ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 05

ชื่อตอน : เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 05

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 730

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2562 13:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 05
แบบอักษร

- เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 05 - 

 

 

นางแอบหลบหนีทหารยามหน้าตำหนัก แอบปีนเข้าตำหนักทางหน้าต่าง การได้ออกไปเที่ยวเล่นด้านนอกช่างสนุกเหลือเกิน ดีที่ท่านอ๋องยังไม่กลับมา มิเช่นนั้นนางคงมิรู้ว่าจะแก้ตัวกับเขาเช่นไรดี นางสั่งให้นางกำนัลคนสนิทไปดูต้นทางให้ หลังจากนางกลับเข้าตำหนักเป็นที่เรียบร้อย แล้วจึงให้นางกำลังเข้ามาจากประตูด้านหน้า แต่พอปีนป่ายข้ามหน้าต่างตำหนักเข้าไปได้เท่านั้นแหละ

"ทะ ท่านอ๋อง"

"อั่ก"

โครม

อ่า

"เจ็บมากหรือไม่" นางเจ็บจนน้ำตาเล็ด แต่ใครเล่าจะกล้าบอกว่าเจ็บ เขามาอยู่ในตำหนักของนางได้อย่างไร เวลาเขาควรอยู่ที่ค่ายฝึกทหารมิใช่หรือ แล้วที่นางปีนป่ายเมื่อครู่เขาก็เห็นหมดแล้วสินะ ช่างน่าอายยิ่งนัก

"ท่านอ๋องมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเพคะ" นางเอ่ยถามหลังจากที่เขาช้อนร่างบางของนางขึ้นแนบอกก่อนจะพาไปวางยังเตียงนอนขนาดใหญ่ โชคดีที่ตอนที่นางร่วงลงสู่พื้นไม่ได้ทิ้งแรงลงมากเท่าใดนัก นางจึงไม่เจ็บมาก

"เหตุใดถึงต้องปีนเข้าทางหน้าต่าง หรือว่าประตูด้านหน้าตำหนักเสีย " นางถึงกลับพูดไม่ออก กับคำถามของบุรุษตรงหน้า หากตอบว่าประตูเสียแล้วท่านอ๋องจะเข้ามาในนี้ได้อย่างไรกันเล่า นางทำได้เพียงแค่นั่งนิ่ง ไม่กล่าวสิ่งใดตอบเขาจะดีกว่า

"ท่านอ๋องทรงเสด็จกลับมาตั้งแต่ตอนไหนหรือเพคะ" นางรีบเปลี่ยนเรื่องน่าจะดีกว่า หากยังคุยกันเรื่องที่นางปีนหน้าต่างเขาต้องรู้แน่ว่านางแอบหนีเที่ยวไม่ยอมเชื่อฟังคำเตือนจากเขา

"เปิ่นหวางก็กลับมาพร้อมเจ้านั่นแหละ แต่เปิ่นหวางเลือกที่จะเข้ามาทางประตูด้านหน้าก็เท่านั้น" เขาตอบออกมาแบบนี้ อย่าบอกนะว่าเขารู้เรื่องที่หนีแอบหนีเที่ยวอยู่แล้ว

"ท่านอ๋องกล่าวเกินไปแล้วเพคะ" นางหัวเราะแห้ง ๆ ส่งไปให้ ปลอบใจตัวเองบางทีเขาอาจจะไม่รู้เรื่องที่นางแอบออกไปด้านนอกก็เป็นได้

"มิใช่ว่าเจ้าพึ่งออกไปเที่ยวด้านนอกพึ่งกลับมาถึงเมื่อครู่หรอกหรือ" คราวนี้นางถึงกับกล่าวสิ่งใดไม่ออก เขารู้อยู่แล้วสินะ

"ทะ ท่านอ๋อง คือว่าหม่อมฉัน"

"คราวหลังอย่าทำเช่นนี้อีก มันอันตราย เข้าใจหรือไม่"

"เพคะ หม่อมฉันจะไม่ทำอีกแล้ว ครั้งนี้ถือเป็นความผิดครั้งแรกของหม่อมฉัน ขอท่านอ๋องอย่าได้ถือสาหม่อมฉันเลยนะเพคะ" นางยกยิ้มให้เขา ไม่ลืมที่จะขยับมือไปบีบนวดเพื่อเป็นการเอาใจเขาไปด้วย บุรุษผู้นี้ประมาทมิได้เลยจริง ๆ นี่เขาล่วงรู้ทุกอย่างบนโลกใบนี้ด้วยหรือไม่ ช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว

"กล่าวได้ดีนี่พระชายา" ใบหน้าหล่อเหลา แววตาคมกริบมองมาที่นางราวกับจะมองหยั่งลึกเข้าไปภายในจิตใจทำให้นางต้องหลบหน้าหนี แต่เขาก็ยังไม่วายยื่นมือมาช้อนคางของนางขึ้น เพื่อให้สบมองดวงตาน่าหลงใหลของเขาอีก หัวใจของนางสั่นรัวเสียงดังจนน่าอาย แล้วเมื่อครู่หากฟังไม่ผิดเขาเรียกนางว่าพระชายาด้วย จะมิให้นางเขินอายเขาได้อย่างไร

"หรือจะให้เปิ่นหวางเรียกเจ้าว่าหรานเอ๋ออย่าที่มารดาเจ้าเรียกตอนอยู่ในตลาดกันเล่า" นางมองคนตรงหน้าตาแถบถลนออกมาข้างนอก เขาก็ทุกเรื่องจริง ๆ สินะ อย่าบอกนะว่าวันนี้ทั้งวันเขาตามนางไปด้วย ไม่จริงน่า หรือบางทีเขาอาจจะให้คนของเขาตามดูนางก็เป็นได้ ท่านอ๋องไม่น่าจะว่างขนาดมาตามนางทั้งวันขนาดนั้นหรอก

"ท่านอ๋องทรงกล่าวเรื่องอะไรกันเพคะ หม่อมฉันมิเห็นเข้าใจ"

"หรือต้องให้เปิ่นหวางสั่งปิดกิจการร้านขายผ้าไหมนั่นก่อนเล่าเจ้าถึงจะเข้าใจ" คราวนี้นางรู้ได้ทันที ว่าเขาตามนางไปข้างนอกอย่างแน่นอน ท่านอ๋องนะท่านอ๋องทราบอยู่แล้วว่านางแอบหนีออกไป แล้วเหตุใดถึงมิยอมบอกกล่าวนางสักคำ มิหนำซ้ำยังปล่อยให้นางหาข้ออ้างมาหลอกเขาอีกต่างหาก เขาทำแบบนี้แล้วนางคงทำได้เพียงยอมรับความผิดที่ตนเองก่อไว้สินะ

"ท่านอ๋องมาถึงเหนื่อย ๆ ให้หม่อมฉันนวดให้นะเพคะ" เสด็จแม่ของนางทรงเคยสอนเอาไว้ว่า หากมีความผิดจงรีบกระทำความดีชดเชย นางจึงไม่รอช้าบีบนวดตามไหล่ให้บุรุษตรงหน้า เห็นเขายกยิ้มมุมปาก ยิ่งเสริมให้บุรุษตรงหน้าน่าหลงใหลมากยิ่งนักไปอีกเท่าตัว

"ทำแบบนี้คิดว่าเปิ่นหวางจะใจดีกับเจ้าอย่างนั้นหรือ" วาจาเย็นวาบเสียจนน่ากลัวจากเขาส่งให้ขนกายของนางลุกชันจนต้องรีบใช้มือลูบลง เขาจะน่ากลัวเกินไปหรือไม่

"หม่อมฉันมิได้ตั้งใจหนีออกไปข้างนอกนะเพคะ"

"เจ้าหรือมิได้ตั้งใจ มิใช่ว่าเจ้าตั้งใจมาหลายวันแล้วหรือ" เขานี่ช่างรู้ใจนางราวกับมานั่งอยู่ในใจนางโดยแท้ รู้ได้อย่างไรว่านางวางแผนแอบหนีเที่ยวมาหลายวันแล้ว ขนาดวางแผนหลายวันยังถูกเขาจับได้เลย

"ท่านอ๋องได้โปรดทรงอภัยให้หม่อมฉันสักครั้งเถอะนะเพคะ" นางส่งสายตาอ้อน ๆ ไปให้ เผื่อว่ามันจะทำให้คนตรงหน้าใจอ่อนกับนางบ้าง แต่ใครจะไปรู้เล่าว่าบุรุษเช่นเขามันคบไม่ได้

"หากอยากให้เปิ่นหวางอภัยให้ คืนนี้ก็เตรียมถวายตัวให้เปิ่นหวางดีดีเล่า" ใบหน้าของนางร้อนผ่าวลามถึงคอ ไม่แน่ว่าบางทีอาจแดงก่ำไปทั้งตัวแล้วก็เป็นได้ จริงอยู่ที่นางทำใจเรื่องนี้เอาไว้แล้ว แต่พอได้ยินเขากล่าวประโยคนี้ออกมานางกลับมิกล้าสู้สายตาคมกริบของเขาเลย

"ทะ ท่านอ๋อง ทรงล้อหม่อมฉันเล่นแล้ว" นางยิ้มแห้ง ๆ ไปให้ น้ำเสียงตะกุกตะกัก บ่งบอกว่านางกำลังตื่นเต้นจนตั้งตัวไม่ทัน จะให้นางถวายตัวคืนนี้อย่างนั้นหรือ ท่านอ๋องที่ปกติมีเวลาให้เพียงการฝึกทหาร บัดนี้มากล่าววาจาเช่นนี้กับนาง แล้วจะให้นางเข้าใจเช่นไรกันเล่า

"เปิ่นหวางหาได้ล้อเล่นอย่างที่พระชายาเข้าใจไม่ " แววตาจริงจังของเขา ยิ่งทำให้นางมั่นใจว่าคนตรงหน้ามิได้กำลังล้อเล่น

"คือว่าหม่อมฉันยังไม่พร้อมเพคะ" เขาตวัดสายตาดุดุมองมาทางนางทันที ที่นางบอกว่าตนเองไม่พร้อม

"แต่เปิ่นหวางพร้อมแล้ว" นางต้องก้มหน้างุด ท่านอ๋องพร้อมเรื่องอะไรกันเล่าเพคะ หม่อมฉันรับไม่ได้ เหตุใดต้องกล่าววาจาตรงไปตรงมาถึงเพียงนั้น พระองค์ไม่ทรงคิดว่าหม่อมฉันจะเขินอายบ้างหรืออย่างไรกัน

"ท่านอ๋อง อื้อ" นางกล่าวออกไปได้แค่นั้นจริง ๆ เพราะทันทีที่นางเอ่ยวาจาออกไป เสียงน่าอายก็เข้ามาแทนที่ บุรุษตรงหน้าใช้โอกาสที่นางมิทันได้ตั้งตัวช่วงชิงลมหายใจของนาง ลิ้มรสความหอมหวานจากริมฝีปากบาง ครั้งแล้วครั้งเล่า จนนางแทบขาดใจ เขามันร้ายที่สุด

ความคิดเห็น