email-icon facebook-icon

ขอบคุณรีดทุกท่านมากๆเลยค่าา ^/////^

ชื่อตอน : 10 ป้อจ๋า...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.5k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.ย. 2562 11:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
10 ป้อจ๋า...
แบบอักษร

10 ป้อจ๋า... 

รุ่งเช้า ระหว่างที่อศิรากำลังทำอาหารเช้าง่ายๆอยู่ในครัวเล็กๆ จู่ๆมือถือของเธอก็ส่งเสียงดังขึ้น คนที่โทรเช้ามาคือชุดานั่นเอง

“น้องอศิคะ ช่วยหน่อยเถอะค่ะ น้องแก้มอิ่มงอแงไม่ยอมอาบน้ำ ร้องหาแต่น้องอศิอย่างเดียวเลย พี่ชุไม่รู้จะทำยังไง คุณอศิวิดิโอคอลปลอบแกหน่อยนะคะ”

“เอ่อ...” อศิรายังไม่ทันได้บอกเลย ว่ามือถือที่เธอใช้มันถูกมากและเก่าจนตามเทคโนโลยีอะไรไม่ทัน ดังนั้นอีกฝ่ายจึงไม่เห็นหน้าเธอได้อย่างที่ต้องการ

“ทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ?” ชุดางง ขณะเดียวกัน อศิราก็ได้ยินเสียงเล็กๆแหบแห้งของหนูน้อยแก้มอิ่ม ร้องงอแงดังเข้ามาด้วย

“แม่...ฮือ...แม่จ๋า...”

“ขอโทษค่ะะพี่ชุ อศิจะรีบไปซื้อมือถือใหม่วันนี้เลย แต่ตอนนี้ คงต้องคุยแค่เสียงไปก่อน พี่ชุให้อศิคุยกับน้องแก้มแทนนะคะ อศิจะลองปลอบแกดู”

“ค่ะๆ ได้เลย ช่วยหน่อยนะคะน้องอศิ” ชุดาฝากความหวังเอาไว้ที่อศิรา น้องแก้มอิ่มตั้งแต่ตื่นนอนมาก็เดินเตาะแตะตามหาอศิราไปทั่วห้อง พอรู้ว่าไม่เจอแน่แล้วก็ร้องไห้โฮ เข้าใจว่า “คุณแม่” หนีน้องแก้มไปอีกแล้ว

หนูน้อยคงกลัวว่าคุณแม่จะไม่กลับมาอีก เหมือนเมื่อสองเดือนก่อนที่คุณแม่หนีเธอไป ใบหน้าเล็กๆแดงก่ำ มีน้ำตาฉ่ำไปหมด เห็นแล้วชุดาก็สงสารหนูน้อยเหลือเกิน...

เธอพยายามปลอบโยน เอาใจแกทุกอย่าง แต่เด็กหญิงก็ไม่เคยลืมคุณแม่ของแกเลย ความจำของเด็กตัวจิ๋วแม่นยำกว่าที่เธอคาดเอาไว้ แกมองหาคุณแม่มาตลอดเวลาสองเดือน

เฝ้ามองหาอย่างไม่ลดละ...เมื่อเจอก็ดีใจจนสุดชีวิต... 

“แม่จ๋าๆ ฮือ...อาๆ!!”

หนูน้อยร้องบอกอะไรตั้งมากมายแต่อศิราฟังออกแค่คำเดียวที่ชัดเจนที่สุด หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความสงสารพลันเอ่อท่วมท้น!

หนูน้อยคนนี้ต้องการเธอที่สุด เสียงร่ำเรียกปานจะขาดใจนั้น ทำเธอถึงกับน้ำตาซึมรื้น...

“น้าได้ยินแล้วจ้ะ แก้มอิ่ม หนูเป็นเด็กดีนะ เดี๋ยวน้าจะรีบไปหา”

“งือ...อาๆ”

“น้องแก้มอิ่มเด็กดี ต้องเชื่อฟังป้าชุนะ ถ้าเป็นเด็กดื้อ น้าอศิจะไม่รักนะคะ”

“อ๊า!!!” กรีดร้องเสียงดัง ทันทีที่อศิราบอกว่าจะ “ไม่รัก” นี่แสดงว่าหนูน้อยเข้าใจที่เธอบอก เพียงแต่แกยังสื่อสารเป็นคำพูดออกมาไม่ได้เท่านั้น

“ถ้าน้องแก้มอิ่มตกลง ก็ทำตามที่น้าอศิขอ หนูส่งโทรศัพท์คืนให้ป้าชุหน่อย เดี๋ยวน้าอศิจะรีบแต่งตัวไปหาหนูเลย ตกลงมั้ยคะ”

“...”

อศิราไม่รู้ว่าน้องแก้มอิ่มทำอย่างไรต่อ แต่โทรศัพท์ถูกเปลี่ยนกลับไปอยู่ในมือของชุดาจริงๆ

“ตายแล้ว! พี่ไม่อยากเชื่อเลย น้องอศิ น้องทำยังไง น้องแก้มอิ่มถึงเชื่อฟังได้ขนาดนี้คะเนี่ย!?” ชุดาทึ่งมาก นั่นเพราะหนูน้อยตัวจิ๋ว เอามือถือมายื่นส่งให้เธอ จ้องมองมาตาละห้อย

“แกเอามือถือไปคืนให้พี่ชุจริงๆหรือคะ?” อศิราตาโต ทึ่งไม่ต่างกัน

“จริงค่ะ แต่ก็จ้องพี่เขม็งเลยนะคะ สงสัยจะคิดถึงน้องอศิมาก...น้องอศิรีบมาหาแกเร็วๆเถอะค่ะ เดี๋ยวจะงอแงขึ้นมาอีก”

“ค่ะๆ อศิจัดการทางบ้านเสร็จแล้วจะรีบไปนะคะ แล้วเจอกันค่ะ”

อศิราตัดสายแล้วรีบทำอาหารเช้าต่อ ทว่าในใจของเธอกลับล่องลอยไปหาหนูน้อยแก้มอิ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ความรู้สึกที่เป็นที่ต้องการของใครสักคนดีงามเช่นนี้เอง...เธอรู้สึกว่าชีวิตที่ไม่มีอะไรเลยของตัวเอง มีค่าขึ้นมามากมายก็เพราะหนูน้อยคนนั้น...

รีบทำกับข้าวดีกว่า เสร็จแล้วจะได้ไปหาน้องแก้มอิ่ม...

 

จัดการเรื่องทางบ้านเรียบร้อยแล้ว อศิราก็รีบแต่งตัว ความรีบร้อนทำให้เธอเลือกเสื้อผ้าแบบง่ายๆ สบายๆ ก็เธอจะไปเป็นพี่เลี้ยงเด็ก ไม่ได้ไปออกงานที่ไหน เสื้อผ้าหน้าผมไม่ต้องเป๊ะก็ไม่เห็นเป็นไร ดังนั้นหญิงสาวจึงสวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนเข่าขาดเป็นรูโบ๋ ดูเซอร์ๆ คล่องแคล่ว

ตอนเธอวิ่งปร๋อออกจากบ้านมา คนที่จอดรถ รออยู่ถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นสูงเพื่อให้แน่ใจ

นั่นพี่เลี้ยงของคุณหนูแก้มอิ่มจริงเหรอ? 

ชาคริตลงจากรถมาดักรอขวางหน้าอีกฝ่าย คิดว่าเธอน่าจะจำเขาได้ แต่อศิราไม่มองแล้ววิ่งผ่านเขาไปเฉยเลย

“เฮ้คุณ! จะไปไหน ผมมารอคุณอยู่ตั้งนานแล้วนะ” เขาหันตามไปร้องเรียก อีกฝ่ายเหลียวมามอง ทำตาโตประหลาดใจ หยุดฝีเท้าลงแล้วหันกลับมา

“คุณ...?”

“ผมชื่อชาคริต เป็นผู้ช่วยของคุณอิรวัฒน์ เมื่อวานเราเจอกันแล้ว คุณจำไม่ได้เหรอ?”

เขาทบทวนความจำให้เธอ อศิราจ้องอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่งก่อนร้อง “อ๋อ”

“จำได้แล้ว คุณกับเพื่อนที่อยู่กับคุณอิรวัฒน์ จริงสิ แล้วคุณมาทำอะไรที่หน้าบ้านฉันแต่เช้าอย่างนี้ล่ะ?” ถามเขา เพราะไม่คิดจริงๆว่า แค่ลูกจ้างเล็กๆอย่างเธอ จะมีเจ้านายที่ไหนส่งรถหรูหรามารับถึงหน้าบ้าน

“นายเห็นว่าบ้านคุณอยู่ในซอยลึก เดินทางลำบาก กว่าจะไปถึงก็คงนาน เลยให้ผมมารับคุณไปส่งที่บ้านครับ”

“อ๋อ อย่างงี้เอง ขอบคุณนะคะ” อศิราไม่ปฏิเสธ เธอเองก็ไม่อยากไปโหนรถเมล์แน่นเป็นปลากระป๋องเหมือนกัน ดังนั้นจึงตามเข้าไปนั่งในรถกับอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย

ถึงพยายามจะไม่สนใจแล้ว แต่ก็รู้ได้ตลอดเวลาเลยว่าเขาแอบมองเธออยู่บ่อยๆ

“ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ คุณไม่ได้เกี่ยวพันอะไรกับคุณรินเลย แต่ทำไมหน้าคล้ายกันมาก เสียงก็คล้าย ถ้าบอกว่าคุณเป็นคุณริน ผมก็เชื่อนะ” ชาคริตเอ่ยออกมาจนได้

“ฉันเหมือนคุณแม่ของน้องแก้มอิ่ม ขนาดนั้นเลยเหรอคะ?” อศิราเองก็นึกทึ่ง ในโลกนี้เคยมีคนที่หน้าตาเหมือนกับเธออยู่ เสียดาย เธอคนนั้นจากไปแล้ว

“นี่ครับ ผมจะให้ดู ผมมีรูปของคุณรินอยู่” ชาคริตหยิบมือถือมาเลื่อนหารูปที่เขาเคยถ่ายรินรดาเอาไว้ จากนั้นก็ยื่นส่งให้อศิราดู

หญิงสาวรับมือถือของเขามา จ้องมองหญิงสาวหน้าหวานทว่าแววตาหม่นเศร้าเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจ เหมือนเธอจริงๆด้วย ต่างกันแค่จุดเล็กน้อยซึ่งหากไม่ได้สังเกตแล้ว จะต้องมองไม่ออกแน่

“ไม่น่าเชื่อ...” อศิราพึมพำ ยังจ้องมองโทรศัพท์มือถือตาไม่กะพริบ

เหมือนเธอจริงๆด้วย...มิน่า น้องแก้มอิ่มถึงเข้าใจว่าเธอเป็นคุณแม่จ๋าของแก... 

“เอ่อ...ทราบมาว่าคุณแม่ของน้องเสียไปสองเดือนแล้ว...เป็นเรื่องจริงใช่มั้ยคะ?” เงยหน้าขึ้นสอบถามอีกฝ่าย อยากทราบเรื่องของหนูน้อยให้มากขึ้นไปอีก

“ครับ เมื่อราวๆสองเดือนก่อน คุณรินรดาประสบอุบัติเหตุทางรถ เสียชีวิตไปพร้อมๆกับคุณอิทธิคมพี่ชายของเจ้านายน่ะครับ”

“...อืม...” อศิราพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะก้มลงจ้องมองหญิงสาวแสนสวยในรูปถ่าย

คุณรินรดาคนนี้ หน้าตาสะสวยอ่อนหวาน ดูนุ่มนวลสมเป็นผู้หญิง ถ้าดูดีๆแล้วก็จะรู้ว่า มีหลายอย่างที่ไม่เหมือนกับเธอ โดยเฉพาะแววตาของรินรดานั้น ดูช่างหม่นเศร้า ดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย

“เจ้านายต้องรับภาระทุกอย่าง ทั้งงานของตัวเองและงานในส่วนของพี่ชาย เลยไม่มีเวลาให้น้องแก้มอิ่ม แกก็เลยยิ่งกลายเป็นเด็กมีปัญหา เอาแต่ร้องไห้ พี่เลี้ยงไม่มีใครทนไหว นอกจากคุณชุคนเดียว น้องแก้มอิ่มพอจะฟังคุณชุบ้าง แต่ก็ไม่เท่าที่แกเชื่อฟังคุณริน”

“โธ่...” อศิราถอนใจ สงสารหนูน้อยแก้มอิ่มจนบอกไม่ถูกเลย

ต้องมากำพร้าแม่ พ่อก็ไม่มีเวลาให้ แม่หนูคงว้าเหว่และเหงามากเลย

เธอต้องทำอะไรสักอย่าง การเลี้ยงเด็ก นอกจากจะสักแต่ว่าให้กินนมแล้วกล่อมนอนหลับคงไม่ใช่วิธีที่ถูกต้องแน่นอน

นายอิรวัฒน์เป็นพ่อ เขาก็ต้องดูแลลูกด้วยสิ

 

“แม่จ๋า!!”  

รถยังจอดไม่สนิทเลย เสียงร้องเรียกดังลั่นอย่างยินดีของหนูน้อยแก้มอิ่มก็ดังมาเข้าหู อศิราผลักประตูรถออกไป เห็นยัยหนูแก้มอิ่มวิ่งเตาะแตะเข้ามาเกาะขาเธอแน่น ดื้อไม่ฟังเสียงเรียกของพี่ชุดาเลย

“ดูสิคะ พอเจอน้องอศิ วิ่งเร็วจนพี่ตามจับไม่ทันเลย” ชุดาตามเข้ามาบอก ด้วยความเอ็นดูน้องแก้มอิ่ม

“โถ ทีหลังอย่าเดินมาอย่างนี้นะคะ หนูยังเดินไม่แข็งเลย เดี๋ยวหกล้มไปจะเจ็บตัวนะ รู้มั้ย” อศิราอุ้มร่างจิ๋วขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน แม่หนูเกาะกอดเธอแน่น ถูไถออดอ้อน อมยิ้มแป้นแล้น ท่าทางฟินสุดๆ

“อืม...กอดน้าอศิแน่นจังเลยค่ะลูก” หญิงสาวบ่นยิ้มๆ ยิ่งเอ็นดูความน่ารัก ช่างอ้อนของแม่หนู

ตัวเล็กจิ๋วเดียวยังอ้อนขนาดนี้ ถ้าโตขึ้นจะขนาดไหน... 

“พี่แค่ตั้งใจจะพาแกออกมาเดินเล่น ไม่นึกเลยพอเห็นน้องอศิเข้าเท่านั้น แกจะวิ่งออกมา จับไม่ทันเลย” ชุดาอดบ่นไม่ได้

“ฮิฮิ” หัวเราะหน้าบาน ทราบว่าชุดาพูดถึงเจ้าตัว

“นี่แกทานอาหารเช้าแล้วใช่ไหมคะ?” อศิราสอบถามต่อ

“ค่ะ เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ทานได้ไม่มาก ตอนนี้น้องอศิมาแล้ว แกคงทานได้เยอะขึ้นแน่ๆค่ะ” ชุดาคาดเดาอย่างมีความหวัง

“งั้น ไปทานขนมกันดีกว่านะคะแก้มอิ่ม กินด้วยกัน เราสามคนเนอะ”

“ฮิๆ” ยิ้มเผล่ ไร้เดียงสา ไม่รู้ว่าคุณแม่พูดอะไร แต่หนูน้อยยิ้มหวานเอาใจแม่จ๋าไว้ก่อน

อศิราอุ้มน้องแก้มอิ่ม เดินนำชุดาเข้ามาในบ้าน หญิงสาวชะงักไปเมื่อเหลือบเห็นอิรวิฒน์หยุดยืนมองมาอยู่ก่อนแล้วที่หน้าประตูบ้าน เขาไม่ได้มองเธอหรอก แต่จ้องมองลูกสาวผู้น่ารัก สดใสร่าเริงของตัวเองอย่างพึงพอใจ สีหน้าดุๆ แข็งกระด้างของเขาดูดีขึ้น อศิราเห็นอย่างนั้นแล้วก็ชี้ชวนหนูน้อยในอ้อมแขนให้ทักทายอีกฝ่าย

“น้องแก้มอิ่ม...นั่นคุณพ่อค่ะ ทักทายคุณพ่อหน่อยสิจ๊ะ”

บอกแกพร้อมรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน หนูน้อยตาโตแป๋ว ทำเสียงอืออาในลำคอ ก่อนจะหันมองบิดาตัวเองตาปรอย

“อ้อ...” พยายามจะเรียกบิดา แต่ยังฟังไม่ออก หากถึงอย่างนั้น อิรวัฒน์ก็ถึงกับเบิกตากว้าง ขนลุกซู่

น้องแก้มอิ่มกำลังพยายามจะเรียกเขา!

“อ้อ!” หนูน้อยยิ้มแป้น ร้องเรียกดังขึ้น กระตือรือร้นเพราะเห็นท่าทางของบิดา

“พ่อจ้ะ หนูต้องออกเสียงให้ชัดกว่านี้ ให้ชัดเหมือนตอนเรียกแม่ไงคะ พ่อ...คุณพ่อ...” อศิราสอนยัยหนูอย่างใจเย็น

“...อ้อ” หนูน้อยพยายามจะออกเสียง แต่ก็ยังไม่ชัดเจนอยู่ดี อิรวัฒน์ยิ้มกว้าง หน้าบานแฉ่ง คว้าร่างจิ๋วเข้ามาอุ้มไว้ในอ้อมแขน แนบแก้มสากๆของเขาเข้ากับแก้มนุ่มหยุ่นแสดงความยินดีอย่างเปิดเผย

“ไม่เป็นไรแก้มอิ่ม หนูตั้งใจเรียกพ่อ แค่นี้พ่อก็ดีใจแล้ว น่ารักที่สุดเลยลูกสาวของพ่อ”

“...อ้อ...ป้อ...ป้อจ๋าๆๆๆ!!” หนูน้อยเอ่ยเสียงดังขึ้น กระตือรือร้นดวงตาเป็นประกาย ยิ่งเห็นบิดาดีใจ ก็ยิ่งคึก ดังนั้นจึงร้องเรียก “ป้อจ๋า” ไม่หยุด ทำเอาอิรวัฒน์หัวเราะลั่น มีความสุขจนตาพราวรื้น

ชุดาเองก็ถึงกับแอบซับน้ำตาด้วยความยินดี เธอดีใจไปกับเจ้านายด้วย...ในที่สุดน้องแก้มอิ่มก็เรียกพ่อได้แล้ว

ไม่ต้องบอกก็รู้กันทั้งบ้านแล้ว ว่าอิรวัฒน์นั้นดีใจขนาดไหน เขายิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรก ยิ้มอย่างลืมตัว และรอยยิ้มของชายหนุ่มก็ทำให้หัวใจของอศิราถึงกับกระตุกวูบ

ทำไมเธอนึกถึงพี่ชายคนนั้น เมื่อสิบปีก่อนขึ้นมาก็ไม่รู้ รอยยิ้มของอิรวัฒน์ช่างดูคุ้นเคยในความทรงจำ ทำให้เธออดนึกถึงพี่ชายใจดีที่เคยเจอไม่ได้เลย

ทำไมเหมือนกันอย่างนี้...แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก มันคงไม่บังเอิญร้ายกาจขนาดนั้น

 

*********************************************************** 

****** มาต่อแล้วค่า ตอนนี้ยัยหนูออกเยอะเลย เรียกคุณพ่อได้แล้วด้วย ยัยหนูต้องการเอาใจแม่อศินั่นเองค่ะ ฮ่าาาา  

ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณรีดทุกท่านมากๆเลยค่าาา ^____< 

ความคิดเห็น