ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 113 ลูกสะใภ้ตลอดชีพ

ชื่อตอน : บทที่ 113 ลูกสะใภ้ตลอดชีพ

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 283

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2562 19:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 113 ลูกสะใภ้ตลอดชีพ
แบบอักษร

  ไป๋เทียนจ้าวผงะ เซหงายหลังจนก้นกระแทกพื้น คุณนายไป๋หลุดปากเรียก อาจ้าว แล้วผวาเข้าหาสามีที่ก้นกระแทกมือหนึ่งกุมท้องมือหนึ่งคลำกรามอยู่ 

  "เทียนเทียน เทียนเทียน" คุณนายไป๋ร้อง มือคลำไปทั่วใบหน้าและศรีษะของสามี  

  เทียนเทียน.?... จูอิงสงทอดสายตามองไป๋เทียนจ้าวด้วยความสงสารจับใจ ไป๋เทียนจ้าวมีท่าทีขัดเขิน เขารวบจับมือภรรยาไว้ก่อนจะเหลือบขึ้นสบสายตาของจูอิงสงโดยบังเอิญ ไป๋เทียนจ้าวยันตัวลุกขึ้นยืน พอยืนได้มั่นเขาก็ค่อยๆรวบจับต้นแขนคุณนายไป๋ กึ่งผลักกึ่งขยับเธอไปด้านข้าง คุณนายไป๋มีสีท่าไม่ยินยอม แต่มีมือข้างหนึ่งยื่นมายึดกุมมือเธอไว้ เมื่อเธอหันไปมองจึงเห็นว่าเป็นมาดามจูที่ค่อยๆรั้งมือเธอไว้ให้ถอยออกมา พากันเดินกลับไปทางร้านน้ำชาที่ปลูกเป็นทรงเก๋งจีน ปล่อยพ่อบ้านสองคนไว้ริมทะเลสาบ บริกรยกน้ำชากับขนมมาวางให้ตามที่สั่งแล้ว คุณนายทั้งสองจึงนั่งลงค่อยๆจิบชา... 

... 

 

  จูอิงสงอมยิ้มน้อยๆจนแทบจะสังเกตไม่เห็น เขายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ไป๋เทียนจ้าวที่รับมาซับเลือดปนน้ำลายที่ริมฝีปากที่โดนฟันของตัวเองขบกระแทกเข้าตอนโดนเสยคาง 

  "อย่าบอกผมนะ ว่าเมียคุณไม่เคยเรียกคุณว่าอิงอิง" ไป๋เทียนจ้าวพูดเสียงต่ำในลำคอ ตวัดตาค้อนคนที่ผมบางกว่า จูอิงสงสำลักจนกัดถูกลิ้นตัวเอง 

  "เอ่อ.... อย่าพูดถึงมันเลย..." เขาว่า รับผ้าเช็ดหน้าที่ไป๋เทียนจ้าวยื่นคืนให้  

  สองคนทอดสายตามองพื้นน้ำที่ส่องประกายระยิบของทะเลสาบ ริมฝีปากคลี่ยิ้มก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาแทบจะพร้อมๆกัน 

 

  คุณนายไป๋หันไปมอง เธอขมวดคิ้วด้วยความกังวล 

  "ผู้ชายก็อย่างนี้แหละ ไม่ต่อยตี ไม่รู้จักกัน" มาดามจูเอ่ยเรียบๆ เธอผลักจานขนมเปี๊ยะมาข้างหน้าคุณนายไป๋เป็นเชิงชักชวน คุณนายไป๋ยกชาขึ้นจิบ 

  "ตอนหนุ่มๆ อาจ้าวต่อยตีมาตลอด จะถือว่าเขามายืนเหนือคนอื่นได้เพราะเรื่องต่อยตีก็ไม่ผิด" เสียงคุณนายไป๋ยังเคืองๆอยู่ นี่ถ้าจูอิงสงไม่โจมตีเขาตอนไม่ระวังตัว ไป๋เทียนจ้าวไม่มีทางโดนตุ้ยท้องเสยคางอย่างนี้แน่.... 

  "ต่างกับอิงสงนะ รายนั้น ไม่ยอมต่อยตีกับใครง่ายๆ จะออกหมัดก็แต่บนเวทีแข่งขัน" มาดามจูตอบคำคุณนายไป๋ด้วยน้ำเสียงภูมิใจนิดๆ 

  "ไม่ต่อยตี? แล้วเมื่อกี้ อะไร" คุณนายไป๋ยังเคืองอยู่ 

  "เขาเรียกว่าทักทาย..." มาดามจูบอก ...ไม่ชอบใจใคร ไม่ยอมออกหมัดให้เปลืองแรงหรอก ขานั้น... 

  "ฮึ" คุณนายไป๋กระแทกเสียง แต่ก็ยอมหยิบขนมเปี๊ยะในจานที่มาดามจูเลื่อนมาให้ 

  เสียงหัวเราะทำให้ผู้หญิงทั้งสองคนต้องหันไปมองซ้ำ 

 

  "ฉันปลงแล้ว..." มาดามจูเอ่ยเรียบๆ เธอยกชาขึ้นจิบ 

  "อาหลงก็เหมือนพ่อเขา ดื้ออยู่เงียบๆ ถ้าตัดสินใจไปแล้ว ต่อให้เอาไปตัดหัวเขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ" เธอบอก ถอนใจเบาๆ 

  "อาอวี่เป็นเด็กดีนะ... ฉันหมายถึงเป็นคนดี" .... อาอวี่ของฉันไม่ใช่เด็กแล้ว... 

  "อืม กวนอิงก็บอกว่าเขาโตขึ้นมาก คิดอะไรเป็นผู้ใหญ่ขึ้น" มาดามจูรับคำ 

  "เผิงกวนอิง?" 

  "อาหลงได้เพื่อนดี นับว่าเป็นวาสนา" มาดามจูพยักหน้ารับ 

  "อาอวี่ก็นับถือเผิงกวนอิงเป็นพี่ชาย" คุณนายไป๋เริ่มรู้สึกถึงความสำคัญของชื่อ เผิงกวนอิง 

  "อย่างนั้นเหรอคะ" นัยน์ตามาดามจูเป็นประกายขึ้นจนคุณนายไป๋สังเกตเห็น 

  "เขานับถือกันมาก" เธอยืนยัน 

  "ได้ยินอย่างนี้ฉันก็สบายใจ" มาดามจูยิ้มน้อยๆ ระบายลมหายใจยาวเบาๆ 

  ... ง่ายๆ อย่างนี้... นะเหรอ คุณนายไป๋วางถ้วยชา ยังงงๆอยู่ 

  "ถ้ามีกวนอิงอยู่ อาหลงจะไม่เป็นอะไร..." มาดามจูบอก 

  อ้อ นอกจากจะเป็นชูชีพแล้ว ยังเป็นกรมธรรม์ประกันชีวิต แล้วดูท่าจะเป็นใบรับประกันคุณภาพได้ด้วย... ท่าทางที่มาดามจูวางใจนี่ คงไม่ใช่เพราะอาอวี่แต่เพราะเผิงกวนอิง... เรอะ? ...จะยังไงก็ช่าง ขอแค่พวกเขายอมรับอาอวี่ของฉันก็พอแล้ว ถึงจะมองเห็นเป็นเหมือนสินค้าที่มีใบรับประกันคุณภาพก็เถอะ... คุณนายไป๋นึก ยิ้มตอบอย่างอ่อนหวานพร้อมเลื่อนจานขนมเปี๊ยะกลับไปตรงหน้ามาดามจู 

... 

 

  "อาอวี่กลายเป็นสินค้ารับประกันไปแล้ว" คุณนายไป๋บอก 

  "หา?" 

  "มีเผิงกวนอิงเป็นใบรับประกัน" เธอเค้นเสียง 

  "ไม่เป็นไรหรอก สินค้าชิ้นไหนๆ มันก็ต้องลองใช้ดูก่อน ใช้แล้วดี ใบรับประกันมันก็ไม่มีความหมายอะไรแล้ว" ไป๋เทียนจ้าวผยักหน้าหงึดๆ 

  ".... ทำไมจะไม่สำคัญ มีบริการให้คำปรึกษาหลังการขาย ซ่อมฟรี เคลมฟรี..." คุณนายไป๋ว่า ท่าทางน้อยอกน้อยใจ ไป๋เทียนจ้าวหัวเราะก๊าก  

  "สินค้าของเรามันชั้นเยี่ยม ผมรับประกันให้ตลอดอายุการใช้งานเลย"  

  "ที่จริงนายจูอิงสงนี่ก็น่ารักดี" ไป๋เทียนจ้าวเปลี่ยนเรื่อง 

  "ห๊า!" คุณนายไป๋หันมามอง ร้องเสียเสียงสูงปรี๊ด ไป๋เทียนจ้าวไม่สนใจ 

  "ถ้าจูอี้หลงเหมือนพ่อเขา อาอวี่คงไม่เลิกรักเขาง่ายๆหรอก คุณทำใจไว้เถอะ คุณจะมีลูกสะใภ้ผู้ชายไปตลอดชีพแน่" เขาพยักหน้ายืนยันคำพูด 

  "เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวก่อน ลืมไอ้ลูกสะใภ้ตลอดชีพนั่นไปก่อน เมื่อกี้คุณว่าอะไรนะ" คุณนายไป๋หันมามองสามีตรงๆ ไป๋เทียนจ้าวเลิกคิ้วถาม 

  "เมื่อกี้ไหนล่ะ รับประกันตลอดอายุการใช้งานน่ะเรอะ?" เขาถาม คุณนายไป๋คว้าใบหูสามีหมับ เธอออกแรงบิดหูจนไป๋เทียนจ้าวต้องเอียงคอตาม ร้องโอ้ยๆลั่นรถ 

  "คุณว่าจูอิงสงทำไมนะ" เสียงคุณนายไป๋ยังสูงอยู่ 

  "...น่ารัก?" ไป๋เทียนจ้าวเหลือกตาขึ้นถาม คุณนายไป๋ใช้มืออีกข้างรวบกระเป๋า เอาฟาดสามีเปรี้ยงเปรี้ยง มืออีกข้างก็ยึดใบหูสามีไว้แน่น ....คนขับรถเหลือบดูกระจกมองหลัง เห็นไป๋เทียนจ้าวบิดตัวหลบกระเป๋าไปมา ปากก็ร้องโอ้ยโอ้ยแบบไม่มีเสียง เลยแอบหัวเราะลงลูกคอเบาๆ คุณไป๋คุณนายไป๋รักกันไม่เคยจืดจาง น่าอิจฉาจริงๆ .... 

  พอเหนื่อย คุณนายไป๋ก็หยุดมือ 

  "คุณคุยอะไรกับเขาบ้างล่ะ เห็นหัวเราะกันถูกคอเชียว" เธอตวัดเสียง วางกระเป๋าลงข้างตัว ก่อนจะค่อยๆจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นเพราะเธอออกอาการมากไป 

  "เต๋า" ไป๋เทียนจ้าวตอบสั้นๆ 

... 

... 

 

  "คุณเป็นคนคิดอ่านทันสมัยมากกว่าใครๆที่ผมรู้จัก ผมนึกว่าคนยึดถือเต๋าจะโบราณคร่ำครึเสียอีก" 

  "เต๋ามีมานานแล้ว มีมาตั้งแต่ก่อนศาสนาไหนๆ มันเกิดขึ้นพร้อมกับโลก เพียงแต่ตอนนั้นมันไม่ได้เรียกว่าเต๋า แล้วมันก็จะยังอยู่อีกนาน ตราบเท่าที่โลกยังไม่แตกเป็นผง แต่มันอาจจะไม่ได้เรียกว่าเต๋าแล้ว มันอาจจะมีชื่ออื่นๆอีกตั้งหลายชื่อ" จูอิงสงพูดเสียยาว พอรู้ตัวก็เกิดอาการหน้าแดงเล็กๆก่อนจะรีบเก็บอาการทำหน้าตายเหมือนปกติ ไป๋เทียนจ้าวแสดงสีหน้าผิดหวังอย่างไม่ปิดบังเมื่อรู้สึกว่าจูอิงสงคงจะไม่พูดอะไรอีก  

  เมื่อเห็นสีหน้าแบบไม่เก็บอาการของไป๋เทียนจ้าว จูอิงสงก็ระบายลมหายใจยาวๆช้าๆ 

  "ลูกชายคุณเหมือนคุณมาก" เขาบอก ไป๋เทียนจ้าวหัวเราะเป็นการรับคำ 

  "ที่จริงตอนผมอายุเท่าเขาผมมีเสน่ห์กว่าเขาเยอะ" ไป๋เทียนเจ้าขยับปมเนคไทอย่างไม่รู้ตัว ใบหน้าเผยความภาคภูมิใจจนทำให้จูอิงสงกลั้นยิ้มแทบไม่ไหว 

  "ผมหมายถึงลักษณะนิสัยของเขา" จูอิงสงอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบๆ สองมือที่ไผล่หลังกำจิกเล็บลงอุ้งมือไว้แน่น เพื่อเตือนสติไม่ให้ปล่อยเสียงหัวเราะออกมา ....ครอบครัวสกุลไป๋คงไม่เหลือบ่ากว่าแรงอาหลง ดูจะว่าง่ายกว่าคนสกุลเผิงหลายเท่าตัว... เผิง.... จูอิงสงถอนหายใจเมื่อนึกถึงเผิงกวนอิง แต่ก็ยังไม่ละสายตาจากคู่สนทนาที่อยู่ตรงหน้า 

  "นั่นแหละที่ทำให้อาอวี่มันมีเสน่ห์" ไป๋เทียนจ้าวพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของตัวเองก่อนจะสบสายตาจูอิงสงตรงๆ 

  "เรื่องของเด็กสองคนนี่ คุณคงไม่เห็นว่ามันขัดกับความเชื่อหรือแนวปฏิบัติของคุณใช่ไหม เอ่อ ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าคนที่ฝึกวิชาตามแนวของเต๋าจะ... มีอะไร เอ่อจะ จะยังไงล่ะ..." ไป๋เทียนจ้าวไปต่อไม่ถูกได้แต่เกาท้ายทอยแกร่กๆ ... คนฝึกกังฟูไม่น่าจะรับเรื่องแบบนี้ได้ ..นั่นแหละที่เขาอยากจะพูด แต่ไม่กล้าพูดออกไปตรงๆ 

  "เต๋าเป็นเรื่องของความสมดุลย์ ดำขาว มืดสว่าง ร้อนเย็น ชายหญิง ทุกข์สุข..." จูอิงสงอธิบายเนิ่บๆ ไป๋เทียนจ้าวมองนัยน์ตาที่หลุบลงมองผืนน้ำในทะเลสาบเบื้องหน้า ....ขนตายาวจังแฮะ เขานึก 

  "คุณอย่าเป็นกังวลไปเลย" จูอิงสงละสายตาจากผิวทะเลสาบ หันมาสบตาไป๋เทียนจ้าวตรงๆ มือที่ยังไพล่หลังอยู่ส่งให้มัดกล้ามบริเวณต้นแขนตึงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเขาเอี้ยวตัว 

  "โลกเราเปลี่ยนแปลงไปเยอะ แต่ไม่ว่ามันจะเปลี่ยนไปยังไงมันก็จะพยายามรักษาสมดุลย์ไว้ ....อย่างน้อยปํญหาประชากรล้นโลก ทรัพยากรทางธรรมชาติถดถอยก็จะค่อยๆหมดไป" จูอิงสงพูดสีหน้านิ่งๆ ทำให้ไป๋เทียนจ้าวที่คิดจะหัวเราะเพราะนึกว่าเขากำลังพูดอะไรตลกอยู่ต้องรีบหุบยิ้ม หันมากอดอก เอียงคอ คิดหนัก... 

  "จริงอย่างคุณว่า ....อย่างน้อยสกุลไป๋สกุลจูก็ช่วยลดประชากรที่จะไปใช้สอยทรัพยากรทางธรรมชาติลงไปได้... อย่างต่ำก็สองหัวแหละ" พูดจบเขาก็คลายมือที่กอดอกอยู่ลงไปเท้าสะเอวแล้วแหงนหน้าระเบิดเสียงหัวเราะลั่น หางตาแอบชำเลืองกล้ามต้นแขนที่แข็งนูนดันเนื้อผ้าขึ้นมาของจูอิงสง ... อายุตั้งเท่าไหร่ ...หุ่นยังเปรี๊ยะอยู่ ชิ ไป๋เทียนจ้าวหยุดเสียงหัวเราะลงกระทันหัน  

  "ไปดูพวกสาวๆกันเถอะ" เขาชวน บุ้ยปากไปทางเก๋งจีนที่คุณนายไป๋กับมาดามจูนั่งดื่มน้ำชากันอยู่ จูอิงสงพยักหน้า สาวเท้าออกเดินไปก่อน แล้วหันหน้ามาบอก 

  "หินก้อนนี้มันเคลื่อนออกมาหน่อย คุณเหยียบก้อนนั้นดีกว่า" เขาชี้นิ้วบอก... 

  "เดี๋ยวจะล้ม.." พูดจบก็หันหน้าเดินต่อไป.... 

  โอ้ย จะแมนไปไหน นัยจูอิงสง ไป๋เทียนจ้าวค่อนอยู่ในใจ แต่ก็ยอมเชื่อฟัง เลี่ยงไม่เหยียบก้อนหินเจ้าปัญหาก้อนนั่น.... 

.... 

 

  สองครอบครัวนั่งจิบน้ำชา ค่อยๆปรึกษากันเรื่องของไป๋อวี่กับจูอี้หลง 

  "ทางเราจะยกบ้านที่ปักกิ่งให้พวกเขาหลังหนึ่ง" คุณนายไป๋บอก  

  "ถึงมันจะอยู่ชานเมือง แต่ก็ไปมาสดวก บ้านหลังไม่ใหญ่มากนัก แต่บริเวณรอบนอกกว้างขวาง รั้วรอบขอบชิด ใครอื่นจะเข้าถึงตัวบ้านก็คงลำบาก อย่างน้อยพวกเขาจะได้มีที่ที่ปลอดภัย ไกลหูไกลตาพวกชอบสอดแนม" เธออธิบาย มาดามจูพยักหน้ายอมรับกลายๆ แต่ไม่เอ่ยอะไร 

  "ผมจะหาการ์ดที่ไว้ใจได้สักชุดหนึ่ง เอาไว้ดูแลบริเวณรอบๆเวลาเด็กๆกลับมาบ้าน" ไป๋เทียนจ้าวเสริม 

  "เอาบริษัทไหนล่ะ" คุณนายไป๋ถามสามี 

  "จะจ้างใหม่ดีไหม... " เธอทำท่าคิด 

  "ปกติเราใช้อยู่สองบริษัทน่ะค่ะ" เธอหันมาอธิบาย 

  "คุณก็มีการ์ดที่เป็นคนของคุณเองนี่นา" จูอิงสงท้วงเสียงเรียบ ไป๋เทียนจ้าวเลิกคิ้ว 

  "ก็จริงนะ คนของเราเองจะไว้ใจได้มากกว่า" เขาเห็นดีด้วย 

  "ให้การ์ดของเราไปทางนั้น ส่วนทางเราค่อยให้บริษัทที่เราติดต่ออยู่ส่งคนมาแทน เป็นคราวๆไป" พอไป๋เทียนจ้าวตกลงใจได้ เขาก็ยิ้มออก 

 

  ทั้งสี่คนพยักหน้าเห็นพ้อง ต่างยกถ้วยชาขึ้นจิบ ส่งยิ้มบางๆให้กันอย่างเกรงอกเกรงใจ 

 

  "ต้องมีพิธียกน้ำชานะ" คุณนายไป๋เอ่ยขึ้นหลังจากวางถ้วยชาลง มาดามจูชำเลืองข้ามขอบถ้วยชามา เธอวางถ้วยลงช้าๆ ในใจนึก ...กลัวทางเราจะไม่รับผิดชอบลูกของตัวหรือยังไง ฮึ ...ถ้าลูกคุณมีไอ้ตัวเล็กให้ได้สักคน ก็คงไม่กลัวแล้วสินะ.... นึกถึงตรงนี้ เธอก็แน่นในอกขึ้นมาอีก พยายามปลอบใจตัวเอง ....ความสุขของหลงเอ๋อร์สำคัญที่สุดๆๆๆๆๆ เธอท่องอยู่ในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ...อย่างน้อยตอนนี้เธอก็มีหลานย่าคนหนึ่งแล้ว แต่ทางสกุลไป๋ต่างหากที่ยังไม่มีหลานชายแซ่ไป๋ไว้สืบสกุลเลย ....  

 

  "คุณก็เคยให้อาหลงยกน้ำชาแล้วไม่ใช่หรือครับ" จูอิงสงเหมือนจะทักท้วงแต่ที่จริงเขาอยากจะถามให้รู้ความจริงมากกว่า ไป๋เทียนจ้าวหัวเราะเสียงดังลั่น 

  "ลูกมังกรน้อยสีชาดที่ไหนจะยอมยกน้ำชาให้เราง่ายๆ ถ้าพญามังกรยังไม่เอ่ยปากอนุญาติเล่า"  

  จูอิงสงยิ้มบางจนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนจะพยักหน้าเหมือนเห็นชอบด้วย เอื้อมมือไปแตะถ้วยที่ไป๋เทียนจ้าวกำลังรินชาเติมให้  

  ไป๋เทียนจ้าวนึกในใจ ...ลืมไปได้ไงวะ ว่าไอ้พวกการ์ดที่จ้างๆมาอาจจะมีคนที่คุ้นเคยกับจูอิงสงอยู่บ้าง ปล่อยให้คนสกุลจูสอดแนมได้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย ไป๋เทียนจ้าว? ...ขนาดเรื่องยกน้ำชาพวกเขาก็ยังรู้...? 

 

  "เด็กยกน้ำชาให้ผู้ใหญ่ เป็นเรื่องปกติของบ้านเมืองเรา อาหลงคงจะคิดมากไป" จูอิงสงเอ่ยปาก ยกชาขึ้นจิบ 

... 

 

  พอคุยเรื่องสำคัญๆกันได้ชัดเจนแล้ว สองครอบครัวก็เอ่ยปากล่ำลากัน หัวหน้าครอบครัวมีทั้งโค้ง ประสานมือคำนับ เช็คแฮนด์ แล้วปิดท้ายด้วยการดึงเข้ามาตบหลังเบาๆ แก้มสัมผัสแก้ม ....  

  คุณนายไป๋ตาขวาง มาดามจูยกหลังมือขึ้นแตะปากหัวเราะเบาๆ ส่ายหัวให้คุณนายไป๋เหมือนจะบอกว่า.... ดูเอาเถอะ....  

  คุณนายไป๋ได้แต่คลี่ยิ้มตอบ ในใจนึก ... ยังไม่ยอมทิ้งลายเรอะ นัยไป๋เทียนจ้าว.....ฮึ่ม! 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว