facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 Danmachi - 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ย. 2562 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 Danmachi - 4
แบบอักษร

 

ตอนที่ 4

 

ตัดกลับมายังเอนเลส

 

" เหอะก็กะไหวแล้วว่ารอด " เอนเลสกล่าวขึ้นอย่างหัวเสียง แต่สภาพของมันก็ก็เรียกได้กว่าหายไปครึ่งซีกแต่ด้วยระดับพลังที่ใกล้เคียงกลับผู้สร้างทำให้ตัวมันเริ่มฟูฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง

 

โฮกกกกกกกก !!

 

" เหอะ ถ้าเราสู้กลับมันตอนนี้มีโอกาสโลกนี้จบเห่แน่ " ก่อนที่เขาจะใช้พลังพาเจ้าตัวประหลาดมายังมิติสีขาว ซึ่งมันก็คือมิติว่างเปล่าที่ไร้ที่สิ้นสุด

 

ก่อนที่เจ้าตัวประหลาดจะพุ่งตัวมาโจมตีเขาก่อนที่มันจะง้าวหมัดขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังเพื่อโจมตี เมื่อเอนเลสเห็นอย่างนั้นเขาก็ใช้สองมือจับตัวง้าวแน่น ก่อนที่รวบรวมพลังสั่นสะเทือนไว้ที่ตัวใบง้าวก่อนที่เขาจะทะยานตัวเข้าไปปะทะกลับหมัดขนาดใหญ่ของมัน เมื่อตัวใบง้าวและหมัดที่อัดแน่นไปด้วยพลังกระทบกันเกิดการปั่นป่วนของกระแสมิติและเวลา ขึ้นทำลายล้างพื้นที่บริเวณเสียหาย

 

 

ครืนนนนนนนนน เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ

การปะทะครั่งนี้สงผลให้ตัวของมันกระเด็นไปไกลกว่า1.2ล้านกิโลเมตร ส่วนตัวเขานั้นแค่เกิดอาการชาที่มือเท่านั้น ( ตอนนี้เอนเลสใช้พลังในตัวแค่ 5:100ถ้าเข้าเอาจริงมหาจักรวาลอาจกลับสู่ความว่างเปล่า )

 

" ใช้ได้ๆ " เอนเลสยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ดูเหมือนเจ้าตัวจะพอใจกลับการต้อสู้ครั่งนี้

 

โฮกกกกกกกก !!

ก่อนที่มันจะลุกขึ้นมาอีกครั่งก่อนที่พุ่งมายังเขาแต่ครั่งนี่ดูเหมือนว่ามันจะสร้างเกราะขึ้นรอบๆตัว แล้วรวบรวมพลังไวที่มือทั้งสองข้าง

 

เอนเลสก็เช่นกันตอนนี้เขาเก็บตัวง้าวแล้วเปลี่ยนมาใช้หมัดแทน ก่อนที่ทั้งสองจะพุ่งปะทะกัน

 

ตู้มม !! ตู้มม !! ตู้มม!! ตู้มม!!

 

ทั้งสองต่างแลกหมัดกันอย่างไม่มีใครยอมใคร พื้นที่รอบข้างของพวกเขาต่างถูกทำลายล้าง ด้วยพลังที่มหาสาร

 

ตู้มมมม !!

ก่อนที่เจ้าตัวประหลดดจะพลาดท่าเขาทำให้มันโดนหมัดของเขาที่อัดไปด้วยพลังสั่นสะเทือน แต่มันก็กลับมาลุกขึ้นมาอีกครั่ง ( อึดอยากกระแมลงสาป )

 

โฮกกกกกก !!

ก่อนที่มันจะรวบรวมพลังไว้ที่ปากก่อนที่มันจะตั้งท่าชาตพลัง

 

หวืบๆๆๆๆ

แสงสีดำทมิฬที่มีกลิ่นหายแห่งความตายคอยๆกระผิบถี่ขึ้นและขยายใหญ่ขึ้นทำให้มิติรอบๆตัวมันเริ่มปริแตกออก ก่อนที่มันจะยิงพลังนั้นออกไป มันคิดจะตัดสินผลแพ้ชนะครั่งนี่ด้วยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของมัน

 

" หึ " เอนเลสเค้นเสียงเย็นชาก่อนที่เจ้าตัวจะควบแน่นพลังสั่นสะเทือนไว้ที่มือข้างขวาของเขา

 

หวืบๆ

พลังสั่นสะเทือนคอยๆก่อตัวขึ้นที่มือข้างขวาของเขา แต่ครั้งนี้นั้นมันกลับรุ่นแรงเป็นอย่างมากทำให้บรรยากาศรอบๆปริแตก ช่องมิติสีขาวเกิดการสั่นไหวที่รุ่นแรง เสียงของมิติถูกทำลายดังขึ้นเลือยๆ

 

ย่าร์ !!!

ก่อนที่ทั้งสองพลังจะพุ่งเข้าหากัน

 

ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมม !!!!!!

เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นสั่นไหวขึ้น พื้นที่รอบๆบริเวณนั้นกว่า 1.5ล้านๆกิโลเมตรถูกทำลายจนสิน ก่อนที่ฝุ่นจะลอยตะหลบอบอวนปิดพังวิสัยทัศน์ ทำให้ไม่สามารถหาตัวผู้ชนะของการปะทะครั่งนี้ได้

 

หลายสิบนาทีต่อมา

 

ฝุ่นควันคอยๆจางหายไป ก่อนจะเผยให้เห็นร่างของผู้ชนะครั้งนี้นั้นคือเลนเลสนั้นเองโดยไม่มีร่องรอยบาทแผลอะไรเลย และอีกร่างหนึ่งที่นอนแน่นิ่งซึ่งสภาพของมันเรียกว่าดูไม่ได้

 

" สนุกใช้ได้ อะ!! เราลืมไปเลยนี้หว่าว่าพรุ่งนี้เราต้องไปเดทกลับไอซ์แล้วเราก็หิวข้าวแล้วด้วยสิ " ว่าแล้วเจ้าตัวก็รีบกลับไปยังโลกิแฟมิเลีย แล้วใช้พลังของเขาฟื้นฟูโลกให้กลับมาเป็นปรกติอีกครั่งแล้วลบความทรงจำที่เกียวกลับเหตุการเมื่อซักครู่แต่เขาไม่ได้ลบความทรงจำกลับโลกิและเฟรย่า ก่อนที่เจ้าตัวจะพุ่งไปกอดแม่สาวอกแบนโลกิทันที

 

" ว้ายย !! " โลกิตกใจเล็กน้อยที่อยู่ๆเอนเลสก็พุ่งเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง

 

" ผมหิวข้าวจังเลยที่รัก " เอนเลสกล่าวขึ้นพลางทำตาใสแป๋ว

 

" โถ่ คุณละก็ชั้นทำงานอยู่นะ " แต่ดูเหมือนแม่นางจะไม่โดนดวงตาพิคาดของเขาเล่นงาน

 

" บู่ ก็ผมหิวนี้ " เจ้าตัวก็ยังตือต่อก่อนจะพองแก้มตุ่ย (หมดกันภาพลักษณ์หนุ่มคูลไรท์รับไม่ได้)

 

" ก็ได้ค่ะ เหอะคุณนี้จริงๆเลย " ถึงแม้เธอจะบ่นตัวเขาแค่ไหนแต่ตัวเธอนั่นก็ไม่เคยปฏิเสธเขาเลยก่อนเธอจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย

 

5 นาทีต่อมา

ดูเหมือนแม่นางเฟรย่าจะมาทันอาหารเย็นพอดี

 

" อาร่า~ สามีกลับมาแล้วหรอค่ะ " เฟรย่ากล่าวขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะรีบพุ่งตัวมากอดเขา

 

" ฮืม? ดูเหมือนโลกิจะทำอาหารเย็นเสร็จแล้วนะ พวกเราไปกินกันเถอะ " ก่อนที่พวกเขาสองคนจะมุ่งหน้าไปยังโต๊ะอาหาร

 

การทานอาหารที่เต็มไปด้วยความสุข ความสุขที่เขาไม่เคยสัมผัส ตัวเขาไม่เคยรู้สึกอย่างนี้ ตัวเขานั้นตั้งแต่เกิดมาเขานั้นอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดเขาเพียงรู้จักชื่อของตัวเองเท่านั้น เขาไม่รู้เคยจักกลับผู้ให้กำเนิดแม้ตัวเขาพยาติดเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ ดูเหมือนจะเป็นความสงจำที่ขาดหายไป ( ดูเหมือนจะมีเงื่อนงำ? )

 

" ผมรักพวกคุณที่สุดเลย " เป็นเอนเลสที่อยู่ๆก็กล่าวขึ้น ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ที่เขาสร้างนี้ไม่เหมือนที่เขาสร้างเลยแม้แต่น้อย

 

" อาร่า~ คุณพูดอะไรกันค่ะพวกเราก็รักคุณเหมือนกัน " เป็นเฟรย่าที่กล่าวขึ้นก่อนที่โลกิจะกล่าวเสริม ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอบอุ่นและด้วยความรัก เสียหัวเราะและเสียงยอกล้อดังขึ้นเป็นระยะ

 

' นี้สินะ ความสุขที่ปราศจากเสแสร้ง ตัวเรามีความสุขจริงๆ ' เอนเลวกล่าวขึ้นในใจพลางยกยิ้มขึ้น

 

เมื่อทานเสร็จพวกเขาก็เข้านอนดูเหมือนเฟรย่านางจะมานอนค้างที่นี่ด้วยก่อนจะเกิดมหกรรมกิจกรรมในร่มขึ้น

(ขี้เกียจเขียนNcถ้าอยากให้เขียนก็บอกละกันครับ)

 

_________________________________________________

 

 

ณ กลางดึงที่หอคอยเมืองโอราริโอ

 

ได้มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งเธอมีเลือนผมสีทองในตาสีทองเหมือนสีผม สวมใส่เสื้อเกราะเบายืนมองพระจันทร์ยามราตรีอย่างเหม่อลอย

 

" เป็นพระจันทร์ที่สวยงามดีนะ " แต่ในระหว่างเธอเหม่อมองดวงจันทร์อยู่นั้นได้มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลังเธอ

 

" อ่ะ!! เลนเลสซังหรอกหรอ " เมื่อเธอได้สติก็กล่าวขึ้น แต่ดูเหมือนจะเป็นคนที่ทำให้นางเหม่อลอยนั้นเอง ทำไมนางถึงเป็นแบบนี้ละก่อก็ต้องย้อนไปหนึ่งวันก่อน

 

เธอได้เห็นเขาและโลกิพูดคุยกันอย่างสนิทสนม ด้วยการที่เธอเป็นผู้หญิงด้วยกันทำให้เธอสัมผัสถึงบรรยากาศที่ทั้งสองปล่อยออกมา

 

" เธอมาทำอะไรที่นี่หรอไอซ์หรือมาชมดวงจันทร์ยามราตรี? " เอนเลสกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย

 

" อ..อืม " ไอส์กล่าวขึ้นพลางหลยสายตาของเขา เธอนั่นไม่รู้จะคุยอะกับเขาดี ทำให้บรรยากาศของสองดูอึดอัด ก่อนที่หญิงสาวจะกล่าวขึ้น

 

" ช..ชั.. " แต่ดูเหมือนเธอจะไม่ทันได้กล่าวอะไรริมฝีปากของเธอก็ถูกช่วงชิงไป

 

" จ๊วบ~จ๊วบ~อ๊า ชั้นรู้ว่าเธอจะพูดอะไร " เขาพลัดริมฝีปากของเขาออกก่อนกล่าวขึ้น

 

" มันจะดีแล้วหรอ? ชั้นไม่ใช้ผู้ชายที่ดี ช้้นนะมังมายนะ " เอนเลสกล่างขึ้นพลางมองไปยังยังดวงตาคู่งามของหญิงสาวอย่างลึกซึ้ง แสงจันทร์สาดส่องมายังทั้งสอง ก่อเกิดบรรยากาศที่อยากจะให้อธิบาย

 

" ค่ะ แม้ว่าคุณจะเลวร้ายแค่ไหนชั้นก็รักคุณ คุณนะมันเลวที่สุดเลยละ ที่ขโมยหัวใจของชั้นไป " ไอส์กล่าวขึ้นพลางคอยๆลูบไหลใบหน้าของเขาด้วยความรัก

 

ก่อนที่สองจะคอยๆยืนหน้าเข้าหากันก่อนจะบรรจงจูบริมฝีปากของกันและกัน มันไม่ได้เป็นรสชาติจูบที่ดูดดื่มแต่มันเต็มไปด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม

ก่อนที่สองจะนั่งมองแสงจันทร์ยามราตรีด้วยกัน

 

เวลาผ่านไปอย่างยาวนานแต่สำหรับทัังสองนั้นหาไม่ พวกเขาดื่มด่ำกลับบรรยากาศของยามราตรี อยู่เนินนาน

ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะกลับไปยังห้องนอนบรรยากาศของทั้งสองดูเหมือนจะลึกซึ่งขึ้น

 

( คือผมยังตัดสินใจจะเก็บเฮสเทียเข้าฮาเร็มไม่ได้ พอดีสงสารเจ้าเบลถ้าอยากให้ผมเก็บนางข้าฮาเร็มของเอนเลสบอกได้นะครับ )

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว