ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ย้ายเข้าบ้านใหม่

ชื่อตอน : ย้ายเข้าบ้านใหม่

คำค้น : ณ ที่แห่งนี้, Girl in the rain series, ครอบครัว, ความรัก, ลูกตุ้มเงิน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 150

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.ย. 2562 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ย้ายเข้าบ้านใหม่
แบบอักษร

ก่อนหน้าที่พระพายจะมาถึงบ้านหนึ่งชั่วโมง

           ติ๊งต่อง... เสียงกริ่งที่หน้าประตู เรียกให้คนเสียไพ่และเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน ต้องเดินออกมาดูคนที่กดกริ่งอยู่หน้าบ้าน ด้วยท่าทางหงุดหงิด  

         “คุณเป็นใคร?” เสียงที่กรุ่นด้วยอารมณ์หงุดหงิดเอ่ยถาม    ชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับลอบมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า หน้าตาท่าทางดี การแต่งกายใส่สูทผูกไท รองเท้าหนังมันวับดูแพงไปทั้งตัว โดยเฉพาะรถยุโรปคันหรูที่จอดเปล่งประกายอยู่  ด้านหลังนั่น 

         “ผมเป็นเจ้าของบ้านที่พระพายไปนอนเมื่อคืนครับ”  

         “หืม...คุณน่ะเหรอคะ?” เสียงอ่อนลงกว่าครึ่ง คุณดาหวันรีบเปิดประตูเล็กด้านข้างเชื้อเชิญให้คนที่ยืนสูงเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าประตูเข้าบ้าน “เชิญเข้ามาก่อนสิคะ”  

         จากที่ไม่สบอารมณ์ ก็เปลี่ยนเป็นเต็มใจที่จะต้อนรับผู้มาเยือน นอกจากจะเชิญให้เข้าบ้านแล้ว คุณดาหวันยังหาน้ำมาต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดีอีกด้วย  

         “เมื่อกี้คุณบอกว่าคุณเป็นเจ้าของบ้านที่ยัยพายไปนอนเมื่อคืนอย่างนั้นเหรอคะ?” คุณดาหวันเสิร์ฟน้ำให้แขกที่มาเยือนเสร็จก็นั่งลงส่งคำถามให้ทันที 

         “ครับ”  

         “ไม่ทราบว่าคุณเป็นอะไรกับเสี่ยนพอย่างนั้นเหรอคะ”  

         “ผมเป็นไม่ได้เป็นอะไรกับเสี่ยนพ แค่เป็นคนที่ใช้เงินสิบล้านให้เสี่ยแทนคุณ”  

         “คุณเป็นใครกันแน่คะ ทำไมถึงได้รู้เรื่องนี้” คุณดาหวันหน้าเสีย ไม่คิดว่าชายหนุ่มจะรู้เรื่องหนี้ของตนเอง พลางคิดแล้วโมโหคนที่น่าจะเป็นต้นเหตุ ‘หรือว่าจะรู้มาจากนังพาย นังคนนี้ไม่รู้ว่าเอาฉันไปขายแค่ไหนแล้วสิ’ 

         “ผมชื่อวัสสะ” ชายหนุ่มล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน แล้วหยิบกระเป๋าใส่นามบัตรอันเล็ก ๆ ออกมาหยิบนามบัตรวางไว้ตรงหน้าของคนที่ต้องการรู้จัก “วัสสะ พงษ์พิมุข ที่ผมรู้ เพราะผมสนใจ และผมก็จะไม่ยอมให้คุณเที่ยวเอาพระพายไปเร่ขายใช้หนี้อีก”  

         เสียงพูดที่เด็ดขาด พร้อมกับสายตาวาววาบที่จ้องเขม็ง ผมจะไม่อ้อมค้อมนะครับ ผมชอบพระพาย เงินสิบล้านนั่นผมถือว่าเป็นค่าสินสอด และผมจะเพิ่มให้คุณอีกสองล้าน เพื่อเป็นเงินทุนสำหรับทำธุรกิจอะไรสักอย่างที่คุณต้องการ แต่ต้องไม่ใช่การลงทุนในบ่อนไพ่ไฮโซนั่น ถ้าหากผมรู้ว่าคุณเข้าไปยุ่งกับการพนันอีก ผมนี่แหละจะเป็นคนทำให้คุณเข้าไปอยู่ในคุกแล้วไม่ต้องออกมาเจอลูกชายคุณอีกเลย ถ้าคุณ   ตกลง ผมจะเซ็นเช็คให้ตอนนี้เลย”  

         “ตกลงค่ะ ตกลง” เสียงตอบรับดังขึ้นชนิดที่ไม่ต้องใช้เวลาคิด จู่ ๆ ก็มีคนเอาเงินมาให้สองล้าน ซึ่งเธอก็ยังไม่เสียสติพอที่จะปฏิเสธ  

         “นับจากวันนี้ พระพายจะไปอยู่ที่บ้านผม และคุณไม่มีสิทธิ์ที่จะโทรไปรบกวนเธอเรื่องเงินอีก” วัสสะยื่นเช็คที่เพิ่งเซ็นเสร็จให้กับ        คุณดาหวันรับไป “อีกเรื่องที่ผมจะบอก คือโฉนดของบ้านหลังนี้อยู่ที่ผม และผมจะยังให้คุณกับลูกชายอยู่ต่อไปได้ ตราบใดที่คุณไม่ได้ทำให้ พระพายเดือดร้อน” 

  

         ภายในรถคันหรูที่นั่งกันมาสองคน ไม่มีใครคิดที่จะพูดอะไรกัน ต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบอยู่ในภวังค์แห่งความคิดของตนเอง พระพายนั้นกำลังคิดถึงชะตาชีวิตของตัวเอง ว่าเธอจะต้องเปลี่ยนบ้านที่อยู่อีกกี่ครั้งกัน แต่ละครั้งก็เป็นเพราะโชคชะตาพาไปทั้งนั้น เธอไม่ได้คิดที่จะย้ายเองแม้แต่ครั้งเดียว

           เริ่มตั้งแต่ในวัยเด็ก หลังจากที่เธอเสียแม่ไปด้วยอุบัติเหตุบนท้องถนน พ่อผู้ให้กำเนิดแต่ได้เจอกันนับครั้งได้มารับเธอไปอยู่ด้วย จากกรุงเทพฯ เดินทางสู่ภาคใต้ ซึ่งนั่นทำให้เธอได้มีครอบครัวใหม่ ที่มีทั้งพ่อและแม่ แรก ๆ ทุกอย่างก็ดูลงตัว ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เข้าใจอยู่บ้างว่าเธอเพิ่งเสียแม่ไป แล้วทำไมถึงได้มีแม่คนใหม่ไวนัก แต่ด้วยการต้อนรับที่ดีจากแม่คนใหม่ ที่พ่อให้เรียกว่าแม่ใหญ่นั้นดูแลเอาใจใส่เธอเป็นอย่างดี จึงทำให้เด็กหญิงพระพายในวัยสี่ขวบยังคงยิ้มได้

           แต่หลังจากนั้นหนึ่งปี เด็กผู้ชายตัวเล็ก ๆ ก็ถือกำเนิดขึ้น เธอ  ได้ยินผู้ใหญ่บางคนเรียกเด็กคนนั้นว่า...ลูกอิจฉา

           ซึ่งลูกอิจฉาคนนั้นก็ได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ดีมาก และดีมากขึ้น ทุกคนมุ่งส่งความรักไปให้เด็กน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ตัวจ้ำม่ำ ตาแป๋ว ปากแดง เหมือนตุ๊กตาที่มีชีวิต น่ารักจนใครเห็นก็คงอดไม่ได้ที่จะหลงรัก รวมทั้งพระพายเองด้วย แต่ความยินดีที่เธอมีต่อน้องก็เริ่มลดทอนลง เมื่อเธอได้รับการปฏิบัติที่ต่างไป ทุกคนเหมือนจะลืมเลือนเธอ คนที่เธอเรียกว่าแม่ใหญ่เริ่มอารมณ์เสียใส่เธอมากขึ้น ด่าว่าเธอมากขึ้น ใช้งานเธอมากขึ้น ตีเธอมากขึ้น แต่รักเธอน้อยลง หรือไม่เหลือความรักให้เธอแล้ว ก็ไม่แน่ใจ

           ในขณะที่พ่อแท้ ๆ ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเป็นปกติ เพราะท่านเป็น   วิศกรคุมงานก่อสร้างของบริษัทใหญ่ หากบริษัทไปประมูลงานที่ไหนได้ พ่อก็จะต้องเดินทางไปประจำอยู่ที่นั่น นาน ๆ จึงกลับบ้านสักที ส่วนใหญ่เธอจึงอยู่บ้านกับแม่ใหญ่และน้องชายเป็นหลัก หากโครงการไหนที่พ่อรู้ว่าต้องใช้เวลาทำงานนานนับปี ช่วงนั้นเธอก็จะได้ย้ายบ้านตามพ่อไปทำงานที่จังหวัดนั้น ๆ ด้วย นั่นจึงทำให้เธอต้องย้ายที่อยู่บ่อย ๆ

           เมื่อพ่อของเธอเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุจากการทำงาน หญิงสาวก็คิดว่าบ้านหลังที่เธอเพิ่งจะเก็บข้าวของออกมา ซึ่งได้มาจากเงินชดเชยจากบริษัทของพ่อ จะเป็นบ้านหลังสุดท้ายของเธอ แต่วันนี้ก็พิสูจน์ให้เธอรู้แล้วว่า ความคิดของเธอนั้นไม่เป็นจริง

           รถยุโรปแล่นอย่างรวดเร็วเข้ามาจอดสนิทอยู่ในบ้านหลังใหญ่ ก่อนที่คนในรถต่างคนต่างเปิดประตูลงมา ด้วยอารมณ์ที่ต่างกัน     พระพายกวาดสายตาไปรอบบ้าน เพื่อสร้างความเคยชิน ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ เธอก็ยังเห็นบ้านนี้ไม่รอบสักที แต่เธอต้องทำใจให้ชินกับที่นี่ เพราะเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องอยู่ที่นี่ไปถึงเมื่อไหร่ อาจจะหนึ่งหรือสองปีถ้าเธอโชคดีหาเงินได้เร็ว หรืออาจจะห้าปี สิบปี หรือบางทีบ้านหลังนี้อาจจะเป็นหลังสุดท้ายของเธอจริง ๆ เพราะชาตินี้เธออาจจะหาเงินสิบล้านมาคืนให้เขาไม่ได้

           “คุณเอากระเป๋าเข้าไปเก็บก่อน แล้วค่อยออกมาเข้าครัว วันนี้ผมอยากทานอาหารฝีมือคุณบ้าง” วัสสะเปิดท้ายรถยกกระเป๋าเสื้อผ้าลงมา แล้วส่งต่อให้หญิงสาวลากเข้าไปเก็บ

           พระพายทำตามคนที่กลายมาเป็นเจ้านายของเธออีกคนบอก หญิงสาวเอากระเป๋าเข้าไปเก็บในห้อง แล้วก็ออกมาเข้าครัว แต่ก็พบว่าคนที่อยากจะกินอาหารฝีมือเธอ ก็ใส่ผ้ากันเปื้อนสีหวานรออยู่ในครัวเรียบร้อย

           “ไหนคุณบอกว่าจะทานอาหารฝีมือฉันยังไงล่ะคะ”

           “ก็ใช่ วันนี้ผมไม่ได้ทำ แต่จะเป็นลูกมือให้คุณต่างหากละ” วัสสะยักไหล่ ผายมือไปที่ตู้เย็น เป็นเชิงบอกให้เธอเริ่มไปหาวัตถุดิบออกมาทำได้แล้ว “เอาสิ คุณจะทำอะไรให้ผมทานก็เริ่มเลย แล้วจะให้ผมช่วยอะไรก็บอกมา”

           “ฉันว่าคุณช่วยออกไปรอข้างนอกดีกว่าค่ะ ฉันทำไม่นานหรอก แป๊บเดียวก็เสร็จ”

           “แต่ว่าผมอยากช่วย จะได้เสร็จไว ๆ”

           “แต่ว่าฉันจะทำไม่ถนัดค่ะ คุณตัวใหญ่อยู่ในนี้จะเกะกะฉันเสียเปล่า ๆ”

           “ครัวก็ไม่ได้แคบขนาดนั้นเสียหน่อย ผมอยู่ช่วยด้วยอีกคน ก็ไม่เห็นจะเกะกะตรงไหนเลย ผมไม่ได้มายืนติดกับคุณอย่างนี้ตลอดเวลาที่ไหนกัน” นอกจากพูดแล้ว วัสสะยังแสดงให้ดูอีกด้วย ว่ายืนติดกันแบบไหน ร่างสูงก้าวยาว ๆ แค่สองก้าวก็เข้าไปชิดตัวแม่ครัวไซซ์มินิได้ชนิดที่เรียกว่าหายใจรดกันเลยทีเดียว จนสาวร่างเล็กตกใจผงะหงายกับการเข้ามาถึงตัวเธออย่างรวดเร็ว ยังดีที่คนตัวใหญ่ไวพอจะยื่นมือไปรวบเอวเล็ก ๆ เอาไว้ได้ทัน ก่อนที่เธอจะหงายหลังไปจริง ๆ

           หัวใจดวงน้อยถึงกับเต้นโครมคราม ดวงตาคมกริบที่ทอดมองมายังเธอไม่มีปิดบังความปรารถนาของตนเองแม้แต่น้อย มือใหญ่กระชับเอวเธอบดเบียดเข้ากับร่างหนาแน่น จนเธอรู้สึกได้ถึงความแข็งแกร่งของมัดกล้ามทั้งหกมัดที่รวมกันอยู่ที่ลำตัวของเขา

           “ระวังหน่อยสิ” เสียงทุ้มที่เปล่งออกมา เหมือนพัดผ่านหูคนที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ จนกระทั่งประโยคต่อมาจึงทำให้เธอรู้สึกตัว “ถ้าคุณทำอย่างนี้อีก ผมจะอดใจไม่ไหวเอานะ”

           พระพายรีบดันร่างของคนที่ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ และทำให้เธอต้องถอยหน้าหนีจนร่างเล็กอ่อนโค้งไปด้านหลัง ให้ออกห่างได้สำเร็จ   ริมฝีปากล่างถูกกัดไว้ด้วยฟันขาวสะอาดเพื่อลดอาการประหม่าของตัวเอง มือไม้ที่หยิบจับอะไรไม่ถูกได้แต่ลูบผมแล้วเหน็บหู สายตาไม่กล้าส่งไปสบกับเขาอีก ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินตรงไปเปิดตู้เย็น ที่เธอคิดว่าความเย็นคงน้อยกว่ามือเธอในตอนนี้ 

ความคิดเห็น