facebook-icon

เตือนเนื้อหารุ่นเรง!! ไม่เหมาะสมกับผู้พิทักษ์จริยธรรม,ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และผู้ที่จิตใจอ่อนไหวง่าย ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวรุ่นลูกของ พีและเพลิน จากเรื่อง Prince Of Engineer เมียวิศวะ

ชื่อตอน : OVERDOSE 07 : ติดใจ 🌪

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.2k

ความคิดเห็น : 95

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2562 01:27 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OVERDOSE 07 : ติดใจ 🌪
แบบอักษร

OVERDOSE : 07

 

“ ..ถ้าพี่ทำอะไรมากกว่านี้ เราบอกพี่พีชแน่! “

 

“ หึ..😏 “ คนตัวโตดูไม่สะทกสะท้านอะไรกับคำพูดของฉันเลยสักนิด เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นก่อนจะแค่นหัวเราะอยู่ในลำคอราวกับมันเป็นเรื่องที่เขาจะไม่เก็บมาคิดมากอย่างแน่นอน..ฉันตัดสินใจนั่งเงียบไม่หันไปมองไม่คุยอะไรกับพี่เพลย์อีก จนกระทั่งอีกฝ่ายพูดทำลายความเงียบเหล่านั้นลงด้วยถ้อยคำที่ทำให้ใจฉันสั่นระรัวอีกครั้ง

 

“ ......... “

 

“ ขู่มาอีกสิ น่ารักดี.. “

 

“ จ..จะแปดโมงแล้วค่ะ เดี๋ยวสาย “ ฉันรวบรวมสติของตัวเองไม่ให้คล้อยตามคำหวานเหล่านั้น ก่อนจะเอ่ยเตือนนายปีศาจร้ายเรื่องหน้าที่ที่เขาต้องทำ..นั่นคือไปส่งฉันที่โรงเรียนให้ตรงเวลา

 

พี่เพลย์ไม่ตอบอะไรฉันกลับมา เขาดึงสายเข็มขัดมาคาดเอาไว้แล้วขับรถออกจากปั้มทันที..บรรยากาศภายในรถมันเงียบมากค่ะเพราะพี่เขาไม่เปิดเพลงฟังเหมือนอย่างทุกๆวันที่ผ่านมา และนั่นทำให้ฉันเกร็งหนักกว่าเดิมเป็นสิบเท่าเลยล่ะ

 

..ส่วนเรื่องหัวใจก็คงไม่ต้องถามค่ะ ขนาดผ่านมาได้หลายนาทีแล้วมันยังเต้นรัวตุบๆไม่มีท่าทีว่าจะกลับไปเป็นปกติ ราวกับว่าต้องรอให้พี่เพลย์เขาออกห่างจนพ้นสายตาเสียก่อนมันถึงจะยอมกลับมานิ่งเหมือนเดิม..ให้ตายเถอะน่าแสนหวานเธอห้ามไปรู้สึกอะไรกับพี่เขาเด็ดขาดเลยนะ!

 

Rrrrrrr! Rrrrrrr!

 

พี่เพลย์ขับรถเข้ามาจอดในลานข้างๆอาคารเรียนของฉันพร้อมกับปลดล็อกประตูให้เหมือนอย่างที่ทำประจำ..แต่ทว่าในตอนนั้นเองโทรศัพท์ก็ดันมีสายเรียกเข้าจากพ่อใหญ่ ซึ่งปกติแล้วท่านไม่ค่อยโทรหาฉันหรอกค่ะ..จะโทรก็แค่ตอนที่มีเรื่องสำคัญเรื่องเร่งด่วนเท่านั้น

 

“ ฮัลโหลค่ะคุณพ่อ.. “

 

“ ทำไมแม่ให้หนูไปอยู่บ้านไอ้พวกนั้น? “ ปลายสายเอ่ยถามเสียงเข้ม

 

“ ..คุณพ่อมีอะไรรึเปล่าคะ? อยู่ที่นี่หนูสบายดี น้าเพลินดูแลหนูตลอดค่ะ “

 

“ แม่บอกว่าจะให้ลูกไปอยู่บ้านเพื่อน พ่อไม่คิดว่ามันจะเป็นคนพวกนี้น่ะสิ “

 

“ ..เดี๋ยวอีกห้าหกวันแม่ก็กลับมารับหนูแล้ว ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณพ่อ หนูอยู่ได้ “ ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆว่าทำไมพ่อใหญ่ถึงดูไม่พอใจนักที่แม่ให้ฉันมาอยู่บ้านน้าเพลิน..และมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พ่อใหญ่แสดงอาการแบบนี้ออกมา

 

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสมัยเป็นเด็กๆ ทุกครั้งที่ฉันได้มาเล่นกับพี่พีชที่สวนสาธารณะในหมู่บ้านแม่ก็จะนัดกับน้าเพลินแล้วพาพวกเรามาเจอกันตลอดถ้ามีเวลาว่าง

 

แต่สัปดาห์ไหนที่พ่อใหญ่อยู่บ้านนั่นหมายถึงท่านไม่ติดธุระไม่มีงาน แม่ก็จะพาฉันออกมาเล่นกับพี่พีชไม่ได้เพราะพ่อใหญ่ท่านสั่งห้ามเอาไว้..จนตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ถึงเหตุผลจริงๆเลย ว่าทำไมท่านถึงไม่ชอบครอบครัวของพี่พีชนัก

 

“ ไม่ลูก เดี๋ยวพ่อจะรีบเคลียร์งานให้เสร็จแล้วจะกลับไปรับหนูให้เร็วที่สุด..พ่อขอโทษที่ไม่ถามแม่ให้แน่ใจทำให้หนูต้องไปอยู่ที่บ้านนั้นนะลูก “

 

“ หนูไม่เป็นไรเลยค่ะคุณพ่อ สบายใจได้นะคะ.. “

 

“ ไม่ๆพ่อไม่สบายใจเลย ลูกเตรียมเก็บของใส่กระเป๋าไว้นะ..อีกสองวันพ่อจะไปรับกลับบ้าน “

 

“ ค..ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ “ ฉันตอบพ่อใหญ่ไปแบบนั้นก่อนจะกดวางสายแล้วเก็บกระเป๋าเตรียมจะเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แต่จู่ๆพี่เพลย์เขาก็กดล็อกเฉยเลยค่ะ..ทำแบบนี้จงใจแกล้งกันชัดๆอะ

 

กึก!

 

“ ..ล็อกทำไมคะ? “ ฉันหันไปถาม

 

“ พ่อเธอว่าไง? “

 

“ มันเรื่องส่วนตัวของเรา “

 

“ ..แปลว่าฉันยุ่งไม่ได้สินะ “ พี่เพลย์ตอบกลับเสียงนิ่ง

 

“ อย่ามายุ่งจะดีกว่าค่ะ “ เหอะ เรื่องเมื่อกี้ฉันยังโกรธอยู่ไม่หาย..แต่นอกจากเขาจะไม่รู้สึกผิดแล้ว ยังคุยกับฉันได้หน้าตาเฉยเหมือนมันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน..เขาทำได้ยังไงกัน

 

“ ถ้าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้..จำคำพูดตัวเองให้ดีก็แล้วกัน 😒 “ สิ้นประโยคสุดเย็นชาคนตัวโตก็ปลดล็อกรถให้ พลางถอนหายใจอย่างขุ่นเคือง..ฉันไม่รู้ว่าพี่เขากำลังหมายถึงเรื่องอะไร แต่คงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ เพราะทั้งน้ำเสียงทั้งแววตาของเขามันไม่ท่าทีว่าจะเล่นเลยสักนิด

 

กึก!

 

ฉันเหลือบไปมองพี่เพลย์เป็นครั้งสุดท้ายแล้วรีบลงจากรถมาทันทีโดยไม่พูดไม่คุยอะไรกับเขาอีก..นี่ไม่อยากจะนึกถึงตอนเลิกเรียนเลยจริงๆ ถ้าฉันฟอร์มจัดไม่โทรบอกให้เขามารับกลับบ้านพนันได้เลยร้อยทั้งร้อยว่ายังไงซะเขาก็ไม่มีทางโผล่มา เฮ้อ..ฉันล่ะอยากจะบ้าตาย!

 

ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ , SKU

[เพลย์]

ตอนนี้ผมอยู่ที่คณะครับ พวกเพื่อนๆมันก็มานั่งล้อมวงกันอยู่ก่อนแล้วแหละ เพราะเมื่อคืนจู่ๆไอ้เขตแดนมันก็ดันทักบอกในกลุ่มไลน์ว่ามีเรื่องอยากปรึกษา เป็นเรื่องสำคัญมากๆอะไรก็ไม่รู้ของมัน..วันนี้พวกเราทั้งที่มีเรียนและไม่มีเรียนก็ต้องหอบสังขารออกจากบ้านมาเพื่อรับฟังเรื่องสำคัญที่ไอ้เขตมันว่าเอาไว้

 

“ ไอ้เพลย์หน้าไปโดนเหี้ยไรมาอีกวะนั่น? “ ไอ้กวินทักทันทีที่เห็นรอยแดงช้ำเลือดที่แสนหวานฝากเอาไว้ให้เจ็บใจเล่นตรงมุมปาก

 

“ ช่างเถอะน่า.. “ ทุกคนจะรู้ดีว่าถ้าผมตอบปัดๆไปนั่นหมายถึงผมไม่สะดวกใจจะเล่าให้ฟัง ไม่ใช่ว่าจงใจมีความลับอะไรกับเพื่อนหรอกนะ..แต่ก็ต้องแยกแยะให้ได้ด้วยไงว่าแบบไหนควรเล่า แบบไหนควรเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัว

 

“ เออๆ ไม่บอกกูก็ไม่ถาม -.- “

 

“ อะ มีอะไรไหนพูดดดด!? “ ไอ้เวหาเอามือเท้าคางแล้วเปิดบทสนทนาแบบตรงประเด็น..ไม่มีอ้อมค้อมไม่มีการทักทายใดๆทั้งนั้น

 

“ เมื่อคืนมีคนขับรถชนท้ายกู เขาเมามาก.. “ พอไอ้เขตแดนมันเริ่มเล่ามาทุกคนนี่หันขวับไปจ้องมันเป็นตาเดียวกันเลยครับ

 

“ แล้ววววว??? “ ไอ้กวินเลิ่กคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

 

“ ตอนแรกกูก็หงุดหงิด กะจะลงไปด่าซะหน่อย..แต่ยังไม่ทันได้ไปไหนเขาก็เดินลงจากรถตัวเองแล้วขึ้นมานั่งในรถกะกูเฉยเลยไอ้สัส โคตร งง “

 

“ ทำขนาดนี้แล้ว..บอกให้กูชื่นใจทีเพื่อน ว่ามึงซัดไอ้เหี้ยนั่นจนเลือดกลบปาก😂 “ ไอ้ภาคภูมิพูดอย่างอดโมโหแทนไม่ได้

 

“ ..จะซัดลงได้ไงล่ะหน้าตาโคตรดี สวยซะเกินมนุษย์มนาขนาดนั้น “ ไอ้เขตขยายความแบบนั้นทำเอาไอ้ชยินถึงกับรีบถามต่อทันที

 

“ ผู้หญิงเหรอวะ? “

 

“ เออ ผู้หญิง..เมาจัดเลยด้วย “

 

“ แล้วมึงทำไงต่อๆๆ “ ไอ้เวหาคะยั้นคะยอจะเอาคำตอบอีกครั้ง

 

“ คือยัยนั่นดูเศร้าๆไงไม่รู้ กูก็พยายามถามว่าเออโทรเรียกประกันก่อนไหม..แม่คนสวยก็บอกกูว่าเรียกประกันไม่ได้เดี๋ยวเป็นข่าว ให้กูเอารถไปซ่อมเองแล้วส่งบิลมาเก็บเงินได้เลย.. “ ไอ้เขตแดนเล่าต่อ

 

“ คือยังไงก็จะไม่เคลมประกันว่างั้น? “ ไอ้ภาคภูมิถามอย่างสรุปความ ตามด้วยไอ้กวินที่นั่งขมวดคิ้วเคราะห์ต้นตอคอเรื่องอยู่ก่อนแล้ว

 

“ เออ ถ้าเมาแล้วขับปัญหามันเยอะมั้ง..แต่กูก็ไม่ได้อะไรนะ ขอแค่รับผิดชอบก็พอละ..เพราะดูรถดูการแต่งตัวยัยนั่นก็น่าจะรวยใช่เล่นอยู่ถึงกล้าควักเงินจ่ายเองแบบนั้น 😑 “ ไอ้เขตตอบ

 

“ พูดว่าเป็นข่าว..คือเขาเป็นคนดังเหรอวะ? “

 

” กูไม่ค่อยตามพวกวงการบันเทิงเท่าไหร่..แต่คงดังอยู่แหละมั้ง “

 

“ มึงมีรูปมั้ย? “ ผมถาม แล้วมันก็ค้นๆดูรูปในมือถือมาเปิดให้ทุกคนดู..แต่พอได้เห็นเท่านั้นแหละครับอึ้งแดกกันไปครึ่งค่อนโต๊ะเลย เพราะผู้หญิงในรูปเธอคือดาราที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตอนนี้..และถ้าผมจำชื่อไม่ผิดเธอคงจะชื่อธิดาหรือธิวาอะไรสักอย่างนี่แหละ

 

“ เชี่ย! ไอ้เขต..นี่มันดาราชัดๆ “ ไอ้เวหาทำหน้าตกใจมากครับพอได้เห็นรูป แต่ตัดภาพมาที่เจ้าตัวก็คือยังเอ๋ออยู่เหมือนเดิม

 

“ ใครวะ? “

 

“ ธิดาไงสัส..ดาราใหม่ที่เคยปฏิเสธข่าวทำหน้าอกที่เกาหลีแล้วคนแม่งไม่เชื่อกันอะ “ ไอ้ชยินอธิบายพร้อมกับส่งลิ้งค์ข่าวนั่นลงในไลน์กลุ่ม

 

“ แล้วยังไงต่อวะไอ้เขต คุณคนสวยบอกให้ซ่อมเองมึงก็แยกย้ายเลยเหรอ? “ ไอ้ภาคถาม

 

“ แยกห่าไรล่ะ ยัยนั่นเมาซะไม่เหลือชิ้นดี..กูไม่รู้จะทำไงก็โทรให้อู่มายกรถไปแม่งทั้งสองคันเลย ซ่อมไม่ซ่อมอย่างน้อยเช็คความเสียหายก่อนก็ยังดี..จะได้รอแม่คนสวยสร่างเมาด้วย “ ไอ้เขตตอบ

 

“ คืองี้..ประเด็นของเรื่องคืออะไร? เข้าแก็บเลยเดี๋ยวจะเข้าเรียนแล้วสัส! 😑 “ ไอ้เวหาพลิกข้อมือเพื่อดูเวลาบนนาฬิกาก่อนจะรีบคะยั้นคะยอให้ไอ้เขตแดนรีบเล่าจุดประสงค์ของเรื่องทั้งหมดมาเร็วๆเพราะมันใหล้เวลาเข้าเรียนมากแล้วน่ะสิ

 

“ เออ หลังจากยกรถไปกูก็โทรให้คนรถมารับกลับเลยไง..แล้วตอนแรกก็กะจะพายัยนั่นไปส่งที่บ้านนั่นแหละ แต่ขึ้นรถมายังไม่ทันไรก็หลับใส่กูเฉยไอ้สัส..กูก็ขี้เกียจพูดมากละไงเลยพากลับมานอนที่คอนโดด้วยแม่ง “

 

“ ห้ะ?! พากลับมานอน?! “ ไอ้ชยินตาโตพร้อมกัลอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ

 

“ ก็ตามนั้นอะ แต่ป่านนี้ไม่รู้ตื่นรึยังเพราะกูขังยัยนั่นไว้ในห้องแล้วรีบออกมาเรียนก่อน55555555 “ ไอ้เขตมันตอบแล้วหัวเราะ

 

“ แล้วประเด็นคืออออ??? “ ผมถาม

 

“ ..ตอนแรกกูกลัวพ่อจะรู้เรื่องรถชนเลยอยากปรึกษาพวกมึงว่าควรหลบยังไงดี แต่ดูสถานการณ์แล้วกูว่าช่างพ่อกูก่อนละกันไอ้สัส..ตอนนี้เอาแค่กูกลับห้องยังไงไม่ให้โดนแม่นั่นด่าไฟลุกก็พอแล้ว 😂

 

“ มึงจะกลัวทำไมวะ? ธิดาเป็นคนชนท้ายยังไงเธอก็ผิดอยู่เต็มประตู “ ไอ้กวินพูดอย่างมีเหตุมีผล

 

“ ไอ้ผิดน่ะกูรู้..แต่มึงเพิ่งบอกกูว่ายัยนั่นเป็นดาราดัง แล้วกูดันไปขังเธอไว้ในห้องแบบนั้นมันก็เสียการเสียงานสิวะ “ ไอ้เขตพร่ำบ่นอย่างกลุ้มอกกลุ้มใจ

 

“ เชื่อกูเถอะว่ายังไงเธอก็ไม่มีทางหนีออกไปจากห้องมึงได้..และคงไม่คิดจะหนีแน่ๆ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันก็เสี่ยงกับชื่อเสียงของเธอเอามากๆเลยล่ะ..ตอนนี้มึงภาวนาให้แม่ดาราคนสวยไม่ลนลานจนทำเรื่องให้ใหญ่โตเป็นข่าวก็พอ “ ไอ้ภาคอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลให้ไอ้เขตมันเลิกคิดมากเลิกทำหน้าขมวดคิ้วสักที..เรื่องนี้มันไม่ผิดด้วยซ้ำจะคิดแทนยัยคู่กรณีนั่นทำไมล่ะจริงไหม

 

“ เฮ้อ..ไปเรียนเถอะสัสเดี๋ยวโดนเช็คขาด “

 

ผมตัดบทแล้วรีบลุกพรวดออกจากโต๊ะทันทีเพราะนี่มันก็เลยเวลาเข้าเรียนมามากแล้ว อ๋อ..ไม่รู้ว่าเคยบอกรึเปล่าแต่ผมเรียนวิศวกรรมยานยนต์นะครับ เรียนกับไอ้กวินไอ้ภาคมันนี่แหละ..ส่วนวิชาเลือกตัวอื่นๆผมก็จะได้เรียนกับไอ้เขตบ้างไอ้ชยินบ้าง แต่ไม่ค่อยได้เจอให้เวหาเท่าไหร่เพราะเวลาเรียนไม่ตรงกัน

 

“ เฮ้ยๆอย่าเพิ่งไป..ไอ้เรื่องที่มึงให้สืบอะกูได้ตัวการละนะ “ ไอ้ภาคมันรีบตามมาลากแขนผมกลับไปนั่งที่โต๊ะเหมือนเดิมพร้อมกับเกริ่นเรื่องสำคัญที่ว่าให้ผมฟังทันที

 

“ ใคร.. “

 

“ ก็ไอ้ลูกหนี้ตัวดีที่โดนมึงลากไปกระทืบเมื่อหลายเดือนก่อนไง “

 

พอได้ยินไอ้ภาคมันพูดแบบนี้ผมก็นึกขึ้นได้ทันที..ลูกหนี้คนนี้ผมจำมันได้ขึ้นใจ เพราะหลังจากผมตามทวงเงินสามล้านที่มันโกงไปคืนมาได้ครบแล้ว ไอ้เวรนี่ก็ยังมีหน้าขอกลับเข้ามาเล่นพนันในบ่อนอีกนับครั้งไม่ถ้วน..แต่กฎก็ต้องเป็นกฎอะครับ ถ้าใครคิดจะเล่นแง่กับค็อบบร้าก่อนก็จะไม่มีสิทธิ์เข้ามาใช้บริการได้อีกต่อไป แม้ว่าจะเป็นลูกค้าระดับพรีเมียมแค่ไหนก็ตาม..

 

แต่คงเป็นเพราะผมไม่ให้ไอ้เวรนั่นกลับเข้ามาเล่น มันเลยแก้เผ็ดผมด้วยการปล่อยข่าว จงใจปั่นกระแส..เพราะคิดว่าทำแบบนี้แล้วยังไงซะคลับต้องถูก ปปง.สั่งปิดแน่นอน..แต่ก็น่าเสียดายที่ความพยายามทุกอย่างของมันไม่เคยทำอะไรผมได้เลย เพราะมันยังรู้จักผมน้อยเกินไป..รู้จักอำนาจมืดของค็อบบร้าคลับน้อยเกินไป

 

“ ..กูใจดีมากเกินไปสินะ “ ผมพูดออกมาเบาๆเทาเอาทุกคนในวงถึงกับรีบค้านเป็นเสียงเดียวหันทันที

 

“ ม้ายยยยย! ใครบอกมึงใจดีไอ้เพลย์กูขอตบปากมันสักที! “ ไอ้ชยินโวยวาย

 

“ ถ้าแบบมึงเรียกใจดี ไอ้กวินนี่เข้าข่ายพระแล้วนะ555555555 “ เสียงไอ้เวหาเอ่ยแซวผม ตามด้วยไอ้กวินที่รับมุกมันไว้แล้วเล่นตามน้ำเป็นอย่างดี

 

“ ขอไปซื้อผ้าเหลืองก่อนนะครับ 😂

 

“ บาปปปปปปปป! “ ไอ้เขตรีบห้ามทัพ

 

“ กูจะเอาถวายพระ! มึงคิดอะไร? 55555555 “ ไอ้กวินมันดีสุดในกลุ่มละครับ มุมกวนๆก็มีบ้างเช่นเมื่อกี้..แต่ก็แค่นิดหน่อยเท่านั้น เพราะส่วนใหญ่มันจะนิ่งๆถนัดเรื่องมีสาระ และถนัดพูดจาเป็นจริงเป็นจังมากกว่าพูดเล่น

 

“ คิดว่าไม่ได้เรียนหนังสือหนังหากันละวันนี้55555555 “ ไอ้เขตหัวเราะ

 

“ ไปเรียนได้ละไอ้เวร ส่วนเรื่องลูกหนี้กูเดี๋ยวกูจัดการต่อเอง..ใจมากมึง “ ผมตัดใจลุกขึ้นอีกครั้งก่อนจะหันไปตบไหล่ไอ้ภาคภูมิเบาๆพร้อมกับขอบคุณที่มันช่วยสืบเรื่องข่าวนี้ให้ผม

 

“ เออๆไม่เป็นไร มึงไปก่อนเลยเดี๋ยวกูเข้าห้องน้ำแปบ “ ไอ้ภาคหันมาตอบผมอย่างนั้นก่อนมันจะลุกไปเข้าห้องน้ำทันที..ซึ่งคาบเรียนวันนี้มันก็ค่อนข้างน่าเบื่อครับเน้นฟังบรรยายกับดูวิดีโอควบคู่ไป และด้วยความที่วิชานี้เรียนห้องสโลบใหญ่มันก็ยิ่งทำให้ผมเนี่ยนั่งเล่นมือถือได้ง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

 

แต่ไม่รู้ทำไม..พอได้มานั่งคิดทบทวนกับตัวเอง ได้นั่งเหม่อในห้องเรียนบ้างผมก็เอาแต่นึกถึงเด็กคนนั้นซ้ำไปซ้ำมา เรื่องเมื่อตอนเช้าผมคงทำเธอตกใจอยู่ไม่น้อยเลยที่จู่ๆก็โมโหจับเธอจูบแบบนั้น

 

ใช่..ฟังไม่ผิดหรอก ผมจูบแสนหวานจริงๆ..แต่นั่นก็เป็นเพราะคำพูดของเธอทั้งนั้นที่ทำให้ผมโมโหจนเผลอทำอะไรที่ขาดสติลงไป ไอ้คำที่บอกว่าแค่รับผิดชอบคำพูดตัวเองยังทำไม่ได้นี่แหละ..ที่จี้ใจผมจนไฟลุกโชน

 

บางทีผมอาจจะไม่โกรธเด็กนั่นเลยถ้าเธอไม่ดันมาใช้คำพูดที่เหมือนปริมมากขนาดนั้น..มากจนผมนึกสีหน้าปริมตอนที่กำลังพูดคำๆนั้นออกเลยล่ะ แต่ถึงแม้ผมจะเกลียดประโยคนี้มากแค่ไหนก็ต้องจำใจยอมรับมันกึ่งหนึ่ง..ว่าเรื่องของแสนหวานผมเป็นคนผิดจริงๆ ผิดแบบเต็มประตูแต่ก็ยังมีหน้าไปโมโหแล้วจับยัยเด็กนั่นจูบจนได้..

 

เฮ้อ..แต่นั่นแหละ ผมทำไปแล้วมันกลับแก้ไขอะไรไม่ได้นอกเสียจากนั่งภาวนาให้แสนหวานคิดเปิดสมุดในกระเป๋านักเรียนดูสักนิด..ถึงตอนนั้นก็คงจะหายโกรธผมไปได้บ้าง..มั้ง..ไม่รู้สิ หรืออาจจะโกรธกว่าเดิม

 

แต่ก็ช่างเถอะ ประเด็นในหัวผมตอนนี้มันคือผมเพิ่งจูบเด็กมอปลายที่อายุแค่สิบเจ็ด ห่างจากผมไปตั้งห้าปี..และใช่ครับ นอกจากเด็กนั่นจะไม่บรรลุนิติภาวะแล้วผมยังจูบเธอค่าชุดนักเรียนที่เธอใส่เลยด้วยให้ตายเถอะ

 

ขนาดตอนนี้ผมยังไม่เป็นอันเรียนแล้วแสนหวานจะเหลือเหรอวะ?

 

เธอคงไม่เคยโดนใครจูบมาก่อน หรือถ้าเคยก็คงไม่ใช่การจับขึงแล้วจูบแบบนี้แน่ๆ..หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าเพียงแค่ริมฝีปากสัมผัสกันเบาๆมันก็สามารถกระชากเอาทั้งวิญญาณและสติที่มีออกจากร่างไปได้ทั้งหมดเลยล่ะ

 

ผมเองไม่ได้อยากจะพูดแบบนี้หรอก แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆแหละว่าการจูบเด็กนั่นทำให้ผมควบคุมตัวเองไม่ค่อยจะได้เลย..ยิ่งสัมผัสยิ่งแนบชิดเท่าไหร่ จิตใต้สำนึกมันก็ยิ่งถูกกลืนกินไปมากเท่านั้น..จนท้ายที่สุดไอ้สิ่งที่เรียกว่าสติมันก็แทบไม่หลงเหลืออยู่ในตัวผมแล้ว

 

Line! Line!

 

Peachhh : เดี๋ยวเย็นนี้กูไปรับน้องเอง

Peachhh : interior แม่งไม่มา..กูว่าง

เด็กนั่นคุยอะไรกับมึง? : Play

Peachhh : คุยไร? ยังไม่ได้คุยไอ้สัส

Peachhh : interior ไม่อยู่ให้กูคุยงานกับใครล่ะ

Peachhh : เลยทักมาบอกมึงนี่ไงว่ากูจะไปรับน้องเอง

เออ แล้วแต่มึง : Play

 

ตอนแรกผมคิดว่าแสนหวานฟ้องไอ้พีชเรื่องตอนเช้าจนทำให้มันทักมาบอกผมแบบนั้น แต่พอรู้ว่าเป็นแค่เรื่องบังเอิญผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะผมกับไอ้พีชกำลังมีแผนจะเปิดคลับใหม่ด้วยกันแล้วผมน่ะไม่ถนัดเรื่องงานตกแต่งภายในเท่าไหร่เลยโยนให้ไอ้พีชมันรับไป

 

ส่วนเรื่องที่มันจะไปรับแสนหวานผมไม่อยากพูดอะไรมากไงเลยช่างแม่ง ขืนถามซักไซ้ให้มากความเดี๋ยวไอ้พีชมันก็คอยจับผิดผมอีก..ซึ่งหลังจากตอบแชทมันไปแบบนั้นแล้วผมก็วางโทรศัพท์กระแทกกับโต๊ะเล็กเชอร์อย่างแรงจนทำให้ไอ้ภาคภูมิมันสะดุ้งตื่นหลังจากงีบหลับในคาบไปนานแสนนาน

 

แกร็ก!!

 

“ ..เชี่ย! @___@ “ เสียงอุทานด้วยความตื่นตกใจนั่นมันไม่ได้ดังมาก แต่ก็ดังพอจะทำให้คนทั้งห้องที่กำลังตั้งใจเรียนพากันหันมามองเป็นสายตาเดียวกันได้อยู่

 

“ เฮ้ย! “ อย่าว่าแต่มันสะดุ้งเลย ผมยังสะดุ้งมันอีกทีอะ

 

“ ..อะไรของมึงวะไอ้เพลย์? 😑 “ สีหน้าง่วงๆหันมาถามผมอย่างสงสัย ก่อนจะถูกอาจารย์ประจำคลาสแทรกขึ้นกลางบทสนทนา

 

“ ภาคภูมิ! เธอหลับอาจารย์ไม่ว่า..แต่ถ้าจะคุยกับเพื่อนจนรบกวนคนอื่นแบบนี้ก็เชิญออกจากsectionไปค่ะ! “ เสียงอาจารย์พรนภาสุดโหดพูดพร้อมกับเอามือชี้มาทางพวกผมที่กำลัง งง ว่าทันไปคุยอะไรกันตอนไหน..แต่ก็อย่างว่าล่ะ ต้องพากันตามน้ำไปก่อนเพราะเดี๋ยวจะถูกไล่ออกจากห้องไปนั่งร้อนกันข้างนอกจริงๆ

 

“ ..ค้าบบบบบ ไม่พูดแล้วค้าบบบ -.- “ ไอ้ภาคพูดกึ่งตะโกนกลับไปพอให้อาจารย์ได้ยินพร้อมกันสะกิดให้ผมยกมือไหว้ขอโทษพอเป็นพิธี

 

“ มึงเสียงดังทำไมวะ? “ ผมหันไปกระซิบกระซาบ

 

“ ..มึงนั่นแหละ ตบโต๊ะทำเหี้ยไรกูหลับกำลังฝันดีใจหายใจคว่ำหมดไอ้ห่า! “ มันย้อนผมทันที

 

“ อ๋อ กูวางโทรศัพท์ “

 

“ โอ้โห..วางหรือทุบเสียดังเบอร์นั้น “

 

“ เออน่า “

 

“ โมโหใครมา พูด! “

 

“ หงุดหงิดอยากกินเหล้า.. “ ผมตอบปัดๆ

 

“ โถ่เพื่อน แค่นี้ชวนกูก็ได้ไม่เห็นต้องหงุดหงิด5555555 “

 

“ เออเดี๋ยวชวนในกลุ่ม 😑 “ ผมว่าอย่างนั้นพร้อมกับกดเข้าแชทไลน์พิมพ์ชวนเพื่อนๆทุกคนทันที และแน่นอนว่าไอ้พวกนั้นมัน says yes กันอยู่แล้วไม่ต้องถามให้มากความเลย..

 

..เย็นวันนั้น

[แสนหวาน]

วันนี้ตอนเลิกเรียนฉันกลุ้มอกกลุ้มใจมากค่ะว่าจะโทรหาพี่เพลย์ดีไหม เพราะบอกตามตรงฉันไม่กล้าสู้หน้าเขาเลย..ถึงแม้ในใจจะอยากขอโทษที่ตบเขาแรงจนปากแตกก็เถอะ เฮ้อ..แล้วเมื่อกี้นะตอนที่ฉันกำลังเดินลงมาจากตึกเรียนก็ดั๊นนน ป๊ะ!พี่พีชเข้าซะก่อนน่ะสิ

 

วินาทีนั้นใจหายแว๊บเลยค่ะที่เจอพี่เขากะทันหันแบบนั้น ยิ่งหน้าตาเหมือนพี่เพลย์ฉันยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่..แต่ทว่าพอได้เห็นรอยยิ้มได้ยินคำทักทายหวานๆแล้วก็อดโล่งใจไม่ได้เลย เพราะคนที่จะมารับฉันกลับบ้านในวันนี้มันคือพี่พีชไม่ใช่พี่เพลย์

 

“ พี่เพลย์เขาบอกให้พี่มารับหนูเหรอคะ? “ ฉันตัดสินใจเอ่ยถามตอนที่รถเรากำลังติดไฟแดงอยู่ มันเป็นแยกสุดท้ายก่อนจะถึงบ้านค่ะ..ดังนั้นฉันต้องรีบถามก่อนจะไม่มีโอกาสได้ถาม

 

“ เปล่า..พี่นี่แหละทักไปบอกมันว่าจะมารับเราเอง5555555 ☺️

 

“ ล..แล้วพี่เพลย์เขาไม่ได้พูดอะไร ใช่ไหมคะ? “ ฉันโยนหินถามทาง

 

“ หือ? ก็ไม่ว่าไงนะ..มันบอกว่าแล้วแต่พี่ “

 

“ อ๋ออ ค่ะ “

 

“ มีอะไรรึเปล่า? “ พี่พีชหันมาถาม

 

“ เปล่าค่ะๆ หนูแค่สงสัยเฉยๆ 😁 “ ฉันตอบพลางแกล้งยิ้มกลบเกลื่อนสถานการณ์ไป ซึ่งพี่พีชเขาก็ไม่ได้เอะใจอะไรหรอกค่ะ จนกระทั่งเรากลับมาถึงบ้านก็ทานข้าวกับน้าเพลินตามปกติ เพียงแต่วันนี้อาพีจะไม่อยู่บ้านหนึ่งวันเพราะไปทำงานต่างจังหวัด เห็นว่าจะหลับพรุ่งนี้เย็นๆนู้นเลยค่ะ

 

“ ยังไม่ไปอาบน้ำนอนเหรอ หื้ม? “ พี่พีชที่อยู่ในชุดนอนกำลังเดินถือแก้วนมมานั่งข้างๆฉันแล้วเอ่ยถาม..คือหลังจากทานมื้อเย็นเสร็จฉันก็ปลีกตัวมาดูทีวีอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่นค่ะ แต่สงสัยจะดูเพลินไปหน่อยจนเลยเวลานอนมาเยอะมากแล้ว

 

“ ฮ่าๆ คงเพลินไปหน่อยน่ะค่ะ..งั้นหนูขึ้นไปเลยดีกว่า 😆

 

“ ..ป่ะๆ ไปพร้อมกันเลย “

 

พี่พีชว่าอย่างนั้นพลางเอื้อมมือกดปิดทีวีให้ฉันเสร็จสรรพ แต่ทว่าในคอนนั้นเองที่เรากำลังจะเดินขึ้นบรรไดไปยังชั้นสองของบ้าน จู่ๆพี่เพลย์ก็ปรากฏตัวขึ้น..เขาเดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทีมึนๆราวกับเพิ่งกับมาจากการสังสรรค์ ดวงตาดุดันคู่นั้นถูกชโลมไปด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เขาดูร้ายกาจมากกว่าที่เป็นอยู่ไปหลายเท่าเลยล่ะค่ะ

 

“ ..มึงนี่ก็แดกเหล้าเป็นน้ำเลยเนาะ -.- “ พี่พีชหยุดแล้วเอ่ยทักฝาแฝดของตัวเอง

 

“ เสือก.. “

 

“ เฮ้อ..ไปๆขึ้นไปอาบน้ำนอนได้ละสัส “

 

“ เออ.. “ พี่เพลย์พยักหน้ารับก่อนจะเหลือบสายตามองมาที่ฉันเล็กน้อย แต่แม้เพียงเสียววินาทีเดียวก็สามารถทำให้หัวใจฉันเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ รู้สึกร้อนวูบวาบอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ

 

กระทั่งผ่านไปได้ราวๆสองชั่วโมงฉันกลับขึ้นห้องมาอาบน้ำสระผมทำกิจวัตรส่วนตัวเสร็จมันปาเข้าไปตีหนึ่งครึ่งแล้วน่ะสิ เฮ้อ..แต่ดีนะที่วันพรุ่งนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ทำให้ฉันไม่ต้องฝืนแหกขี้ตาตื่นไปโรงเรียนแต่เช้าเหมือนอย่างทุกๆวันที่ผ่านมา

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

แต่ทว่าในคอนนั้นเองที่ฉันกำลังจะเดินมาปิดไฟเตียมเข้านอน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้ง..ฉันเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยเผื่อส่องดูตาแมวว่าใครกันที่มาเคาะเรียกเอาดึกดื่นป่านนี้ แต่พอได้เห็นหน้าคนที่อยู่อีกฝั่งประตูฉันก็อดใจสั่นไม่ได้เลยจริงๆ..เพราะเขาคนนั้นคือพี่เพลย์

 

ใช่..คราวนี้ฉันจำไม่ผิดแน่ๆ เพราะชุดนอนที่ใส่มันคนละชุดกัน แถมสายตาและท่าทีก็ต่างกันอย่างสุดขั้วเลยด้วย..แบบนี้แยกไม่ออกก็บ้าแล้วล่ะ ว่าแต่เขาจะมาหาฉันที่ห้องทำไมเนี่ย?

 

“ เมาก็ไปนอนเถอะค่ะ พรุ่งนี้ค่อยคุย “

 

“ ไม่ได้เมา..ฉันคุยรู้เรื่อง “

 

“ ....... “

 

“ จะเปิดเอง..หรือจะให้ฉันเรียกคนมาเปิด “ น้ำเสียงเข้มขรึมบ่งบอกถึงความเป็นเขาสุดๆ

 

กึก!

 

“ ..มีอะไรคะ? “ ฉันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูปานนั้นออกช้าๆ

 

“ จะไม่เชิญเข้าไปหน่อยเหรอ? “ ยังจะกล้าถามอีก..เชิญเขาเข้ามานี่ไม่ตางจากนำพาภยันตรายเข้าห้องเลยนะเนี่ย

 

“ ไม่ล่ะค่ะ..คุยแบบนี้สะดวกกว่า “

 

“ ฉันจะคุยเรื่องตอนเช้า ถ้าเธอไม่แคร์ว่าจะมีใครในบ้านได้ยิน..ก็ตามใจ “ คนตัวโตยื่นคำขาดที่คล้ายจะเป็นคำขู่มาแบบนั้นทำเอาฉันถึงกับกลืนไม่ได้คายไม่ออกเลยค่ะ..จนท้ายที่สุดต้องจำใจยอมให้เขาเข้ามาในห้องเพื่อเสวนาเรื่องฉาวๆที่เขาก่อเอาไว้

 

กึก!

 

“ รีบพูด แล้วก็รีบออกไปค่ะ “

 

“ ..เปิดสมุดดูรึยัง? “ เขาเดินเข้ามาใกล้แล้วเอ่ยถาม

 

“ ค่ะ “ ฉันพยักหน้าเบาๆ

 

“ แล้วได้ส่งงานรึเปล่า? “

 

“ ..ส่งค่ะ “

 

“ อื่ม “

 

“ แต่พี่ไม่ควรทำแบบนั้น..เราอยากพัฒนาตัวเองไม่ใช่แค่มีงานส่ง “ ฉันตอบเขาแล้วค่อยๆก้มหน้าก้มตาลง เพราะสู้กับสายตาคมกริบคู่นั้นต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ

 

“ ..ก็ถ้าทุกอย่างมันไม่ได้เป็นเหมือนอย่างที่เธอวางแผน อะไรที่ไขว่คว้าได้เธอควรรีบไขว่คว้าให้ได้มากที่สุด..ไม่ใช่มานั่งเสียดายหรือคิดถึงแต่สิ่งที่มันควรจะเป็น “

 

หลังจากที่เกิดเรื่องในรถขึ้นฉันก็ไม่ได้สนใจการบ้านหรือกระเป๋านักเรียนไปนั้นเลยจนกระทั่งเข้าคาบเรียนฟิสิกส์ ฉันหยิบสมุดการบ้านขึ้นมาเปิดเตรียมจะจดงานชิ้นถัดไปก็ต้องตกใจกับลายมือของใครบางคนที่ถือวิสาสะแก้การบ้านข้อที่ทำผิดให้ฉันด้วยดินสอทั้งหมด

 

ปกติเวลามีงาคุณครูมักจะให้นักเรียนเอากลับไปทำเองก่อนส่งค่ะ ซึ่งพอส่งแล้วครูก็จะตรวจๆดูว่าข้อไหนผิดบ้าง เพราะอะไรถึงผิด..จากนั้นก็จะคืนสมุดให้เอาการบ้านกลับมาแก้อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้มันก็ถูกแก้เป็นที่เรียบร้อยชนิดที่ว่าพร้อมส่งสุดๆ

 

..ว่าแต่พี่เพลย์เขาเอาเวลาไหนไปนั่งแก้การบ้านให้ฉันล่ะ? แล้วทำไมถึงไม่คิดจะบอกกันสักคำ..กะปล่อยให้ฉันมาเซอร์ไพรส์เปิดเจอเอาเองอย่างนั้นเหรอ? ไม่เข้าใจเขาเลยจริงๆ

 

“ ....... “

 

“ แล้วเรียนยังไงให้ทำการบ้านผิดระนาวแบบนั้น? “ พี่เพลย์เอียงคอถาม

 

“ ก็เราไม่เก่งฟิสิกส์นี่..จะทำผิดก็ไม่แปลกหรอก “

 

“ เดี๋ยวสอน ไม่ยากหรอก.. “

 

“ ..พี่เข้าใจเหรอคะ? “

 

“ ก็ทำการบ้านเธอเสร็จภายในสิบนาทีแล้วกัน 😒 “ เขาว่าอย่างนั้นก่อนจะกอดอกมองมาที่ฉันนิ่งๆ

 

“ ....... “

 

“ ส่วนเรื่องเมื่อเช้า.. “ พี่เพลย์เกริ่นต้นประโยคแบบนี้ฉันอดใจเต้นรัวไม่ได้เลยจริงๆ

 

“ ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ..เราตบพี่ไปซะขนาดนั้น ถือว่าหายกันก็ได้ “ ฉันรีบตัดบทเขาทันทีเพราะไม่อยากจะพูดถึงเรื่องนี้เท่าไหร่นัก ยิ่งนึกยิ่งใจสั่น ยิ่งจำได้ยิ่งจะไม่ลืม..แต่ทว่าเมื่อกี้นี้พี่เพลย์เขาไม่ได้ตั้งใจจะขอโทษน่ะสิ

 

“ ฉันไม่ได้จะขอโทษ..ฉันจะขอแก้ตัว “

 

“ ม..หมายความว่ายังไงคะ? “ พี่เพลย์เริ่มก้าวเข้ามาใกล้ฉันมาขึ้นเรื่อยๆจนต้องรีบถอยหนีตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่ก็นั่นแหละค่ะ..น้องนี้ไม่ได้กว้างขวางอะไรถึงขนาดที่จะมาวิ่งไล่กันได้ นี่ฉันแค่ถอยหลังมาไม่ถึงสามเก้าก็ชนเข้ากับโต๊ะทำการบ้านแล้ว

 

ปึก!

 

“ ..หมายความว่าฉันติดใจปากเธอ “

 

“ แต่เราไม่อนุญาต.. “ ฉันรีบยกสองมือขึ้นมาปิดปากตัวเองทันที ใบหน้าเริ่มร้อนเห่อ หัวใจฉันสั่นระรัวอีกครั้งเมื่อพี่เพลย์ย่างกายเข้ามาใกล้..ดวงตาดุดันคู่นั้นมันแพรวพราวและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมกลลวงมากมายเหลือเกิน

 

“ อื่ม..ถ้างั้นคงต้องบังคับสินะ “ คนตัวโตงัดมือทั้งสองที่ปิดปาดออกอย่างง่ายดายก่อนจะหิ้วปีกฉันขึ้นมานั่งอยู่บนโต๊ะทำการบ้านนั่นทันที ส่งผลให้ใบหน้าของเราเกือบจะอยู่ในระดับเดียวกัน..จะกระทั่งพี่เพลย์เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยแต่ก็ยังคงรวบมือทั้งสองของฉันเอาไว้อย่างแน่นหนาตามเดิม

 

“ อึก! พี่เพลย์! อย่ามาทำรุนแรงกับเรานะ! “ ฉันโวยวาย

 

“ ..อยู่นิ่งๆ แล้วจะไม่รุนแรงเลย “ คำพูดเขามันฟังดูขอร้อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันไม่ต่างจากการถูกสาบให้เชื่อฟังเลยสักนิด..พี่เพลย์เขาจ้องลึกเข้ามาในวงตากลมโตของฉันแล้วควานหาความลับบางอย่างที่ไม่รู้ว่าคืออะไร

 

ซึ่งนั่นทำให้ฉันไม่กล้าที่จะหันหนีไปทางไหนเลย..แม้ว่ามือทั้งสองจะไม่ถูกเขาจับเอาไว้แล้ว แต่ฉันก็ยังคงนั่งนิ่งทำตัวเป็นโขดหินอยู่อย่างนั้น

 

“ ........ “

 

“ หลังจากนี้..เธอจะตบฉันอีกก็ได้ แต่ต้องไม่ซ้ำแผลเดิมนะ “ เขาเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ๆพี้อมกับกระซิบเอ่ยออกมาอย่างจำยอม

 

และแล้วท้ายที่สุดริมฝีปากร้อนฉ่าก็ประทับลงมาอีกครั้ง..สติที่ฉันมีมันเลือนหายไปหมดราวกับถูกเทใส่ขวดแล้วเอาไปปาทิ้งกลางทะเลยังไงอย่างนั้น ฉันรู้ว่าพี่เพลย์เขาดื่มมาและค่อนข้างจะมึนๆอยู่บ้าง..เพราะลมหายใจเขาในตอนนี้มันเคล้าคลุ้งไปด้วยกลิ่นอ่อนๆของไวน์องุ่น

 

สัมผัสที่อ่อนโยนนี้มันไม่ต่างจากคำที่เขาเคยพูดเอาไว้เลย..ว่าถ้าหากฉันยอมอยู่นิ่งๆเขาเองก็จะไม่รุนแรง พี่เพลย์สัมผัสฉันอย่างตั้งใจ..เขายกฝ่ามือหนาขึ้นประคองแก้มฉันเอาไว้แล้วกดจูบลงมาอย่างไม่รู้จักพอ

 

ทว่าในตอนนั้นเองที่ริมฝีปากหนาเริ่มขมเม้มและพยายามสอดแทรกปลายลิ้นร้อนเข้ามาช่วงชิมอย่าลึกซึ้งมากขึ้นฉันก็รีบผลักเขาออกห่างด้วยความตกใจ ก่อนจะเหวี่ยงมือตบที่หน้าเขาอีกครั้งเหมือนอย่างที่เจ้าตัวบอกเอาไว้..

 

ปึก! เพียะ!

 

“ อ่าส์..มือหนักเป็นบ้า 😒

 

“ ออกไปได้แล้วค่ะ.. “

 

“ โอเค ก็ได้ “

 

“ ....... “

 

“ ฝันดี.. “ ร่างสูงโน้มตัวลงมากระซิบเบาๆก่อนจะเดินออกจากห้องฉันไปอย่างว่าง่าย..เมื่อได้ทุกอย่างตามที่ต้องการแล้วเขาก็ไม่เซ้าซี้จะเอาอะไรอีก บอกให้ไปก็ไปง่ายซะจนฉันปรับความรู้สึกแทบไม่ทันเลยจริงๆ..แถมไม่โกรธไม่หงุดหงิดเลยสักนิดตอนที่ฉันเหวี่ยงมือไปตบหน้าเขาแบบนั้น

 

กึก!

 

พี่เพลย์เดินออกไปพร้อมปิดประตูให้อย่างเบามือ ทิ้งเอาไว้เพียงความรู้สึกร้อนวูบวาบและสัมผัสที่ฝังแน่นติดอยู่กับริมฝีปาก หัวใจฉันมันกำลังฟ้องถึงความรู้สึกบางอย่างจที่ยากจะยอมรับ..ขืนฉันยังอยู่ใกล้เขาต่อไปแบบนี้มันคงไม่ดีแน่ เรื่องนั้นฉันรู้..แต่อีกใจถ้าต้องตีตัวห่างออกไปฉันก็ไม่รู้จะลบภาพผู้ชายคนนี้ยังไง

 

ภาพจำที่เขาสร้างมันยากที่จะลบ ยากที่จะเข้าใจ และยากที่จะไปต่อ..พี่เพลย์เขาจะรู้บ้างไหมว่าตัวเองทำให้ความรู้สึกของฉันปั่นป่วนมากแค่ไหน นี่ถ้าเปรียบได้ก็คงไม่ต่างจากรัฐเท็กซัสที่กำลังโดนพายุทอร์นาโดถล่มหรอก

———————————————-

#อ๊ากกกกก พี่จ๋าบอกว่าติดใจ..ติดใจปากน้อง>

ความคิดเห็น