email-icon facebook-icon

ขอบคุณรีดทุกท่านมากๆเลยค่าา ^/////^

9 คำไหนคำนั้น...ความทรงจำสดใสแม้ในวันที่มืดมน...

ชื่อตอน : 9 คำไหนคำนั้น...ความทรงจำสดใสแม้ในวันที่มืดมน...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ก.ย. 2562 14:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
9 คำไหนคำนั้น...ความทรงจำสดใสแม้ในวันที่มืดมน...
แบบอักษร

9 คำไหนคำนั้น...ความทรงจำสดใสแม้ในวันที่มืดมน... 

อิรวัฒน์ขับรถมาส่งอศิราที่บ้านพักก้วยตัวเอง ตลอดเวลาหญิงสาวก็นึกอึดอัดเพราะความเคร่งขรึมของเขา แต่ก็ทนๆเอา อีกไม่นานก็ถึงบ้านพักของเธอแล้ว

ขณะนั้นเอง อนุชาก็โทรเข้ามาหา หญิงสาวกดรับสายอย่างกระตือรือร้น ทราบเลยว่าพี่ชายคงเป็นห่วงเธอ ก็นี่มืดแล้ว ปกติเธอไม่ค่อยกลับบ้านมืดค่ำนักหรอก เว้นแต่เรื่องงานเท่านั้น

“อยู่ที่ไหนน่ะอศิ ทำไมยังไม่กลับบ้านอีก มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” อนุชาเป็นห่วงน้องสาว พอไปรับบิดาที่โรงพยาบาลก็ไม่เห็นอศิราแล้ว เขานึกว่าเธอมีธุระด่วนเลยกลับบ้านมาก่อน แต่พอเขากลับมาบ้านกับพ่อพักหนึ่งแล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่กลับบ้านสักที

“อศิทำงานพิเศษนิดหน่อยค่ะพี่นุ ไม่ต้องห่วงนะคะ อศิกำลังจะถึงบ้านแล้วค่ะ” เธอบอกไปก่อน ตั้งใจเอาไว้ว่าถึงบ้านค่อยเล่าทุกอย่างให้พี่ชายกับพ่อเลี้ยงรับทราบ

“ระวังด้วยนะ กลางคืนมันอันตราย”

“ค่า ไม่ต้องห่วง อศิไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวเจอกันนะคะ”

อนุชาเป็นห่วงน้องสาว สั่งเสียก่อนจะวางสายไป อศิราอมยิ้ม เก็บมือถือกลับเข้ากระเป๋า ใบหน้าหวานดูอารมณ์ดีขึ้น เมื่อได้คุยกับพี่ชาย

“พี่ชายบุญธรรมของเธอเหรอ?”

อิรวัฒน์เอ่ยถามขึ้น เขาทราบข้อมูลทั่วไปของอศิรามาจากชาคริตอยู่ก่อนแล้ว

“ใช่ พี่นุเขาเป็นห่วงน่ะค่ะ ปกติแล้วฉันไม่กลับบ้านมืดขนาดนี้” เธอหันไปบอกกับเขา ไม่ได้คิดอะไร ก็แค่อยากคุยด้วยให้บรรยากาศอึดอัดมันผ่อนคลาย

“ต่อไปนี้ เธอก็ต้องกลับบ้านดึกอย่างนี้แหละ เพราะแก้มอิ่มจะเข้านอนเวลาประมาณนี้...แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะให้คนขับรถมาส่งเธอเอง คงไม่มีปัญหาอะไรนะ”

“ไม่มีหรอกค่ะ งานก็คืองาน ฉันเข้าใจ ถ้ารีบกลับแล้วน้องแก้มอิ่มยังไม่หลับ ฉันก็ไม่สบายใจเหมือนกัน” อศิราพูดจากใจจริง เธอเป็นห่วงหนูน้อยคนนั้น นี่ก็แอบกังวล หากตื่นขึ้นมาไม่เจอเธอ แล้วยัยหนูจะร้องไห้อีกไหม...

แต่จนใจจริงๆ...เธอคงไม่พักอยู่บ้านนั้นตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงไม่ได้...อศิราเองก็เป็นห่วงความรู้สึกของบิดาและพี่ชายของเธอเช่นกัน

“เธอรักเด็กขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่อยากจะเชื่อ”

“ทำไมไม่อยากเชื่อล่ะ น้องแก้มอิ่มน่ารักออกค่ะ ใครๆก็ชอบแกทั้งนั้นละ” เธอย้อนถาม จ้องมองเขาตาโตแป๋ว อีกฝ่ายนิ่งไปอีกครู่ใหญ่ กว่าจะเอ่ยเสียงอ่อนลงไป

“ไม่ใช่ใครๆก็จะชอบเด็กเล็กๆหรอก” อิรวัฒน์ไม่เห็นด้วยและเอ่ยอย่างหยิ่งเหยียด “ส่วนมากก็เห็นแต่แกล้งทำเป็นรักเด็ก เอ็นดูเด็กกันทั้งนั้น”

“ก็เขาหวังว่าจะเอาใจคุณ มันก็ไม่แปลกหรอก” อศิราเอ่ยออกมาอย่างลืมตัว แต่พออิรวัฒน์หันขวับมาเธอก็รีบเมินหน้าหนีไป ทำไม่รู้ไม่ชี้ เปลี่ยนเรื่อง “จริงด้วย ที่บอกว่าพรุ่งนี้จะให้ฉันเล่นละครเป็นแฟนปลอมๆเนี่ย ตกลงมันยังไงกันแน่ ขอรายละเอียดหน่อยได้ไหมอ่ะ?”

“ไม่มีอะไร ฉันว่ายังไงเธอก็ว่าตามนั้น ง่ายจะตายไป”

“หะ” อศิราอย่างงง อะไรของเขา มันง่ายดายขนาดนั้นเลยเหรอ อุตส่าห์ลงทุนจ้างเธอตั้งห้าหมื่น เพื่อจะให้ไปยืนเป็นตุ๊กตายางแค่เนี่ย อย่างนั้นเขาจ้างใครก็ได้มั้ง...

“ขอแค่เธอเก็บความลับเรื่องนี้เอาไว้ให้มิดก็พอ ฉันไม่ต้องการให้ใครเข้ามาวุ่นวาย ก็แค่อยากเลี้ยงลูกเงียบๆตามประสา...” อิรวัฒน์เอ่ยต่อมาเสียงเบาลง เหตุผลนี้ของเขา...ค่อยน่าช่วยหน่อย

“อืม ก็ได้ รับรองว่าฉันจะไม่แพร่งพรายความลับของลูกค้า”

“ดี เพราะถ้าเธอไม่รักษาคำพูด ผลที่ตามมา เธอจะมาว่าฉันไม่ได้เหมือนกัน”

อิรวัฒน์เอ่ยเหมือนไม่ใส่ใจ แต่เสียงของเขาอย่างโหด อศิราถึงกับหันไปมองหน้าคมเข้มหล่อเหลาราวกับฉาบน้ำแข็งของเขา ต้องปลอบตัวเอง ว่าเธอไม่จำเป็นต้องกลัว ในเมื่อเธอไม่ได้คิดจะเปิดเผยความลับของเขาอยู่แล้ว ดังนั้นไม่เป็นปัญหาแน่นอน

“ไม่ต้องห่วง ฉันรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่แล้ว คุณสบายใจได้ อศิรา พูดแล้วต้องทำได้...คำไหนคำนั้น”

เอี๊ยด!! 

“โอ๊ย อะไรของคุณเนี่ย คุณอิรวัฒน์!!”

จู่ๆชายหนุ่มก็เบรกรถกะทันหัน ทำเอาอศิราหน้าคะมำ ดีว่าคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้ เลยรอดไป ไม่ได้เจ็บตัวอะไร แค่ตกใจเพราะหน้าบึ้ง ตาดุลุกวาวของเขามากกว่า

อิรวัฒน์เป็นอะไร? 

“เมื่อกี้ เธอพูดอะไร!?”

ถามอย่างคาดคั้น เล่นเอาหญิงสาวงง เธอพูดอะไรผิดไปเหรอ?

“ฉันพูดอะไร...เปล่านี่ ก็แค่...” อศิรานึกไม่ออกในทันที ก็เธอตกใจที่เขาเบรกรถกะทันหันน่ะสิ “เอ่อ...ประมาณว่า ฉันรักษาคำพูด ไม่ต้องห่วง...ก็แค่นั้น คุณตกใจอะไร ฉันพูดอะไรผิดเหรอ?” ตอบคร่าวๆเท่าที่นึกได้ แล้วก็ขมวดคิ้วมุ่น มองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจ

อิรวัฒน์ทำไมต้องจ้องเธอเขม็งเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่างขนาดนั้นด้วย เหมือนเขาสงสัยอะไรในตัวเธอ...แต่ว่า เขาก็อ่านประวัติเธอแล้วนี่ จะสงสัยอะไรอีก?

“เธอ...” อิรวัฒน์ทำท่าอยากจะถามต่อ แต่แล้วก็ส่ายหน้าไปมา

ไม่ใช่หรอก ไม่มีทาง ทำไมเขาต้องรู้สึกสับสน เด็กคนเมื่อสิบปีก่อนนั้นคือรินรดา ไม่ใช่อศิรา ไม่มีทางเป็นไปได้...มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอก... 

“คุณไม่สบายหรือเปล่าเนี่ย...ฉันโทรเรียก 1669 ให้มั้ย?” อศิราถามเบาๆ เห็นสีหน้าไม่ดีเลยของเขาแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร...แค่นึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมา...ช่างเถอะ บ้านเธอไปทางไหน บอกทางแล้วกัน” อิรวัฒน์ถอนใจแรง ไม่รู้ทำไมเขาถึงต้องสะดุดใจ ก็แค่อศิราบังเอิญพูดคำเดียวกับรินรดาเมื่อสมัยเด็กๆเท่านั้น...

‘...หนูพูดแล้วก็ต้องทำได้ คำไหนคำนั้น’ 

อิรวัฒน์ขับรถต่อไป พยายามไม่คิดฟุ้งซ่าน จนมาถึงหน้าบ้านชั้นเดียวหลังเล็กในชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งหนึ่ง อศิรายกมือไหว้ขอบคุณเขาก่อนจะก้าวลงจากรถ ที่หน้าบ้าน อนุชาพี่ชายของเธอเดินออกมาเปิดประตูรออยู่แล้ว

อิรวัฒน์นั่งมองอศิราวิ่งเข้าไปหาพี่ชายบุญธรรมของเธออย่างร่าเริง ส่วนอนุชานั้นก็เหลือบมองมาที่เขาครู่หนึ่งก่อนจะพาน้องสาวเดินเข้าไปในบ้านด้วยกัน

อิรวัฒน์ขยับถอยรถออกจากบริเวณนั้น มุ่งหน้าจะกลับบ้าน เป็นห่วงว่าน้องแก้มอิ่มจะตื่นขึ้นมา หากเขาไม่อยู่ด้วย แกจะร้องไห้ไม่หยุด หนูน้อยติดแม่มาก พอไม่มีแม่ของแกแล้ว หนูน้อยก็ว้าเหว่ เอาแต่ร้องไห้...

ชายหนุ่มรู้สึกเสียใจ ที่ผ่านมาเขาไม่ค่อยได้ใส่ใจแกเท่าที่ควร เขาเอาแต่ทำงานแทบไม่ได้โผล่หน้ามาดูแลลูก ยัยหนูจึงติดแม่ ไม่ติดเขาเท่าที่ควร ตั้งแต่ที่รินรดาจากไป พฤติกรรมของแก้มอิ่มก็เปลี่ยนไปมาก แกดื้อขึ้น แทบไม่ฟังใครเลย เขาเองบางครั้งก็ยังเอาไม่อยู่

ชายหนุ่มถอนใจเหน็ดเหนื่อย การเป็นพ่อคนไม่ใช่เรื่องง่ายเลย...เพราะอย่างนี้หรือเปล่า พี่ชายของเขาจึงไม่ต้องการรับหน้าที่นี้...

อิรวัฒน์นึกถึงพี่ชายผู้หาชีวิตไม่ของเขา อิทธิคม ขับรถพารินรดาไปประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตไปพร้อมกันเมื่อสองเดือนก่อน เหลือแต่เด็กน้อยผู้น่าสงสารเอาไว้เพียงลำพัง ทุกคนต่างเข้าใจว่าน้องแก้มอิ่มเป็นลูกสาวของเขา นั่นเพราะเขาเป็นคนจดทะเบียนรับรองบุตรให้กับหนูน้อยแทนพี่ชายไม่เอาไหนของตัวเองมาตั้งแต่แรก

ทำยังไงได้ ก็มีกันอยู่แค่สองคนพี่น้อง คุณแม่ที่เสียไปตั้งแต่เขาอายุแค่หกขวบก็สั่งนักสั่งหนาให้รักและดูแลพี่ชาย อิรวัฒน์ก็รักพี่ของเขา แม้ว่าฝ่ายนั้นจะไม่ได้เรื่อง เหลาะแหละอ่อนแอ แต่ก็ได้ชื่อว่าเป็นพี่...เวลาปกติแล้ว พี่อิทก็รักเอ็นดูเขา ไม่เคยอิจฉาริษยาแม้ว่าเขาจะเป็นลูกรักของพ่อกับแม่มากกว่า

ตอนนี้ไม่มีแล้วทั้งแม่และพ่อ แม้แต่พี่ชายไม่ได้เรื่องของเขาก็ยังมาด่วนจากไป...อิรวัฒน์เหลือแต่ยัยแก้มอิ่มคนเดียวที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตนี้

เรื่องที่แต่งงานกับรินรดา อิรวัฒน์ก็เพียงแค่ทำพิธีให้นายอดุลย์รับรู้เท่านั้นเอง แต่ไม่ได้มีการจดทะเบียนอะไรกัน ขนาดห้องก็ยังแยกกันนอนด้วยซ้ำ

ในสายตาคนอื่น เขากับรินรดาคือสามีภรรยากัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว อิรวัฒน์จะกล้าแตะต้องเธอได้อย่างไร ในเมื่อเขารู้อยู่เต็มอกว่ารินรดากับพี่อิทรักกัน!

ถึงเขาจะชอบเธอมาตั้งแต่เมื่อสิบปีก่อน...แต่เมื่อเธอเลือกพี่ชาย อิรวัฒน์ก็ต้องยอมรับการตัดสินใจของรินรดา...เขายินดีช่วยเหลือเธอทุกอย่าง ยอมเป็นหนังหน้าไฟ ยอมเป็นคุณพ่อให้น้องแก้มอิ่มแทนที่พี่ชายของเขาที่ไม่มีความกล้าพอจะงัดข้อกับนายอดุลย์

สำหรับเขาแล้ว น้องแก้มอิ่มก็เป็นเหมือนลูกสาวแท้ๆ เขารักและเอ็นดูแกตั้งแต่แรกเห็น ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะเลี้ยงดูหนูน้อยให้มีความสุขที่สุด แม้ว่าแกจะขาดทั้งพ่อและแม่ แต่เขาจะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้แกเองทั้งหมด

เขาเคยบอกกับรินรดาเอาไว้ ว่าจะดูแลน้องแก้มอิ่มเอง เพราะอย่างนั้น...ชีวิตทั้งหมดที่เหลือ อิรวัฒน์ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะทุ่มเทให้แม่หนู ทำให้เธอมีความสุขมากที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำให้ได้

เพื่อหนูน้อยที่เป็นดั่งดวงใจ เขาจึงจำเป็นต้องมีอศิรามาคอยช่วยเหลือ ในเมื่อน้องแก้มอิ่มกลับมามีความสุขเพราะผู้หญิงคนนั้น เขาก็จำเป็นต้องพึ่งพาเธอไปก่อน

 

“คนนั้นใครเหรออศิ พี่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”  

อนุชาเอ่ยถามน้องสาว เมื่อพากันเข้ามาภายในบ้านแล้ว ดวงตาเรียวเหลือบไปมองด้านหลัง เห็นไฟท้ายรถคันหรูไปไกลลิบแล้ว

“นายจ้างคนใหม่ของอศิเองค่ะ อศิตกลงรับทำงานเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกสาวของคุณอิรวัฒน์ พี่นุไม่ต้องห่วงนะคะ งานคราวนี้สบายมากเลย อศิจะไม่ทำให้พี่นุกับพ่อเป็นห่วงอีกแน่นอนค่ะ” เธอบอกอย่างมั่นใจ ก่อนจะวิ่งนำเข้าไปภายในบ้าน เข้าไปหาบิดา ทักทายท่านอย่างร่าเริง

“พ่อเป็นยังไงบ้างคะ กินข้าวแล้วหรือยังเนี่ย”

“ยังเลย พ่อรอเรานั่นละ มากินข้าวด้วยกันนะอศิ” นายองค์เทพเอ่ยถามลูกสาวบุญธรรมด้วยความใส่ใจ พ่อเลี้ยงดีกับเธอเสมอมา แล้วจะไม่ให้เธอรักท่านได้อย่างไร

“งั้นอศิตั้งโต๊ะให้นะคะ จะรีบอย่างด่วนเลย” หญิงสาวขันอาสา แต่บิดาโบกมือไปมา หัวเราะอย่างเอ็นดู

“ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ อศิไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าให้สบายตัวก่อนเถอะลูก เดี๋ยวให้พี่ชายเราเขาจัดการเองก็ได้”

“งั้น...เดี๋ยวอศิอาบน้ำแล้วจะมาช่วยนะคะ”

“ไม่ต้องรีบนะ ใจเย็นๆ เพราะยังไงคนล้างจานก็ต้องเป็นอศิอยู่แล้ว” อนุชาเดินตามเข้ามา บอกยิ้มๆ

“ได้เลยค่ะ อศิรับหน้าที่ล้างจานเอง เดี๋ยวมานะคะ”

เธอยิ้มแจ่มใสให้บิดากับพี่ชาย ก่อนเดินปร๋อเข้าไปในห้องส่วนตัวของตนเองด้านใน

นายองค์เทพกับอนุชาหันมามองหน้ากันยิ้มๆ

“ยัยอศิดูอารมณ์ดีจัง พ่อนึกว่าแกเหนื่อยเลยกลับมานอนบ้านเสียอีก ไม่รู้หายไปไหนมา..” องค์เทพเอ่ยขึ้นเบาๆ เขาเผลอหลับงีบไปตอนอยู่โรงพยาบาล ตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นอศิราเสียแล้ว คิดว่าลูกคงมีธุระด่วนอะไร แต่กลับบ้านมาไม่เห็น จึงให้อนุชาโทรตามด้วยความเป็นห่วง

จะอย่างไร อศิราก็เป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ แม่ของแกไม่อยู่แล้ว เขาจึงต้องดูแลแกเท่าที่จะทำได้

“คงดีใจที่ได้งานใหม่น่ะครับ”

“งานใหม่เหรอ งานอะไร?”

“อสิบอกว่า จะไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กครับ เด็กผู้หญิง แกไม่มีแม่ พ่อก็ไม่มีเวลาให้ ท่าทางอสิจะสงสารเด็กมาก ก็คง...คิดถึงตัวเองด้วย ก็เลยอยากทำงานนี้”

“งั้นเหรอ...ถ้าอศิชอบ งั้นพ่อก็วางใจ” นายองค์เทพเอ่ยเสียงแผ่วเบา พลางถอนใจยาวโล่งอก

เขาเป็นห่วงอศิรามาก เพราะอีกฝ่ายเป็นคนหน้าตาสวย งานที่ได้แต่ละที่ที่ผ่านมานั้น ไม่ราบรื่นเลย มีแต่คนจ้องจะล่วงเกินไม่ให้เกียรติ...ยิ่งงานพริตตี้อะไรนั่น เขาไม่อยากให้อศิราทำเลย มันไม่เหมาะกับแกสักนิด แต่ก็เพราะความจำเป็น อศิราเครียดที่เรียนจบมาแล้วแต่ก็ยังตกงาน จึงยอมรับจ๊อบเป็นพริตตี้ขายรถในงาน ไม่นึกว่าจะมีปัญหากับผู้จัดการหัวงูตั้งแต่วันแรกที่ทำงาน อศิรารีบเผ่นหนีแทบไม่ทัน

นายองค์เทพทราบทุกอย่าง เพราะอศิราเล่าให้ฟังทั้งหมดไม่ปิดบัง เขาทราบดีว่าอศิราอยากหาเงินมาช่วยเหลือครอบครัว เพราะทุกวันนี้อนุชาลูกชายของเขาที่เป็นแค่พนักงานบริษัทธรรมดาๆ ต้องรับภาระ แบกครอบครัวเอาไว้แต่เพียงลำพัง อศิราคงไม่อยากให้ตัวเองเป็นภาระของพี่ชายนั่นเอง

“พ่อไม่ต้องห่วงครับ ผมจะคอยดูแลอศิเอง ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ผมจะให้แกเลิกทำงานทันทีเลย”

“ดีแล้ว ดูแลน้องด้วยนะนุ เราก็มีกันอยู่แค่นี้”

นายองค์เทพฝากฝังอนุชาให้ดูแลอศิราเสมอ เด็กทั้งสองเติบโตมาด้วยกัน รักกันเหมือนพี่น้องแท้ๆ ทำให้เขาสบายใจ ไม่เคยต้องกังวล นับเป็นโชคดีของเขา ถึงจะไม่มีลูกสาวแท้ๆ แต่ก็ยังมีลูกเลี้ยงที่น่ารักและเป็นเด็กดีอย่างอศิรา

 

หลังอาหารค่ำ อศิราก็กลับเข้ามาในห้องส่วนตัวเล็กๆของตนเอง ไม่ลืมจะหยิบสมุดไดอารี่เก่าๆของตัวเองมาจดบันทึกเรื่องราวในวันนี้อย่างสั้นๆ วันนี้เธอได้งานพี่เลี้ยงเด็ก จะได้ดูแลหนูน้อยผู้น่ารักอย่างน้องแก้มอิ่ม เป็นงานที่อศิรารู้สึกชอบและยินดีจะทำ มากกว่าทุกงานที่ผ่านมาเลยก็ว่าได้

อศิราจดบันทึกเสร็จแล้ว และกำลังจะเก็บกลับเข้าลิ้นชัก แต่มือพลาดทำไดอารี่อีกเล่ม ซึ่งเป็นเล่มเก่ามากหล่นพื้น หน้าหนังสือเปิดกางออก พอหยิบขึ้นมาดูก็เห็นเป็นหน้าที่เธอบันทึกเอาไว้เมื่อสิบปีก่อน นานมากจริงๆ...

‘วันนี้ได้เจอพี่ชายใจดีที่หน้าโรงเรียน นึกว่าจะเป็นวันดีแล้ว แต่แม่กลับร้องไห้ไม่หยุดเลย...คงเพราะแม่เสียใจที่ให้อศิเข้าเรียนโรงเรียนที่ใหญ่โตขนาดนั้นไม่ได้...แม่บอกว่า...พ่อไม่ยอมส่งเสีย...แม่เลยไม่มีเงินส่งอศิเรียนโรงเรียนดีๆเหมือนเด็กคนอื่นๆ... 

แต่ว่านะ...อสิไม่ได้อยากเรียนโรงเรียนใหญ่โตหรอก ก็แม่ไม่มีเงินอ่ะ แต่อศิอยากเจอพี่ชายใจดีคนนั้นอีก...แต่คงไม่ได้เจอแล้ว...เพราะแม่คงไม่พาอศิไปที่นั่นอีกแล้วละ...’ 

เพราะจดบันทึกเอาไว้ ทำให้ยิ่งจดจำเรื่องราวในอดีตได้อย่างชัดเจน...แต่สำหรับเรื่องในวันนั้น ถึงแม้ว่าจะไม่จดเอาไว้ แต่อศิราก็คิดว่าเธอยังคงจำได้แม่นยำ เพราะเป็นทั้งวันที่เธอดีใจที่สุดและผิดหวังที่สุดพร้อมๆกัน

ไม่รู้ว่าตอนนี้ พี่ชายคนที่เธอเคยเจอเมื่อสิบปีก่อนจะเป็นอย่างไรบ้าง จำได้เลาๆว่าเขาเป็นคนหน้าตาดีมาก รูปหล่อ ใจดีอย่างกับเจ้าชาย แล้วก็ยังให้กิ๊บติดผมรูปดาวกับเธอมาด้วย ทุกวันนี้อศิรายังเก็บกิ๊บแสนสวยอันนั้นเอาไว้อยู่เลย

แต่ว่า...ทำไมเธอรู้สึกว่า ‘พี่ชาย’ หน้าคล้ายๆกับอีตาอิรวัฒน์อยู่นะ...

“เป็นไปไม่ได้ คนใจดีน่ารักอย่างนั้นจะแปลงร่างเป็นคนหน้าโหดอย่างนั้นไปได้ยังไง ไม่มีทาง” เธอส่ายหน้า รีบสลัดภาพของอิรวัฒน์ให้หลุดไปจากสมองฟุ้งซ่านของตนเอง

“คงไม่มีโอกาสได้เจอกันอีก ไม่รู้ว่า ป่านนี้แล้ว พี่ชายจะยังจำกิ๊บอันนี้ได้หรือเปล่าเนอะ”

เธอหยิบกิ๊บขึ้นมาหมุนเล่นในมือ ดวงดาวระยิบระยับทอแสงล้อดวงไฟสวยงามเสมอ แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม เช่นเดียวกับความทรงจำของเธอที่มีต่อเขา

ยังคงแจ่มชัดสวยงาม เป็นสิ่งดีเล็กๆที่เข้ามา ในวันเวลาที่ชีวิตช่างมืดมน...

 

***********************************************************************

*****อิอิ มีรีดเดาทางไรท์ได้อีกแล้วววว เอาแล้วสิ อะไรจะเกิดต่อไปน้าาาา ตอนนี้ไรท์เปิดเฉลยหลายอย่างเลยอ่ะค่ะ ฝากติดตามด้วยนะคะ ^____<

ขอบคุณรีดทุกท่านมากๆเลยนะคะ ^^

ความคิดเห็น