรอให้ไอ้พันตรีมานั่นแหละ  

ก็อย่างที่พี่เขาว่าพวกผมจริง ๆ แล้วอายุยังไม่ควรเข้ามานั่งในร้านแบบนี้หรอก แต่เพราะอยากจะฉลองที่สอบติดไอ้พีทมันเลยออกความเห็นว่าอยากมาที่นี่ มะเหมี่ยวก็เห็นด้วย พันตรีมันเลยไปคุยกับพี่ชายมันให้ตอนแรกเหมือนพี่พันเอกจะไม่ยอมให้มา พวกมันเลยให้ผมเป็นคนเข้าไปคุยเอง อ้อนไปเยอะอยู่กว่าพี่เขาจะยอมตกลงพาเข้ามา 

“ร้านเพื่อนพี่คนเยอะจัง” แถมยังมีแต่คนหล่อ ๆ ..ประโยคหลังนี่ไม่กล้าพูดเดี๋ยวจะถูกโบกหัวทิ่มเข้าอีกข้อหาไปแรดต่อหน้าพี่ชายเพื่อนที่เปรียบเสมือนพี่ชายเรา เอาจริง ๆ จากที่รู้จักกันมาพี่พันเอกหวงผมมากกว่าน้องชายแท้ ๆ อย่างไอ้พันตรีอีก  

หวงในฐานะพี่ชายจริง ๆ เพราะพี่เขามีแฟนแล้ว สวยน่ารักมากด้วย  

“อืม เยอะทุกคืน แต่คืนนี้เยอะกว่าปกติเพราะมันช่วงสุดสัปดาห์ กูถึงไม่อยากให้มากันไง” แบบนี้นี่เอง.. ผมพยักหน้าลง กวาดตามองไปรอบ ๆ ร้านอีกครั้ง ก่อนจะหยุดประสานสายตากับใครสักคนที่ยืนอยู่ตรงบันไดทางขึ้นไปชั้นสอง ท่าทีง่วงงุนเล็กน้อยของอีกฝ่ายและรอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปากทำหัวใจผมเริ่มไม่สงบอย่างที่เคยเป็น 

อ่า.. แค่ยิ้มยังทำใจเต้นขนาดนี้เลย 

ผมกวาดมองร่างกายที่ดูมีกล้ามพอเหมาะไม่เยอะเท่ากับเทมป์ก็จริงแต่ทำไมผมรู้สึกชอบมากกว่าก็ไม่รู้ เส้นผมสีควันบุหรี่ยุ่งเหยิงไม่สามารถปกปิดความหล่อที่ทะลุเข้ามาในใจผมได้ อาการผมตอนนี้เหมือนคนตกหลุมรักเลยอะ 

มันต้องใช่แน่ ๆ  

“แมวน้ำ!” 

“หะ! ครับพี่พันเอก” ผมรีบหันกลับมาหาพี่ชายเพื่อน ยิ้มกลบเกลื่อนอาการหน้าร้อนของตัวเองในตอนนี้ คือเขินหัวใจเต้นแรงมากตอนอีกฝ่ายยิ้มมา หน้าผมจะแดงไหมเนี่ย แต่ชอบคนนี้อะ แมวน้ำอยากทำความรู้จักอยากเข้าไปคุยด้วย! 

“หูมึงตึงหรือไง กูเรียกจนปากจะฉีก ถามว่าจะกินอะไรไหมกว่าเพื่อนมึงจะมาก็ห้าทุ่ม” 

ว้อททท ทำไมห้าทุ่ม ไหนบอกเลทมาแค่สี่ทุ่มไง T-T เทกูกันนี่หว่า นัดสามทุ่มเลทสี่ทุ่ม แต่ไหงกลายเป็นว่าห้าทุ่มถึงจะมากันล่ะ 

นี่ถ้าไม่เจอคนหล่อก่อนผมคงได้เบะปากงอแงกับพี่พันเอกไปแล้วแน่ ๆ 

งืออ คนตรงนั้นมาปลอบเราที เราถูกเพื่อนทิ้งง 

“ผมไม่หิวครับ ว่าแต่ทำไมถึงมาช้าล่ะครับ” ผมถาม แสร้งทำหน้าเศร้าสุดฤทธิ์หางตายังแอบเหลือบไปมองเจ้าของผมสีควันบุหรี่ตรงบันไดเกือบจะตลอดเวลา งานดีอ่าา เผลอเลียริมฝีปากแล้วเนี่ย “มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” 

“นิดหน่อย” พี่พันเอกพยักหน้าตอบ ยื่นโทรศัพท์มาให้ผมอ่านข้อความที่พึ่งคุยตอบโต้กัน 

อ่า รถมีปัญหานี่เอง กำลังรอช่างอยู่ ถ้าแบบนี้ให้อภัยก็ได้วะ แต่จะโกรธตรงที่ไม่ทักมาบอกผม ..เอ๊ะ หรือว่าทักนะ ขอควักโทรศัพท์มาดูแป๊บ บังเอิญว่าผมปิดเสียงเอาไว้ตั้งแต่ออกจากบ้านเพราะรำคาญพ่อจะโทรตามมาบ่นอะไรอีกเพราะวันนี้ผมเพิ่งจะมีปัญหากับแม่เลี้ยงหรือก็คือภรรยาคนล่าสุดของพ่อนั่นแหละ 

24 Missed call 

แงงง ฉิบหายแล้วแมวน้ำาา 

ไอ้พันตรีมาถึงได้แดกหัวมึงแน่ ทั้งข้อความ ทั้งมิสคอลขึ้นแดงเถือกขนาดนี้ 

“มึงอยู่คนเดียวได้ไหม เดี๋ยวกูขึ้นไปข้างบนแป๊บเดียว” 

ผมตาวาวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินพี่พันเอกบอก เรียวปากคลี่ยิ้มหวานส่งให้เพื่อนพี่ชายพลางเอ่ย “อยู่ได้ครับ ผมไม่อยากรบกวนพี่ พี่ไปหาเพื่อนเถอะ” 

“ไม่อยากรบกวนกูหรือกลัวแรดแล้วจะถูกกูดุ”  

ทำไมรู้! 

ตีหน้านิ่งไว้ก่อน เราจะต้องไม่แสดงพิรุธออกไปให้พี่เขาเห็น 

“โถ่ ผมจะไปแรดที่ไหนล่ะ แค่เมื่อกี้ก็เข็ดแล้ว” แกล้งโอดครวญไปแบบนั้น อย่างผมน่ะเหรอจะเข็ดถ้ายังไม่ถูกปล้ำคงไม่เข็ดง่าย ๆ หรอก และผมก็ไม่ยอมให้ใครมาฉุดปล้ำได้ด้วย ไม่อยากจะอวดเลยว่าผมน่ะเรียนศิลปะป้องกันตัวมาเกือบทุกแขนงเลยนะ แม่เป็นคนส่งให้เรียนก่อนที่จะแต่งงานไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งผมเอาไว้กับพ่อ 

ครับ ชีวิตผมตอนนี้เหลือแค่พ่อที่หลงเมียใหม่หัวปรักหัวปรำจนมองว่าผมเป็นแค่ส่วนเกินของครอบครัวเขา ถ้าไม่ติดว่าเปปเปอร์น้องชายผมที่เกิดจากแม่เลี้ยงนั้นนิสัยดีแล้วยังน่ารักน่ากอด ผมคงถีบหัวตัวเองออกมาจากบ้านตั้งนานแล้วล่ะ 

เนี่ยพาดราม่าเรื่องครอบครัวตัวเองเฉยเลย พอ ๆ เลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า ชีวิตหม่นหมองพอดี เอาเวลาไปมองผู้ชายผมสีควันบุหรี่คนนั้นดีกว่า 

ขนาดว่ามองไกล ๆ ออร่าความหล่อยังกระจายมาให้เห็น 

ผมเม้มปากแน่น ขบกัดริมฝีปากตัวเองย้ำ ๆ พลางจ้องมองร่างที่ยังคงยืนพิงราวบันไดเล่นโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้สนใจพี่ชายเพื่อนที่เดินสวนขึ้นไปเลยแม้แต่น้อย สายตาจดจ้องอยู่แค่คนหล่อคนนั้นนิ่ง เคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะก่อนจะตัดสินใจคว้าแก้วสองแก้วเดินตรงไปหาเป้าหมาย 

แมวน้ำเสียอย่างจะรอให้ผู้ล่าหันมาสนใจน่ะไม่มีทาง ริจะเป็นเหยื่อก็ต้องทำให้เสืออยากขย้ำสิ! 

ระยะแต่ละก้าวที่เดินนั้นเร่งจังหวะหัวใจผมให้ค่อย ๆ เต้นรัวขึ้น นัยต์ตาสีดำสนิทของอีกฝ่ายเลื่อนมาสบนิ่งขมวดคิ้วน้อย ๆ คล้ายว่าจะรู้ถึงจุดประสงค์ของผม หรืออาจจะไม่ เขาคงไม่รู้หรอกจริงไหมอาจจะแค่มองเพราะว่าผมจ้องเขาอยู่ก็ได้ 

ผมเดินฝ่าผู้คนที่ยืนพูดคุยกัน โยกไปมาตามจังหวะเพลงกว่าจะหลุดออกมาได้แทบจะต้องกลั้นหายใจ วันนี้คนเยอะอย่างที่พี่พันเอกบอกจริง ๆ นั่นแหละ พอหลุดออกมาเงยหน้าขึ้นก็ปะทะกับร่างสูงโปร่งที่ก้าวมาหยุดอยู่ตรงหน้า ลมหายใจผมคือสะดุดไปแทบจะทันที หัวใจเต้นโครมครามขึ้นมากว่าตอนแรก กระพริบตาปริบใส่คนตัวสูงที่จ้องตอบมาเช่นกัน 

หล่อ.. แม่งเอ้ย โคตรหล่อเลย 

ความหล่อฟาดหน้าฟาดตาผมมาก ในหัวตอนนี้มีแต่คำว่าอยากได้วิ่งวนไปมา ยื่นแก้วเหล้าไปตรงหน้าเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติเมื่อทำอะไรไม่ถูก 

“.....” คนหล่อก้มมองแต่ไม่ได้ยื่นมือมารับ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย 

“รับหน่อยนะครับ” ผมว่าเสียงสั่น ไม่ใช่แค่เสียง! สั่นไปทั้งตัวตื่นเต้นไปหมดเลยแต่ก็ยังมีสติที่จะใช้สายตาอ้อนคนตรงหน้าให้เขารู้สึกเอ็นดู เผื่อจะได้พากันไปดูเอ็น เอ้ย ไม่ใช่ ผมแค่พูดเล่นเฉย ๆ อย่าตกใจเลย แต่ถ้าได้แบบนั้นจริง ๆ มันก็จะดีนะ.. 

พอเถอะ คนหล่อของผมยื่นมือมารับแก้วแล้ว 

“ขอบคุณ ..ครับ” เสียงทุ้มนุ่มหูทำเอาเคลิบเคลิ้ม ผมยิ้มหวานชนแก้วตัวเองกับแก้วในมือของคนตัวสูงกว่าเบา ๆ “ชื่ออะไรเหรอ” เริ่มรุกเข้าไปทีละนิด เลื่อนสายตาเมียงมองไปทางอื่นแทนที่จะจ้อง ทำเหมือนว่าผมไม่ได้สนใจอะไรมาก ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้คือเอียงหูฟังได้แล้วไม่ดูน่าเกลียดคือทำไปแล้ว 

“ฉลาม” เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่สั่นรัวหัวใจผมมาก 

ถ้าเป็นคนอื่นจะด่าว่าหยิ่ง 

แต่เพราะเป็น’ฉลาม’ก็เลยเรียกว่าเป็นคนพูดน้อย ประหยัดการใช้สอยคำพูด  

รู้จักชื่อแล้วอยากถูกกิน ..แมวน้ำเป็นอาหารของฉลาม 

ให้สารอาหารเยอะนะบอกก่อน 

เราอาจจะเป็นเนื้อคู่กัน ว่าแบบนั้นไหม 

พอเถอะ ผมหยุดเพ้อเจ้อก่อน ฉลามเอนพิงไปกับราวบันไดอีกรอบ โคลงแก้วเครื่องดื่มที่ผมส่งให้พลางยกมุมปากขึ้นปรากฏเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ทำลายล้างสติอันแสนจะน้อยนิดของผม 

เบลอไปหมดเลยโลกก 

“ชื่ออะไร”  

ฉลามถามชื่อผม! 

ฮือออ ดีใจจนน้ำตาจะไหล กลั้นใจขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงอย่างแนบเนียน ผมเตี้ยกว่าฉลาม อีกฝ่ายเลยต้องโน้มตัวลงมาในตอนที่ผมกระซิบบอกชื่อ ถามว่าทำไมกระซิบ ก็เพื่อจะได้เกิดฉากพระเอกนางเอกแบบนี้นี่ไง!! วางมือจับท่อนแขนแกร่งของอีกฝ่ายเอาไว้เบา ๆ กลัวว่าตัวเองจะระทวยจนกองลงไปบนพื้นเสียก่อน 

“เราชื่อแมวน้ำ เขาว่ากันว่าฉลามชอบกินแมวน้ำใช่หรือเปล่า..อ่าส์ อยากเป็นเหยื่อให้นายล่าจัง” อ่อยได้อ่อย จิกได้จิกก ผมคลี่ยิ้มหวานหยดคิดว่ายังไงอีกฝ่ายจะต้องเล่นด้วยแน่ ๆ  

คนตัวสูงยืดตัวขึ้น ทำหน้ามึน ๆ งง ๆ เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยบางอย่างที่ทำเอาผมยิ้มค้าง 

“ไม่ชอบ ..ไม่ชอบกินเนื้อ” 

... 

เหมือนจะได้ยินเศษหน้าร่วงหล่น 

แป๊บ กูขอเวลานอก ขอออกไปคุยกับโค้ชข้างสนามครับ ผมโดนจุดโทษ T-T  

มันคือการปฏิเสธแบบใหม่หรือว่ายังไง ผมคือแมวน้ำ..ฉลามไม่อยากกินแมวน้ำเหรอ เสียใจจจจ 

ฮรุกก สะเทือนตับไตไส้พุงไปหมด 

“ไม่ชอบเหรอ” ฉลามทำเอาผมหน้าหงอยไปพร้อมกับเสียง 

“เราอยากดื่มนมรสกล้วย หาให้หน่อยได้ไหม” แล้วอยู่ ๆ ก็พูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยใด ๆ ทั้งสิ้น ยื่นแก้วเครื่องดื่มที่ยังไม่ได้แตะกลับคืนมาให้ผม ทุบหน้าผมแตกละเอียดขนาดนี้แล้วยังมีหน้ามาขอให้ผมหานมกล้วยให้อีกหรือไง ..คิดว่าผมจะทำให้เหรอ  

ไม่มีทาง!! 

“นะ ..แมวน้ำ”  

... 

นมกล้วยหาได้จากไหน!  

“ฉลามรอเราสิบนาที เดี๋ยวเราไปหาให้เดี๋ยวนี้แหละ” เป็นภูมิแพ้ครับ แพ้คนหล่อเวลาอ้อน โดยเฉพาะคนหล่อที่ตรงสเปกแบบนี้ “อย่าเพิ่งไปไหนนะ” 

“...ได้” 

“ไปนั่งรอที่โต๊ะเราไหม” เพื่อนผมยังไม่มานี่นา นั่งได้ ถ้าพวกมันมาก็จะแนะนำให้รู้จักว่าที่แฟน อนาคตเป็นสามี ถึงจะโดนปฏิเสธแบบงง ๆ ไปแล้วก็ตาม 

“ถ้านั่งจะหลับ” ฉลามตอบ อ้าปากหาววอดใหญ่จนผมต้องยื่นมือไปบังให้หันมองซ้ายขวาว่ามีใครเห็นท่าหาวอันแสนจะดูดีนี้หรือเปล่า รักแรกพบเพียงสบตาสุด ๆ ขนาดหาวผมก็ยังมองว่าดูดีและพาลหัวใจเต้นแรงได้  

“โอเค รอเรานะ” 

“ครับ” 

ระทวยแล้วจ่ะแม่ ฮือออ เดินออกมาแบบขาสั่นมาก ๆ ตั้งสติเดินฝ่าผู้คนออกจากร้านเหล้า ข้ามถนนไปอีกฝั่งนึงเดินไปตามทางที่ค่อนข้างจะเงียบ แต่ตรงหัวมุมมันจะมีเซเว่นอยู่ผมจำได้และในเซเว่นก็จะมีนมรสกล้วย ลงทุนเดินมาซื้อนมเพราะผู้ชาย 

ไอ้พันตรีจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้! 

ผมเดินถือถุงใส่นมรสกล้วยออกมาจากเซเว่น หันไปมองคนสองคนที่ยืนเถียงกันอยู่ตรงมุมทางเดิน 

“ก็ซื้อมาแล้ว รับไปแล้วเอาเงินมา!” 

“แต่กูสั่งแค่ซองเดียว” ถกเถียงกันเสียงเครียด ผมยืนนิ่งคือต้องเดินผ่านตรงที่สองคนนั้นกำลังยืนไง แล้วพอมายืนเถียงกันแบบนี้ผมก็ต้องกลัวไว้ก่อนไหมว่ามันจะควักมีดมาแทงกันหรือเปล่า บางทีอาจจะเป็นพวกที่กำลังส่งยา หรือผมควรจะโทรแจ้งตำรวจ..ไม่ดีแน่ ๆ เกิดเขาพูดถึงขนมที่ซื้อเกินมาผมก็โดนข้อหาแจ้งความเท็จเต็ม ๆ เลยน่ะสิ 

เอาเป็นว่าหลับหูหลับตาเดินผ่านไปก็แล้วกัน 

“กูซื้อมาให้มึงแล้ว รู้ไหมว่ายาปลุกซองนึงแม่งแพงฉิบหาย รีบเอายาไปแล้วจ่ายเงินกูด้วย ทั้งสองซองเลย!” 

ยา..อะไรนะ 

ทำไมขาผมต้องชะงัก 

“แต่กูไม่มีเงิน กูสั่งมึงแค่ซองเดียวแล้วกูก็เอาเงินมาแค่นี้” 

.. 

ผมก้มมองนมรสกล้วยในถุง หัวสมองพาลนึกไปถึงใบหน้าของคนที่อยากจะดื่มมัน 

อ่า.. 

ถ้าผมทำตามความคิดในหัวตอนนี้มันจะดูร้ายไปหรือเปล่านะ 

“คือ ..อีกซองนึงจะว่าอะไรไหมถ้าผมจะขอซื้อต่อ” 

ผมเดินฮัมเพลงถือกล่องนมเจาะแล้วเข้ามาในร้านเหล้า พวกเพื่อน ๆ โบกมือทักทาย มาถึงกันตอนไหนก็ไม่รู้เพราะผมยังไม่ได้รับโทรศัพท์เลย ไอ้พันตรีก็ตีหน้าดุใส่เชียว แต่โทษทีตอนนี้ในสายตาผมนอกจากร่างสูงโปร่งใบหน้าง่วงงุนของคนที่ยืนพิงบันไดอยู่ผมก็มองไม่เห็นใครทั้งนั้น 

สองขาก้าวฉับไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉลาม 

“รอนานไหม เราเดินไปซื้อจากเซเว่นมา” 

“...” ฉลามเงียบ ยื่นมือมาลูบหัวผมเหมือนลูบหัวหมา “ขอบคุณ” 

โอ้ย แล้วคือกูก็โคตรเชื่องเลย หลับตาพริ้มถูหัวตัวเองไปกับฝ่ามือของอีกฝ่าย อยากจะถามว่าไม่กินแมวน้ำแล้วสนใจรับกลับไปเลี้ยงไหมไว้ดูเล่นทีบ้านไหม   

พรึ่บ! 

“เหี้ย มึงทำอะไรเนี่ย..”  

พันตรี! 

ผมหุบปากฉับกลืนเสียงโวยวายของตัวเองลงคอ ส่งยิ้มหวานให้กับเจ้าของมือที่หิ้วคอเสื้อผมถอยห่างออกจากฉลาม ดีนะที่กล่องนมไม่หล่นพื้นเพราะฉลามคว้ามันไปได้ก่อน รู้เลยว่าระหว่างผมกับนมรสกล้วยอะไรสำคัญกว่ากัน 

“รู้จัก?” พันตรีเลิกคิ้วถามเสียงเนิบนาบ จ้องฉลามที่พลิกกล่องนมไปมา ไม่ได้สนใจผมสองคนเลยแม้แต่น้อย  

“อื้อ ชื่อฉลาม.. ฉลามนี่เพื่อนเราชื่อพันตรี” 

“...” เงยขึ้นมามองแป๊บเดียว แล้วก็กลับไปสนใจนมรสกล้วยต่อ ดูดทีเดียวจนหมดกล่องแบบไม่ติดใจสงสัยว่าทำไมผมถึงเจาะกล่องเดินถือเข้ามา ก็ยานั่น..เอ่อ ผมแค่อยากลองดูเฉย ๆ สาบานว่าใส่ไปนิดเดียว นิดเดียวจริง ๆ นะ คิดได้ว่าไม่สมควรทำแบบนั้นก็เลยเปลี่ยนใจแล้วเอาโยนทิ้งไปน่ะซึ่งมันมีส่วนที่หกเข้าไปแต่คิดว่าไม่เยอะพอจะทำให้ออกฤทธิ์ 

มันคงไม่มีผลอะไรหรอกมั้ง 

“กลับโต๊ะ พวกกูมารอมึง พันเอกมันหาให้วุ่นเลย” 

“ง่า ขอโทษ ก็พวกมึงมาช้าอะ กูเหงาเลยหาเพื่อนคุยเฉย ๆ” 

แต่ตอนนี้ไม่อยากได้เพื่อนอะ 

มองฉลามตาละห้อยก่อนจะถูกพันตรีมันฉุดกระชากผมกลับมาที่โต๊ะ คราวนี้ทั้งไอ้พีทเพื่อนชายใจหญิงและมะเหมี่ยวหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในกลุ่มก็ได้โอกาสซักฟอกผมจนขาวสะอาด ผลัดกันถามนั่นถามนี่จนผมเลือกที่จะตอบผ่าน ๆ  

พยายามจะไม่สนใจฉลามที่ดูเหมือนจะมีท่าทีเปลี่ยนไปนิดหน่อย 

หน้าแดงและหอบเล็กน้อย 

ให้ตาย..ยามันออกฤทธิ์เหรอ ผมว่าผมใส่น้อยมากเลยนะ 

“พวกมึง ..เดี๋ยวกูมา” ผมพูดขัดเพื่อนทั้งสองคน ดีที่ตอนนี้ไอ้พันตรีมันขึ้นไปหาพี่ชายตัวเองด้านบน ไม่รอให้ไอ้พีทหรือมะเหมี่ยวทันได้ทักท้วงผมก็รีบก้าวเท้าเดินตามฉลามออกมาจากร้านได้ทัน ร่างสูงโปร่งเจ้าของผมสีควันบุหรี่เซไปฟุบอยู่กับรถคันที่จอดอยู่ห่างจากรถคันอื่น ล้วงมือเข้าในกระเป๋ากางเกงหยิบกุญแจออกมาท่าทางลน ๆ 

“อึก..” 

ฉิบหายแล้วแมวน้ำ ยาออกฤทธิ์แน่ ๆ 

“ฉลาม” 

ผมขยับเข้าไปแตะลงบนแขนของอีกฝ่ายเบา ๆ แตะแค่เบา ๆ แต่ปฏิกิริยาตอบรับคือรุนแรงมาก ฉลามตวัดสายตาดุ ๆ ต่างจากที่คุยในตอนแรกกลับมา ใบหน้าขาวหอบแดงไม่ได้เอ่ยอะไร ขยับออกห่างผมพลางกดปลดล็อกรถตัวเอง 

“ขึ้นรถ” เสียงแหบ ๆ พูดสั่ง 

ผมไม่รู้ว่ามันหมายความว่ายังไง ยืนงงจนกระทั่งอีกฝ่ายขยับเข้ามาคว้าแขนไว้ เปิดประตูหลังจับผมเหวี้ยงเข้าไปหลังกระแทกกับเบาะเต็มรักก่อนจะแทรกตัวโถมกายตามเข้ามา 

ตึกตัก ๆ  

หัวใจเต้นโคตรแรง 

ถามว่ากลัวเหรอ.. เปล่า ตื่นเต้น 

ผมสบตากับฉลาม แรงอารมณ์ที่ฉายชัดออกมามันยากเกินกว่าจะพูดห้ามหรือขัดขืน เงยหน้าขึ้นรับเรียวปากร้อนระอุที่ทาบบดลงมารุนแรงไร้ซึ่งความอ่อนโยน ฝ่ามือร้อนชื้นเหงื่อเลื่อนมาล็อกต้นคอผมเอาไว้แน่น กดจูบย้ำ ๆ จนเริ่มรู้สึกเจ็บ  

“อื้ม อุ้บ ฉลาม.. อื้ออ” ผละออกแป๊บเดียวแล้วก็แนบริมฝีปากลงมาอีก คราวนี้ฉลามพยายามที่จะแทรกลิ้นเข้ามาในปากผม ดื้อดึงอยู่นานเลยกว่าผมจะหมดแรงและยอมเผยอริมฝีปากขึ้นเปิดทางให้ลิ้นอวบร้อนกวาดต้อนเข้ามา เป็นจูบที่หมดพลังมาก รุกเร้าจนผมระทวยอยู่ในวงแขนที่ประคองอยู่ 

ความวาบหวามเริ่มปรากฎขึ้นในใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่ผมยกมือขึ้นโอบกอดรอบต้นคอแกร่ง หอบหายใจก้องในรถที่ถูกฉลามสตาร์ทติดเครื่องเอาไว้เมื่อครู่เพราะเราเริ่มจะขาดอากาศหายใจ ปากร้อนอิ่มของอีกฝ่ายขบเม้มลงบนต้นคอลากลงเรื่อย ๆ ไม่ฟังเสียงทักท้วงใด ๆ จากผม ก่อนที่ฉลามจะยืดตัวขึ้นท่าทางดูทรมานไม่น้อยกัดฟันแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอย 

ผมก้มมองส่วนล่างที่ตุงแน่นเห็นชัดเป็นลำ 

หลับตาลงยอมรับในสิ่งที่ตัวเองทำ มันเป็นความผิดของผมที่คิดอะไรพิเรนทร์แบบนั้น ยื่นมือไปปลดหัวเข็มขัดของอีกฝ่ายออกอย่างใจเย็น ฉลามเหมือนจะห้ามแต่ก็คงทรมานเกินกว่าจะพูดออกมาปล่อยให้ผมแกะออก ปลดกระดุมกางเกงลูดซิบลงคลายความอึดอัดให้ท่อนเนื้อชุ่มน้ำที่ส่วนปลาย 

//// 

ต้องให้ผมพูดถึงขนาดไหม 

โคตรใหญ่..ใหญ่กว่าที่ผมคิดไว้ในตอนแรกเยอะเลย มองผ่านกางเกงเมื่อกี้ก็ไม่คิดว่าขนาดมันจะขนาดนี้ 

“อึก ..อ่า” เสียงครางพอใจดังลอดจากลำคอของคนด้านบนเมื่อผมแตะปลายลิ้นลงบนท่อนเอ็นร้อน กลิ่นคาวลอยคลุ้งอยู่ในปาก เทคนิกผมก็พยายามนึกเอาจากหนังที่เคยเข้าดูตามเว็บ ดูดเม้มส่วนปลายสีสดบ่งบอกว่ามันไม่ค่อยจะผ่านการใช้งานมามากมายนัก 

ฉลามกดมืออยู่บนหัวผม สวนเอวเข้ามาเนิบนาบตามอารมณ์ที่ยังคงปะทุไม่ลดหาย ผมทำแค่หลับตาแน่นห่อปากรูดไปกับแก่นกายใหญ่โตที่สวนกระแทกเข้ามาแรงขึ้นเรื่อย ๆ  

น้ำตาเริ่มปริ่มไหลลงมาจากหางตาขณะที่ฉลามยังคงสวนเอวเข้ามาไม่ยั้ง 

หะ หายใจไม่ออกแล้วอ่า 

งื้ออ 

“อึก ซี้ดด จะแตก อื้มม” เสียงแหบพร่าพูดบอกก่อนจะดึงแก่นกายตัวเองออกจากผมและปลดปล่อยเอาน้ำออกมาในปริมาณไม่น้อย บางส่วนกระเด็นใส่หน้าผมเต็ม ๆ ขณะที่บางส่วนไหลหยดลงบนเสื้อผม ฉลามหอบหายใจหนักหน่วง มือยังคงชักรูดท่อนเอ็นแข็งขืนที่ดูทีท่าว่าคงจะไม่สงบลงง่าย ๆ และผมก็คงจะต้องทำจนกว่ายาของฉลามจะหมด 

 

[แมวน้ำ! มึงหายไปไหน] 

“ฮื่อ กูนอนอยู่ที่ห้อง ไอ้ตรีไม่ได้บอกเหรอว่ากูขอกลับก่อน” ผมเอ่ยตอบกลับเพื่อนสนิทผ่านทางโทรศัพท์ที่เอาวางทับไว้บนหูตัวเอง คือตอนนี้ไม่เหลือแรงใด ๆ ทั้งสิ้น ตาก็จ้องจะปิดท่าเดียว ตั้งแต่ที่ฉลามขับรถมาส่งผมก็แทบจะสลบไปเลย 

ปวดรอบปากไปหมด เมื่อยมือด้วย ทำให้ฉลามไปตั้งกี่รอบกว่าอีกฝ่ายจะเริ่มมีสติ เกือบจะไปถึงขึ้นสุดท้ายแล้วดีที่ฉลามพอดึงสติตัวเองกลับมาได้ 

ผมเหนื่อยไปหมดแล้วตอนนี้ 

[ไม่ได้บอกน่ะสิ มันยังไม่เสด็จลงมาเลยทิ้งกูไว้กับอีเหมี่ยวสองคน!!] ไอ้พีทยังคงโวยวายต่อ ผมตอนนี้คือหลับตาพริ้มซุกเข้าหาความอุ่นของคนที่นอนอยู่ข้างกาย  

เอ้า.. ไม่ได้บอกเหรอว่ามาส่งแล้วผมก็ชวนฉลามนอนค้างด้วยอะ 

คอนโดผม ตอนนี้มันดึกแล้วและท่าทางฉลามเองก็เหนื่อยพอ ๆ กันกับผมด้วย เลยชวนให้ค้างด้วย ตอนแรกอีกฝ่ายดูลังเล ระแวงผมไม่น้อยเลยล่ะแต่สภาพผมตอนนี้จะไปทำอะไรได้ สุดท้ายฉลามก็พยักหน้าตกลงว่าจะนอนค้างด้วย อาบน้ำเปลี่ยนชุดออกมาอีกฝ่ายก็หลับไปแล้วบนเตียงของผม คิดดูว่าแฟนก็ไม่ใช่ผมต้องมานั่งทำความสะอาดเจ้าสิ่งสงวนนั่น เอากางเกงบอลของไอ้พันตรีมาเปลี่ยนให้อีก 

ดูแลขนาดนี้ไม่มีอีกแล้วนะครับ  

[..อีอุ๋งงงง นี่มึงฟังงกูอยู่หรือเปล่า ..อย่าบอกนะว่าหลับใส่กู มึงนี่มัน.... บลา ๆๆๆๆ *#&@^%%£=*&=€÷] 

 

“อื้อ..” สติผมเริ่มเลือนหายทีละนิด 

รู้สึกว่าโทรศัพท์ถูกดึงออกจากหู และมีอะไรบางอย่างพาดก่ายขึ้นมาบนตัว 

ไม่ใช่แขน 

ขาไง ..มาทั้งท่อนเลย 

 

--------------------------- 

#ฉลามไม่กินเนื้อ 

ความคิดเห็น