ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ❣ 05

คำค้น : ป๋อขอคืน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 21:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
❣ 05
แบบอักษร

-05- 

And we don’t care cause we’re so 

 

 

“เฮียว่าป๋อควรทำไงดี” ลูกคนเล็กของบ้านไถลตัวลงไปนั่งกองกับพื้นเอาคางวางบนตักของพี่ชาย

“ก่อนอื่นเลยป๋อต้องถามตัวเองก่อนว่าทำไมถึงอยากกลับไปหาพี่จิงเขา” ปันเอ่ยถาม

เมื่อไม่กี่วันก่อนนั้นเขาได้รับโทรศัพท์สายตรงจากน้องชายตัวดีที่โทรมาโวยวายว่าเจอแฟนเก่า ไอ้เขาก็งงว่าแค่เจอแฟนเก่าต้องโทรมาเล่าให้ฟังทำไม ใช่ว่าป๋อมันจะสนใจอะไรกับเรื่องแบบนี้เสียที่ไหนแต่ก็ต้องร้องอ๋อเมื่อน้องชายเล่าให้ฟังว่าคนที่เจอนั้นเป็นใคร

“รู้สึกผิดหรอ” เขาถามน้องชายที่นิ่งไป ไอ้ตัวดีพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะขยายความ

“มันก็ส่วนนึง ตอนนั้นผมทำไม่ดีกับจิงจริงๆ แต่เฮียก็รู้นี่ครับว่าตั้งแต่ตอนนั้นที่เลิกกันป๋อเป็นยังไง” ปันก้มหน้ามองน้องชาย แววตาเศร้าฉายออกมาอย่างไม่ปิดบัง

“ตอนนั้นผมมันนิสัยไม่ดี ทิ้งเขาไปแล้วยังไงอ่ะพอเขาไปก็อยู่ไม่ได้แต่เสือกห่วงศักดิ์ศรีที่ค้ำคอไม่ยอมกลับไปขอเขาคืนดีอีกสุดท้ายจิงก็เลือกที่จะเริ่มใหม่กับคนอื่นที่ไม่ใช่น้องชายของเฮีย” ปันถอนหายใจยาวรู้นิสัยน้องชายของตัวเองดี ถึงภายนอกจะดูนิ่งขรึมไม่พูดไม่จา แต่ความจริงแล้วใจร้อนอย่าบอกใคร ดื้อเป็นที่หนึ่งยึดความคิดของตัวเองเป็นหลักตอนนั้นที่เลิกกันเขาเองก็เดาผลลัพธ์ของทั้งคู่ไว้อยู่แล้วว่าต้องลงเอยแบบนี้

“แล้วตอนนี้เราคิดว่าเราโตพอหรือยัง” น้องชายพยักหน้า

“จะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ไหม” คราวนี้ป๋อส่ายหน้านิ่งไปแล้วพยักหน้าอีกครั้ง

“จะพยายาม” ปันส่ายหน้าระอา

“โตแล้วนะ”

“รู้น่าแต่เฮียก็ต้องรู้ดิว่าถ้าป๋อโมโหหรือหึงขึ้นมามันก็ยากที่จะใช้เหตุผลไหมอ่ะ”

“ดื้อด้านว่ะ” ขยี้ผมน้องชายแถมท้ายก่อนจะถอนหายใจอีกครั้ง

“รู้ใช่ไหมว่าพี่จิงเขาดีแบบนี้กับทุกคน” คนน้องเม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้า

“รู้”

“เขาไม่ได้ให้ความหวังแต่เขาทำไปเพราะเขาเป็นคนใจดี” เรื่องนี้ปริญรู้ดี อดีตคนรักของเขาเป็นคนใจดีและดีกับคนรอบข้างเสมอ เป็นห่วงเขาไปทั่วประหนึ่งตัวเองเป็นนางงามจักรวาลดีหน่อยที่พอคบกันแล้วอีกคนก็ลดความใจดีของตัวเองที่มีต่อคนรอบข้างลงเพราะตัวเขานั้นเป็นคนที่ขี้หึงมาก คิดมาถึงตรงนี้ก็อยากทุบหัวตัวเองอีกรอบ

จิงทนเขามามากจริงๆ

“เฮียอย่าขยี้ดิ เจ็บเลยเนี่ยตอนนี้ป๋อต้องการกำลังใจนะเฮีย” น้องชายตัวดีหน้างอตีขาพี่ชายจนเกิดรอยแดงเลยโดนเอาหมอนฟาดหัวคืนไปหนึ่งที

“พูดให้คิดตามจะได้ไม่ต้องคิดไปเอง” ปริญบึนปากงอนแต่ก็ยอมเงียบฟัง

“คิดดีแล้วใช่ไหม เอาความรู้สึกผิดพวกนั้นทิ้งไปแล้วคิดให้ดีว่าความรู้สึกที่มีให้พี่เขาน่ะมันในแง่ไหน ยังรักอยู่หรือแค่ผูกพัน”

รักครับ” เพราะรักถึงอยากได้คืน

อยากขอคนที่เคยปล่อยมือไปคืนมา อยากขอโอกาสให้คนไม่ดีคนนี้อีกสักครั้ง อยากกลับมาเป็นเหมือนเมื่อก่อน

“ถ้ารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เฮียก็จะช่วย” น้องชายคนเล็กยิ้มกว้างก่อนจะยกนิ้วโป้งให้พี่ชาย

“ขอบคุณครับเฮีย”

“แต่ถ้าสุดท้ายพี่เขาไม่กลับมาป๋อต้องรับความพ่ายแพ้นี้ให้ได้นะ เขามีสิทธิ์ที่จะไม่เลือกเราเข้าใจใช่ไหม” ปันเตือนสติน้องชาย

“เฮียปันก็รู้ว่าถ้าป๋อตั้งใจทำอะไรแล้วป๋อจะทำจนกว่าจะได้มา” ปัณนพถอนหายใจเมื่อเห็นหน้าตาร้ายกาจของน้องชาย สุดท้ายมันก็คือไอ้ดื้อจอมเอาแต่ใจของบ้านอยู่ดี

“ป๋อไม่ยอมแพ้หรอก”

“แพ้มาแล้วจะหัวเราะให้ฟันร่วง”

“เดี๋ยวฟันเฮียจะร่วงก่อน” น้องชายชูกำปั้นแยกเขี้ยวใส่เลยโดนผลักหัวหน้าหงาย

“เดี๋ยวกูจะฟ้องเฮียปิน” จากแยกเขี้ยวแง่งใส่พี่ชายกลายเป็นยิ้มประจบทันที

“โห่เฮียอ่ะ ไรว้าเฮียปินทำงานหนักอย่าหาเรื่องกวนใจให้เฮียดิ”

“แต่ถ้าให้เฮียมันช่วยอาจจะง่ายขึ้นนะยังไงสองคนนั้นก็ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนกัน”

“เพื่อนร่วมคณะก็พอ จิงไม่ได้สนิทกับเฮียปินสักหน่อย” ความจริงก็คือเขานี่แหละที่ไม่ให้จิงสนิทกับพี่ชายตัวเองจนเกินไป ก็เฮียปินมันเท่กว่าเขานี่หน้าตาก็คล้ายกันถ้าจิงเกิดชอบเฮียขึ้นมาเขาจะทำไงล่ะมีแต่แพ้กับแพ้เขาไม่ยอมหรอก

“ก็เพื่อนกันน่าจะติดต่อกันได้ล่ะน่า” ปริญหน้าตึง

“ไม่เอาไม่ให้เฮียปินมายุ่งนะเว้ย ไม่เอา!” ปันมองหน้าน้องชายอย่างไม่เข้าใจก่อนจะร้องอ๋อแล้วหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ฮ่าๆ ไอ้น้องบ้ากับพี่มึงก็หึงรึไง เฮียปินกำลังจะแต่งงานแล้วนะเว้ยถ้าเขาจะชอบกันเขาชอบตั้งแต่สมัยเรียนแล้วมั้ย” พูดแล้วก็ขยี้ผมน้องชายที่คิดอะไรไม่เข้าเรื่องจนฟูฟ่อง ป๋อกอดอกเอาแต่ใจพ่นหัวเราะขึ้นจมูก

“ไม่มีทาง ผมเจอจิงก่อนเฮียปินจะรู้จักจิงอีกเหอะ”

“เออก็รู้นี่ แล้วจะมาหวงอะไรไม่เข้าเรื่อง”

“ไม่รู้อ่ะ หวงไม่อยากให้จิงใกล้เฮียปิน”

“ไอ้หมาบ้า”

“เดี๋ยวกัดหูขาด” ป๋อทำท่าจะกระโจนใส่พี่ชายคนรองเล่นเอาปันยกเท้าขึ้นมาขวางแทบไม่ทัน

“เดี๋ยวกูไม่ช่วยแม่ง”

“โอ๋เฮียอ่ะ ช่วยน้องก่อนๆ” ปันขยับตัวขึ้นนั่งดีๆ แล้วมองน้องชายที่ทำหน้าหมาหงอย

“เราต้องใช้ความใจดีของพี่จิงให้เป็นประโยชน์” ป๋อกลอกตาพ่นลมหายใจออกจมูกเสียงดัง

“อันนี้ป๋อก็รู้มั้ยเฮีย”

“มึงมั่นใจตัวเองแค่ไหน”

“มากอ่ะ” ปวดไมเกรนเพราะน้องชายมั่นหน้ามาก ปัณนพถอนหายใจนวดขมับช้าๆ แล้วพูดต่อ

“เอาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆ เขาของแบบนี้มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ว่ะแต่ต้องค่อยๆ ทำอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่น” ปริญพยักหน้าหงึกหงักตั้งใจฟังพี่ชายพูด

“ก่อนอื่นเลยนะไอ้น้องชายผู้มั่นหน้าไปเคลียร์สต็อกผู้หญิงของมึงก่อนไป”

“เคลียร์หมดไปตั้งแต่วันที่เจอจิงแล้วเฮีย” ปันเลิกคิ้ว

“แล้วยัยอลิซอะไรนั่นอ่ะ” ปันเห็นว่าผู้หญิงคนนี้น้องชายควงด้วยนานที่สุดจึงเอ่ยถามด้านคนถูกถามนั้นยักไหล่สบายก่อนจะทิ้งตัวนอนหงายบนพื้น

“ป๋อแค่ส่งรูปที่ควงผู้ชายให้แล้วก็บล็อค”

“ง่ายขนาดนั้น?”

“แล้วเฮียจะทำให้มันยากทำไมอ่ะ”

“เฮียเห็นว่าเราคบกันนาน” น้องชายยักไหล่

“ไม่นานนะ จริงๆ คบกันแค่ช่วงแรกหกเดือนมั้งแล้วก็เลิกกันแต่ลิซยังมาป้วนเปี้ยนป๋อขี้เกียจหาใหม่ก็เลยปล่อยไปก่อน”

“อ้อมันเป็นอย่างนี้นี่เองก็ว่าทำไมไม่พามาให้ที่บ้านรู้จัก”

“ช่างเรื่องลิซเหอะเฮีย ป๋อเคลียร์หมดแล้วตอนนี้มีจิงคนเดียว” ปันเบะปากใส่

“แล้วเขามีมึงคนเดียวรึไง” น้องชายถลึงตาใส่เมื่อฟังคำพูดไม่เข้าหู

“เขาเลิกกับแฟนแล้ว”

“โอ้...ไปรู้อะไรมา” พอถึงตรงนี้น้องชายก็เงียบไป

“จิงคบกับผู้ชายคนนี้ได้ประมาณสองปีก่อนที่ไอ้หมอนั่นจะไปเรียนต่อต่างประเทศ...” ปันอ้าปากค้างยกมือชี้หน้าน้องชาย

“นี่มัน...” ป๋อยิ้มเศร้ามองหน้าพี่ชายแล้วพยักหน้า

“อืม เหมือนเดจาวูเลยเฮียต่างกันก็แค่ครั้งนี้จิงบอกว่าจะไม่รอ” ป๋อได้ยินเสียงถอนหายใจดังขึ้นจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง

“เฮียจะไม่พูดนะว่าที่พี่จิงเป็นแบบนี้สาเหตุไม่ได้มาจากเรา เรื่องนี้เราเองรู้ดีที่สุดแต่เฮียอยากจะบอกว่าป๋อย้อนอดีตไม่ได้ ป๋อทำได้แค่อยู่กับปัจจุบันแล้วแก้ไขมันเพื่อในอนาคตจะได้ไม่เป็นแบบนี้อีก” ร่างสูงพยักหน้ารับว่าง่ายก่อนจะถอนหายใจยาว

“จิงบอกว่าขอโทษเขาพอแล้วแต่ในความรู้สึกผม จะพูดกี่ครั้งก็ไม่พอน้องเฮียแม่งโคตรโง่เลยตอนนั้น”

“เฮียไม่เถียงนะ คิดอะไรตื้นๆ เอาแต่ใจ นิสัยเสียก็ที่หนึ่ง” ป๋อเบะปากแต่ก็ต้องยอมรับว่าที่พี่ชายพูดคือความจริงทั้งหมด

“ก็พยายามปรับอยู่นี่ไงเฮีย โห่อย่าทับถมกันดิวะ”

“ถ้าคิดว่าดีพอก็กลับไป สู้ให้เต็มที่” ปริญกระตุกยิ้มมุมปาก

“ของมันแน่นอนอยู่แล้วอ่ะเฮีย”

“กูควรช่วยมึงไหมเนี่ย” พอได้ยินพี่ชายบ่นคนมั่นหน้าก็หัวเราะออกมา

“ล้อเล่นๆ เฮียต้องช่วยดิอย่างน้อยก็ต้องช่วยเรื่องตารางบินอ่ะ” ป๋อเด้งตัวขึ้นมานั่งกอดขาพี่ชาย

“ไปคุยกับคุณลุงเองก็ได้นี่” คนน้องส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยอ้อน

“ไม่เอาอ่ะเฮียปันเป็นหลานรักคุยง่ายกว่า อีกอย่างนะถ้าผมไปคุยเดี๋ยวได้ตีกันตาย”

“ก็เราชอบไปกวนลุงเขา”

“ชิ! นะๆ เฮียช่วยน้องหน่อยขอแบบเนียนๆ ไม่ต้องทุกวันก็ได้แต่แบบอาทิตย์ละวันสองวันงี้แล้วที่เหลือป๋อจัดการเอง” ปันถอนหายใจก่อนจะพยักหน้าตกลง

“เออๆ เฮียรู้มาอีกว่าเขาเปิดร้านกาแฟกับเพื่อนเขา” คนฟังตาเป็นประกาย

“ที่ไหนเฮียบอกพิกัดมา” พอฟังร้านที่พี่ชายบอกคิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันก่อนจะอุทานออกมาเสียงดัง

“ฉิบหายแล้วเฮีย”

“อะไร”

“ร้านนั้นเคยไปกับลิซ จำได้แล้ววันนั้นเจอพี่แอลด้วยนี่หว่าแต่ป๋อไม่ได้ทักรำคาญเดี๋ยวลิซซักมาก”

“พี่จิงคงรู้เรื่องแล้วล่ะถ้างั้น”

“รู้แล้วยังไงป๋อเลิกยุ่งกับลิซไปแล้วเดี๋ยวค่อยบอกจิงก็ได้”

“เออๆ ทำอะไรก็ทำเห็นว่าเขาเข้าร้านเกือบทุกวันเลิกงานก็แวะเข้าไปถ้าวันหยุดมักจะอยู่ทั้งวัน” ป๋อยิ้มกว้างยกนิ้วโป้งให้พี่ชาย

“เฮียปันสุดยอดข้อมูลครบ เอ้อป๋อขอตารางบินของจิงด้วยนะเฮียขอบคุณมากครับไปนอนละ บ๊ายบายฝันดีนะเฮีย” ปันมองน้องชายตัวดีที่พอได้อย่างที่ต้องการแล้วก็สะบัดตูดขึ้นไปนอนด้วยรอยยิ้ม เจ้าลูกคนเล็กนี่มันจริงๆ เลย

จิงจัดบ้านเสร็จในช่วงเช้าเขาเลยมานั่งขลุกที่ร้านในช่วงบ่าย ทำหน้าที่แคชเชียร์ประจำหน้าเคาท์เตอร์ระหว่างรอแอลทำเมนูใหม่ของร้านที่จะทดลองวางขายมาให้ชิมก็หาข้อมูลสัตว์เลี้ยงในแล็ปท็อปไปพลางๆ ตอนนี้เขาตัดสินใจแล้วว่าจะหาอะไรมาเลี้ยงสักอย่างกำลังชั่งใจระหว่างสุนัขกับแมวแต่ใจเขาเอนเอียงไปทางแมวมากกว่า

“จะเลี้ยงแมว?” แอลยื่นหน้ามาดูในมือมีถาดขนมเค้กแบบใหม่ที่จะวางขายในร้านอยู่ จิงหันไปพยักหน้ายิ้มกว้างแล้วเลื่อนให้เพื่อนดู

“อื้อดูดิน่ารักนะ ลังเลระหว่างสก๊อตติชกับมันช์กิ้น”

“ต้องลองไปดูที่ร้านดูรูปแบบนี้ตัดสินใจไม่ได้หรอกต้องไปเลือกเองเอาแบบถูกชะตาแล้วชี้เลย” จิงหันไปมองเพื่อนตาปริบๆ

“เอางั้นเลย?”

“อื้องั้นเลยแหละ”

“งั้นไปซื้อกัน” จิงบอกแล้วเด้งตัวลงจากเก้าอี้ทำท่าจะหยิบกระเป๋าสตางค์จนเพื่อนสะดุ้ง

“ใจเย็นๆ นะเพื่อนทำงานก่อนเนอะอีกอย่างนายลืมไปหรือเปล่าว่าเราแพ้ขนสัตว์” แอลเอ่ยเตือนสติเพื่อน จิงที่เพิ่งนึกขึ้นได้ตีหน้าผากตัวเองเสียงดัง

“ลืมไปเลยอ่ะว่าแอลแพ้ พีทก็ไม่ชอบแมวง่ะเราต้องไปซื้อคนเดียวจริงๆ หรอ” จิงกระเง้ากระงอดใส่เพื่อนกับแอลคงไม่ได้เพราะไม่อยากให้เพื่อนลำบากเดี๋ยวลองไปอ้อนพีทก่อนดีกว่า ว่าแล้วร่างสูงก็มองหาเพื่อนที่เป็นเป้าหมายของตัวเองแต่ก็ต้องหน้าม่อยเพราะแอลเอ่ยในเวลาถัดมา

“พีทออกไปกับคิวสักพักแล้ววันนี้ไม่กลับเข้าร้าน”

“ง่ะ” แอลมองเพื่อนที่ทำหางลู่หูตกแล้วก็ขำ

“ไปวันอื่นก็ได้นี่”

“แต่เราอยากได้เลยอ่า”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปคนเดียวสิ” จิงเบะปากคล้ายจะร้องไห้

“ไม่เอาๆ อยากมีเพื่อนไปช่วยเลือก”

“เราไปไม่ได้อยู่แล้วส่วนพีทเราไม่มั่นใจเพราะรายนั้นเขาไม่ชอบแมวหรือจะชวนจุนล่ะ” แอลเอ่ยถามถึงเพื่อนอีกคนที่สนิทกัน

“อยู่ญี่ปุ่น”

“อ่าว งั้นไม่รู้แล้ว”

กริ้ง

“ยินดีต้อนรับครับ...อ้าว” จิงหยุดงอแงกับเพื่อนเมื่อได้ยินเสียงประตูหน้าร้านดังขึ้น เขาหันไปกล่าวต้อนรับก่อนจะอุทานออกมาอย่างแปลกใจ

“อ้าวจิงเอ้ยพี่จิง บังเอิญจังครับ” ป๋อเดินเข้ามาในร้านยิ้มให้กับคนที่ยืนค้างอยู่หลังเคาท์เตอร์

“เอ่อ...พี่แอลใช่ไหมครับ สวัสดีครับขอโทษนะครับที่ครั้งนั้นไม่ได้ทัก” ป๋อยกมือไหว้เพื่อนแฟนเก่า คนตัวเล็กวางถาดขนมรับไหว้แทบไม่ทัน

“หวัดดีๆ ไม่เป็นไรตอนนั้นพี่ก็ไม่กล้าทักกลัวเราจำไม่ได้” แอลยิ้มบอกเหล่มองเพื่อนแต่พอเห็นท่าทางปกติคนตัวเล็กก็หายห่วงก่อนจะผละตัวกลับไปดูหลังครัวเพราะได้ยินเสียงลูกน้องเรียก

“อยู่ได้นะ” เพื่อนตัวเล็กกระซิบถามเมื่อจิงพยักหน้าจึงเดินเร็วๆ กลับเข้าไปในครัว

“ร้านพี่หรอครับ” คนหน้าหล่อในชุดไปรเวทเดินเข้ามาทัก จิงพยักหน้ารับ

“อื้ม เปิดกับพวกเพื่อนๆ น่ะ รับอะไรดีครับ”

“ขออเมริกาโน่ครับแล้วก็เอ่อร้านนี้สามารถนั่งทำงานได้ไหมครับ” ดวงตาคมกวาดตามองรอบร้านเพื่อหาที่นั่งในมือข้างหนึ่งมีกระเป๋าแท็ปเล็ตอยู่อีกข้างหนึ่งมีถุงผ้าใส่เอกสารอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมด

“นั่งได้ๆ เอาของไปวางก่อนก็ได้นะเลือกนั่งได้ตามสบาย”

“งั้นเดี๋ยวผมกลับมานะครับ” จิงพยักหน้าเพราะยังไม่มีลูกค้าคนอื่นเข้ามาในร้านเขาจึงสามารถค้างออเดอร์ของอีกคนไว้ก่อนได้

“ขอโทษที่ให้รอครับ ผมขอแซนวิชอกไก่รมควันเพิ่มด้วยครับ” จิงกดออเดอร์พยักหน้ารับ

“อุ่นไหม”

“ครับ”

“198 บาทครับไปนั่งรอที่โต๊ะได้นะเดี๋ยวให้พนักงานไปเสิร์ฟให้”

“ขอบคุณครับ” เมื่ออีกฝ่ายกลับไปนั่งแล้วจิงก็ทวนออเดอร์ให้น้องพนักงานในร้านฟังก่อนจะกลับมานั่งหาข้อมูลการเลี้ยงแมวของตัวเองต่อ

จะว่าสถานการณ์ระหว่างเขาและอีกฝ่ายดีขึ้นก็ใช่หลังจากที่คุยกันไปเมื่อคืน จิงรู้สึกว่าความรู้สึกที่คาใจของเขามันโล่งไปเปราะหนึ่งหลังจากได้พูดขอโทษอีกฝ่ายไปและได้รับคำขอโทษคืนมา หวังว่าพวกเขาจะกลายมาเป็นเพื่อนที่ดีระหว่างกันได้ในสักวันหนึ่งเพราะเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากรู้สึกไม่ดีกับใครทั้งนั้น

“โอเคใช่ไหม” แอลที่เดินเอาขนมมาเติมเอ่ยถาม จิงที่กำลังดูรูปแมวเพลินๆ หันไปเลิกคิ้วถามเมื่อเข้าใจว่าเพื่อนหมายถึงอะไรสายตาก็หันไปมองทางโต๊ะที่นักบินผู้ช่วยปริญนั่งอ่านเอกสารพร้อมกับจดโน้ตไปด้วยอยู่

“อื้ม เมื่อคืนน้ำประปาบ้านเขาไม่ไหลอีกแล้วน่ะเลยมาขออาบน้ำที่บ้านก็เลยได้เคลียร์กันนิดหน่อย จริงๆ ก็ไม่ได้พูดอะไรมากกว่าคำขอโทษกันหรอกแต่เรารู้สึกโล่งขึ้นน่ะ” แอลยิ้มฟัง

“ดีแล้วเห็นไหมจิงเก่งจะตาย” พอได้ฟังจิงก็หัวเราะออกมา

“พูดเหมือนพีทไม่มีผิด”

“ก็มันจริงนี่นา เออแล้วนี่ยังไม่เลิกดูอีกหรอ” แอลบุ้ยหน้าไปทางรูปแมวที่จิงเปิดไว้เต็มหน้าจอ

“อืมก็อยากได้นี่นา นี่ก็อ่านวิธีเลี้ยงอะไรเรียบร้อยแล้วด้วยรอแค่หาคนไปซื้อเป็นเพื่อนนี่แหละ” จิงแกล้งตีหน้าเศร้าซึ่งเพื่อนตัวเล็กรู้ดีก็เลยสวนกลับไปอย่างใจร้าย

“เราไม่ไป ถามพีทสิ” จิงหน้างอแล้วยื่นโทรศัพท์ให้เพื่อนอ่านแชทที่เขาเพิ่งคุยกับพีทไป แอลกวาดตาอ่านสักครู่ก็หัวเราะออกมา

“บอกแล้วว่าพีทไม่ไปหรอกก็ไม่ชอบแมวเลยนี่นา”

“แต่เราอยากได้”

“ไปซื้อคนเดียวก็ได้นี่” จิงส่ายหน้าจับแขนแอลแกว่งอ้อน

“แอลก็รู้ว่าเราไม่ชอบไปซื้อของคนเดียว” เป็นนิสัยแปลกๆ อย่างหนึ่งของจิงที่เวลาไปซื้อของต้องมีคนไปเป็นเพื่อน

“เราแพ้นายก็รู้”

“ไปรอหน้าร้านก็ได้น้า” แอลกลอกตาเบื่อหน่าย

“แล้วเวลาเอากลับล่ะยังไงก็ต้องนั่งรถคันเดียวกันอยู่ดีนายอยากให้เราตายหรือไง” จิงเบะปากจะร้องไห้คอตกอย่างน่าสงสาร

ให้ผมไปเป็นเพื่อนไหมครับ” สองเพื่อนซี้หันไปมองต้นเสียง เจอกับร่างสูงของปริญยืนท่าทางประหม่าอยู่

“อะ...เอ่อ” แอลอึกอักมองเพื่อนที่นิ่งไปสลับกับอีกคนที่เม้มปากอยู่อีกฝั่ง

“แต่ถ้าพี่อึดอัด...ไม่เป็นไรครับผมขอโทษที่เสนอตัว” คนเด็กกว่าก้มหน้ากล่าวอย่างน่าสงสารจิงที่นิ่งอยู่รีบโบกมือปฏิเสธทันที

“ไม่ๆ แค่ไม่อยากรบกวนน่ะเห็นอ่านหนังสืออยู่” พอได้ยินดังนั้นใบหน้าหล่อก็กลับมาฉาบด้วยรอยยิ้มบาง

“ผมอ่านพอแล้วครับเกินลิมิตของวันนี้แล้วกำลังจะกลับเลยมาลาพี่กับพี่แอลได้ยินคุยกันอยู่เลยเสนอตัวน่ะครับ” จิงกัดปากใช้ความคิดหันไปถามความเห็นเพื่อนแอลเห็นว่าไม่มีอะไรเสียหายจึงบอกเพื่อนเสียงเบา

“นายไม่ได้ลำบากใจอะไรใช่หรือเปล่า”

“อื้อ ก็คิดว่าไม่นะ”

“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกับน้องมันสิไม่มีอะไรเสียหายนี่นาอีกอย่างนายก็อยากซื้อวันนี้เลยนี่หรือยังไงดี” จิงนิ่งไปสักครู่ก่อนจะพยักหน้าให้เพื่อนแล้วหันไปบอกคนที่รอฟังคำตอบอยู่

“ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนด้วยนะ” คนที่รอฟังคำตอบเมื่อได้ยินสิ่งที่ใจหวังก็ยิ้มกว้างพยักหน้ารับแข็งขัน

“เต็มใจครับ!”

แต่เราก็ไม่แคร์ เพราะ... 

tbc 

 

ความคิดเห็น