ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 19 หลงยุค

ชื่อตอน : บทที่ 19 หลงยุค

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 178

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 05:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 หลงยุค
แบบอักษร

บทที่ 19 หลงยุค 

 

    “....นี่..เราอยู่ที่ไหนกัน”ผมหันไปมองรอบๆซึ่งสิ่งที่อยู่รอบข้างผมมันช่างแปลกตาไปหมด ผมอยู่ในช่องแคบๆ แล้วก็มีถังอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนโลหะซึ่งข้างในมีของที่ส่งกลิ่นเหม็นออกมา 

 

    “เรน เรน!! นายเป็นอะไรหรือเปล่า”ผมหันหน้าไปตามเสียงก็พบกับลีเน่และเซเทร่า 

 

    “พวกเรา อยู่ที่ไหน มันเกิดอะไรขึ้นกัน”ผมถามออกไปพร้อมกับจะนึกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ 

 

    “พวกเราเองก็จำอะไรไม่ได้เหมือนกัน รู้แต่เพียงว่าอยู่ๆก็มาตื่นที่นี่”ลีเน่พูดออกมา 

 

    “พวกเราลองเดินออกไปดูกันเถอะว่ามันเกิดอะไรขึ้น”ผมพูดก่อนจะเดินออกไปจากที่แคบๆแห่งนี้ 

 

    “นายท่านระวัง!!”อยู่ๆเซเทร่าก็ดึงผมกลับเข้าไปก่อนจะมีเสียงแปลกๆที่ผมเคยไม่ได้ยิน 

 

    “ปี้นๆ อยากตายหรือไงวะ”สิ่งที่ผมเห็นคือก้อนโลหะใหญ่ๆที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วแถมมันยังมีไฟออกมาจากตาด้วย 

 

    “ว้าว~~ ดูเหมือนพวกเราจะเจอของดีแล้วหว่ะ”ผมหันไปมองตามเสียงก็พบกับมนุษย์!! แต่พวกเขาใส่เสื้อผ้าแปลกๆ แถมยังดูไม่เป็นมิตรเลยสักนิด 

 

    “แกเป็นพวกบ้านนอกหรือไง แต่งตัวดูเข้าสิ ฮ่าๆๆ”พวกมันหัวเราะและมองมาทางผม 

 

    “พวกแกกล้ามากนะที่มาดูถูกเรนของฉัน”ลีเน่พูดออกไปด้วยท่าทางโกรธจัด 

 

    “เป็นวาลคิรีนี่น่ารักดีนะ แต่เป็นแค่วาลคิรีก็มาต่อต้านมนุษย์อย่างพวกเราหรือไง”พวกมันพูดพร้อมกับเดินเข้าหาลีเน่อย่างไม่หวาดเกรง 

 

    ‘จงไปดูกับตาแล้วพวกเจ้าจะเข้าใจ พวกมนุษย์น่ะ ควรถูกกำจัดซะให้หมดโลกไปเลย’เสียงของใครบางคนผุดขึ้นมาในความทรงจำ 

 

    “ถ้าแกไม่อยากเจ็บตัวก็ส่งวาลคิรีของแกมาซะ”พวกมันหันมาพูดขู่ผม 

 

    “พวกเธอไม่ใช่สิ่งของ พวกนายจะเอาตัวเธอไปไม่ได้นะ”ผมพูดห้ามแต่พวกเขากลับทำท่าทางจะเข้ามาทำร้ายผม 

 

    “ออกไปซะ เจ้ามนุษย์!!”ลีเน่โกรธจัดจนเธอแผ่รังสีฆ่าฟันออกมา มันเป็นครั้งแรกที่ผมเห็นเธอโกรธแบบนี้ 

 

    “หึ คิดว่าพวกเรากลัวหรือไง พวกแกไม่รู้หรือไงว่าห้ามทำร้ายมนุษย์น่ะ”พวกมันพูดถามออกมา 

 

    “ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้น ถ้าแกคิดจะมาทำร้ายเรนของฉัน ฉันจะฆ่าพวกแกทิ้ง!!”ลีเน่พูดพร้อมกับระเบิดเป็นคลื่นออกมาทำให้บรรยากาศรอบข้างสั่นไหว 

 

    ‘หวี้หว่อๆ ๆ’เสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาแล้วอยู่ๆพวกมันก็วิ่งหนีออกไป 

 

    “พวกคุณถูกจับแล้ว!!”ผมหันไปมองพวกเขาที่มากับก้อนโลหะแล้วก็มีเสียงแปลกๆพร้อมกับไฟสีแดง น้ำเงินสลับกันไปมา 

 

    “ถ้าพวกแกก็เข้ามา ฉันจะไม่เตือนอีกแล้วนะ”ลีเน่พูดขู่ออกไป แต่ผมก็หันไปห้าม 

 

    “ใจเย็นๆ ลีเน่ พวกเราอยู่ที่ไหนยังไม่รู้เลย”ผมห้ามเธอ 

 

    “ถ้าไม่ว่าอะไรพวกเราขอเชิญพวกคุณไปที่โรงพักด้วย”พวกเขาพูดด้วยท่าทีมีมารยาท 

 

    “ครับ”ผมพยักหน้าให้ พวกเขาเลยบอกให้ผมเข้าไปในก้อนโลหะ แต่พอเข้าไปนั่งมันกลับนุ่มนิ่มกว่าที่คิดแถมอากาศภายในยังเย็นอีกด้วย 

 

    “ที่นี่มันที่ไหนกันแน่”ลีเน่พูดออกมาเบาๆแต่ผมก็ได้ยินเธอ ซึ่งผมเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น 

 

 

********************************************************************************************************* 

 

 

    “อย่าทำเรื่องอีกนะครับ”หลังจากที่เขาถามอะไรผมต่อมิอะไร เช่น บ้านอยู่ที่ไหน มาจากไหน ทำงานอะไร มีบัตรประจำตัวใหม ซึ่งตอนแรกผมก็ตอบเขาไปได้ไม่หมดหรอก บ้านผมก็บอกเขาไปว่าผมมาจากหมู่บ้านของผม เขากลับไม่รู้จักชื่อหมู่บ้านของผมเลย แถมไม่เคยได้ยินอีกด้วย ทำงานอะไรผมก็บอกว่ากำลังจะไปสมัครเรียนก็เท่านั้น แต่อยู่ๆลีเน่ก็เดินเข้ามาบอกอะไรบางอย่างกับตำรวจจนเขายอมปล่อยผมออกมา 

 

    “ลีเน่ มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราเหรอ”ผมหันไปถามลีเน่ ซึ่งเธอก็หันซ้ายหันขวาก่อนจะยอมพูดออกมา 

 

    “ดูเหมือนพวกเราจะถูกส่งมายังโลกในอนาคตน่ะ แย่จริงๆเลย”ลีเน่พูดด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์สุดๆ 

 

    “เรนรู้ใหมว่ามันเกิดอะไรขึ้นในโลกใบนี้”เธอหันมาถามผมซึ่งแน่นอนผมส่ายหน้าปฏิเสธสิ ผมจะไปรู้ได้ไงขนาดอยู่ที่ไหนผมยังไม่รู้เลย 

 

    “เพราะฉันมีความสามารถในการสะกตจิตล่ะนะถึงได้รู้ว่ามาโลกใบนี้คือโลกในอนาคต และมันก็เป็นโลกที่วาลคิรีอย่างพวกเราตกต่ำแบบสุดๆเลยน่ะสิ”เธอพูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา 

 

    “อธิบายหน่อยสิ”ผมเลยถามออกไป 

 

    “ในยุคนี้ วาลคิรีทุกคนจะถูกจับหากไม่มีเจ้าของ แน่นอนมันก็เหมือนยุคที่เราจากมา แต่มันไม่ได้เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว วาลคิรีสำหรับมนุษย์ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากสัตว์เลี้ยงเลย ทุกบ้านเรือนต่างมีวาลคิรีไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นงานบ้าน งานทำสวน งานอะไรที่มนุษย์ทำกัน วาลคิรีก็กลายเป็นคนใช้ไปแล้ว”ลีเน่พูดพร้อมกับถอนหายใจออกมา 

 

    “อนาคตที่ฉันกับเรนอยากจะสร้างไว้มันไม่ได้เป็นแบบนี้สักหน่อย แต่ก็นะยังมีวาลคิรีระดับสูงบางตนเท่านั้นที่มีอิสระและใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติเหมือนมนุษย์ถ้าวาลคิรีคนนั้นเป็นวาลคิรีที่มีพลังระดับ S ขึ้นไปพวกเขาจะมีอิสระในการเลือกเจ้านายโดยพวกรัฐบาลจะไม่เข้ามายุ่ง แต่ถ้าวาลคิรีสร้างปัญหาจะถูกจัดการขั้นเด็ดขาดทันที พูดง่ายๆก็คือ กำจัดทิ้งยังไงล่ะ”ลีเน่หันมาอธิบายให้ผมฟัง ซึ่งผมเองก็เข้าใจบ้างและไม่เข้าใจบ้าง อะไรคือวาลคิรีระดับSแล้วอะไรคือรัฐบาลกัน 

 

    “เอาเป็นว่า เรนไม่เข้าใจหรอก เอาเป็นว่าเราต้องหาที่พักผ่อนกันก่อนแล้วกัน”พอพูดเสร็จ ลีเน่ก็เข้ามากอดผมก่อนจะพาผมบินขึ้นโดยไม่ให้ผมได้ทันตั้งตัวเลย 

 

    “ไปหาที่หลับที่นอนแถวๆภูเขาใกล้ๆนี้ก่อนแล้วกัน”เธอพูดเสร็จเธอก็บินไปในทันที 

 

    “หวังว่าพวกริกจะไม่เป็นไรนะ”ผมพูดออกมาอย่างเป็นห่วงหลังจากมาถึงภูเขาที่อยู่ใกล้ๆ 

 

    “ไม่เป็นไรหรอกน๊า มิมิเองก็ไม่ใช่วาลคิรีระดับต่ำๆนะ ถ้าวัดกันเธอน่าจะอยู่สูงกว่าSซะอีก”ลีเน่พูดพร้อมกับกอดอกบอก 

 

    “S?? แรงค์?? มันคืออะไรเหรอ”ผมถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ 

 

    “ในยุคนี้มันทันสมัยและก้าวหน้ามากๆ พลังของวาลคิรีจะถูกแบ่งออกมาโดยเครื่องวัดน่ะ ส่วนเรื่องระดับที่วัดออกมาก็จะเรียกว่าแรงค์ จะให้อธิบายก็ยากหน่อย แต่พูดง่ายๆระดับSคือวาลคิรีที่เก่งมากๆ เก่งสุดๆ ส่วนวาลคิรีทำไว้ทำงานบ้านจะอยู่ระดับ E คือพลังน้อยจนเป็นวาลคิรีที่มีพลังมากกว่ามนุษย์นิดหน่อยเท่านั้นเอง”ลีเน่อธิบายให้ผมฟังซึ่งผมเองก็พยักหน้าให้ 

 

    “ช่างเถอะๆ มานอนกันดีกว่า นายคงเหนื่อยแล้วสินะ”ลีเน่หันมาบอกผมซึ่งผมเองก็ทำได้เพียงพยักหน้าให้เธอ 

 

    “ฝากเธอดูแลเรนด้วย”อยู่ๆลีเน่ก็หันไปบอกเซเทร่าซึ่งแน่นอนเธอทำหน้านิ่งๆแล้วก็พยักหน้าให้เหมือนกัน 

 

    “แล้วเธอจะไปไหนกันล่ะ”ผมเลยหันไปถามลีเน่เพราะปกติเธอจะไม่ออกห่างจากผมแน่นอน 

 

    “ฉันต้องทำอะไรหลายๆอย่างน่ะ ต้องไปหาข้อมูล แล้วก็ต้องหาเงินด้วย ยุคนี้เงินสำคัญมากถ้าไม่มีมันพวกเราลำบากแน่”ลีเน่หันมาพูดกับผมแต่ผมก็ยังไม่ค่อยสบายใจอยู่ดีที่เธอจะออกไปคนเดียว 

 

    “ไม่ต้องเป็นห่วง ระดับของฉันมันเยอะกว่าSSอีกนะ”เธอพูดอะไรที่ผมไม่เข้าใจออกมาอีกแล้ว 

 

    “ก็ได้ รีบกลับมานะ ผมเป็นห่วง”พอผมพูดออกไปเธอก็ยิ้มกว้างออกมาทันที และเธอก็ได้พุ่งเข้ามากอดผม 

 

    “เป็นห่วงฉันเหรอ ดีใจจัง”เธอกอดผมเสร็จก่อนจะหอมแก้มผม 

 

    “เซเทร่า ระหว่างฉันไม่อยู่ อย่าแตะต้องความบริสุทธิ์ของเรนล่ะ”เธอหันมาบอกเซเทร่าซึ่งคำพูดของเธอมันทำให้ผมหน้าร้อนขึ้นมา 

 

    “ยัยบ้า พูดอะไรน่ะ”ผมพูดออกไปด้วยความเขิลอาย เธอกลับหัวเราะด้วยความพอใจแทน 

 

    “ฉันไปก่อนแล้วจะรีบกลับมาน๊า~~”ลีเน่พูดก่อนจะบินออกไปซึ่งผมก็ทำได้แค่โบกมือให้เธอและอวยพรให้เธอปลอดภัย 

 

    “นายท่าน พวกเรามานอนกันเถอะค่ะ”พอลีเน่ไม่อยู่ เซเทร่าก็เข้ามากอดผมก่อนจะผลักผมให้นอนลงไปกับพื้น 

 

    “ฉันจะปกป้องนายท่านเอง นายท่านหลับให้สบายนะคะ”เธอพูดออกมาก่อนผมจะค่อยๆหลับตาลง วันนี้มันเป็นวันที่เหนื่อยดีแท้กับการหลงยุค 

 

 

(มาพูดคุยกันหน่อย ไรท์จะเปลี่ยนแนวทางในการดำเนินเนื้อเรื่องนะ เพราะถ้าไรท์ไม่เปลี่ยนมันจะดูซ้ำจำเจจนเกินไป ไรท์เลยเขียนแนวเรื่องใหม่ให้เป็นการสะสมวาลคิรีเพื่อเพื่มพลังให้แก่ทีมและหาชิ้นส่วนความทรงจำเพื่อที่จะกลับไป) 

ความคิดเห็น