ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1. จุดเริ่มต้น.

ชื่อตอน : ตอนที่ 1. จุดเริ่มต้น.

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ต.ค. 2564 00:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1. จุดเริ่มต้น.
แบบอักษร

ณ. โรงแรมสิริธาร...

ท่ามกลางงานแต่งงานที่สุดแสนโดดเด่นและหรูหราจัดขึ้นมาอย่างยิ่งใหญ่ให้สมฐานะทางสังคมแห่งครอบครัวสองตระกูลดัง

ในขณะนี้บรรดาแขกผู้มีเกียรติมากมายต่างเริ่มทยอยเข้ามาร่วมแสดงความยินดีแก่คู่บ่าวสาวที่ดูเหมาะสมยิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกกันอย่างไม่ขาดสาย

 

จนกระทั่ง...

ภาวัต ติณทโสภณ หรือ แทน...

ชายหนุ่มรูปร่างสูงบ่าไหล่กว้างจากการที่เป็นคนค่อนข้างชอบออกกำลังกายหนักๆ ผิวพรรณขาวผุดผ่องสะอาดใสยิ่งกว่าผู้หญิงและสายตาคมคู่แฝงไปด้วยความดุดัน

เขาสวมใส่เสื้อเจ๊กเก็ตสีน้ำตาลเข้มพร้อมทั้งสะพายกระเป๋าเดินทางติดตัวเพียงใบเดียวก้าวตรงเข้ามาหาคู่บ่าวสาวด้วยแววตาและท่าทางเอาเรื่อง

จนเป็นเหตุให้แขกผู้มีเกียรติที่กำลังยืนอยู่บริเวณใกล้เคียงต่างรู้สึกหวั่นเกรงกันถ้วนหน้า

 

“ไอ้แทน!!! แกมาได้ยังไงว่ะ?”

ทางด้านผู้เป็นเจ้าบ่าวของงานค่ำคืนนี้เขาก็คือ ธานินทร์ พลรัตน์ หรือ นพ...

ชายหนุ่มรูปหล่อ นักธุรกิจไฟแรงหลานชายคนโตทายาทของโรงแรงแห่งนี้

ส่วนเจ้าสาวคือ วิชชุดา ญาดารัตน์ หรือ นุช...

หญิงสาวแสนสวยมีดวงหน้าแสนหวานละมุน นัยน์ตาคู่งามเต็มไปด้วยความแพรวพราว

เธอเป็นลูกสาวคนโตของ พลโท. รวิช ญาดารัตน์... กับ คุณหญิง จรรยา ญาดารัตน์...

ซึ่งทั้งสองยังมีลูกสาวคนเล็กอีกหนึ่งคือ

ณัชชา ญาดารัตน์ หรือ ณัช...

หญิงสาวสวยรูปร่างเล็กบอบบาง ริมฝีปากอวบอิ่มอมชมพูระเรื่อพร้อมนัยน์ตาคู่ใสยิ่งมีเสน่ห์น่าค้นหา

เพราะเธอชอบการใช้ชีวิตแบบธรรมดาและเรียบง่ายมากจึงไม่อยากออกงานสังคมหรูหรากับบิดามารดาเหมือนดั่งคนเป็นพี่สาว

 

 

“แทนอย่าทำร้ายพี่นพน่ะ นุชขอร้อง...”

จังหวะนั้นวิชชุดากล่าวพร้อมนำพาตัวเองมายืนบังเจ้าบ่าวของเธอเอาไว้ราวกับกลัวว่าเขาอาจจะได้รับอันตรายจากชายหนุ่มอีกคน

เช่นนั้นภาวัตจึงก้าวเข้ามาแทรกตรงกลางระหว่างเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวแล้วค่อยกระซิบถามคนทั้งสองสลับด้วยสายตาเคืองแค้น

“ผมแค่อยากมาร่วมแสดงความยินดีกับผู้หญิงร้ายๆ ผู้ชายเลวๆ ไม่ได้หรอครับ?”

หลังจากเรียนจบปริญญาโทสาขาการบริหารธุรกิจและเคลียร์ทุกเรื่องที่โน่นเสร็จสิ้นแล้ว ภาวัตก็รีบบินกลับมาจากประเทศอังกฤษเพื่อมาร่วมงานแต่งงานระหว่างพี่ชายคนเดียวกับหญิงสาวคนรักของเขา

ทั้งที่... เธอคอยพร่ำเพ้อบอกภาวัตมาตลอดหลายปีว่าเราสองยังคงรักกันดีเสมอ

จน... เมื่อเดือนที่แล้วชายหนุ่มแทบล้มทั้งยืนหลังทราบข่าวคราวเรื่องสองคนนั้นกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันอย่างกระทันหันและบางสำนักข่าวก็ยังซุบซิบอีกอย่างว่าหญิงสาวอาจจะตั้งท้องแน่นอน

 

 

“เจ้าแทน!!!”

นายชยุทธ ติณทโสภณ...

ชายชราวัยหกสิบแปดปีจำเป็นต้องนั่งรถเข็นอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงและเข้าออกโรงพยาบาลทุกสัปดาห์ ท่านผู้เป็นเจ้าของโรงแรมสิริธารแห่งนี้เพียงผู้เดียว

หลังจากได้เห็นหน้าหลานชายคนเล็กเดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้วคนเป็นปู่ก็ผุดรอยยิ้มด้วยความดีใจแทบไม่หุบผิดกับ

เสาวนิตย์ พลรัตน์...

บุตรสาวคนเล็กของนายชยุทธ นางแสดงท่าทีไม่พอใจในตัวหลานชายคนนี้ออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน

เมื่อหลายปีก่อนเสาวนิตย์เคยรู้สึกอย่างไร... มาถึงปัจจุบันก็ไม่มีสิ่งใดแตกต่างไปจากเดิม

 

“ผมกราบครับ คุณปู่”

ภาวัตจึงไม่รอช้ารีบวางกระเป๋าสะพายแล้วนั่งลงคุกเข่าที่พื้นพรมของโรงแรม ก่อนจะก้มลงกราบตรงตักของชายชราผู้เป็นเสมือนสิ่งที่อยู่สุดในชีวิตของเขาทันที

นับหลังจากบิดากับมารดารถคว่ำเสียชีวิตเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน ก็มีเพียงผู้เป็นปู่คนเดียวเท่านั้นที่คอยใส่ใจดูแลพร่ำสอนสิ่งที่ดีงามให้ชายหนุ่มมาเสมอ

“เจ้าแทน... ก็ไหนวันก่อนเพิ่งบอกปู่เองว่าจะกลับมาเดือนหน้าไม่ใช่หรือ?”

ชายชราอมยิ้มพร้อมทั้งมือใหญ่ค่อนข้างแห้งเหี่ยวก็หยิบยกขึ้นมาลูบผมของหลานชายสุดที่รักอย่างเอ็นดู

ด้านเสาวนิตย์เห็นอย่างนั้นมันยิ่งตอกย้ำความไม่พอใจเพิ่มมากขึ้นทุกวินาที

“ผมอยากรีบกลับมาให้ทันงานแต่งของพี่นพน่ะครับ คุณปู่... ผมอยากเห็นกับตาตัวเองว่าพวกเขาสองคนมีความสุขกันมากแค่ไหน!!!”

ถึงแม้ภาวัตจะพูดกับคนเป็นปู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมสุข หากแต่สายตาคมคู่ของเขานั้นมันช่างดูสวนกันไปคนละทางชัดเจน

ความจริง... ชายหนุ่มคิดมาตลอดระหว่างที่ใช้เวลาเดินทางกลับมาจะพังงานแต่งงานนี้ให้มันจบแบบไม่ต้องเหลือชิ้นดีเลย แต่วินาทีนี้พอได้เห็นหน้าชายชราผู้เป็นที่รักแล้ว เขาก็ไม่สามารถทำลายความรู้สึกท่านได้เช่นนั้นทุกอย่างในงานแต่งค่ำคืนนี้จึงสามารถดำเนินต่อไปด้วยดี

ในมุมหนึ่งภาวัตถือแก้วน้ำสีเหลืองอำพันจับจ้องพี่ชายกับว่าที่พี่สะใภ้ของเขาทั้งสองคนกำลังยืนเคียงคู่กันอยู่บนเวทีและมีพีธีกรสาวสวยสองคนคอยดำเนินการพาพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ จนบางครั้งบ่าวสาวก็ส่งเสียงหัวเราะต่อกระซิกให้กันอย่างมีความสุข

“แพล๊ง!!!!”

ชายหนุ่มจงใจฟาดแก้วที่อยู่ในกำมือนั้นลงที่พื้นเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณใกล้เคียงทำให้ผู้คนต่างก็ต้องหันมองมาที่เขาเป็นตาเดียวพร้อมกับเสียงซุบซิบกันมากมาย

หากแต่ภาวัตก็ไม่คิดจะสนใจคำพูดจาไร้สาระของใครอยู่แล้วเขาจึงเดินออกไปจากงานแต่งหน้าตาเฉย

 

 

 

เวลาต่อมา...

บริเวณด้านนอกตัวโรงแรมสิริธารมีสวนสีเขียวขจีขนาดกว้างใหญ่ บรรยากาศจึงค่อนข้างดีประดับตกแต่งด้วยไฟแสงสีสันสวยงาม

ภาวัตกำลังนั่งรับสายลมเย็นที่พัดมากระทบร่างแผ่วเบา ดวงตาคมทอดมองออกไปแสนไกลอย่างคนที่ไร้จุดหมายปลายทางและมือหนาก็ยังกำกระป๋องเบียร์เอาไว้แนบแน่น

จนกระทั่งมีหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเดินออกมายืนตรงหน้าชายหนุ่มพร้อมส่งเสีงเรียกขานทำราวกับเป็นคนคุ้นเคยกันมาก่อน

“พี่แทนค่ะ”

สายตาคมกริบจับจ้องหญิงสาวดวงหน้าสวยเรียวเล็กจมูกเชิดโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่มสวมใส่ชุดเดรสเกาะอกสีขาวรัดรูปร่างอันผอมบางส่วนสูงของเธอก็ไม่น่าจะถึงร้อยเจ็ดสิบ

จังหวะที่ทั้งสองคนต่างมองสบสายตากันอย่างเนิ่นนาน ชายหนุ่มต้องใช้ความพยายามนิ่งครุ่นคิดว่าหญิงสาวสวยที่กำลังยืนตรงหน้าเป็นใครกันแน่

“ขอโทษน่ะ เราสองคนเคยรู้จักกันด้วยหรอครับ?”

สุดท้ายภาวัตจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกมาตามตรงน่าจะดีกว่าคิดเองให้เสียเวลาอยู่แบบนี้

โดยชายหนุ่มไม่ได้รับรู้เลนว่ามันสร้างความผิดหวังให้กับหญิงสาวมากเพียงใดทั้งที่เธอคอยเฝ้าคิดถึงเขามาตลอดหลายปี

“ฉันคงจะจำคนผิดไปเอง... ขอตัวค่ะ”

หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจสิ้นสุดก็รีบสะบัดหน้าเตรียมจะเดินหนีให้รวดเร็วที่สุด หากแต่เธอก็กระทำไม่สำเร็จเพราะภาวัตเอื้อมหนามาคว้าแขนเรียวบางเอาไว้

“คุณเรียกชื่อผมถูก... แสดงว่าคุณก็ต้องรู้จักผมสิ!!!”

“ขอโทษน่ะค่ะ ฉันคงจะลืมแล้วว่าคุณเป็นใคร?”

หญิงสาวพยายามแกะมือเหล็กออกจนสำเร็จ แต่ภาวัตก็ยังไม่ยอมแพ้ตามมาจับแขนของเธอไว้อีกครั้งด้วยเวลานี้ชายหนุ่มเริ่มจะรู้สึกคุ้นเคยกับน้ำเสียงและนัยน์ตาสดใสคู่นี้มากจริงๆ

 

“ณัช! ณัช!! ณัชชาได้ยินฉันมั้ย? คุณแม่ให้มาตามกลับเข้าไปในงานแต่งได้แล้วน่ะ”

เจสิตา กันยาลักษ์ หรือ แจ่ม...

หญิงสาวหน้าหมวยรูปร่างอวบอิ่มเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของณัชชา เธอรีบก้าวเดินออกมาตะโกนร้องเรียกหาเพื่อนสาวเสียงดังลั่น

จนภาวัตได้ยินชัดเจนเต็มสองหูส่งผลทำให้จดจำขึ้นมาได้ทันทีว่าหญิงสาวสวยตรงหน้าของเขาตอนนี้ เธอคือใครกันแน่

“ณัชชาหรอ? ณัช!!! พี่ขอโทษน่ะ พี่จำเราไม่ได้จริงๆ”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ...”

หญิงสาวกล่าวจบก็หันหลังเดินหนีหน้าชายหนุ่มออกไปด้วยความขุ่นเคือง ถึงแม้ปากจะบอกว่าเข้าใจแต่ณัชชายังนึกก่นด่าชายหนุ่ม

ใช่สิ... เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของภาวัตมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วเขาจะมาจดจำเพื่ออะไร????

ด้านชายหนุ่มไม่เคยคาดคิดเลยว่าสาวน้อยที่ช่างพูดคุยกับเขา จากสมัยก่อนเนิ่นนานพอเติบโตเป็นใหญ่ผู้เต็มตัวแล้วจะงดงามมากเพียงนี้!!!

 

 

 

😏😏😏😏😏😏😏😏😏😏

 

 

 

 

.............................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว