ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 07

ชื่อตอน : เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 07

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 877

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.ย. 2562 19:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 07
แบบอักษร

- เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 07 - 

 

 

หนังสือปกเหลืองหายากหลายร้อยเล่มถูกขนเข้ามายังตำหนักกลางตามรับสั่งของท่านอ๋องอย่างลับ ๆ ใครจะคิดเล่าว่าบุรุษร้ายกาจเช่นท่านอ๋องจะอ่อนด้อยประสบการณ์เรื่องเช่นนี้ นางมิรู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี เขาดูเขินเสียจนนางหยุดล้อมิได้ เขาพานางมายังตำหนักกลางอันเป็นที่ประทับส่วนตัวของเขา ก่อนจะสั่งให้องครักษ์หลายนายไปนำหนังสือต้องห้ามนี่เข้ามา

นางได้แต่มองตาค้างกับหนังสือปกเหลืองต้องห้ามหลายร้อยเล่ม มือบางยื่นไปหยิบสมุดปกเหลือเล่มหนึ่งมาเปิดอ่าน เพียงเห็นภาพวาดแสนวาบหวิวหน้าแรกมือไม้ของนางก็แทบไร้เรี่ยวแรง เลือดกำเดาอยู่ ๆ ก็ไหลออกมาดื้อ ๆ เสียอย่างนั้น อ่า นี่นางกำลังเรื่องอะไรอยู่กัน แล้วเหตุใดภาพวาดพวกนี้ถึงได้วาดได้เหมือนจริงถึงขนาดนี้

นางเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ เหลียวมองไปยังบุรุษอีกคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือต้องห้ามในมือด้วยท่าทางจริง ๆ นางก็อดที่จะขำออกมามิได้ เมื่อก่อนคาดว่าท่านอ๋องคงเอาเวลาไปฝึกทหารหมด จนมิมีเวลาสนใจเรื่องพวกนี้ มิเช่นนั้นเขาคงมิตั้งใจอ่านหนังสือในมือขนาดนั้นหรอก

"ท่านอ๋องเพคะ จะอ่านหมดนี่เลยหรือเพคะ" นางคิดว่าถ้าอ่านทั้งหมดนี่คืนนี้ทั้งคืนคงไม่ได้นอนแน่ ๆ แค่คิดว่าต้องอ่านก็รู้สึกเหนื่อยใจแล้ว

"เจ้ารีบอย่างนั้นหรือ" ดูเอาเถิดคำถามแบบนี้เขากล้าถามสตรีเช่นนางได้อย่างไร แล้วนางต้องตอบเขาเช่นไรเล่า เพคะ หม่อมฉันรีบ อยากให้ท่านอ๋องจับกินไวไว แบบนี้อย่างนั้นหรือ

"มิใช่เช่นนั้นเสียหน่อย หม่อมฉันเพียงแค่ถามดูเท่านั้น" นางส่งค้อนให้เขาวงใหญ่ วาจาเช่นนี้มีบุรุษที่ไหนเขาถามสตรีกัน เขานี่มันช่างน่าตีเกินไปแล้ว

"เปิ่นหวางนึกว่าเจ้ารีบเสียอีก เพราะหากว่าเจ้ารีบ เปิ่นหวางอนุญาตให้เจ้าจับเปิ่นหวางกินก่อนก็ย่อมได้"

"ท่านอ๋อง" นางอายจนไม่รู้จะเอาใบหน้าแดง ๆ แสนร้อนผ่าวไปซ่อนไว้ที่ใดแล้ว บุรุษผู้นี้ช่างไร้ยางอายเกินไปแล้ว กล่าวออกมาเช่นนี้หากนางมิสามารถหักห้ามใจได้ จับเขากินขึ้นมาจริง ๆ เขาเป็นเช่นไร ไม่ได้สิ นี่นางกำลังคิดเรื่องบ้าบอ ไร้สาระอันใดอยู่กัน

"เรียกเปิ่นหวางเช่นนี้ คงมิใช่เจ้าอยากจะลองจับเปิ่นหวางกินจริง ๆ หรอกนะ" เขานี่มันน่าตีจริง ๆ เลย หากมิใช่เพราะทำร้ายพระวรกายเชื้อพระวงศ์มีโทษประหารเก้าชั่วโคตร นางทำไปแล้ว จะไม่รีรอให้เขายักคิ้วกวน ๆ มายั่วโมโหนางแบบนี้แน่ แล้วสมุดปกเหลืองพวกนี้เขาไปเอามาจากไหนกัน มากมายขนาดนี้ นางไม่อยากจะเชื่อเลย ว่าจะได้พบเจอของสิ่งนี้ที่วังของเขา ปกติแล้วตำราต้องห้ามเช่นนี้ จะแอบขายกันอย่างลับ ๆ ยังลำบากเลย แต่เขากลับมีเป็นร้อย ๆ เล่ม

เขาตั้งใจอ่านอยู่นานก่อนจะพานางย้ายร่างมานั่งอยู่บนเตียง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเป็นปม จนนางอยากยื่นนิ้วไปคลายมันออก ใบหน้าหล่อเหลาดูจริงจังขึ้นเป็นเท่าตัว นางอยากรู้เสียจริงว่าตอนที่เขานำทัพทหารเรือนแสน เขามีสีหน้าเช่นไร

"เจ้าง่วงหรือไม่" เขาละความสนใจจากตำราในมือก่อนจะเอ่ยถามนาง นี่ถือเป็นครั้งแรกที่นางได้นอนร่วมเตียงเดียวกันกับเขา คิดว่านางจะกล้าหลับตาลงอย่างนั้นหรือ ไม่เลย นางไม่กล้าแม้นแต่จะง่วงด้วยซ้ำ

"หม่อมฉันยังมิง่วงเพคะ" นางยกยิ้มไปให้คนที่มีสีหน้าเรียบนิ่ง บางทีก็อยากจะกลั่นแกล้งเขาอยู่เหมือนกัน

"หากเจ้าง่วงก็นอนก่อนได้เลย เปิ่นหวางยังอ่านไม่จบ" นางเงยหน้าแอบมองสิ่งที่เขากำลังตั้งใจอ่าน อ่า เลือดกำเดาของนางแทบจะไหลเป็นทาง รีบยกมือน้อย ๆ ขึ้นเช็ดออกแทบมิทัน อ่า เหตุใดต้องวาดสิ่งเหล่าได้ไว้ชัดเจนถึงเพียงนี้ แล้วยังภาพแสนจะวาบหวิวนั่น นางแทบซ่อนริ้วแดงบนใบหน้าเอาไว้มิได้

"พระชายาเหตุใดใบหน้าของเจ้าถึงได้แดงยิ่งนัก หรือว่าเจ้าไม่สบาย" เขาไม่ว่าเปล่าแต่ยื่นมือมาแตะตรงหน้าผากของนางอีกด้วย หัวใจของนางเต้นตึกตัก อย่างมิอาจควบคุม ใบหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ และดูเหมือนเขาจะรู้ว่าที่นางเป็นแบบนี้เป็นเพราะอะไร จึงได้เอ่ยวาจาน่าอายออกมา

"เปิ่นหวางพอจะรู้แล้วล่ะว่าเจ้าเป็นอะไร" นางอยากใช้เล็บข่วนใบหน้าหล่อเหลาของเขายิ่งนัก นั่นสิ นางมิควรปล่อยให้เขารังแกนางอยู่ฝ่ายเดียว นางคิดอะไรดีดีได้แล้ว สมุดปกเหลืองใช่ว่านางจะมิเห็นอ่านผ่านตามาบ้าง เพียงแค่ว่ามันมิได้มากมายเหมือนตอนนี้ ตอนอายุ 12 หนาว นางเคยสั่งให้องครักษ์ข้างกายออกไปหามาให้ และนางก็ตั้งใจจดจำเนื้อหาพวกนั้นจนจำได้ทุกกระบวนท่า ใครว่าเป็นสตรีจะเรียกรู้เรื่องอย่างว่ามิได้ นางจะแสดงให้เห็นเองว่าสตรีเช่นนางนี่แหละสามารถทำได้

"หม่อมฉันเป็นอะไรหรือเพคะ" นางไม่ยอมให้เขากลั่นแกล้งนางอยู่ฝ่ายเดียวแน่ นางขยับกายเข้าหาคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาอ่านตำราอย่างว่าในมือ ในเมื่อเขายังมิเชี่ยวชาญ นางจะเป็นผู้สอนให้เอง

"เจ้าหน้าแดงถึงเพียงนี้เปิ่นหวางคาดว่าเจ้าน่าจะมีไข้" เขายกยิ้มล้อเลียนพร้อมกับเอ่ยตอบคำถามของนาง นางทราบดีว่าเขานั้นรู้อยู่แล้ว ว่าที่นางหน้าแดงเพราะกำลังเขินอายเขา แต่เขากลับยังแกล้งให้นางเขินมากยิ่งขึ้น

"หากท่านอ๋องทรงตรัสว่าหม่อมฉันมีไข้ เช่นนั้นหม่อมฉันจะลองพิสูจน์ให้ท่านอ๋องเห็นแล้วล่ะเพคะ ว่าหม่อมฉันมีไข้จริงรึไม่"

"เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกัน อื้อ" นางไม่ปล่อยให้เขามีโอกาสได้กลั่นแกล้งนางได้อีก กลีบปากน้อย ๆ หากแต่แสนนุ่มนิ่มของนางบดเบียดริมฝีปากลงไปยังกลีบปากหอมหวานของเขา มือน้อย ๆ โอบกอดรั้งลำคอแกร่งของเขาโน้มลงมาหา ก่อนจะเริ่มลากปลายนิ้วเรียวตามอกแกร่งของเขาไปมา เพื่อพิสูจน์ว่าร่างกายของเขาหรือนางที่ร้อนกว่ากัน กันแน่

"อื้ม นี่เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันพระชายา อ่ะ" นางขบกัดริมฝีปากของเขาเบา ๆ เป็นการทำโทษ นี่กล้าเอ่ยวาจาเสียงดังใส่นาง เขาคิดว่าเขากลั่นแกล้งนางได้ผู้เดียวหรืออย่างไร นางจะทำให้เขารู้ว่าเขาคิดผิด นางละริมฝีปากออก ก่อนจะปล่อยให้ท่านอ๋องได้มีโอกาสได้หายใจ ก่อนจะผลักเขาให้นอนลงไปบนเตียงอย่างเบามือ จากนั้นคงมิต้องให้นางอธิบายหรอกนะ ว่านางกระทำการย่ำยีเขาเช่นไร จงทราบเพียงแค่ว่า นางจะไม่ปล่อยให้เขาหลุดมือไปแน่ 

ความคิดเห็น