ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 30

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.5k

ความคิดเห็น : 101

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 00:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 30 

 

เมื่อปลายยามอิ่ว (17.00-18.59น.) มาถึงงานเลี้ยงต้อนรับภายในจวนตระกูลหวังแห่งเมืองเจียวฉือจึงเริ่มต้นขึ้น ภายในงานมีเพียงผู้ที่ทำงานให้กับสกุลหวังตั้งแต่เริ่มต้นกิจการในปีนั้นและผู้มาใหม่อีกเล็กน้อยที่ได้เข้าร่วม คนนอกที่ได้เข้ามาเยือนตระกูลหวังมีเพียงนางรำและนักดนตรีเท่านั้น การคุ้มกันจวนหนาแน่นเสียจนแมลงสักตัวยังเล็ดลอดเข้ามาไม่ได้

หวังมู่เฟยนั่งเคียงข้างผู้เป็นสามีพร้อมเหลือบมองความเป็นไปในตระกูลหวังด้วยความปลาบปลื้มยินดี นางรำและนักดนตรีคอยในความสนุกเพลิดเพลินอยู่อีกมุมหนึ่งของโถงใหญ่ แม้จะกล่าวว่ามันคืองานเลี้ยงต้อนรับแต่ก็เป็นเพียงการรวมตัวกันระหว่างครอบครัวและคนรู้จักร่วมดื่มด่ำทานอาหารเลิศรสพร้อมชมดูรับฟังการแสดงและพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ รอบตัวเท่านั้น

เนื้อสัตว์วิญญาณระดับหกเทียบเท่าจินตันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทุกคนในงานได้ลิ้มรสเป็นครั้งแรก พลังแฝงของมันแทบทำให้ผู้มีลมปราณอ่อนด้อยแตกซ่านธาตุไฟเข้าแทรก ชาปราณเอย สุราเอยล้วนเป็นของดีหายากในโลกระดับหนึ่งทั้งสิ้น

หลงหลี่เฉียงนั่งนิ่งเรียบเฉยด้วยท่วงท่าผ่อนคลายสบายกายโดยมีผู้เป็นภรรยาคอยรินชาปราณให้เป็นระยะ แม้ผู้คนเหล่านี้จะอ่อนแอดั่งมดปลวกแต่ก็เป็นผู้ที่หวังมู่เฟยให้ความใส่ใจ ในฐานะสามีที่ดีไม่อาจไม่ไว้หน้าภรรยาอันเป็นที่รัก อีกทั้ง งานเลี้ยงเล็กๆ นี้ก็ไม่ได้แย่นัก

หวังมู่เฟยยิ้มแย้มพูดคุยกับเหล่าพี่น้องสกุลหวังและพี่น้องสกุลหยางซึ่งนั่งอยู่ห่างไปไม่ไกลแม้ที่นั่งจะลดหลั่นหนึ่งขั้นเล็กก็ตามแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคอันใด หลงจิ่นติ้งตัวน้อยนั่งอยู่กับหวังหยุนไม่ไปไหนเนื่องจากน้าชายผู้นี้มีของเล่นมากมายใต้แขนเสื้อและลูกกวาดสมุนไพรอร่อยๆ อยู่เต็มไปหมด

บุตรหลานของเหล่าผู้คนในกองกำลังลับลู่หลงและเหล่าผู้ช่วยของกิจการภายในตระกูลหวังต่างทยอยกันออกมาแสดงความสามารถในโถงกว้าง เด็กๆ นั้นน่ารักน่าชังอยู่แล้วจึงเข้าตาหวังมู่เฟยอย่างยิ่ง ฮูหยินตระกูลบรรพกาลจึงแจกจ่ายมอบผลึกปราณระดับต่ำให้แก่เด็กๆ ไปหลายพันก้อนอย่างบ้าคลั่งไม่หยุนหย่อน

เทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ไม่แม้จะเหลือบตามองกับผลึกปราณที่ใช้จ่ายออกไปอย่างไม่คิดของผู้เป็นมารดาของบุตรชาย เสียงโห่ร้องยินดีสนุกสนานดังขึ้นเป็นช่วงๆ สลับกับเสียงพูดคุยหัวเราะ ยามแรกแม้ผู้คนจะเกร็งแข็งระมัดระวังเพราะความกดดันอันมหาศาลไปบ้างในช่วงแรกแต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้าทุกสิ่งอย่างก็เริ่มเข้าที่เข้าทางล้วนเริ่มผ่อนคลายเมื่อพบว่าท่านเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่และฮูหยินไม่ได้ไร้เหตุผลดุร้ายอันธพาลถึงเพียงนั้น…

“พวกเจ้าจะแต่งงานเมื่อใดรึ” ดวงตากลมโตของหวังมู่เฟยหรี่มองผู้เป็นว่าที่น้องเขยด้วยใบหน้าแย้มยิ้มหวานจนหยางหนิงเฉิงสะท้านเฮือกไปทั้งร่าง ส่วนหวังเหมยนั้นแย้มยิ้มเอียงอายเล็กน้อยและเป็นผู้ตอบคำถามพี่ใหญ่ของนาง

“ข้าไม่รีบร้อนเจ้าค่ะพี่ใหญ่ ยังมีอีกหลายสิ่งที่ข้ายังไม่ได้ยลมากมายนัก” หวังมู่เฟยพยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพอใจ ดีแล้ว เรื่องนี้ยังมีเวลาอีกมาก ในสายตาของเขาทั้งสองยังเด็กอยู่!

“หวังจือเล่า ยามนี้เจ้ามีคนที่ถูกใจหรือไม่”

“ยังไม่มีขอรับ ข้าเองก็ไม่รีบร้อนเช่นกัน” น้องๆ เหล่านี้ช่างเป็นเด็กดีเกินไปแล้ว ความสุขสำราญของวัยหนุ่มสาวไยไม่รีบลิ้มลอง แค่กๆ คิดแล้วก็แอบเหล่มองหลงหลี่เฉียงเล็กน้อย เฮ้อ! สามีผู้นี้ก็น่ารับประทานอย่างยิ่งแต่ก็ยังไม่ได้ลองเลยสักครา!

ยามไฮ่ (21.00-22.59น.) ล่วงเลยมาถึงอย่างรวดเร็ว ภายนอกและภายในจวนสกุลหวังยังคงความสงบเรียบร้อยไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปด้วยความรื่นเริง หลงเหวินฉินเป็นผู้เข้าร่วมงานเลี้ยงผู้หนึ่งที่สถานะสูงส่ง เจ้าตำหนักเทพอสูรมังกรสวรรค์ตำหนักที่หนึ่งผู้ตามติดนายเหนือหัวไม่ห่างตลอดทั้งงานร่ำสุราจนเกือบเมามายแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตนเองมีบางสิ่งที่ท่านประมุขมอบหมายให้ทำอยู่! เกือบไปแล้ว!

“หลงฮูหยินขอรับ ข้านำสุราสยบเทพมาด้วย อยากให้ทุกผู้คนได้ลิ้มลองสักครา” หลงเหวินฉินส่งมอบไหสุราให้กับผิงผิงผู้ซึ่งรับไว้ให้แก่นายของตนเอง

“ของดี!” หวังมู่เฟยตาวาวเมื่อได้ยินชื่อสุราดังกล่าว สุรานี้ใช้เวลาหมักบ่มนับพันปีกว่าจะได้ค้าขายออกมาแต่ละไห เป็นสุราที่ดีที่สุดในโลกระดับหนึ่งและราคาแพงที่สุดอีกด้วย แม้แต่ในตระกูลหลงก็ยังมีอยู่ไม่กี่ไหเท่านั้นเนื่องจากวัตถุดิบที่ใช้หมักเป็นของหายากและเวลาที่ใช้หมักนั้นก็เนิ่นนานอย่างยิ่ง! แต่รสชาติของมันนั้น...ผู้ใดได้ลิ้มรสจะไม่มีวันลืมเลือน!

หวังมู่เฟยยังไม่เคยได้ลิ้มลองเช่นกัน

“ลำบากท่านแล้วท่านเจ้าตำหนักที่หนึ่ง” แม้จะพูดเช่นนั้นแต่ดวงตาของหวังมู่เฟยเอาแต่มองไหสุราสยบเทพที่ผิงผิงกำลังรินลงบนจอกสุราให้กับตนเองและหลงหลี่เฉียงไม่ละไปที่ใด

“ฮาฮา ไม่กล้าไม่กล้าขอรับ งานเลี้ยงจะขาดสุราดีได้อย่างไร” กล่าวจบหลงเหวินฉินแอบเหลือบมองประมุขหลงเล็กน้อยก่อนจะกลับไปหัวเราะเสียงดังร่ำสุราของตนเองต่อ

ผิงผิงเป็นผู้รินสุราให้กับผู้คนในงานได้ลองดื่ม ผู้ที่สามารถดื่มได้ล้วนแต่ต้องเป็นเทพเซียนเพราะหากยังอยู่ในขั้นเลี่ยนชีนั้นจากสุราดีจะกลายเป็นสุราพิษเพราะลมปราณอ่อนด้อยเกินรับไหว ซึ่งผู้ที่มีโอกาสได้ลิ้มรสชาติในครั้งนี้ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น

ไม่ทราบท่านเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ดีดลูกคิดรางอันใดอยู่หรือไม่ แต่สำหรับหวังมู่เฟยนั้นเจ้าตัวดีดลูกคิดรางไปแล้วเรียบร้อย นี่ไม่ใช่โอกาสหรือ? โอกาสมาถึงแล้ว! ไม่ใช่ในนิยายประโลมโลกในชีวิตก่อนมักเขียนฉากพระนางมีความสัมพันธ์เกินเลยเพราะฤทธิ์สุราหรือ? เขาจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้อย่างไร? เพียงแค่จินตนาการร่างกายก็สั่นสะท้านไปทั้งตัว ทั้งกลัวทั้งตื่นเต้นและอยากรู้อยากลอง!

สุราสยบเทพสมกับเป็นสุราอันดับหนึ่งในแผ่นดิน รสชาติเลิศล้ำอิทธิฤทธิ์เองก็ไม่ธรรมดา เพียงจอกเดียวแม้จะรู้สึกดั่งล่องลอยในสรวงสวรรค์แต่ก็มึนเมาแทบไร้สติ แผนการอันใดล้วนลืมเลือนแทบหมดสิ้น! แม้จะไม่ถูกกฎเกณฑ์ของโลกใบเล็กสะกดข่มแต่ฤทธิ์ของมันใช่ว่าจินตันจะสามารถรับไหว ไม่ต้องกล่าวถึงพี่น้องแซ่หยางและหวังจือเลย ทั้งหมดล้วนสลบไสลสิ้น!

ยามแรกหวังมู่เฟยจะแกล้งเมามายแล้วยั่วยวนสามีสักเล็กน้อย หากสำเร็จก็ได้ลิ้มลองไม่สำเร็จก็ยังไม่เสียหน้า แต่ยามนี้ยั่วยวนอันใดล้วนจดจำได้ที่ใด เมามายจนแทบไม่รู้สึกตัวเพียงจอกเดียว!

หลงจิ่นติ้งผู้อยู่ติดกับน้าชายและซูซูแม้คิดถึงมารดานิดหน่อยแต่ท่านน้าก็มีลูกกวาดมากมายอยู่ในแขนเสื้อไม่อาจห่างได้เลย ปกติแล้วมารดาจะไม่ค่อยให้ทานลูกกวาดมากนักเพราะจะฟันพุ แต่ แต่ ท่านน้าใจดีมาก ตามใจจนกินได้ไม่อั้น!

ไม่ทราบว่าหลงหลี่เฉียงใช้สมุนไพรปราณล้ำค่าไปเท่าใดกับน้องภรรยาผู้สนับสนุนพี่เขยผู้แข็งแกร่งเกรียงไกรอย่างลับๆ … วันนี้เห็นทีเจ้าตัวเล็กคงได้นอนกับน้าชายผู้ชอบตามใจเป็นแน่แล้วกระมัง

“ดื่ม! ไม่มาวม่ายเลิกลาา!” หวังมู่เฟยแทบจะลุกออกจากที่นั่งไปกระโดดโลดเต้นดั่งเคยทำในชีวิตที่แล้วในงานปาร์ตี้ ปากเล็กอ้ากว้างตะโกนเสียงดังแทบไม่หลงเหลือมาดฮูหยินตระกูลบรรพกาล

ผู้คนที่ได้เข้าร่วมงานเริ่มกระอักกระอ่วนเมื่อเจ้าภาพล้วนเมามายกันหมดไม่เว้นแม้แต่คุณชายใหญ่หวังซึ่งยามนี้กลายร่างเป็นอันธพาลเอะอะโวยวายลั่น ไยพวกมันต้องมาพบเจอภาพเหล่านี้ด้วย! เมื่อท่านๆทั้งหลายหายเมามายแล้วรู้สึกตัวจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด? ไยโทสะจะไม่มาลงกับผู้พบเห็นเรื่องน่าอายเล่า! ความดีใจกับเรื่องผลึกปราณระดับต่ำที่ลูกหลานได้รับแทบจะปลิวหายไปในทันที

“เงียบทามมายย ขอดนตรีมันส์ๆ โนยย” จังหวะแดนซ์นะรู้จักไหม จังหวะโบราณเช่นนี้ผู้ใดจะดิ้นได้!

หลงหลี่เฉียงจับแขนเล็กผู้เป็นภรรยาเอาไว้แน่นไม่ให้ลุกออกไปจากที่นั่งได้ ใบหน้างดงามหล่อเหลาเริ่มมืดครึ้มเนื่องจากบางเรื่องราวไม่เป็นไปตามที่ตัวเองวาดหวังวางแผนเอาไว้

“วู้วู้!” ยามนี้หลงฮูหยินวิปลาสไปแล้ว!

ยิ่งนานใบหน้าผู้คนยิ่งซีดเซียว บรรยากาศรอบตัวเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ยิ่งกดดัน สี่พี่น้องตระกูลหยางล้วนสลบสิ้น แม้แต่ผู้นำตระกูลหวังคนปัจจุบันยังหลับใหล แล้วผู้ใดจะกอบกู้สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นนี้เล่า! สวรรค์!

“ฮูหยินรัก เจ้าเมามายเช่นนี้ทำเราปวดใจนัก เช่นนั้นกลับเรือนพักผ่อนกับเราเถิด”

“ม่ายย ข้ายางไม่ได้เต้นเลยย เปิดเพลงสิวะ” ประมุขหลงแม้ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนโยนแต่ดวงตาแหลมคมแทบฆ่าคน พยายามใช้ไม้อ่อนนำผู้เป็นฮูหยินกลับเรือนแต่เจ้าตัวเอาแต่ดิ้นรนไปมาพยายามสบัดแขนให้หลุดออกจากการจับกุมเพื่อออกไปทำอะไรบางอย่างที่เรียกว่าการเต้น

“ม่ายย ปล่อยผมม” ก่อนที่หวังมู่เฟยจะได้เสียหน้ากระทำพฤติกรรมประหลาดไปมากกว่านี้หลงหลี่เฉียงจัดการอุ้มผู้เป็นภรรยาลอยหวือเอาไว้แน่นในอ้อมแขนพร้อมก้าวเดินออกจากโถงจัดงานเลี้ยงไปอย่างรวดเร็วดั่งสายลม การก้าวเดินนั้นรวดเร็วจนมองตามไม่ทัน

แว่วเสียงกรีดร้องไม่ยินยอมห่างออกไปไกลของคุณชายใหญ่หวัง ภายในโถงจัดงานเลี้ยงสุ้มเสียงเงียบกริบดั่งสุสาน หวังเหมยใบหน้าจืดเจื่อนก่อนที่จะกล่าวยุติงานเลี้ยงเลิกราอย่างเป็นทางการ

ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าพี่ใหญ่ของนางยามเมามายจะวุ่นวายถึงเพียงนี้!

ผู้คนซึ่งเข้าร่วมงานเลี้ยงมีจำนวนไม่มากนักเริ่มทยอยออกจากจวนสกุลหวังอย่างโกลาหลดั่งหนีตายจากภูตผีปีศาจ ใบหน้าของแต่ละคนล้วนซีดขาวราวคนตาย หวังว่าพรุ่งนี้หลงฮูหยินจะจดจำสิ่งใดไม่ได้ว่าตนเองกระทำสิ่งใดไปบ้าง พวกมันเองก็เช่นเดียวกัน วันรุ่งสมควรทำเป็นหลงลืมเลอะเลือนจึงจะรักษาชีวิตน้อยๆ เอาไว้ได้ โดยเฉพาะการรักษาหน้าตระกูลหลง!

“ท่างพ่อ ท่างแม่!” หลงจิ่นติ้งตัวร้ายเพิ่งรู้ตัวว่าถูกจับแยกจากผู้เป็นบิดามารดาเริ่มกระวนกระวาย เสียงดนตรีเงียบหายไปหมดแล้วพร้อมกับความวุ่นวายสนุกสนาน ลูกกวาดหวานๆ เองก็ไม่ได้กินแล้ว!

“วันนี้เสี่ยวจิ่นนอนกับท่านน้าดีกว่า ท่านพ่อกับท่านแม่กำลังทำภารกิจสำคัญบางอย่างอยู่” หวังหยุนพยายามเกลี้ยกล่อมหลานชายตัวน้อยอย่างใจเย็น เขาต้องทำงานให้คุ้มกับสมุนไพรปราณล้ำค่าทั้งหลายที่พี่เขยมอบให้!

“ข้าไปช่วยท่างพ่อท่างแม่ทำภารกิดม่ายด้ายหรือ”

“จิ่นติ้งน้อยกตัญญูนัก แต่เรื่องนี้เด็กๆ ช่วยไม่ได้” ขณะที่พยายามอธิบายแก่เจ้าตัวเล็กอยู่ หวังหยุนก็จับจูงหลายชายไปยังเรือนนอนของตนเองพร้อมกับหลิงเถาผู้เป็นบ่าวรับใช้คนสนิท ซูซูเองก็แยกตัวเดินติดตามมาเช่นกัน ส่วนผิงผิงนั้นติดตามฮูหยินและท่านประมุขไปอย่างรู้งาน

“เด็ก?” หลงจิ่นติ้งงงงวยไม่น้อย ทำไมเด็กๆ ช่วยไม่ได้กัน

“อา เจ้าต้องโตไวๆ เมื่อเติบใหญ่แล้วจะได้มีภรรยาเป็นของตนเองแล้วจะสามารถกระทำภารกิจสำคัญได้” กล่าวไปแล้วใบหน้าของเด็กหนุ่มวัยสิบสามปีก็แดงก่ำไปทั้งใบหน้า

“ภรรยาคือสิ่งใดหรือ?” คาดว่าคืนนี้หวังหยุนอาจไม่ได้หลับนอนเนื่องจากหลายชายจอมสงสัย

เจ้าตัวเล็กแม้คิดถึงท่านพ่อท่านแม่อยู่บ้างแต่ท่านน้าก็เล่นสนุก พรุ่งนี้ท่านน้าสัญญาด้วยว่าจะพาไปหาเสี่ยวเฮยแต่เช้า เขาจะขี่เสี่ยวเฮย (วัวทมิฬ) ไปสู้กับอีหลง (มังกรเพลิง) ของท่านพ่อ!

…….

ส่วนทางด้านของประมุขหลงนั้นวุ่นวายไม่น้อย ถึงแม้จะมาถึงเรือนรับรองที่พักอาศัยอยู่แล้วแต่ผู้เป็นฮูหยินก็ยังไม่หยุดสร้างความวุ่นวาย ผู้เมามายแหกปากขับร้องโคลงกลอนบางอย่างที่ฟังแล้วแปลกพิสดารพิกลยิ่งนัก แม้เหมือนดั่งมีวรรคตอนเป็นท่วงทำนองแต่คำแต่ละประโยคนั้นฟังแทบไม่รู้เรื่องราวว่าคือสิ่งใด

ตอนแรกผู้เป็นภรรยาพยายามดิ้นรนขัดขืนให้ปล่อยตัว แต่ยามนี้กลับเกาะหนึบหลงหลี่เฉียงไม่ปล่อย เนื้อตัวเลื้อยไปมาดั่งไม่มีกระดูกสันหลังแทบยืนไม่ไหวด้วยขาของตนเอง สภาพน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก

ประมุขตระกูลหลงถอนหายใจแผ่วเบา ผิดแผนการไปหมดสิ้นแล้ว ในตำรานางโลมและนายโลมชื่อดังทั้งหลายต่างดื่มสุราเพื่อใช้ยั่วยวนปลุกเร้ามิใช่หรือไร แต่ยามนี้ผู้ใดจะมีอารมณ์กระทำเรื่องดีงามกันเมื่ออีกผู้หนึ่งมีสภาพเป็นเช่นนี้ ฮูหยินรักไม่ได้สำรอกอาหารออกมาก็นับว่าปราณีมากแล้ว

“อ่า! ผู้ใดกล้า!” หวังมู่เฟยกรีดร้องลั่นเรือนเมื่อถูกโยนลงไปในถังไม้น้ำอุ่นขนาดใหญ่ สติที่เคยหดหายเลือนรางเริ่มกลับมาเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกมึนเมาควบคุมตนเองไม่ได้เช่นเคย สัญชาตญาณความเคยชินล้วนถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น

“สามีของเจ้าเอง” หลงหลี่เฉียงเหลือบมองดูภรรยาด้วยความเย็นชาพร้อมเสียงเรียบเย็น

“ผู้ใดสามี? คุณชายเช่นข้าร่ำรวยเงินทองไยต้องมีสามีเป็นตัวเป็นตน มีบุรุษอีกมากมายเรียงแถวต่อคิวเพื่อรับใช้ผมม”

หวังมู่เฟยพูดกล่าวไม่รู้เรื่อง ทั้งอดีตปัจจุบันแทบแยกจากกันไม่ได้ ยิ่งกล่าวคำก็ยิ่งเพิ่มโทสะให้แก่หลงหลี่เฉียง อันใดคือบุรุษมากมาย? อันใดคือไม่มีสามี?

“ฮูหยินรัก เจ้ากล่าวเกินไปแล้ว” แม้จะทราบดีว่าอย่าถือสาคนเมาแต่เรื่องบางเรื่องนั้นไม่อาจไม่เอ่ยต่อความได้จริงๆ

“อา เจ้าเองก็หล่อเหลาไม่น้อยเลย..นั่นไม่ใช่หลงหลี่เฉียงงหรอกหรือ สามี~” หวังมู่เฟยเริ่มถอดอาภรณ์ออกจากตัวด้วยความทุลักทุเล ความหวาดกลัวใดๆ ต่อเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ล้วนหายไปสิ้นดั่งคนที่ฉีดเลือดไก่เต็มสูบ ดวงตากลมโตฉ่ำปรือหวานหยดเต็มไปด้วยความกระหายในบางอย่าง ใบหน้าแดงซ่านด้วยความตื่นเต้นคึกคัก

“ท่านสามี~ ข้ารอท่านลงมือไม่ไหวแล้ว หากข้าไม่เริ่มลงมือข้าคงแห้งตายก่อนเป็นแน่!”

จากโทสะล้นฟ้ายามนี้ประมุขตระกูลหลงทำได้เพียงยืนนิ่งอึ้ง ดวงตาเฉียบคมไม่สามารถละห่างจากเนื้อตัวขาวเนียนกระจ่างของผู้เป็นภรรยาได้เลย เมื่ออาภรณ์สีม่วงเข้มหลุดออกไปจากร่างงามทั้งหมดประติมากรรมชั้นเลิศดั่งสลักจากทวยเทพจึงเผยสู่สายตาอันมืดดำล้ำลึก

แม้จะเคยวางแผนคาดการกับสิ่งนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแต่เมื่อพบเหตุการณ์จริงผู้เป็นใหญ่ในตระกูลหลงกลับทำได้เพียงยืนนิ่งแข็ง แม้ยามนั้นจะเคยทำเรื่องดีงามด้วยกันจนมีบุตรชายหนึ่งคน แต่ยามนั้นเป็นเขาที่ถูกพิษไม่รู้ตัวกระทำด้วยสัญชาตญาณทั้งสิ้น ยามนี้เป็นภรรยารุกเข้าใส่ยั่วยวนจนเขาตกตะลึงลงมือไม่เท่าทันผู้เป็นฮูหยิน!

“อืมม” ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกผู้เป็นภรรยาขโมยจุมพิตแรกไปอย่างรวดเร็ว แม้เคยหลับนอนกับอนุภรรยาเหล่านั้นแต่ไหนเลยจะเคยมอบจุมพิตให้

แม้จะมีความสูงเพียงอกแกร่งของผู้ได้ชื่อว่าเป็นสามีแต่หวังมู่เฟยก็ไม่ได้เห็นว่ามันเป็นอุปสรรค อาศัยการไม่ทันตั้งสติของประมุขหลงใช้แขนทั้งสองโอบรอบคอแกร่งโน้มลงมารับจูบดุเดือดทันที

กลเม็ดเด็ดพรายอันใดหวังมู่เฟยล้วนงัดออกมาใช้ทั้งสิ้นตามสัญชาตญาณนักล่าเหยื่อยามราตรี แค่กๆ ลิ้นเล็กร้อนพัวพันรุกล้ำภายในไม่กลัวตาย กวาดต้อนจนผู้ไร้ประสบการณ์มึนงง แต่เวลาผ่านไปไม่นานผู้ล่าอย่างไรก็เป็นผู้ล่า ใช้เวลาสั่งสอนไม่นานก็กลับกลายเป็นฝ่ายกวาดต้อนคืนอย่างเผ็ดร้อนดุดันกลืนกินลิ้นเล็กจนแทบขาด

ร้อนแรงยิ่งนัก!

“อ่าา” กายใหญ่โตของเทพอสูรเข้ามาอยู่ในถังน้ำใบใหญ่ถังเดียวกันในที่สุด มือใหญ่ค่อยๆ ลูบคลำเนื้อตัวขาวนวลเปล่าเปลือยของผู้เป็นภรรยาด้วยความใคร่ที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นสูงเสียดฟ้า

หวังมู่เฟยเบียดเสียดเนื้อตัวไร้อาภรณ์เข้ากับเนื้อตัวของผู้เป็นสามีอย่างไร้ยางอาย ริมฝีปากบางดื่มด่ำจุมพิตร้อนแรงอย่างหิวกระหาย มือเล็กค่อยๆ เลื่อนลงแกะถอดอาภรณ์ของประมุขหลงอย่างชำนิชำนาญไม่น้อย ทั้งตื่นเต้นทั้งหวาดกลัวกับขนาดที่จินตนาการเอาไว้สูงลิบ!

หลงหลี่เฉียงจะอย่างไรมังกรก็คือมังกรไม่หลงเหลือความแข็งทื่อตื่นตะลึงอีกต่อไป ฮูหยินคึกคักร้อนแรงยั่วยวนถึงเพียงนี้ หากไม่ลงมือสวรรค์คงสาปแช่งเป็นแน่

เมื่อผละริมฝีปากออกจากกันเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่เหลือบดวงตาล้ำลึกดำมืดกระหายใคร่มองผู้เป็นภรรยาพร้อมเลียริมฝีปากร้อนของตนด้วยความกำหนัดอัดแน่นเต็มอก

หวังมู่เฟยผู้เข้าปากเสือยังไม่ทราบว่าวันพรุ่งนี้ตนเองจะมีสภาพเป็นเช่นไรยุ่งวุ่นวายอยู่กับการถอดอาภรณ์ของผู้เป็นสามี กว่าจะรู้ตัวว่าตนเองไม่ใช่ผู้ล่าก็สายเกินไปเสียแล้ว ไม่รู้ว่ายามรุ่งเมื่อตื่นนอนแล้วตนเองจะจดจำได้หรือไม่ว่าได้ร้องขอชีวิตกับหลงหลี่เฉียงไปกี่ครั้งกี่ครา

……

ยามอุ้ย (13.00-14.59.00 น.) ของวันใหม่มาถึง หวังมู่เฟยเพิ่งจะรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนหลังใหญ่ในห้องนอนของเรือนรับรอง ฮูหยินตระกูลหลงนอนนิ่งกะพริบตาปริบๆ เพื่อตั้งสติรวบรวมความนึกคิดกับเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น แม้ร่างกายจะปวดเมื่อยดั่งถูกบดกระดูกแต่ก็ไม่ได้ถึงตายหรือบาดเจ็บอันใด ความซาบซ่านเสียดเสียวยังหลงเหลือกระจายไปทั่วทุกอณูส่วนของร่างกายลึกถึงกระดูก!

“อ๊า ได้โปรด ได้โปรดด อ่า”

“ฮืออ ท่านพี่ อ่ะ ตรงนั้น พอแล้ว พอแล้วว”

“ได้โปรด อ่า ไม่ไหวแล้ว ฮืออ”

น้ำเสียงแหบหวานครวญครางยังคงติดอยู่ในความทรงจำเมื่อตนเองร้องขอความเมตตาครั้งแล้วครั้งเล่าจากเทพอสูรผู้นั้น แต่ถึงแม้หวังมู่เฟยจะอ้อนวอนอย่างไรก็ไม่เป็นผล ประมุขหลงจะหยุดกระทำเรื่องดีงามได้เช่นไรในเมื่อผู้เป็นภรรยาแม้จะร่ำไห้อ้อนวอนแต่ใบหน้างามหวานกลับเต็มไปด้วยความสุขสมล่องลอยยั่วยวนปานนั้น ความสมใจกระหายอยากฉายชัดเต็มดวงตากลมปรือฉ่ำน้ำตา!

ยังดีที่เกอนั้นผลิตสารหล่อลื่นบางอย่างได้ด้วยตนเองไม่เช่นนั้นหวังมู่เฟยคิดว่าตนเองคงฉีกขาดสภาพเละเทะนองเลือดดั่งวันนั้นเป็นแน่ แม้ร่างกายของจินตันจะแข็งแรงอยู่มากแต่ยามนี้เขาก็ยังลุกไม่ขึ้น!

แรกกระแทกกระทั้นจากคนผู้นั้นช่างหนักหน่วงรุนแรงยิ่ง โดยเฉพาะอาวุธหลักแท่งหยกที่เหมาะสมกับขนาดตัวอันสูงใหญ่ของเทพอสูร ทั้งเสียดเสียวทั้งเจ็บปวดไปพร้อมกัน เรื่องนี้หากกระทำบ่อยๆ ร่างกายของเขาน่าจะชาชินในไม่ช้า อ่า แค่คิดก็เสียวไปทั้งร่าง

โดยเฉพาะท่าทางนั้น ท่าอุ้มกระเตงซึ่งตัวเขามีขนาดตัวเล็กกว่ามาก แท่งหยกขนาดใหญ่โตซึ่งอัดแน่นกระแทกแทงเข้ามาจุกแน่นจนร้องไม่ออกขาสั่นจนอ้ากางโอบเอวแกร่งเอาไว้ไม่ไหว เป็นดั่งตุ๊กตาหุ้มปลอกมังกรใหญ่เอาไว้ดูดกลืนไม่ยอมปล่อยอย่างตะกละตะกลาม แขนเล็กแทบโอบกอดรอบคอแกร่งเอาไว้ไม่อยู่ เขาสุขซ่านจนมือไม้สั่นไปหมด ท่านี้ถึงอกถึงใจเป็นที่สุด!

ดอกเบญจมาศน้อยๆ ของหวังมู่เฟยโอบรับมังกรใหญ่จนพลิกปลิ้นออกมาในบางครั้งเมื่อยามมันถอยตัวออกไปแล้วกระทั้นเข้ามาใหม่ จุดซ่านของเขาถูกรังแกซ้ำๆ จนดวงตาเลื่อนลอย ไม่ต้องตรวจดูยามนี้หวังมู่เฟยก็ทราบว่ารูน้อยๆ ของเขาคงยังแดงก่ำกลวงโบ๋ไม่แพ้วันคลอดบุตรชายวันนั้นเป็นแน่

ไม่ทราบหลงหลี่เฉียงผู้นั้นอดอยากปากแห้งมานานเท่าใดจึงกระทำโดยไม่หยุดยั้งอยู่เป็นนาน ยังดีที่เขาได้แก้ตัวขึ้นขย่มไปคราครั้งหนึ่งจนทำให้สามีผู้นั้นเสียวซ่านจนคิ้วเข้มบนใบหน้าหล่อเหลาขมวดเป็นปมได้พร้อมหลั่งฉีดอีดเมล็ดพันธุ์จนอุ่นร้อนเต็มท้องของเขาไปหมด

อ่า หวังมู่เฟยจู่ๆ ก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังไหลออกมาจากรูน้อยๆ ด้านหลังที่ถูกเปิดกว้างของเขา อกแบนราบพร้อมเม็ดบัวน้อยๆ ก็แดงก่ำเต็มไปด้วยรอยฟัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกรุ่มร้อน สงสัยว่าเขาจะห่างหายจากเรื่องดีงามนานจนเกินไปเสียแล้วจึงเอาแต่คิดถึงเรื่องลามกอยู่เช่นนี้!

แต่...สามีผู้นั้นอร่อยยิ่งนัก!

 

 

 

***********

 

 

วันนี้มาดึกพอสมควรเพราะเขียนเอ็นซีไม่เก่งจ้า ได้เท่านี้ ฮา ของมันต้องมีพอให้กระชุ่มกระชวย?ก่อนจะเข้าสู่เรื่องเจ็ดตระกูลบรรพกาล

ความสัมพันธ์พระนายของเราอาร์อยากให้ค่อยๆผูกพันเด้อ ไม่รีบ....

สุดท้ายนี้เป็นกำลังใจให้กับทุกจังหวัดที่ยังน้ำท่วมเด้อ อีกไม่นานมันก็จะต้องผ่านไป...ฮืออ ตอนนี้ฝนตกอีกแล้วจ้า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว