สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่34 ความบ้าคลั่งแห่งแสง และการคืนชีพของความมืด

ชื่อตอน : ตอนที่34 ความบ้าคลั่งแห่งแสง และการคืนชีพของความมืด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 377

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ต.ค. 2562 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่34 ความบ้าคลั่งแห่งแสง และการคืนชีพของความมืด
แบบอักษร

*เปรี้ยง!* 

คุโระโจมตีใส่เทพสูงสุดผู้ไร้ชื่ออย่างรวดเร็ว ดาบที่ได้มาจากอามาเมะนั้นใช้ไม่ได้ผลกับเทพ อันที่จริงไม่ว่าจะเป็นดาบชนิดใดก็ไม่น่าจะใช้งานได้อยู่แล้ว 

“กระจอก” 

“เป็นเทพที่ปากดีจังนะ” 

คุโระถอยห่างแล้วดีดตัวไปทางอามาเมะ คุโระขว้างดาบของเธอเข้าโจมตีศัตรูที่เข้ามาใกล้เธอแล้วหยิบดาบของตัวเองจากมือของอามาเมะมา 

“หวา!” 

“โทษที!” 

น้ำเสียงกวนโอ๊ยสมกับเป็นคุโระ วินาทีนั้นอามาเมะก็เรียกดาบใหญ่ของตัวเองมา แล้วโจมตีสกัดสัตว์อสูรที่บุกเข้ามาโจมตี 

*ตู้ม!* 

“มาช่วยแล้ว!” 

“อัลซุ! ฝากด้วยนะ!” 

“ได้เลย!” 

อัลซุที่เข้ามาสมทบก็ป้องกันหลังให้กับเพื่อนสนิทของเธอด้วยการหันหลังชนกัน คุโระที่เบี่ยงตัวออกไปนั้นก็ได้ซัดสัตว์อสูรที่มีรูปร่างน่าเกลียดซึ่งมีขนาดร่างกายที่ใหญ่อย่างออร์คเข้าใส่เทพสูงสุดที่ชายตามองเขาราวกับว่าเขาเป็นเพียงแค่เศษขยะ 

เพียงขยับนิ้ว ร่างของปีศาจหมูตัวนั้นก็สลายหายไป เหลือไว้เพียงรอยเลือดและเครื่องในเพียงเท่านั้น 

คุโระกางปีกสีดำออกกว้างแล้วเข้าโจมตี พริบตาที่ดาบของเขาถูกรับเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว ฮานิบาลที่ถูกเมินเฉยก็เข้าโจมตีจากอีกด้านหนึ่ง 

*ตุ้บ* 

“อ่อนแอ ทั้งแกแล้วก็ไอ้แมลงนั่น” 

“แกชักจะยั่วโมโหชั้นมากเกินไปแล้วนะ” 

คุโระรู้สึกมีน้ำโห เขาหมุนตัวเตะเข้าที่ใบดหน้าของเทพสูงสุดอย่างคล่องแคล่วและรุนแรง แม้จะไม่มากแต่ก็โจมตีโดนโดยมิได้ตั้งตัว 

เลือดที่ไหลออกจากมุมปากนั้นบ่งบอกว่าการโจมตีของคุโระนั้นมีผล ในทางกลับกันหากเป็นฮินะที่มีพลังมากกว่า ก็อาจจะทำไม่ได้ถึงขั้นนี้ เพราะความต่างชั้นระหว่างพลังของทั้งสอง และประเภทของพลังที่ทั้งคู่ครอบครอง 

ดังนั้นฮินะที่รับมือกับอูรานอสอยู่นั้นถือเป็นคู่ต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรี 

ฮินะควงเคียวสวรรค์ในมืออย่างคลล่องแคล่วเข้าโจมตี ผู้ใช้งานร่างกายของเธอนั้นคือไกอา เทพีแห่งโลกผู้ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียวที่เป็นเพียงแค่ชื่อที่ถูกกล่าวขานในแต่ละโลก 

แม้จะรวดเร็วและคล่องแคล่ว แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้อ่อนแอถึงขั้นที่จะพลาดท่าง่ายๆ 

อูรานอสปัดป้องการโจมตีของเธอได้อย่างง่ายดาย เขาใช้แขนขวาที่แปลกประหลาดเข้าโจมตีฮินะ สองเดือนที่ผ่านมามันได้เตรียมพร้อมวันที่จะกลับมาฆ่าทั้งคู่ แล้ววันนั้นที่ว่าก็คือวันนี้ 

ไม่มันก็ฮินะหรือคุโระที่ต้องตาย จะไม่มีการรอดไปได้ทั้งสองฝ่ายอีก ความทะเยอทะยานของจอมมารอย่างเขานั้นกำลังร่ำร้อง ว่าให้กำจัดเสี้ยนหนามออกแล้วทุกอย่างที่เขาปรารถนาจะเป็นของเขา 

สุดท้ายแล้วจอมมารอย่างอูรานอสผู้สังหารจอมมารคนก่อนอย่างโซโนซากิ อาร์คัส ก็เป็นเพียงแค่คนโลภมากเท่านั้น แต่ความจริงที่เขาแข็งแกร่งก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด 

เพราะเป็นเช่นนั้น การต่อสู้ระหว่างผู้กล้าและจอมมารจึงไม่อาจตัดสินได้โดยง่าย ทางไกอาในร่างของฮินะก็รู้ตัวดี ตนเองก็ไม่สามารถดึงศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ทำให้ไม่สามารถโค่นล้มมันได้โดยไว และมันเองก็แข็งแกร่งมากพอที่จะแพ้ไปโดยง่าย 

แต่ทางนี้ยังมีไพ่ตายอยู่ ฮินะกลับมาควบคุมร่างแล้วเปลี่ยนเคียวสวรรค์เป็นดาบคาตานะคู่ใจ ก่อนที่จะบุกเข้าโจมตีอย่างมีชั้นเชิง 

การก้าวขา การยกและฟันดาบอย่างงดงาม รวดเร็วและเฉียบคม นั่นทำให้ทางอูรานอสเริ่มที่จะได้รับบาดแผลขึ้นจนต้องเลือกที่จะหลบมากกว่าการตั้งรับ 

“พี่คะ!” 

และเป็นคานะ น้องสาวผู้น่ารักของฮินะที่เข้ามาร่วมต่อสู้ไปพร้อมกับพี่สาวของเธอ 

ฮินะมีดาบคาตานะที่สร้างจากอาวุธสวรรค์ ทางคานะเองก็ได้รับโอดาจิ---คาตานะเล่มยาวซึ่งมีขนาดที่เกินกว่าความสูงของร่างกายมาจากพี่สาวของคุโระ คุโรมิเนะ ฮานะ 

“คานะ” 

“ฉันจะช่วยด้วยอีกแรงค่ะ!” 

“...เรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าพวกเราอยู่ที่โลกเดิมล่ะเนอะ” 

“ไม่เกิดก็ดีแล้วค่ะ!” 

คานะที่มีเปลวเพลิงห่อหุ้มร่างกายจนเกิดภาพลวงตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกับชุดเกราะตะวันตกแบบเบาอยู่ แต่นั่นหาใช่ภาพลวงตาอย่างที่คิดไม่ 

พลังเวทมนตร์นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แน่นอนว่าพละกำลังเองก็เช่นกัน แม้จะได้ร่ำเรียนมาไม่มากแต่ก็มากพอที่จะต่อสู้โดยชี้เป็นชี้ตายได้ 

การฟันของคานะนั้นเฉียบคม ในทางกลับกันความยาวของโอดาจิเองก็เป็นปัญหาให้กับการเคลื่อนไหวอันซับซ้อนของฮินะที่ตามมา 

แต่ไม่นานฮินะก็จับการเคลื่อนไหวได้จนสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ แต่เป็นอูรานอสที่กำลังลำบากกับการต่อสู้ระหว่างทั้งสองคน 

“น่ารำคาญจริง โจมตีมันซะ ‘เลเวียธาน’ !” 

สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ผู้ครอบครองพลังของบาปแห่งความริษยา---เลเวียธานคำรามขึ้นอย่างน่าเกรงขาม ก่อนที่จะอ้าปากกว้างแล้วรวบรวมพลังเวทโดยรอบมายังจุดศูนย์กลางเพื่อโจมตี 

“จะปล่อยให้ทำเรอะ!” 

*ตู้ม!* 

“น่ะ!?” 

เสียงเล็กแหลมของเด็กสาวดังขึ้นกับคำพูดที่ดูโบร่ำโบราญ ยูริโจมตีด้วยเวทมนตร์ระเบิดเข้าที่ปากของเลเวียธาน 

“ข้าจะจัดการสิ่งนั้นเอง มิยุ!” 

“รับทราบ!” 

มิยุสร้างพายุขึ้นเพื่อเข้าโจมตี และในทันทีเธอก็สร้างสายฟ้าจากอีกทิศทางหนึ่ง 

‘ร่ายเวทซ้อน’ ทักษะของนักเวทย์ที่น้อยคนจะมี นอกจากยูริแล้วก็มีมิยุเท่านั้นที่ทำได้ ในตอนนี้น่ะนะ 

ยูริสร้างดาบจากเวทมนตร์แสงและเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ เธอโจมตีร่างของเลเวียธานอย่างไม่หยุดยั้ง และดูเหมือนจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไร 

“ฮ่าห์!” 

ในวินาทีที่คิดว่าแย่ เลเวียธานร้องโอดโอยพร้อมกับแผลที่ลึกมากพอที่จะทำให้เลือดไหลรินจากร่างที่ใหญ่โตมโหฬาร 

แอสโมดิอุสในชุดเกราะสีแดงดูเหมือนนักรบทั้งที่เป็นซัคคิวบัส ปีกที่กางออกนั้นช่างงดงามและยั่วยวนแม้จะเป็นปีกของปีศาจ เธอถือดาบแห่งเปลวเพลิง---เลวาทีนที่ใช้โจมตีเลเวียธานไปเมื่อครู่ 

“บนภาคพื้นให้พวกนั้นจัดการก็ไม่เป็นไรหรอก!” 

*เปรี้ยง!* 

สิ้นเสียงของแอสโมดิอุส ก็เกิดเสียงของการโจมตีขึ้นที่บริเวณด้านข้างอีกฟากหนึ่งของเลเวียธาน 

*ตู้ม!* 

เป็นเคราะห์ที่ที่มันไม่ตกลงใส่เมือง แต่กระนั้นเมืองฟากนี้ก็พังพินาศย่อยยับไปจนหมดสิ้น 

แม้จะไม่รู้แต่ความจริงแล้วชาวบ้านต่างพากันอพยพอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้พวกเขาได้ออกไปไกลและอยู่ในสถานที่ที่ค่อนข้างจะปลอดภัยจากตรงนี้ 

การโจมตีที่รุนแรงทำให้เปลือกนอกของมันเป็นแผลขนาดใหญ่ได้นั้น แม้แต่เลวาทีนเองก็ยังทำไม่ได้ ดังนั้นทั้งสามจึงเงยหน้าขึ้นมอง 

ตรงนั้นมียูยะ หญิงสาวในรูปร่างที่มีเปลวเพลิงสีฟ้าครอบคลุมทั่วทั้งร่าง อีกทั้งที่แขนทั้งสองนั้น 

“สำเร็จแล้วเหรอ!?” 

“อา!” 

ยูยะตอบสั้นๆ ที่แขนทั้งสองของเธอนั้นมีอาวุธที่สร้างจากเปลวเพลิงสีฟ้าอยู่ มันถูกเรียกโดยเจ้าของอย่างยูยะว่า “รังสรรค์ยุทโธปกรณ์” 

หากดูดีๆแล้วที่ขาของเธอก็มีบู๊ทเหล็กคล้ายกับเกราะส่วนขาอยู่ 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถูกสร้างขึ้นโดยเวทมนตร์ที่เธอพยายามจะสำเร็จวิชา “ร่างจำแลง” ทว่ามันเป็นเพียงแค่ส่วนเดียวเท่านั้น 

แต่เพียงเท่านี้ก็มอบความแข็งแกร่งให้กับเธอจนชนิดที่ยูริยังเหงื่อตกเมื่อเห็นสภาพของยูยะ 

แต่ใช่ว่าจะไร้เทียมทาน มันเผาผลาญพลังเวทมากกว่าที่คาด เพราะยังไม่สมบูรณ์จึงยากที่จะปรับใช้ ดังนั้นอย่างเต็มที่ก็แค่ห้านาทีเท่านั้นสำหรับยูยะในตอนนี้ 

แต่ห้านาทีนั้นก็นานมากพอที่จะล้มศัตรูได้โดยง่าย นี่เป็นการนับรวมกรณีที่พลังเวทของเธอหมดลงด้วยแล้ว 

ภาคพื้นดิน บาลุคและไรน์ฮาร์ทช่วยกันปกป้องสามสาว นีน่า เอลซ่าและพูริจากสัตว์อสูรทั้งหลายอยู่ 

โดยมีผู้ช่วยซึ่งสามารถคุ้มครองพวกเขาได้เป็นมุซาชิในร่างของมนุษย์ที่มีกล้ามเนื้อมากมาย มีเขาและเขี้ยวที่แหลมคม “ยักษา” 

มือทั้งสองถือดาบคาตานะคู่ใจ แม้จะยังมีสติอยู่ แต่รูปลักษณ์ของเธอนั้นก็ค่อนข้างจะน่าเกรงขาม แม้จะมีความงดงามแต่มันไม่ได้ถูกเปิดเผยในการต่อสู้ครั้งนี้ 

รอบนอก ห่างออกไปมีร่างของซัคคิวบัสอีกตน---แอนโดรเมด้าบินแล้วโจมตีศัตรูให้อยู่ 

“ธีอา!” 

“เข้าใจแล้วน่า!” 

ห่างออกไปอีกนั้นมีธีอาในร่างของรูบี้ที่ใช้เวทมนตร์ระดับสูงกับศัตรูจำนวนมากคู่กับฟีบีในร่างของลิลลี่อยู่ เคียงข้างของทั้งสองมีรูรูก้า เอลฟ์สาวที่โดดเด่นเรื่องเวทมนตร์ แม้จะไม่ได้ใช้เวทไร้ร่ายเฉกเช่นคนอื่นๆก็ตาม 

“เพลิงโลกันต์!” 

เปลวเพลิงขนาดใหญ่ที่คล้ายกับการพ่นไฟของมังกรออกมาจากมือทั้งสองข้างของเธอ มันแผดเผาร่างของศัตรูลงไปได้อย่างไม่ยากเย็น 

เธอที่กำลังสพายกระเป๋าของยูริอยู่นั้นไม่รู้จะนำของสิ่งนี้ไปมอบให้กับเป้าหมายได้อย่างไร แต่แล้วเธอก็ค้นพบหนทาง 

“คุณแอนโดรเมด้า!” 

“หือ?” 

“รับนะคะ!” 

รูรูก้าโยนกระเป๋านั่นให้แอนโดรเมด้า 

แอนโดรเมด้ารับกระเป๋าอย่างนุ่มนวล เมื่อเห็นของข้างในแล้วเธอก็แข็งเกร็งเพราะกลัวจะเกิดความเสียหายกับของภายใน 

“คุณยูริบอกว่ามันยากที่จะเสียหายดังนั้นไม่ต้องกังวลมากนัก แล้วเขาขอให้นำมันไปส่งให้กับท่านคุโระค่ะ!” 

“แต่ว่า...” 

“ไปเถอะ! ทางนี้พวกเรายังไหว!” 

ฟีบีตะโกนออกมา แม้จะมีรอยยิ้มแต่ว่าวิญญาณที่ได้รับร่างกายมาจากเด็กสาวเผ่าครึ่งนางฟ้านี้นั้นยังไม่สามารถใช้พลังได้เต็มที่ อย่างมากสุดก็คงดึงศักยภาพของร่างกายที่ตนใช้งานออกมาได้มากกว่าเจ้าของร่างกายเพียงห้าสิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น 

แต่นั่นก็เพียงพอแล้ว ธีอาแสยะยิ้มแล้วยิงเวทมนตร์ไปอีกระลอกหนึ่ง 

ไม่จำเป็นต้องพูดพร่ำทำเพลง แอนโดรเมด้าเข้าใจในทันทีว่านี่คือการเปิดทางให้เธอได้มุ่งตรงไปหาคุโระ แม้จะอยู่ห่างไม่มากแต่ก็ใช่ว่าจะฝ่าไปได้ง่ายๆ 

ทางด้านของคุโระเองก็กำลังลำบากพลังของเขาลดลงอย่างเห็นได้ชัด แล้วก็ลดลงเรื่อยๆราวกับน้ำที่ใกล้จะหมดเนื่องจากมีรูอยู่ตรงก้นขวด นั่นคือสภาพของมานาของเขา 

ทั้งๆที่เพิ่มมากไม่มากแต่เขากลับใช้มันไปเกือบครึ่งจากก่อนหน้านี้ ดังนั้นการที่มันกำลังจะหมดลงจนเกือบจะเกลี้ยงถังนั้นย่อมเป็นสิ่งที่คุโระรู้ตัวมาแต่ต้น 

แต่เขาไม่ได้ตระหนักเลยว่า หลังจากที่ใช้งาน “ร่างจำแลงจอมมาร” แล้ว ร่างของเขาจะหนักอึ้งและการเคลื่อนไหวก็ทื่อลงเช่นนี้ 

“แกก็เป็นได้แค่ขยะ คุโรมิเนะ คุโระ จงตายไปเงียบๆเถอะ” 

เทพสูงสุดที่คุโระในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้นั้นก็โจมตีคุโระอย่างต่อเนื่อง 

ฮานิบาลเข้าประชิดเทพสูงสุดนั่นแล้วโจมตีเขา แต่มันก็ไม่เป็นผล 

“เกะกะ” 

เธอถูกโยนออกไปราวกับเป็นแค่สัตว์ตัวเล็กๆที่ไร้ซึ่งพิษสง ต่อจากนั้นคุโระก็ถูกโจมตีโดยเทพสูงสุดอีกครั้ง 

“ถึงคราวตายของแกแล้ว” 

เทพสูงสุดยกดาบแสงของตนที่เป็นอาวุธประจำตัวขึ้น แล้วพยายามที่จะโจมตีใส่คุโระ 

แน่นอนว่าคุโระคงไม่ยอมที่ีจะอยู่เฉยเพื่อรับการโจมตีนั้นแน่ เขาป้องกันด้วยดาบในมือซ้าย แต่ไม่ว่าจะป้องกันไปมากแค่ไหน เขาก็ยังคงเสียเปรียบเช่นเดิม ไม่มีวี่แววว่าจะโจมตีสวนกลับไปได้เลย 

และแล้วเขาก็พลาด 

*เพล้ง!* 

“คุจัง!” 

“พี่คุโระ!” 

“หันไปทางไหนกัน!?” 

ฮินะและคานะที่เสียสมาธินั้นก็ถูกอูรานอสโจมตีด้วยเวทมนตร์ธาตุไฟอย่างรุนแรง แม้จะป้องกันได้ด้วยโล่ห์สวรรค์แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นไร 

ร่างของทั้งคู่ปลิวไปไกล จนพวกเธอไปอยู่ใกล้ๆกับฮานิบาลที่กำลังหมอบคลานอยู่ 

ฮานิบาลใช่ว่าจะอ่อนแอ แต่กระนั้นก็ไม่สามารถโจมตีหรือรับการโจมตีของเทพสูงสุดได้เลย จนทำให้เกิดเรื่องที่คลัายคลับคลาว่าเคยเกิดขึ้นมาก่อนในกรณีก่อนหน้าที่ฮินะจะคว้าพลังของไกอาไว้ 

คุโระนั้นสูญเสียตาข้างซ้ายไปเพราะดาบที่ถูกเบี่ยงออกด้วยการป้องกัน นอกจากนี้ขาซ้ายของเขาก็ถูกฉีกขาดด้วยดาบเล่มนั้นที่เทพสูงสุดขว้างเข้าใส่ ดาบในมือเองก็พังทลายจากการฝืนนำไปรับการโจมตี 

แม้จะมีเพียงขาเดียวแต่เขาก็ไม่ได้ยอมจำนนต่อความแตกต่างนั้น คุโระเงื้อหมัดขวาอันซึ่งเป็นแขนเทียมขึ้น แล้วออกแรงชกใส่เทพสูงสุดตรงหน้า 

“เปล่าประโยชน์!” 

ไม่ได้ผล หมัดของคุโระที่ชกด้วยความรวดเร็วและรุนแรงที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ มานาที่ใส่ลงไปในแขนทำให้พลังนั้นเกิดประสิทธิภาพขึ้น ไม่มีวี่แววว่าจะทำอะไรมันได้เลย 

บุคคลผู้เรียกตนว่าเทพนั้น รวบรวมมานาไว้ที่แขนขวาราวกับกำลังจะพิสูจน์ว่าตนนั้นคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด 

“ตายไปซะ” 

“เป็นแค่เทพจอมปลอมที่ขโมยผลงานของคนอื่นมาแท้ๆ” 

แม้จะยังปากดีอยู่ แต่เขาไร้ซึ่งสิ่งใดจะต่อกรแล้ว 

ทว่าเขายังไม่ยอมแพ้ คุโระเบี่ยงตัวแล้วซัดแขนขวาเข้าโจมตีศัตรูอีกครา และครานี้ แขนนั่นก็พังทลายลง 

ไม่มีทางที่อุปกรณ์ที่สร้างโดยมนุษย์จะต้านทานพลังของเทพได้ อะไหล่และชิ้นสุดหลุดลุ่ย กระจัดกระจายไปทั่วจนได้ยินเสียงอย่างชัดเจน 

คุโระล้มลงนอน เขาไม่เหลืออะไรที่จะต่อสู้ได้อีก ไม่มีดาบ แม้แต่ขาที่ช่วยพยุงร่างให้ลุกขึ้นยืนก็มีไม่ครบ ทัศนวิสัยถูกทำลายจนบอดไปหนึ่งข้าง แถมแขนเทียมที่เข้ามาทดแทนแขนที่เสียไปก็ไม่มีอีกแล้ว 

“คุจัง!” 

ฮินะเรียกชื่อของคุโระ แต่ก็ไม่มีการตอบรับ เพราะแม้แต่หายใจยังจะลำบากสำหรับเขา 

“คุโระ! ที่เจ้าปากดีไว้เมื่อครู่หายไปไหน?! หากเป็นเช่นนี้เจ้าก็ไม่คู่ควรกับตำแหน่ง “ราชันย์ในหมู่ราชันย์” หรอกนะ!” 

ไม่มีใครขอสิ่งนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว! แม้จะคิดเช่นนั้นแต่คุโระก็ไม่ได้ตอบไกอาที่เปลีย่นตัวกับฮินะเมื่อครู่นี้ 

(ให้ตายสิ อ่อนแอกว่าเดิม ไร้ซึ่งเอวาก็เป็นเพียงปีศาจอ่อนแอตัวนึงเท่านั้น) 

คุโระคิดในใจอย่างท้อแท้ ในเวลานั้นเขาก็ถูกแทงทะลุหน้าอกจากข้างหลังอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เอวา แต่เป็นหอกแสงของเทพปีศาจ 

คุโระร้องเบาๆก่อนที่จะแน่นิ่งไป เหลือที่ไหลรินนั้นยังคงไหลไม่หยุด แต่ชัดเจนแล้วว่าหัวใจของเขาไม่ทำงานอีกต่อไปแล้ว 

(...พลัง...ถ้ามีพลัง...มากกว่า...ล่ะก็) 

. 

. 

. 

-เจ้ามีมันอยู่แล้ว เหลือเพียงแค่เจ้าจะยอมรับมันหรือไม่เพียงเท่านั้น 

เสียงที่ตอบกลับมานั้นเป็นเสียงที่ฟังดูมีอายุ มันช่างขลังเสียจนผู้ฟังยังต้องสะพรึง 

(...พลัง...แก...บอกว่าชั้นมีมันอยู่...งั้นเหรอ?) 

-ใช่ ข้าคือหลักฐาน ว่าเจ้ามีพลังนั้นอยู่ 

เสียงนั้นตอบกลับคำถามของคุโระ จากนั้นเขาก็ถามอีกครั้ง 

(...ใคร...แกเป็นใคร...ไม่สิ...เป็นตัวอะไร...กันแน่...) 

-ข้าก็คือเจ้า ข้าคือสิ่งที่หลับไหลอยู่ในตัวเจ้า สัญลักษณ์ของความเป็นนิจนิรันดร์ อุโรโบรอสยังไงล่ะ 

เสียงนั้น---อุโรโบรอสตอบคำถามของคุโระอีกครั้ง 

-ถ้าเป็นเจ้าในตอนนี้ ย่อมปลดผนึกพลังที่แท้จริงของเจ้าได้ นั่นคือครึ่งหนึ่งของทั้งหมด เจ้าจะได้มันไปครึ่งหนึ่ง 

สนใจหรือไม่? อุโรโบรอสถามกับคุโระที่ต้องการมันยิ่งกว่าสิ่งใด คำตอบมันแน่ชัดอยู่แล้ว 

(อา! แน่นอนอยู่แล้ว!) 

-นี่แหละราชันย์แห่งข้า จงคืนชีพในฐานะราชันย์ที่แท้จริงเสีย! 

. 

. 

. 

ในสนามรบ ฮินะและคานะที่ถูกความโกรธครอบงำด้วยความโกรธ พวกเธอรวมไปถึงฮานิบาลเข้าโจมตีเทพสูงสุด 

จอมมารอูรานอสเองก็เข้าร่วมวงการต่อสู้ จึงเกิดเป็นการต่อสู้ระหว่างคนสามกลุ่มขึ้น 

อูรานอสเข้าโจมตีฮินะซึ่งเธอสามารถป้องกันการโจมตีของเขาได้ แต่ไม่เพียงเท่านั้น มันยังหมุนตัวโจมตีศัตรูซึ่งอยู่อีกด้านหนึ่งอย่างเทพสูงสุดอีกด้วย 

“ไอ้สวะ” 

เทพสูงสุดส่งเสียงไม่พอใจ แต่อูรานอสยิ้มอย่างไม่กลังเกรง 

คานะที่ถูกโจมตีอย่างรุนแรงจากทั้งสองฝ่ายก็เริ่มจะสู้ไม่ไหว ในทางกลับกันแม้ฮานิบาลจะถูกซัดไปมากเท่าไร เธอก็ยิ่งยืนหยัดได้นานขึ้นเท่านั้น 

เปลวเพลิงปะทุจากปากของเธอ เธออ้าปากพ่นเปลวเพลิงสีดำออกมาโดยเผ้าหมายคือจอมมารและเทพสูงสุด 

“อึ่ก! ไอ้จิ้งเหลนเอ้ย!” 

“ไอ้แมลงโสโครก!” 

มันได้ผล หลักฐานคือบาดแผลผุพองและคำสบถของพวกมัน 

ฮินะก็ใช่ว่าจะยอม เธอโจมตีด้วยดาบคาตานะและทักษะการต่อสู้ทั้งการเตะและต่อย 

“ชิ เหมือนแค่นี้จะยังไม่ได้ผลนะ!” 

ฮินะสบถออกมา ก่อนที่จะนิ่งไปชั่วขณะ 

“...เข้าใจแล้ว” 

มันเป็นการสื่อสารกับไกอาที่อยู่ภายในตัวเธอ 

เมื่อวิญญาณทั้งสองรวมเป็นหนึ่ง ฮินะสามารถใช้พลังของไกอาได้อย่างเต็มรูปแบบ เปลวเพลิงสีขาวครอบคลุมทั่วทั้งร่างของฮินะ 

มันมีสีขาวที่ชัดเจนยิ่งกว่าของคานะ และยังถูกสร้างขึ้นเป็นเกราะสีขาวที่มีรูปลักษณ์ที่งดงามสมกับเป็น “รังสรรค์ยุทโธปกรณ์” ของมหาเทพีแห่งโลก 

ในตอนนี้ ฮินะคืออัศวินศักดิ์สิทธิ์ ผู้เหมาะสมกับสมญานาม “วีรสตรีศักดิ์สิทธิ์” เป็นที่สุด 

ผมสีขาวของเธอพริ้วไสว แววตาที่เรียวคมราวกับจะทิ่มแทงศัตรูนั้นจ้องมองไปยังศัตรูทั้งสองที่ยืนใกล้เคียงกัน 

“นั่นมัน...” 

“...ร่างจำแลงเทพ...” 

ฮานิบาลพึมพำออกมา นั่นทำให้ทั้งสองนิ่วหน้าคิ้วขมวดอย่างกดดัน 

แม้แต่เพื่อนพ้องที่อยู่บนท้องฟ้าผู้จ้องมองเธออยู่ยังรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่รุนแรงที่แฝงมากับพลังนี้ แน่นอนว่าทั้งสี่คนเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับคุโระ 

ทว่าในสี่คนนั้น มี้เพียงคนเดียวเท่านั้นที่เชื่อมั่น 

“หยุดเหม่อได้แล้ว รีบจัดการศัตรูซะ” 

“แต่ว่า...” 

“เป็นคนรักของท่านราชาประสาอะไร? ทำไมถึงคิดว่าเขากำลังแย่? นั่นเป็นเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้น” 

ยูริยิ้มตอบยูยะที่ทำหน้ากังวล แม้สีหน้ากังวลจะไม่หายไป แต่เธอก็ตั้งสมาธิกับศัตรูซึ่งเป็นอสูรกายยักษ์ซึ่งล้มแล้วลุกขึ้นมาหลายต่อหลายครา 

แม้จะมีบาดแผลที่มากมาย แต่ก็ยังไม่ถึงตาย นั่นคือพลังของบาปแห่งความริษยา 

บาปสุดท้ายที่ยังไม่ตายจากไป พลังส่วนสุดท้ายที่คุโระต้องการ 

*ฟิ้ว* 

และแล้วทุกอย่างก็เป็นไปดั่งแผนการของยูริ ดาบใหญ่สีดำที่มีลวดลายงดงามบินตรงมาโดยไม่หยุดนิ่ง มันแทงทะลุร่างของอสูรกายตัวนั้น แล้วทำลายแกนกลางของมันอย่างง่ายดาย 

พลังส่วนสุดท้ายถูกส่งไปยังผู้ที่ควรได้รับการครอบครองมัน ดาบเล่มนั้นมุ่งตรงไปยังคุโระที่นอนไม่หยับเขยื้อนไม่ไหวติง โดยมีแอนโดรเมด้าที่เพิ่งมาถึงนั่งอยู่เคียงข้าง 

ร่างของคุโระที่ถูกพลิกขึ้นโดยแอนโดรเมาด้านั้นตอบสนองดาบที่มุ่งตรงมาใกล้อย่างรวดเร็ว แอนโดรเมด้าที่มองเห็นสิ่งนั้นก็ไม่คิดจะหลีกหนี เธอเปิดกระเป๋าออกแล้วเตรียมขวดที่เต็มไปด้วยยาฟื้นฟูออกมา 

“ถ้าข้ามาเร็วกว่านี้ก็คงดี แต่นี่ก็เป็นผลลัพท์ที่อาจจะไม่ได้แย่นัก” 

แอนโดรเมด้าพึมพำอย่างแผ่วเบา เธอยิ้มอ่อนให้กับคุโระที่ตอบรับเสียงของเธอ 

“ใช่ ผลลัพท์นี้ก็ไม่ได้เลวร้ายมากนักหรอก” 

*ฟูมมมมมมมมมมมมมม* 

เปลวเพลิงสีดำสนิทพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจนแยกผืนนภาออกเป็นสอง แอนโดรเมด้าที่อยู่ใกล้ที่สุดนั้นยิ้มอย่างไม่หวั่นไหว ในขณะเดียวกันฮินะที่เริ่มเสียสติก็ยังไม่หยุดการโจมตีใส่ทั้งสองศัตรูของตน 

แม้อีกฝ่ายจะตกใจจนเผลอหันหลังให้กับฮินะ แต่ว่าพวกเขาก็ยังรอดชีวิตมาได้ แม้จะสาหัสมากขนาดนั้น 

แต่ทว่าพลังของเทพสูงสุดกับของฮินะนั้นเป็นประเภทเดียวกัน ไม่มีทางที่แสงสว่างจะกลืนกินแสงได้ ดังนั้นจึงมีเพียงอูรานอสที่สาหัส แม้ว่าเทพสูงสุดตนนั้นจะถูกโจมตีโหมกระหน่ำที่มากกว่าเป็นหลายเท่าตัว 

คานะที่พยายามจะลุกขึ้นมานั้นก็ได้รับการประคองช่วยเหลือจากฮานิบาลที่ปลีกตัวออกมาเพราะไม่สามารถตามความเร็วของฮินะได้ทัน 

“ขอบคุณ” 

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร” 

คานะยิ้ม แล้วหันไปมองฮินะผู้เป็นพี่ 

ฮินะยามโกรธ เสียใจ เธอเหมือนกับสัตว์ร้ายในคราบของทูตสวรรค์ ไร้ซึ่งสติราวกับใช้เพียงแค่สัญชาตญาณ 

ฮินะใช้ดาบสองมือ ไม่ใช่เพียงเล่มเดียวแต่เป็นสองเล่ม ดาบคู่เคลื่อนไหวราวกับสัตว์ป่าที่ดุร้าย ไม่มีเค้าโครงของความงดงามหลงเหลือเลยแม้แต่น้อย 

หากเธอยังมีสติอยู่ ไม่มีทางที่เธอจะไม่รู้สึกถึงตัวตนภายในพายุเปลวเพลิงนั้น และอันตรายจากศัตรูตรงหน้าของเธอ 

ถ้าคิดว่าจอมมารอย่างอูรานอสจะจบชีวิตลงอย่างง่ายดายแล้วล่ะก็ เธอคิดผิดอย่างมหันต์ 

“อย่าได้ใจไปหน่อยเลย!” 

ร่างกายของมันถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงสีดำคล้ายกับอีกทางฝั่งหนึ่งซึ่งมันสลายลงไปแล้ว ร่างของอูรานอสนั้นขยายออก แขนซ้ายที่เคยเป็นแขนมนุษย์ก็มีรูปร่างที่แปลกไป กลายเป็นแขนของสัตว์ประหลาดเช่นเดียวกับแขนอีกข้างของมัน 

ร่างมันสูงขึ้นจนไม่สามารถยืนตรงได้ หลังที่โค้งงอจนค่อมนั้นช่างน่าเกลียด กระดูกสันหลังนั้นแทงทะลุงแผ่นหลังออกมา มันแหลมคมจนดูน่าหวาดหวั่น 

นิ้วที่กว้างยาวจนไม่สามารถถือดาบได้ ดาบของมันที่กำลังตกลงไปนั้นถูกคว้าโดยหางที่งอกออกมา นอกเหนือจากหางของมันแล้ว ยังมีปีกค้างคาว่ที่มีรูปร่างไม่น่าดูชมเสียเท่าไรอีกด้วย 

ใบหน้าของมันเปลี่ยนไป เหมือนกับปีศาจที่อีกโลกหนึ่งเรียกว่า “บาโฟเมต” 

“พวกแกทุกคนต้องตาย!” 

“ไอ้สัตว์ประหลาดเอ้ย” 

ร่างกายของอูรานอสที่โผล่ออกมานั้นคือพลังของ “ร่างจำแลงมาร” มันคือพลังที่มีเพียงจอมมารเท่านั้นที่ใช้งานได้ พลังนั้นสูงมากจนน่ากลัว เฉกเช่นรูปร่างของมัน 

แน่นอนว่าเป็นพลังที่ต่อกรได้แม้แต่ “ร่างจำแลงเทพ” เพราะความมืดนั้นย่อมกลืนกินแสงสว่าง เฉกเช่นแสงสว่างที่จะกลืนกินความมืดมิด 

อูรานอสไม่รอช้าโจมตีเข้าใส่ฮินะ แน่นอนว่าเทพสูงสุดผู้หมายปองฮินะนั้นไม่ได้ยินยอมให้มันทำตามใจ 

เขาใช้พลังของตน “ร่างจำแลงเทพ” เฉกเช่นเดียวกับฮินะ รูปร่างของเขานั้นเหมือนกับวีรบุรุษ หากใครเห็นก็คงคิดว่าทั้งเขาและฮินะนั้นเหมาะสมกันยิ่งกว่าสิ่งใด 

ถึงจะเป็นเช่นนั้น แต่นั่นก็เป็นเพียงปัจจัยภายนอกเพียงเท่านั้น 

เพราะหากนับที่ความคิด ความเข้ากันได้ และสายสัมพันธ์ล่ะก็ แม้จะเคยพิสูจน์มาหลายต่อหลายครั้ง และครั้งนี้เองก็มีการพิสูจน์มาจากเขาผู้นั้น 

การโจมตีของอูรานอสถูกปัดออก เช่นเดียวกับการโจมตีของฮินะที่ถูกรับเอาไว้ได้ราวกับมันไม่ใช่เรื่องยากเย็น 

อูรานอสที่ถูกปัดการโจมตีก็เสียจังหวะ ทำให้ถูกโจมตีจากเทพสูงสุดในร่างของ “ร่างจำแลงเทพ” จนปลิวไปไกลเล็กน้อย 

“นี่แก!” 

เมื่อเทพสูงสุดหันมามองเขาก็สบถออกมา ในม่านควันนั้นมีชายคนนึงที่มีรูปร่างแปลกเล็กน้อยอยู่ 

ครึ่งซ้ายนั้นมีลวดลายคล้ายแผงวงจรหลักสีฟ้าอยู่ตั้งแต่ส่วนแขนซ้ายขึ้นไปจนถึงใบหน้า และแน่นอนว่าด้านขวาเองก็เช่นกัน หากแต่มันเป็นสีแดงสด 

สภาพของชุดที่สวมนั้นขาดรุ่งริ่ง เขาเปลือยร่างท่อนบนอยู่ ในขณะที่กางเกงที่มีสภาพของส่วนขาที่ยาวในส่วนของข้างขวา และขาที่สั้นในส่วนของข้างซ้าย 

เปลวเพลิงสีดำนั้นครอบคลุมร่างกายของชายผู้นั้นไปครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งนั้นเป็นสีขาวสดใส ผมของเขาที่เดิมเคยมีสีดำนั้น ในตอนนี้ถูกแบ่งเป็นสองคือขวาดำและซ้ายขาวตามเปลวเพลิงที่ปรากฏ ราวกับแบ่งแยกแสงสว่างหรือความมืด 

ชายคนนั้น คือคุโรมิเนะ คุโระที่ควรจะตายไปแล้วตามความคิดของเทพสูงสุด 

. 

. 

. 

ย้อนเวลาไปเล็กน้อย 

เปลวเพลิงสีดำปะทุขึ้นอย่งรุนแรงราวกับพายุเพลง ร่างของคุโระลอยขึ้น แขนและขานั้นถูกสร้างขึ้นด้วยเปลวเพลิงสีดำ สีของแขนและขาที่งอกออกมานั้นเป็นสีแทนอ่อน รอยตัดขาดนั้นถูกทำให้เป็นดั่งรอยไหม้เพื่อเชื่อมแขนและขาของเขา ทำให้ไม่ดูแปลกแยกมาเกินไป 

แขนขวาของเขารับสิ่งที่มุ่งตรงมาหาเขาได้ มันคือดาบใหญ่สีดำบนขาว “ดาบศักดิ์สิทธิ์ เอลคาโน่ วอน อาร์คัส” หรืออีกชื่อหนึ่ง “เอวา” ดาบที่มีวิญญาณสิงสถิตอยู่ 

“พี่คุโระ!” 

เสียงนั้นเรียกคุโระที่กำลังลืมตาขึ้น 

ตาข้างซ้ายที่เสียไปนั้นถูกซ่อมแซม แต่มันก็มีความแปลกและแตกต่างคือ ตาของเขาไม่ได้กลับมาเป็นสีดำดังที่เคยเป็น มันกลับกลายเป็นสีฟ้าอ่อนราวกับท้องฟ้าที่สดใส 

“เอวา” 

เสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยน แม้จะแตกต่างแต่นี่คือคุโระยามที่อยู่กับคนรัก 

ใช่ แม้ดาบนี่จะเป็นดาบและเรียกเขาว่าพี่ แต่ก็ถือเป็นคนรักของเขา เพียงเพราะเธอไม่พึงพอใจกับสถานะเพียงพี่น้อง แม้จะไม่ได้เปลี่ยนคำพูดคำจา แต่เธอก็คือคนรักของคุโระแม้จะสลายไปแล้ว 

“ฉัน...คิดว่าพี่คุโระจะตายซะแล้วนะคะ!” 

“ไม่เอาน่า ชั้นจะไม่ยอมตายง่ายๆหรอกนะ แม้ว่ามันจะเป็นเส้นทางที่ถูกกำหนด แต่ชั้นจะยอมเต้นไปตามเกมของอีกฝ่ายก่อนล่ะนะ” 

เป็นการจิกกัดแต่ก็เป็นความจริง ราวกับชะตากรรมนั้นเล่นตลก มีหรือที่เขาจะไม่มีความสามารถพอที่จะเอาชนะพวกนั้น แต่ทว่าเขาก็ถูกทำให้อ่อนแอลง แล้วกลับมาแข็งแกร่งขึ้นยามที่เขาถูกสังหารอีกครา 

“ให้ชั้นยืมพลังอีกครั้งเถอะนะ” 

“แน่นอนอยู่แล้วล่ะค่ะ แล้วก็...เหมือนจะมีคนอยากคุยกับพี่คุโระนะคะ” 

ตั้งแต่เริ่มสนทนากัน คุโระมองเห็นร่างวิญญาณในรูปร่างเด็กสาวผมสีส้มอ่อนของเอวาอยู่ และร่างนั้นก็ชี้ไปยังข้างหลังของคุโระ 

เมื่อเขาหันไปก็พบกับพื้นที่อันกว้างใหญ่แม้จะมืดมิด ไม่เหมือนกับเมื่อครู่ที่มีพื้นที่ค่อนข้างจะจำกัด 

ตรงนั้น ณ ใจกลางของความมืดมิด คุโระมองเห็นหญิงสาวในชุดเกราะเดรสอันงดงามอยู่ เธอมีใบหน้าที่คุ้นเคย สีผมส่องแสงสีขาว ดวงตาสีฟ้าอ่อนราวกับหนึ่งในคนรักของเขาที่กำลังบ้าคลั่ง 

เธอคนนั้นกำลังส่งยิ้มให้กับคุโระ แววตาของเธอสดใสราวกับไม่ได้เจอเขามาเป็นสิบๆปี แม้ว่าเขาจะจำไม่ได้ก็ตาม 

“คุณคือ?” 

“ดีใจที่ได้เจอนะ แม่คิดถึงลูกมากเลยล่ะ” 

หญิงสาวตอบกลับด้วยคำตอบที่ไม่สอดคล้อง คุโระไม่คิดจะถามซ้ำ แต่หญิงสาวคนนั้นก็เริ่มสนทนากับเขาอีกครั้ง 

“นานมากแล้ว เมื่อก่อนลูกยังตัวเล็กนิดเดียวเอง ตอนนี้โตขึ้นเป็นผู้ชายที่พึ่งพาได้แล้ว...รึเปล่านะ? คิคิ แม่ล้อเล่นนะ … ชื่อของแม่คือฮินาตะ เมงุมิ แม่ของลูกที่ตายไปด้วยน้ำมือของอูรานอสยังไงล่ะจ๊ะ” 

คุโระเบิกตากว้างกับคำพูดอันน่าเหลือเชื่อ แต่ว่าก่อนที่เขาจะได้พูดนั้น หญิงสาวผู้อ้างตนว่าเป็นแม่ของเขา---ฮินาตะ เมงุมิก็พูดขึ้นอีกครั้ง 

“ในตอนที่ลูกเป็นเด็กน่ะ ลูกน่าอัศจรรย์มากเลยนะ ได้รับพลังจากทั้งแม่ และพ่อของลูกอย่างคุณโซโนซากิ แต่ว่านะ เด็กอย่างลูกน่ะยังรับมันไม่ได้หรอก แม่เลยเก็บมันเอาไว้ตลอดมา มังกรอีกตัวหนึ่งของลูก “มังกรสวรรค์ เควตซัลโควตล์” อีกหนึ่งตัวตนของพลังของลูกเช่นเดียวกับ “มังกรแห่งความมืดอันเป็นนิรันดร์ อุโรโบรอส” ถ้าเป็นลูกในตอนนี้ล่ะก็ ลูกคงรับพลังของทั้งสองนี้ไหวอย่างแน่นอน” 

เมงุมิยิ้มให้กับคุโระ เธอยื่นมือที่มีไข่สีขาวลายทองให้กับคุโระ และแน่นอนว่าเขาต้องรับมัน 

เมื่อสัมผัสกับไข่นั่น มันก็สลายหายไป แล้วกลายเป็นแสงสว่างเข้าปกคลุมร่างของคุโระ เขาเห็นเมกุมิที่ยืนยิ้มอยู่นั้นห่างออกไปราวกับหมดหน้าที่แล้ว 

“สุดท้ายแล้วแม่ก็ไม่สามารถกอดลูกได้ แม่ขอโทษด้วยนะที่ด่วนจากไปเสียก่อน ครั้งหน้า หากได้เกิดมาอีก ขอให้แม่ได้คลอดลูกออกมาเป็นลูกแม่อีกนะ แม่รักลูกนะ คุโระ” 

คุโระได้แต่ยิ้มให้ 

“ครั้งหน้า ขอให้เกิดมาเป็นมนุษย์ธรรมดาก็แล้วกันนะ” 

คุโระกำหมัดซ้ายเอาไว้แน่น ก่อนที่จะหันหลังไป 

“คราวนี้แหละ จะซัดให้คว่ำทั้งสองตัวนั่นเลย” 

“โอ้!” 

. 

. 

. 

เมื่อได้พลังแห่งแสงและความมืดมา คุโระก็ไม่รอช้า ใช้พลังจำนวนมากอย่างรวดเร็ว 

ครึ่งหนึ่งคือความมืด กลับกันอีกครึ่งคือแสงสว่าง พลังของเขาสมดุลย์มากเสียจนทำลายได้ทั้งแสงและความมืด แม้จะไม่แข็งแกร่งเท่าร่างใดร่างหนึ่ง แต่ “ร่างจำแลงเทพมาร” นี้ก็แข็งแกร่งมากพอที่จะโค่นเทพและจอมมาร 

คุโระที่สำเร็จทักษะ “ร่างจำแลงเทพมาร” นั้นได้เดินเข้าหาแอนโรเมด้าที่ถือขวดยารอเขาอยู่ 

แม้การฟื้นฟูจะกลับมา แต่จะให้พร้อมรบอย่างสุดความสามารถในตอนนี้คงจะยากเย็นเกินไป ดังนั้นเขารับยาฟื้นฟูมาแล้วดื่มมันอย่างรวดเร็ว  

“ร่างกายเป็นเช่นไรบ้าง ท่านราชา” 

“อย่าเรียกแบบนั้นสิ แต่ก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะ ส่วนร่างกายก็ดีขึ้นกว่าเดิมเลยล่ะ พลังเหลือล้นสุดๆไปเลยด้วย” 

“ถ้าเช่นนั้น ไปดีมาดีนะคะ” 

“อา ดูแลตัวเองด้วย” 

ยาฟื้นฟูจำนวนสิบเจ็ดจากยี่สิบขวดถูกดื่มไป น้ำถูกเผาผลาญจนเขาไม่ได้รู้สึกอยากขับของเสีย 

คุโระจงใจเหลือขวดยาฟื้นฟูไว้สามขวด แล้วแอนโดรเมด้าก็เข้าใจว่านั่นหมายถึงอะไร 

เธอบินไปหาคานะและฮานิบาลอย่างรวดเร็ว ฮานิบาลยังพอว่าแต่คานะนั้นไม่ไหวแล้ว ดังนั้นการฟื้นฟูทั้งร่างกายและมานาจึงเป็นสิ่งที่สำคัญต่อคานะในปัจจุบัน 

“พี่คุโระ รูปร่างนั่นมันอะไรกันน่ะ?” 

คานะดื่มน้ำยาแล้วบ่นให้กับคุโระที่โผล่มาขัดขวางการต่อสู้ระหว่างฮินะที่กำลังคุ้มคลั่งและอูรานอส 

คุโระปัดการโจมตีขอฮินะออกแล้วหันไปโจมตีด้วยการถีบเทพสูงสุดไร้นามผู้นั้นจนอีกฝ่ายที่หลบไม่ทันต้องถอยหลังออกไปไกลหลายเมตร 

“ฮินะ!” 

“อึ่ก! คุโระ!!” 

เพราะยังบ้าคลั่งเลยไม่ได้เรียกตามเดิม คุโระปัดการโจมตีของฮินะออก ก่อนที่จะหมุนตัวเตะอูรานอสที่กระโจนเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วใช้เวทมนตร์โจมตีใส่เทพสูงสุด โดยเวทมนตร์ที่ว่านั้นคือเปลวเพลิงสีดำสนิทจากแขนขวานั่นเอง 

คุโระหันไปหาฮินะอีกครั้ง คราวนี้เขาดึงร่างของฮินะเข้าสวมกอด แล้วจับใบหน้าของเธอจูบอย่างร้อนแรงแระป่าเถื่อน 

แม้จะไม่ใช่เวลา แต่อาจจะมีแค่วิธีนี้ที่เขาคิดออกเพื่อไม่ให้เธอคุ้มคลั่งไปมากกว่านี้ 

และอย่างไม่น่าเชื่อ ประกายในดวงตาของฮินะกลับมาอีกครั้ง เธอโอบคอของคุโระแล้วดื่มด่ำกับการจูบกับคุโระอย่างร้อนแรง 

“ไอ้สวะสารเลว!” 

“อย่าไปขัดพี่คุโระและพี่จ๋านะ!” 

คานะเข้ารับการโจมตีของเทพไร้นาม แม้จะหนักหนาสสาหัส แต่เธอก็ปัดป้องมันได้อย่างปลอดภัย 

“ฮ่า ...คุจัง?” 

“อา นี่ชั้นเอง” 

“สุดยอดเลยนะ แล้วทำไมถึงเป็นสองสีแบบนี้กันล่ะ? แขนและขาก็เป็นสีแทนด้วย โดนแดดเผาหรอ? ทำไมถึงใช้พลังแห่งแสงได้ล่ะ? ทำไมถึงยังไม่ตายล่ะ ทำไม---” 

คุโระปิดปากของฮินะด้วยการจูบอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นเพียงแค่จูบสั้นๆเท่านั้น 

“พูดมากน่า ชั้นจะไม่ตายถ้ายังทำความปรารถนาของเธอยังไม่เสร็จ ชั้นบอกแล้วไง ว่าจะสร้างโลกเพื่อเธอ เพื่อหยุดยั้งเธอจากการทำลายโลกอื่นๆเพื่อสร้างโลกของตนเอง” 

“...นั่นสินะ ไกอาในตัวเราก็เหมือนกับแอนตี้ฮีโร่นั่นแหละ ไม่ใช่คนดี ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง บางครั้งก็สู้กับความชั่วร้าย บางหนก็สู้กับความดี แม้แต่เราก็หยุดเธอไม่ได้หรอกนะ มีแค่นายเท่านั้น” 

“จบศึกนี้ชั้นจะหยุดเรื่องทั้งหมดเอง เชื่อใจได้เลย” 

“ออกห่างจากเธอนะเว้ย!” 

คุโระคว้าเอวาที่ลอยอยู่รอบข้างตั้งแต่เมื่อครู่ ปัดการโจมตีของเทพไร้นามนั่นแล้วโจมตีส่วนกลับอย่างรวดเร็ว 

“ชั้นมีของจะให้!” 

คุโระหยิบปืนที่เก็บไว้ในเวทมนตร์มิติออกมา แล้วเปิดฉากยิงใส่เทพไร้นาท 

นัดแรกนั้นโดนเป้าหมาย แต่นัดต่อๆมานั้นถูกป้องกันเอาไว้ได้ด้วยกำแพงเวทมนตร์ของมัน 

เลือดที่ไหลรินนั้นทำให้เทพสูงสุดโกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟ มันเข้ามาโจมตีคุโระอย่างไร้สติ แต่คุโระ็ป้องกันได้ด้วยดาบในมือขวา แล้วเขาก็บรรจุกระสุนด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนที่จะลั่นไกโจมตีอีกครั้ง มีหลายนัดที่ถูกตัวของเทพสูงสุด 

เทพสูงสุดยิ่งโกรธหนักยิ่งกว่าเดิม เขารักษาบาดแผลแล้วสร้างกระสุนเวทมนตร์ขึ้นเพื่อโจมตีใส่คุโระ แต่ว่าคุโระนั้นไม่ได้ใส่ใจสิ่งนั้นเลย 

เขาตั้งดาบแล้วกวาดดาบออกกว้าง ส่วนคลื่นดาบเข้าโจมตีศัตรูอย่างรุนแรงและรวดเร็ว คลื่นดาบปัดป้องกระสุนเวทมนตร์นั้นทิ้งออก แล้วเข้าโจมตีเทพสูงสุดตนนั้น 

“ไอ้เวรเอ้ย!” 

อูรานอสตะโกนก้องแล้วเข้าโจมตีคุโระ 

“ไม่ยอมให้ไปขวางหรอก!” 

ฮินะโจมตีด้วยดาบคู่ ทั้งซ้ายและขวาต่างเป็นดาบในรูปร่างของคาตานะ ความพริ้วไหวจึงมีมาก แถมเธอยังได้สติกลับมาอีก การเคลื่อนไหวของเธอจึงแตกต่างไปจากเดิม 

ฮินะร่ายรำราวกับระบำดาบ เธอดูงดงามซึ่งขัดการรูปลักษณ์ที่ดูเหมือนอัศวินมากกว่าเจ้าหญิง แต่กระนั้นความงดงามก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิด 

“อึ่ก!” 

ดาบคู่ของเธอส่องแสงสว่างวาบ เธอโจมตีด้วยเวทมนตร์ที่มีดาบเป็นสื่อกลาง การโจมตีนั้นหากไม่ใช่จอมมารแต่เป็นปีศาจทั่วไปคงได้ไปเกิดใหม่เสียแล้ว 

อูรานอสพยายามจะทิ้งระยะห่าง เพื่อให้มั่นใจว่าฮินะจะไม่เข้ามาใกล้เขาถึงเตรียมพร้อมที่จะโจมตี และหากเธอโจมตีจากระยะไกลเขาก็จะหาจุดบอดเพื่อเข้าโจมตีเธอในภายหลัง 

ทว่าสิ่งที่ฮินะตอบสนองนั้นไม่ใช่ทั้งสองสิ่ง ทั้งการเข้าระยะการโจมตีหรือโจมตีจากระยะไกล แต่เป็นการหันไปทางเทพสูงสุดผู้นั้นแล้วเข้าโจมตีเขาอย่างรวดเร็ว 

คุโระที่ยิงปืนออกไปจำนวนหลายสิบนัดจนกระสุนที่มีอยู่เหลือเพียงครึ่งหนึ่งของที่มีทั้งหมด เขาเปลี่ยนกระสุนอีกครั้งแล้วเบี่ยงตัวออกไปทางอูรานอส 

เทพสูงสุดผู้ไร้นามนั้นต้องการจะปิดฉากคุโระให้เร็วที่สุดแม้มันจะเสียเปรียบ เขาหลบเลี่ยงการโจมตีของฮินะแล้วเว้นระยะห่างออกมาได้ 

ทว่า 

“ไม่ปล่อยให้หนีหรอก!” 

เป็นคานะที่เข้ามาขัดขวาง ผสมโรงกับฮานิบาลจนเป็นการคอมโบการโจมตีที่เทพสูงสุดนั้นป้องกันเอาไว้ไม่ทัน 

เขาถูกโจมตีโดยหมัดของฮานิบาล ผู้เป็นมังกรแห่งความมืดซึ่งขัดกับแสงสว่างอย่างสองพี่น้องฮินาตะอย่างชัดเจน 

“คงไม่ได้ลืมเราแล้วหรอกนะ!” 

ฮินะโจมตีจากข้างหลังจนเขาต้องเบี่ยงหลบการโจมตีถึงตายนั่นจนได้รับบาดแผลกลับมา 

แต่มันยังไม่จบแค่นั้น ยูยะที่ได้รับการฟื้นฟูแล้วก็เข้าโจมตีมันจากข้างหลัง “ร่างจำแลง” ของยูยะนั้นไม่ใช่ธาตุแสง หากแต่เป็นธาตุพิเศษที่มีแค่ยูยะเท่านั้นที่จะใช้งานได้ 

ดังนั้นการโจมตีของยูยะเองก็รุนแรงจนได้รับบาดแผลที่มากพอ เฉกเช่นกับการโจมตีของฮานิบาล 

ตอนนี้กลุ่มของฮินะและคุโระนั้นค่อนข้างแยะออกห่างจากกันแล้ว หากพวกเธอไปสมทบกับคุโระคงจะจัดการอูรานอสได้โดยง่าย แต่ดูเหมือนพวกเธอจะไม่อยากไปขัดขวางเขาในการต่อสู้นัดล้างตา 

ต่างจากเทพสูงสุด คุโระไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้มีความแค้นแถมแค่ฮินะก็เพียงพอ เขาคิดเช่นนั้น แต่ทว่าก็ยังมีพรรคพวกมาช่วยต่อสู้อยู่ดี 

เพราะมีกระทั่งยูริ สองพี่น้องซัคคิวบัสอย่างแอสโมดิอุสและแอนโดรเมด้าเองก็ด้วย 

หนึ่งเทพและเจ็ดสาว ราวกับเจ็ดบาปและแพนโดร่ายังไงก็มิปาน 

ฮินะแสยะยิ้ม นัยน์ตาหรี่ลงอย่างน่าสะพรึง ปากของเธอขยับไปตามธรรมชาติเพื่อบอกกับเทพตนนั้นถึงชะตากรรมของเขา เธอพูดขึ้นพร้อมกับคุโระที่เข้าโจมตีอูรานอสพร้อมกับกล่าวประโยคประจำตัวของตัวเองออกมา 

“มาต่อยกสองกันไอ้เทพเวร คราวนี้แหละ ถึงเวลาตายของนายแล้ว!” 

“นับความผิดของแกเอาไว้ซะ ไอ้เวรเอ้ย!” 

การต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นเช่นไร ผลลัพท์นั้นจะถูกแสดงออกมาในตอนต่อไปที่จะถึงนี้ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว