facebook-icon

เตือนเนื้อหารุ่นเรง!! ไม่เหมาะสมกับผู้พิทักษ์จริยธรรม,ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และผู้ที่จิตใจอ่อนไหวง่าย ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวรุ่นลูกของ พีและเพลิน จากเรื่อง Prince Of Engineer เมียวิศวะ

OVERDOSE 06 : ผิดสัญญา

ชื่อตอน : OVERDOSE 06 : ผิดสัญญา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.6k

ความคิดเห็น : 94

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2562 18:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OVERDOSE 06 : ผิดสัญญา
แบบอักษร

OVERDOSE 06 :

 

“ คือกระเป๋าเราอยู่ในรถพี่..เราต้องแก้การบ้านฟิสิกส์ส่งครูพรุ่งนี้น่ะค่ะ “

 

“ อื่ม..จะรีบกลับละกัน “

 

“ เรารอนะคะ ☺️ “ แสนหวานตอบกลับผมด้วยรอยยิ้มอ่อนๆพร้อมกับยกมือไหว้ขอบคุณผมล่วงหน้า..ทว่าถ้อยคำของเธอมันกลับทำให้ผมรู้สึกหวิวๆในใจอย่างบอกไม่ถูก เด็กนี่เรียบร้อยเรื่องนั้นผมดูออก และผมก็รู้ดีคำว่ารอของเธอไม่ได้หมายถึงตัวผมแต่เป็นการบ้าน..แล้วทำไมล่ะ

 

..ทำไมผมต้องมารู้สึกอะไรแปลกๆด้วย โคตรจะไม่เข้าใจเลยให้ตายเถอะ

 

ณ ร้านอาหาร le che

[แสนหวาน]

ตอนนี้ฉันอยู่ที่ร้านอาหารกับพี่พีชค่ะ ชื่อร้านเลอเช..ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง SK วิวที่มองลอดหน้าต่างออกไปมันสวยมากค่ะยิ่งในเวลาเย็นๆแบบนี้ยิ่งสวยเข้าไปใหญ่เลย..วันนี้พี่พีชเขาขอพาฉันมากินข้าวก่อนกลับบ้านน่ะค่ะ ซึ่งฉันก็ไม่ได้ห้ามอะไรเพราะตัวฉันเองก็มีเรื่องอยากคุยกับเขาอยู่เหมือนกัน

 

“ ขออนุญาตเสริฟของหวานนะครับ.. “ พนักงานวางถ้วยขนมหน้าตาแปลกๆคล้ายคัพเค้กลงพร้อมกับเก็บจานอาหารที่เราเพิ่งจะทานเสร็จออกไป

 

“ ลองชิมดู..พี่ว่าเราต้องชอบ ☺️ “ พี่พีชดันถ้วยขนมนั่นมาตรงหน้าฉัน และไม่ลืมที่จะยื่นช้อนสำหรับทานมันมาให้ด้วยในคราวเดียวกัน

 

“ ..มันคือ? “

 

“ เครมบูเล่ครับ..รสคล้ายๆคัสตาร์ดไข่ แต่หอมกว่าอร่อยกว่า “

 

ฉันพยักหน้ารับเบาๆแล้วหยิบช้อนที่พี่พีชยื่นให้ตักมันขึ้นมาชิมแบบพอดีคำ..ซึ่งรสชาติก็ไม่ได้หนีไปไกลจากคำอธิบายเมื่อครู่เลยจริงๆ รสชาติมันติดกลิ่นวานิลลาหอมละมุน..ด้านบนสุดฉันไม่แน่ใจว่าใช่น้ำตาลรึเปล่า แต่เมื่อมันถูกเบิร์นด้วยความร้อนจากเปลวไฟแล้วก็ทำให้มีกลิ่นหอมเหมือนกับน้ำตาลไหม้ ซึ่งเข้ากันอย่างลงตัวกับเนื้อสัมผัสของตัวคัสตาร์ดด้านล่าง

 

“ อร่อยจริงค่ะ 😊

 

“ ไว้พี่พามากินบ่อยๆเลย ร้านนี้น่ะเครมบูเล่อร่อยที่สุดแล้ว “

 

“ ขอบคุณค่ะ “

 

“ ..นี่ตอนพี่ไม่อยู่ ไอ้เพลย์มันทำอะไรไม่ดีกับเราบ้างรึเปล่า? “

 

พี่พีชจู่ๆก็เอ่ยถามถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทไเอาฉันคิดคำตอบแทบไม่ทันเลยล่ะค่ะ..คือจะว่าไงได้อีกในเมื่อความจริงมันก็ทนโท่ว่าพี่เพลย์น่ะ เหลี่ยมจัด ปากจัด เจ้าเล่ห์ ชอบดุ เอาแต่ใจ..ขี้โมโห และอีกมากมายก่ายทองที่ต่อให้ฉันนั่งพูดวันนี้ก็ไม่มีทางหมด..แต่เพื่อให้ทุกอย่างมันราบรื่นฉันคงตอบพี่พีชได้แค่เรื่องดีๆอันแสนน้อยนิดที่พี่เพลย์ทำให้

 

“ พี่เขาไม่ค่อยพูดน่ะค่ะเลยเดาใจยาก..แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรไม่ดีกับหนูหรอก “ โกหกสุดชีวิตตตตต!

 

“ อ๋อ..ก็คงปกติแหละมั้ง มันผีเข้าผีออกบ่อยเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย555555 “

 

“ เห็นด้วยค่ะ 😆

 

“ ..แต่ยังไงเรื่องเมื่อตอนเย็นพี่ต้องขอโทษด้วยจริงๆ ถ้าพี่รู้ว่าเราอยู่กับไอ้เพลย์พี่คงห้ามป๋าไม่ให้โทรเรียกมากะทันหันแบบนี้ “

 

“ ช่างมันเถอะค่ะ หนูไม่ได้คิดอะไร “ ฉันตอบยิ้มๆทั้งๆที่ความจริงในหัวตอนนี้มันมีเรื่องให้คิด มีคำถามอยากจะถามมากมายเต็มไปหมด

 

“ แล้วนี่เราจะอยู่ที่บ้านอีกกี่วันเหรอ? “

 

“ ถามแบบนี้ไม่อยากให้หนูอยู่หรือว่ายังไงค่ะ?55555 “

 

“ อยากให้อยู่นานๆ แต่พี่ว่าพ่อเราคงจะไม่ยอม5555555 “

 

“ ..หนูอยู่อีกแค่อาทิตย์เดียวค่ะ 😊 “ ความจริงฉันก็คอลไลน์คุยกับแม่บ่อยนะคะเพราะอยากกลับบ้านอยากให้แม่ทำกับข้าวให้กิน ขับรถไปรับไปส่งที่โรงเรียนบ้างถ้ามีเวลาว่าง..เพราะฉันไม่ชอบนั่งไปกับคนรถสักเท่าไหร่ มันแปลกๆน่ะค่ะถ้าเลือกได้ก็ไม่เอาดีกว่า

 

“ โอเค..แต่พี่คงไม่ได้ไปรับเราที่โรงเรียนแทนไอ้เพลย์มันหรอกนะ พอดีพี่กับมันมีแผนจะเปิดคลับใหม่ด้วยกันแล้วพี่รับผิดชอบเรื่องตกแต่งภายในไงมันเลยต้องเข้าไปคุยกับสถาปนิกบ่อยๆเพื่อเตรียมพร้อมอะไรหลายๆ อย่างอาจจะวุ่นวายหน่อย..เราไม่โกรธพี่นะ ☺️

 

“ ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่..คลับที่กำลังจะเปิดนี้ มันเป็นเหมือนกับค็อบบร้าไหมคะ? “ ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่รู้ทำไมถึงรู้สึกใจชื้นนักที่ได้ยินพี่พีชบอกแบบนี้..บอกว่าไม่ว่างมารับแทน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพี่เพลย์เขาก็ยังคงมีหน้าที่ตรงนี้อยู่ ฉันยังจะได้เจอพี่เพลย์ในทุกๆเย็นอยู่เหมือนเดิม

 

“ ไม่เหมือนหรอก..คลับที่จะเปิดใหม่นี้พี่ตั้งใจให้มันเป็นคลับจริงๆแบบไม่มีอะไรซ่อนอยู่หลังม่านทั้งนั้น ลูกค้าก็จะเป็นอีกกลุ่มหนึ่งต่างจากค็อบบร้าที่เน้นแต่เศรษฐีกับนักพนัน “

 

“ แบบนี้ใครจะเป็นคนดูแลคลับใหม่ล่ะคะ? เพราะที่ค็อบบร้าก็ยังต้องเปิดอยู่ “

 

“ พี่ดูแลเองครับ แต่อาจจะไม่ได้เข้าไปดูทุกวันเพราะพี่มีธุรกิจฝั่งแม่ให้จัดการอยู่ตลอดมันเลยไม่ค่อยว่าง “

 

“ ..ถ้าเปิดแล้วบอกหนูนะคะ จะพาเพื่อนๆไปอุดหนุนบ่อยๆเลย “

 

“ ตอนนี้อายุเท่าไหร่ หื้ม? “ พี่พีชถาม

 

“ สิบเจ็ดค่ะ5555555 “

 

“ อีกตั้งสามปี..อดทนหน่อยแล้วกันนะ พี่จะรอปิดโซนวีไอพีเลี้ยงฉลองวันเกิดครบยี่สิบปีของเรา😆 “ คนตัวโตพูดแกมหัวเราะพลางส่งสายตาเรียกให้พนักงานมาเก็บโต๊ะ หลังจากนั้นพวกเราก็พากันออกมาจากร้านอาหารแล้วตรงกลับบ้านทันที เพราะมันสองทุ่มกว่าๆเกือบสามแล้วน่ะสิ..ไหนจะอาบน้ำไหนจะต้องทำการบ้านอีก เฮ้อ..แสนหวานเพลียยย!

 

พวกเราใช้เวลาเดินทางจากห้างกลับมาถึงบ้านประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ แต่ฉันก็ยังไม่เห็นรถพี่เพลย์เข้ามาจอดเลยน่ะสิ..เขาบอกว่าจะกลับไม่ดึกมาก แล้วตอนนี้สามทุ่มครึ่งมันยังไม่ถึงเวลาอีกรึไง?

 

“ หาอะไรอยู่รึเปล่า? “ พี่พีชเดินตามเข้ามาในบ้านก่อนจะเอ่ยถาม

 

“ อ๋อ เปล่าค่ะ “ ตอบปัดๆไปแบบนั้นแต่จริงๆไม่ได้เปล่าหรอก ฉันมองหาแฝดพี่ของเขาอยู่!

 

“ พีชมาแล้วเหรอ? “ เสียงน้าเพลินดังก้องออกมาจากชั้นสองของบ้านก่อนจะรีบเดินลงบรรไดตรงมาหาพี่พีชทันที

 

“ ครับแม่.. “

 

“ ให้คนเอากระเป๋าไปเก็บรึยัง? “

 

“ เก็บละครับ..แต่ของฝากแม่ผมขอหาก่อนนะ พอดีของฝากมันเยอะ5555555 “

 

“ อะๆงั้นก็รีบไปอาบน้ำนอนได้แล้ว พรุ่งนี้เช้าไปเรียนด้วยล่ะ “

 

“ ค้าบบบบ รู้แล้วค้าบบบบ “ พี่พีชตอบกวนๆแล้วเดินเข้าไปกอดน้าเพลินอย่างออดอ้อน..แหม ก็ความลูกชายอะเนอะ ไม่อ้อนแม่จะอ้อนใครได้อีกล่ะจริงไหม

 

“ แล้วนี่ตาเพลย์ไม่ได้ไปรับแสนหวานเหรอคะ? ถึงกลับมาพร้อมพีชได้.. “ น้าเพลินหันมาถาม

 

“ ไปค่ะไป..แต่เกิดเรื่องขึ้นก่อนพี่เพลย์เลยบอกให้กลับพร้อมพี่พีชค่ะ “ ฉันตอบยิ้มๆ

 

“ อ๋อ แบบนี้นี่เอง..ถึงว่าล่ะทำไมเพลย์ไม่ยอมเข้าบ้านสักที “

 

“ ..ภาวนาให้มันไม่ก่อเรื่องเถอะครับ แค่วันนี้ผมเหยียบพื้นสนามบินยังไม่ทันไรก็โดนลูกหลงนักข่าวไปหลายดอกแล้ว..ดีนะถ่ายรูปผมออกมาหล่อไม่งั้นจะยื่นฟ้องเอาให้ยับเลยคอยดู 😒

 

“ จ้าา ขนาดจะฟ้องช้าวบ้านยังมาอ้อนแม่อยู่เลยเถอะ..เฮ้อ แสนหวานไปอาบน้ำพักผ่อนตามสบายเลยนะคะเดี๋ยวน้าขอคุยธุระกับพีชก่อน “ น้าเพลินบ่นพี่พีชอย่างนั้นพลางหันมาบอกฉันยิ้มๆ ซึ่งฉันก็ไม่มีทางเลือกค่ะไปก็ไป..ถึงแม้จะอยากยืนรอพี่เพลย์แค่ไหนอย่างน้อยๆอาบน้ำฆ่าเวลาก่อนก็ยังดี

 

“ ค่ะ หนูขอตัวก่อนนะคะ ☺️ “ ฉันยกมือไหว้ตามมารยาทแล้วรีบขึ้นห้องไปทำธุระส่วนตัวทันที และเมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยฉันก็ลงมารอที่ห้องนั่งเล่นแล้วพยายามไลน์ไปตามพี่เพลย์อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่อ่านไม่ตอบอะไรเลย

 

ฉันกระวนกระวายอยู่สักพักจนกระทั่งตัดสินใจโทรเข้ามือถือพี่เพลย์..ปกติเขาไม่เคยไม่รับสายฉัน แต่ครั้งนี้นอกจากจะไม่รับแล้วยังตัดสายทิ้งอีกให้ตายเถอะ! นี่ฉันคงต้องโทรเข้าเบอร์ลูกน้องเขาจริงๆใช่ไหมเนี่ย!

 

Rrrrrrr! Rrrrrrrr!

 

“ ครับ.. “ ปลายสายกดรับอย่างรวดเร็วราวกับว่าสแตนบายรอฉันโทรมาอยู่ตลอดเวลายังไงอย่างนั้น

 

“ เอ่อ..เราแสนหวานนะคะ “ ฉันแนะนำตัว

 

“ ทราบครับ “

 

“ เราอยากรู้ว่าพี่เพลย์อยู่ที่ไหน..บอกเราหน่อยได้ไหมคะ? “

 

“ คุณเพลย์ออกไปจากค็อบบร้าได้สักพักแล้วครับ แต่สั่งไม่ให้พวกผมตาม “

 

“ แบบนี้เราก็ไม่มีทางรู้ได้เลยใช่ไหมคะ ว่าพี่เขาไปไหน? “ ฉันล่ะอยากจะบ้าตายจริงๆทำไมพี่เพลย์ถึงเป็นแบบนี้นะ!

 

“ ครับ..จนกว่าคุณเพลย์จะติดต่อมาเอง “

 

“ ค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ “ ฉันรีบกล่าวขอบคุณปลายสายแล้วกดวางทันที เวลานาทีล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆจนเกือบๆจะเที่ยงคืนมันก็ยังไม่มีวี่แววว่าพี่เพลย์จะกลับมา..ฉันนั่งรอเขาอยู่แบบนั้นจนกระทั่งเสียงแจ้งเตือนจากไลน์ดังขึ้นติดๆกันถึงสามข้อความ และใช่ค่ะ..ครั้งนี้มันคือพี่เพลย์จริงๆ

 

Line! Line! Line!

 

Play : ไม่ได้กลับนะ

Play : มีเรื่องต้องรีบจัดการ

Play : พรุ่งนี้เช้าจะไปรับที่บ้าน

(Read) : S.waan

 

ฉันอ่านแต่ไม่ได้ตอบค่ะ ยอมรับว่าค่อนข้างโมโหแต่ก็กลัวว่าถ้าพิมพ์อะไรที่ไม่ดีไปแล้วเกิดพี่เพลย์ไม่พอใจขึ้นมาฉันจะแย่เอาได้..เหอะ นี่ขนาดฉันไม่ใช่คนผิดยังต้องมาคอยเกรงใจอีกคนที่นอกจากจะไม่รู้สึกผิดอะไรแล้วยังพิมพ์ตอบมาเหมือนกับไม่รู้เลยสักนิดว่าฉันกำลังรอให้เขาเอาการบ้านกลับมาให้..

 

เหอะ..ถ้าจะไม่มีความรับผิดชอบขนาดนี้ ก็ไม่ควรมารับปากอะไรมั่วซั่วรึเปล่า? เรื่องบางเรื่องเขาอาจมองว่ามันไม่สำคัญเท่ากับงานหรืออะไรก็ตามที่ใจเขาอยากทำ แต่สำหรับฉันถ้าพูดมาแล้วทำไม่ได้..ก็อย่าพูดเลยดีกว่า มันเสียความรู้สึกเปล่าๆ

 

ณ Wonderland Pub

[เพลย์]

ตอนนี้ผมอยู่ที่วอนเดอร์ครับ..ที่นี่เป็นผับระดับตำนานตั้งแต่รุ่นป๋าผมแล้วล่ะ คนที่จะมาส่วนมากจะเป็นวัยรุ่นวัยทำงาน..แต่ก็อย่างที่ผมบอกอะครับ ว่าที่นี่มันเป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น เพราะตั้งแต่มีข่าวยิงกันภายในร้านเมื่อหลายปีก่อนลูกค้าก็หดหายลงไปมากจนแทบจะถึงคราวอวสานเต็มที

 

แต่จะไปโทษคนอย่างเดียวมันก็ไม่ถูกหรอกครับ เรื่องแบบนี้ต้องโทษไอ้เจ้าของร้านคนใหม่ที่เพิ่งซื้อกิจการต่อจากเจ้าของเดิมด้วย..ผมไม่รู้ว่าบริหารงานยังไงนะ แต่เท่าที่ดูรวมๆถือว่าแย่กว่าเมื่อก่อนมาก..กับไอ้แค่ข่าวยิงกันยังจัดการไม่ได้อนาคตไม่ทางไปรอดแน่

 

แต่ทว่าตอนนี้ผมก็กำลังคิดอยู่ครับ ว่าถ้าผมติดต่อขอเทคโอเวอร์มันทั้งหมด..เจ้าของคนปัจจุบันจะคิดเท่าไหร่ เพราะมันคงน่าเสียดายแย่ถ้าปล่อยให้ดาวที่กำลังจะดับมาตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนที่ดินที่ทำเลดีขนาดนี้

 

..อันที่จริงผมหมายถึง ถ้าลงทุนรีโนเวทมันเพื่อทำธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ผับคงจะมีกระแสตอบรับที่ดีอยู่ไม่น้อย เพราะย่านนี้มันใกล้กับมหาลัยที่ผมกำลังเรียนใกล้กับห้างสรรพสินค้าใหญ่ ใกล้สนามบิน..เรียกได้ว่าเป็นทำเลทองทำเลแห่งการค้าสุดๆครับ

 

“ มีธุระอะไรครับ? โซนนี้เป็นห้องทำงานไม่ใช่วีไอพีนะครับ “ การ์ดของร้านเดินมาขวางผมเอาไว้แล้วเอ่ยถามทันที..อันที่จริงผมก็พอจะสืบรู้มาบ้างนะว่าเจ้าของคนใหม่ของที่นี่เป็นใคร และก็พอจะรู้คร่าวๆด้วยว่ามันกำลังเป็นหนี้หัวโตต้องการใช้เงินด่วนมาก

 

“ ไปตามท่านออกมาคุยกันหน่อย “

 

“ ถ้าไม่ได้นัดล่วงหน้าไม่มีสิทธิ์พบท่านนะครับ..คุณจะนัดเป็นวันพรุ่งนี้ไหม? “

 

“ จะคุยวันนี้ “ ผมตอบ

 

“ ไม่ได้ครับ คุณต้อง.. “ ไอ้การ์ดคนนี้พูดยังไม่ทันจะจบประโยคจู่ๆก็มีเสียงของใครบางคนขัดขึ้นจนทำให้เราต้องหันไปมอง

 

“ ให้เข้ามา..ไม่เป็นไร “

 

“ ครับ งั้นเชิญคุณเข้าไปได้.. “ การ์ดโค้งให้ผมเล็กน้อยแล้วเดินนำเข้าไปในห้องทำงานทันที ชายมีอายุที่เป็นคนอนุญาตให้ผมเข้าพบเมื่อครู่นี้..ผมรู้จักท่านเป็นอย่างดี จะเรียกว่ารู้จักเป็นการส่วนตัวเลยก็ว่าได้..เพราะท่านคือพ่อของปริมแฟนเก่าผมเอง

 

และสิ่งที่บังเอิญไปกว่านั้น คือตอนนี้ปริมก็นั่งอยู่ในห้องนี้ด้วยเหมือนกัน..หึ ยิ่งรู้ว่าเจ้าของเป็นใครมันยิ่งทำให้ผมอยากได้ที่ดินตรงนี้มากขึ้นเป็นพันเท่าเลยล่ะ

 

“ สวัสดีครับท่าน.. “ ผมกล่าวทักตามมารยาท

 

“ รู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่? “

 

“ พอดีว่าผมสนใจอยากจะซื้อที่ตรงนี้..แล้วสืบไปสืบมาเห็นว่าเจ้าของกำลังเป็นหนี้ท่วมหัวด้วย..แต่ก็คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นท่านน่ะสิ “ ผมถือวิสาสะเชิญตัวเองไปนั่งลงที่โซฟาฝั่งตรงข้ามสองพ่อลูกทันที แต่ก่อนที่ท่านจะพูดอะไรต่อลูกสาวคนสวยก็ดันโมโหผมซะก่อน

 

“ พูดกับพ่อฉันให้มันดีๆนะเพลย์.. “

 

“ ไม่จำเป็น ฉันมาคุยธุระไม่ได้มาในฐานะคนเคยรู้จัก “

 

“ ....... “ ปริมเงียบไม่พูดอะไรต่อ เธอทำได้มากสุดแค่มองขวางผมแต่ทำอะไรผมมากกว่านี้ไม่ได้หรอก

 

“ เดาว่าราคาประเมินมันคงได้ราวๆแปดล้าน..แต่ผมให้เลยสิบห้าล้านถ้าท่านยินดีจะขายตอนนี้ “

 

“ ฉันต้องการยี่สิบห้าล้าน..ถ้าแกจ่ายได้พรุ่งนี้เราทำสัญญากันเลย แต่ถ้าไม่..ก็ไสหัวไปซะ “ พ่อปริมยังมีท่าทีเหมือนเดิมเสมอคือไม่ชอบขี้หน้าผม ท่านไม่ชอบผมมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ..คงเพราะผมทะเลาะกับปริมบ่อยทำปริมร้องไห้ด้วยแหละมั้งเลยเกลียดผมเข้าไส้

 

“ ..ยี่สิบห้าล้านผมมีจ่าย แต่มันจะไม่เกินไปหน่อยเหรอครับท่าน..ที่ดินดีจะเรียกราคาเท่าไหร่ก็ได้มันใช่อยู่ แต่อย่าลืมว่าตอนนี้ตัวท่านเองไม่ได้มีสิทธิ์เลือกมากขนาดนั้น..ตั้งยี่สิบห้าล้านมันไม่มีคนฉลาดที่ไหนยอมซื้อราคานี้หรอกพนันได้เลย “

 

“ งั้นฉันก็ไม่ขาย 😏 “ อ่า..คนอย่างผมไม่ชอบให้ใครมาขัดใจซะด้วยสิโดยเฉพาะเรื่องของธุรกิจน่ะ

 

“ ..คราวที่แล้วฉันช่วยเธอไว้ ผัวใหม่เธอเอาคนมารุมกระทืบฉันนะจำได้ไหม? “ ผมถอนหายใจแล้วหันไปคุยกับปริมแบบจงใจให้พ่อเธอได้ยินทุกๆถ้อยคำอย่างชัดเจน

 

“ แต่ฉันก็ได้ข่าวว่านายส่งคนไปจัดการคนของเขาจนเข้าโรงพยาบาลเกือบหมดเลยไม่ใช่รึไง? “ ปริมย้อนผมด้วยความมั่นใจ

 

“ ใช่ เหลือก็แต่ผัวใหม่เธอ..ที่ฉันยังไม่มีเวลาไปจัดการสักที “

 

“ อย่าคิดจะทำอะไรเขานะเพลย์! “ ผมรู้ว่าเธอรักไอ้เหี้ยนั่นมากและไม่มีทางยอมให้ผมทำอะไรมันแน่..แต่ก็อย่างว่าล่ะ ถ้าผมจะทำจริงๆยังไงปริมก็ห้ามไม่ได้

 

“ คุยกับพ่อเธอให้ยอมขายที่ซะ..แล้วครั้งนี้ฉันจะปล่อยไอ้เวรนั่นไป “

 

“ ......... “ ปริมชะงักไปเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด สองพ่อลูกหันหน้ามองกันอย่างจนหนทาง..ซึ่งผมไม่แคร์หรอก ตอนนี้ผมยื่นข้อเสนอให้แล้วถ้าไม่รับไว้ก็ไม่เป็นไร..อย่ามาให้ว่าผมเลือดเย็นทีหลังก็แล้วกัน เพราะเรื่องคืนนั้นผัวใหม่เธอก็เป็นคนเริ่มก่อน

 

“ แต่ถ้าฉันไม่ได้ที่ดิน ก็บอกผัวเธอให้ระวังตัวไว้ได้เลย..ฉันเอาคืนมันแน่! “

 

หึ..ชักเริ่มสนุกแล้วสิ ตัวพ่ออยากเอาชนะไม่ยอมขายที่ดินทั้งๆที่ตัวเองเป็นหนี้..แต่ถ้าไม่ขายคนรักของลูกสาวก็จะโดนดีไม่ใช่น้อย เดาได้เลยว่าพ่อลูกต้องมีสงครามประสาทกันย่อมๆแน่ถ้าความเห็นไม่ตรงกัน

 

“ แกอย่ามาใช้วิธีสกปรกแบบนี้นะ! “ ชายมีอายุเมื่อรับฟังข้อเสนอแล้วก็เกิดอาการไม่พอใจอย่างที่ผมคิดเอาไว้ไมีผิด

 

“ วิธีสกปรก..ใช้กับคนสกปรก “ ผมปรายตามองไปทางพ่อของปริมเล็กน้อยก่อนจะถูกปริมเอ่ยเรียกเสียงดุ

 

“ เพลย์! “

 

“ ..คิดให้ดี แล้วขอคำตอบภายในสองวัน..เพราะฉันไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งรอขนาดนั้น 😒 “ ผมตอบแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกไปจากห้องเพราะธุระของผมหมดแล้ว..ไม่มีความจำเป็นจะต้องอยู่ต่อ แต่ทว่าในตอนนั้นเองปริมก็พูดบางถ้อยคำออกมา..มันเป็นถ้อยคำที่ทำเอาผมแทบอยากจะเผาที่นี่ให้ลุกเป็นไฟเลยทีเดียว

 

“ ..นายมันไม่เคยมีเวลาให้ใครอยู่แล้วเพลย์! รู้เอาไว้เลยนะว่าที่เราเลิกกันตอนนั้นมันก็เพราะไอ้ความไม่มีเวลาของนายนั่นแหละ! “

 

“ อย่าพาล..เรื่องตอนนั้นเธอเป็นคนทิ้งฉันเอง เธอนอกใจฉันไปมีมันแล้วยังหน้าด้านมาพูดว่าฉันไม่มีเวลาอีกเหรอ?! “

 

“ อย่าว่าแต่ไม่มีเวลาเลย..แค่รักษาคำพูดตัวเองยังทำไม่ได้ ปากบอกจะสนใจกันอย่างนั้นอย่างนี้..สุดท้ายก็ทำแต่งานสนใจแต่เพื่อน พอมีเวลาได้อยู่ด้วยกันก็ทะเลาะ..เคยคิดจะโทษตัวเองบ้างปะถามจริง? 😢

 

“ ที่ทะเลาะมันก็เพราะเธอไม่ใช่เหรอที่เอาแต่ระแวงว่าฉันจะนอกใจไปมีคนอื่น..แล้วสุดท้ายไอ้สิ่งที่เธอกลัวว่าฉันจะทำเธอก็กลับทำมันซะเอง “

 

ผมพอจะเห็นแล้วแหละว่าปริมกำลังจะร้องไห้ ทุกครั้งที่เธอโกรธหรือโมโหมากๆเธอจะน้ำตาไหลทุกครั้ง..แต่สำหรับเรื่องของผมกับเธอที่มันจบไปนานแล้ว ผมไม่ขอย้อนกลับไปพูดถึงมันอีก..ผมเคยเจ็บปวดกับเรื่องพวกนี้มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว มันควรจะพอสักที

 

“ นายเอาแต่โทษว่าฉันนอกใจ..แล้วตอนที่ฉันยังอยู่นายสนใจกันแค่ไหนเหรอเพลย์? “

 

“ แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่เธอจะนอกใจฉัน..ถ้าอยากไปนักก็แค่บอกเลิกกันให้มันจบ ไม่ใช่แอบคบกับคนอื่นลับหลังฉัน! “

 

“ อย่ามาขึ้นเสียงใส่ลูกสาวฉันนะ! “ พ่อของปริมที่นั่งฟังอยู่นานพอเห็นว่าผมเริ่มจะก้าวร้าวกับเธอมาขึ้นก็ลุกขึ้นชี้หน้าแล้วกล่าวเตือนผมทันที..และนั่นเป็นการกระทำที่ผมไม่ชอบใจเอาซะเลย

 

“ หุบปาก.. “

 

“ ออกไปจากที่นี่เพลย์ ก่อนฉันจะเกลียดนายไปมากกว่านี้! “

 

“ เกลียดแล้วตอนนั้นขอให้ฉันช่วยทำไม! รักมันมากก็น่าจะปล่อยให้มันใหม่ตบจนเลือดกลบปากไปเลยสิ 😒

 

“ ออกไป! “ ปริมเดินมาผลักที่แขนผมอย่างสุดแรง แต่มันไม่ได้ทำให้ผมขยับไปไหนไกลเลย อย่างมากก็แค่เซนิดหน่อยเท่านั้น..เธอรู้อยู่แก่ใจว่าสู้แรงผมไม่ได้แต่ก็ยังจะทำ ผมถอนหายใจอย่างรู้สึกรำคาญก่อนจะหันหลังเดินกลับไปที่ประตู..แต่ก็ไม่ลืมที่จะทิ้งท้ายถ้อยคำสุดแทงใจเอาไว้ให้ผู้หญิงอย่างเธอได้หัดคิดซะบ้าง

 

“ อ๋อ..แล้วที่ตอนนั้นฉันต้องทำงานเยอะจนไม่มีเวลาน่ะ มันก็เพราะหาเงินมาเลี้ยงเธอไง..เดี๋ยวขอนั่นเดี๋ยวอยากได้นี่ ฉันก็ตามใจตลอดไม่เคยขัดใจเธอสักครั้ง..แต่เธอกลับบอกว่าฉันไม่สนใจ หึ..คิดว่าเงินพวกนั้นมันงอกออกมาจากสวนหลังบ้านเหรอปริม? ที่หาก็หามาให้เธอทั้งนั้น..แต่สิ่งที่ฉันได้จากเธอคืออะไร เขาทองคำเหรอ? 😒

 

กึก!

 

พูดจบผมก็เดินออกจากห้องมาโดยไม่หันกลับไปสนใจสองพ่อลูกอีก..สิ่งที่ผมบอกปริมทุกอย่างคือเรื่องจริงครับ ตอนคบกันผมไม่เคยไม่รักเธอเลย..แต่ก็อย่างว่าล่ะทุ่มเทให้ตายยังไงถ้าเขาไม่เห็นค่ายังไงเขาก็จะไป

 

ช่วงแรกๆผมเอาบัตรเครดิตที่แม่ให้ไปซื้อของให้ปริมเยอะมากครับรูดจนเต็มวงเงินทุกเดือนจนแม่ต้องยึดแล้วไล่ไปทำงาน..แม่บอกผมว่าถ้าอยากใช้เงินกับผู้หญิงคนนี้มากนักก็ไปเหนื่อยหาเงินเอง แล้วจะใช้เท่าไหร่แม่จะไม่มายุ่งเลยซึ่งผมก็ขอมาช่วยป๋าที่ค็อบบร้าป๋าก็อนุญาตครับ

 

และตั้งแต่ตอนนั้นผมก็ทำงานมาตลอด แรกๆต้องทำหนักหน่อยเพราะเลี้ยงปริมด้วย..แต่หลังจากเลิกกันไปผมมีเงินเก็บเยอะมากครับเลยลดๆภาระหน้าที่ตัวเองลงไปพอสมควรเหมือนกันเพราะผมรู้สึกว่ามันเหนื่อยเกินไปผมอยากชิลๆบ้างป๋าก็บอกว่าตามใจผม

 

..ซึ่งอันที่จริงป๋าก็ตามใจผมกับไอ้พีชแทบทุกอย่างแหละครับ แต่อย่าให้ได้ดุนะบอกเลยว่าหาซีนสำนึกผิดแทบไม่ทัน

 

Line! Line!

 

Peachhh : เฮ้ย! บ้านอะจะกลับอยู่ไหมไอ้สัส?

Peachhh : ป๋าฝากถาม

ป๋าพูดว่าไอ้สัสเหรอ? : Play

Peachhh : ไม่ อันนั้นกูเติมเอง

Peachhh : เพื่ออรรถรส555555555

ควาย : Play

Peachhh : ด่าแล้วก็ตอบด้วยยยยยย!

ไม่กลับ นอนคอนโด : Play

Peachhh : เค ตามนั้นจุ้บๆ😘

..หยี๊ : Play

Peachhh : สัส55555

 

ระหว่างทางเดินมาที่รถผมก็คุยไลน์กับไอ้พีชตลอดครับ..จนกระทั่งเข้ามาในรถก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสายตามันเหลือบไปเห็นกระเป๋านักเรียนของแสนหวานที่วางอยู่เบาะขางๆ

 

ความจริงแสนหวานเธอโทรตามผมประมาณสองสายครับ แต่ผมไม่ได้รับ..ลูกน้องผมก็ส่งข้อความมาบอกนะว่าเธอโทรไปถามหาผมเหมือนกันแต่มันไม่รู้ว่าผมอยู่ไหนเลยตอบไม่ได้

 

ผมมีธุระหลายอย่างครับ หลักๆก็คือเรื่องที่ดินนี่แหละ..ตอนแรกผมคิดว่าจะสามารถจัดการทุกอย่างเสร็จก่อนสี่ทุ่มได้ เพราะต้องกลับบ้านเอากระเป๋านักเรียนไปให้เด็กนั่น..แต่สุดท้ายเวลาก็เลยมาถึงเที่ยงคืนตีหนึ่งจนได้

 

ผมก็ไลน์ไปบอกเธอแล้วนะว่าไม่ได้กลับ พรุ่งนี้เช้าไปรับ ซึ่งแน่นอนว่าเธออ่านเร็วมาก..แต่ไม่ตอบกลับมาเลยสักคำคงจะโกรธผมไปแล้วมั้ง เฮ้อ..พรุ่งนี้ค่อยคุยแล้วกัน แค่ง้อเด็กมันจะไปยากอะไรล่ะไอ้เพลย์!

 

...เช้าวันต่อมา

ณ บ้านพิพัฒน์เมทานนท์

[แสนหวาน]

เมื่อคืนฉันนอนแทบไม่หลับเลยค่ะ เพราะทั้งหงุดหงิดทั้งโกรธพี่เพลย์มากที่เขาไม่รักษาคำพูด ไม่ยอมเอากระเป๋ามาให้..ทั้งๆที่ฉันก็บอกแล้วว่าต้องแก้การบ้างส่งครู แต่ก็อย่างว่าล่ะ..มันคงไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขนาดที่เขาต้องใส่ใจหรือกระตือรือร้นขนาดนั้น

 

“ แสนหวาน หนูไม่หิวเหรอคะวันนี้? “ น้าเพลินเอ่ยถามยิ้มๆเพราะเห็นว่าวันนี้ฉันกินข้าวได้ไม่เยอะเท่าทุกวันที่ผ่านมา

 

“ ไม่ค่อยเท่าไหร่ค่ะ.. “ ฉันตอบเบาๆ แต่ทว่าในตอนนั้นเองก็มีเสียงเข้มของใครบางคนเอ่ยแทรกขึ้นมาทำเอาทั้งฉันและน้าเพลินถึงกับต้องหันไปมองต้นเสียงนั้นทันที

 

“ ไม่กินก็ไปโรงเรียนได้แล้ว “

 

“ อ้าว..เพลย์ทำไมวันนี้กลับมาเช้าจังลูก? “

 

“ เดี๋ยวผมไปส่งน้องเอง..แม่ไปทำงานเถอะ “

 

“ แสนหวานโอเคไหมคะ? หรือว่าจะไปกับน้าเหมือนเดิม? “

 

“ หนูไปกับน้า..ได้ไหมคะ? “ พอเห็นว่าผู้มาใหม่คือพี่เพลย์ฉันก็รู้สึกหวั่นๆในใจอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะค่ะ..จะบอกว่าโกรธมันก็โกรธแหละ แต่ที่อยากไปกับน้าเพลินมากกว่าไม่ใช่เพราะจะประชดหรอกนะคะ..ฉันแค่ไม่รู้จะทำตัวยังไงมากกว่า

 

ในใจก็อยากทวงถามเรื่องเมื่อวานให้มันรู้แล้วแล้วรู้รอดไป..แต่ก็ไม่อยากพูดต่อหน้าน้าเพลินเพราะเดี๋ยวพี่เพลย์จะถูกดุน่ะสิ เหอะๆ ขนาดเขาทำผิดฉันยังจะปกป้องเขาอยู่อีกเหรอเนี่ย! แสนหวานเธอมันบ้า!

 

“ ไม่ได้ เธอต้องไปกับฉัน.. “ และทันทีที่ฉันตัดสินใจจะไปโรงเรียนกับน้าเพลิน พี่เพลย์เขาก็รีบค้านเสียงแข็งราวกับว่าจะไม่ยอมง่ายๆยังไงอย่างนั้น

 

“ ..เพลย์อย่าไปบังคับน้องสิ “

 

“ ให้พูดดีๆก็คงไม่ไป 😒

 

“ ..เคยพูดดีซะที่ไหนล่ะ “ ฉันบ่นงุบงิบกับตัวเองเบาๆ แต่ดูเหมือนมันยังเบาไม่สุดเลยทำให้ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังฉันได้ยินมันเต็มสองหู

 

“ ปากเก่ง “

 

“ เราจะไปกับน้าเพลิน..พี่ไม่ต้องไปส่งเราหรอกค่ะ “ ฉันตอบแล้วลุกออกจากโต๊ะไปล้างไม้ล้างมือเพื่อเตรียมตัวเก็บของให้พร้อมก่อนไปเรียนเหมือนอย่างที่ทำเป็นประจำในทุกๆวัน

 

“ กระเป๋าเธออยู่ในรถฉัน เลือกเอาแล้วกันว่าจะไปกับใคร.. “

 

“ เราไม่ไปกับพี่ค่ะ “

 

“ การบ้านจะไม่ส่งว่างั้น? “ พี่เพลย์เดินมาขวางแล้วเอ่ยถามต้อนฉันให้จนมุม..ซึ่งนั่นทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองยังมีการบ้านที่ต้องรีบแก้ส่งครูอยู่ แต่ถึงทำตอนนี้ยังไงก็ไม่มีทางทันค่ะ เพราะนอกจากจะมีหลายข้อแล้ว..วิชานี้ฉันยังมีเรียนเป็นคาบแรกของวัน แถมครูก็สั่งให้เอาสมุดส่งตั้งแต่ต้นคาบเลยด้วยน่ะสิ

 

“ ก็เอากระเป๋ามาให้เราสิคะ.. “

 

“ ไปด้วยกัน ไม่งั้นไม่ต้องเอา “ พี่เพลย์กอดออกพร้อมยื่นคำขาดที่ฉันหาหนทางปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ

 

“ ........ “

 

“ ไม่ตอบฉันจะขึ้นไปนอนต่อแล้วนะ ง่วง 😒

 

“ ก็ได้..เราไปกับพี่ก็ได้ “

 

“ แม่! เดี๋ยวน้องไปกับผมนะ แม่ไปทำงานเลย! “ พี่เพลย์ตะโกนบอกน้าเพลินอย่างนั้นพร้อมกับเดินนำฉันออกมาที่รถของเขา..และแน่นอนว่าพอเปิดประตูเตรียมจะเข้าไปนั่งฉันก็เห็นเจ้ากระเป๋าใบนั้นวางอยู่ที่เดิมจึงรีบคว้าเอามันมากอดไว้แล้วปิดประตูรถทันที

 

กึก!

 

พี่เพลย์เขาก็ขับรถของเขาไปเงียบๆไม่พูดอะไร ส่วนฉันก็นั่งเล่นมือถือดูนั่นดูนี่เรื่อยเปื่อย..เรียกได้ว่าเราต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กันอยู่พักใหญ่เลยล่ะค่ะ จนกระทั่งเขาเป็นคนเริ่มที่จะพูดก่อน..

 

“ ไม่ทำการบ้านรึไง.. “

 

“ ช่างเถอะค่ะ ทำไปก็ไม่ทันอยู่ดี “ ฉันตอบแต่ไม่หันไปมองหน้าพี่เพลย์เลยสักนิด

 

“ ก็ดีกว่าไม่ทำรึเปล่า? “

 

“ ..ถ้าเมื่อคืนพี่ไม่ผิดสัญญา เราก็แก้การบ้านเสร็จไปนานแล้ว..ไม่ต้องมานั่งรอจนดึกด้วย 😔

 

“ ฉันมีธุระสำคัญ “ เขาเลี้ยวรถเข้าไปจอดในปั้มน้ำมันก่อนจะหันมาคุยกับฉันอย่างจริงจังมากขึ้น..แต่ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรก็ฟังไม่ขึ้นค่ะ ธุระเขาจะสำคัญแค่ไหนฉันไม่รู้แต่การบ้านฉันก็สำคัญเหมือนกัน..

 

“ แต่พี่ก็น่าจะบอกให้เร็วกว่านี้..ไม่ใช่หายเงียบแล้วปล่อยให้เรารอ “

 

“ ..ขอโทษละกัน “

 

“ ถ้าตั้งใจ ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ “ ยอมรับว่าตอนนี้ฉันหงุดหงิดมาก..แต่มันคงมากเกินไปจนเผลอล้ำเส้นปีศาจร้ายอย่างเขาโดยไม่ทันระวังคำพูดของตัวเอง

 

“ แล้วจะให้ฉันทำยังไง? พูดมาดิ..ประชดอยู่นั่น 😒

 

“ แค่รับผิดชอบคำพูดตัวเองยังทำไม่ได้ เราไม่คาดหวังอย่างอื่นหรอกค่ะ “

 

“ ........ “ พอสิ้นประโยคนั้นภายในรถก็เงียบกริบดั่งป่าช้า พี่เพลย์ไม่ได้อะไรตอบโต้ฉันเลยแม้แต่คำเดียว..มีเพียงสายตาดุดันคู่นั้นที่กำลังจ้องมองมาทางฉันอย่างกราดเกรี้ยว ล้มหายใจร้อนระอุพวยพุ่งออกมาเบาๆอย่างเหลืออดกับบางอย่างที่ฉันไม่รู้ว่าคืออะไร

 

แววตาคมกริบของเขาตอนนี้มันวาวโรจน์กับกำลังมีเปลวเพลิงลุกท้วมอยู่ เห็นอย่างนั้นฉันก็ได้แต่นั่งตัวเกร็งแล้วรีบเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นทันที..แต่แล้วจู่ๆน้ำเสียงอำมหิตของเขาก็ค่อยๆเอ่ยพูดกับฉันเบาๆ แม้ไม่ใช่การขู่เข็ญแต่ทำไมฉันถึงได้รู้สึกเหมือนถูกเขาเอาปืนจ่อหัวอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ล่ะ

 

“ เธอไม่น่า..พูดกับฉันแบบนี้ “

 

แกร๊ก!

 

“ พ..พี่ทำอะไร? “ ฉันรีบหันขวับไปมองพี่เพลย์ทันทีที่ได้ยินเสียงเหมือนเข็มขัดมันถูกปลดออก..และกว่าที่สมองจะทันได้ประมวลผลอะไรต่อ ข้อมือเล็กทั้งสองข้างก็ถูกพี่เพลย์จับขึงแยกออกจากกันเสียแล้ว

 

ฟื้บ!

 

“ ว๊าย..นี่อย่ามาทำบ้าๆกับเรานะ! “

 

“ ..หึ “

 

“ พี่เพลย์! ปล่อ..ย อื้ออ! >< “ ทันทีที่ฉันเริ่มตะโกนโวยวายด้วยความตกใจ ถ้อยคำเหล่านั้นก็ถูกริมฝีปากหนาของเขากลืนกินมันให้หายลงคอไปทั้งหมดภายในระยะเวลาเพียงแค่เสี้ยววินาที

 

ฉันดิ้นขลุกไปมาอย่าหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับไม่สามารถสู้แรงของผู้ชายคนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย..พี่เพลย์บดเบียดริมฝีปากหยักลึกลงมาอย่างไร้ซึ่งความอ่อนโยน และในขณะเดียวกันฉันก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเขากำลังโกรธมาก..ทุกๆสัมผัสของเขาที่ส่งผ่านมามันกำลังฟ้องฉันอย่างนั้น

 

“ อึก..อื้ออ!! “ น้ำเสียงอู้อี้เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แนบชิดกันอย่างแน่นหนาประกอบรวมกันเป็นถ้อยคำขอร้องอ้อนวอนที่สุดจะทุลักทุเล ด้วยความที่พื้นที่มันคับแคบมากทำให้ฉันขยับตัวหนีไปทางไหนไม่ได้เลย เพราะถูกตรึงไว้ด้วยสายรัดเข็มขัดและเรี่ยวแรงอันมหาศาลของนายปีศาจร้าย

 

เขาเอาแต่จูบซ้ำๆอยู่อย่างนั้นก่อนจะค่อยๆผ่อนแรงลงทีละนิดๆจนมันกลายเป็นสัมผัสที่แทบไม่หลงเหลือความป่าเถื่อนเหมือนตอนแรกเริ่มเลยจริงๆ..ริมฝีปากร้อนฉ่าของพี่เพลย์มันมีอำนาจและพลังทำลายล้างสติสูงมาก ตอนนี้หัวสมองฉันขาวโพลนไปหมดราวกับกำลังล่องลอยอยู่กลางอากาศ

 

ฉันอยากจะดิ้นอยากจะร้องตะโกนให้ตายยังไงมันก็ไม่สามารถทำได้เลย..ฉันพยายามตั้งสติพยายามไม่ไหลไปตามน้ำ แต่มันก็ยากเหลือเกิน..สัมผัสของเขา กลิ่นหอมๆจากตัวเขามันทำเอาฉันรวนเรไปหมดทั้งกายทั้งใจ

 

ริมฝีปากอ่อนละมุนกดย้ำลงมาเน้นๆเพื่อทิ้งทวนก่อนจะค่อยๆผละออกไปช้าๆเมื่อรู้สึกได้ว่าฉันคนนี้นิ่งไปไม่ตอบโต้หรือขัดขืนเขาเหมือนอย่างเคย..พี่เพลย์มองจ้องมาที่ฉันนิ่งๆด้วยแววตาที่อ่านความหมายอยากที่สุดในโลก

 

หัวใจฉันสั่นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะ ฉันคิดไม่ถึงจริงๆว่าเขาจะกล้าทำถึงขนาดนี้..เรื่องจูบแรกฉันไม่ได้แคร์หรอก แต่สิ่งที่แคร์มันคือความสัมพันธ์ของเราต่างหากล่ะ..ฉันจะมองเขาเป็นพี่ชายได้ยังไงอีกถ้ารสจูบของเขามันยังฝังแน่นอยู่ที่ริมฝีปากแบบนี้

 

“ หน้าแดงจัง “

 

เพี๊ยะ!

 

“ ..เลว! 😣 “ เมื่อได้สติกลับมาฉันก็อาศัยทีเผลอสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแล้วเหวี่ยงมือไปตบหน้าพี่เพลย์ทันที..ถึงมันจะไม่แรงมากแต่ก็ขอให้ฉันได้เอาคืนเขาสักอย่าง ไม่ใช่ปล่อยให้เขากระทำอยู่ฝ่ายเดียว

 

“ ก็อยากเลวก็นี้เหมือนกัน..แต่ในรถมันคงไม่สะดวกเท่าไหร่ “

 

“ ..ถ้าพี่ทำอะไรมากกว่านี้ เราบอกพี่พีชแน่! “

 

“ หึ..😏

คนตัวโตดูไม่สะทกสะท้านอะไรกับคำพูดของฉันเลยสักนิด เขาเบือนหน้าหนีไปทางอื่นก่อนจะแค่นหัวเราะอยู่ในลำคอราวกับมันเป็นเรื่องที่เขาจะไม่เก็บมาคิดมากอย่างแน่นอน..ฉันตัดสินใจนั่งเงียบไม่หันไปมองไม่คุยอะไรกับพี่เพลย์อีก จนกระทั่งอีกฝ่ายพูดทำลายความเงียบเหล่านั้นลงด้วยถ้อยคำที่ทำให้ใจฉันสั่นระรัวอีกครั้ง

 

“ ......... “

 

“ ขู่มาอีกสิ น่ารักดี.. “

 

————————————

#พี่เพล๊ยยยยยยย์! ทำไมร้าย! จุ๊บน้องจนได้นะ!

ปล.ไรท์เขียนยาวมากค่ะเลยทำให้กินเวลานาน ต่อไปจะพยายามหั่นให้เหลือ10-15หน้าต่อ1ตอนแล้วมาอัพถี่ๆนะคะ 😂🙏🏻

ความคิดเห็น