ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 12

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ต.ค. 2562 12:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12
แบบอักษร

***ความค้างคาระดับ 10(มั้ง)*** 

 

 

 

12 

  

 

 

กึก 

"หือ?มีอะไรหรือคุณสามี?" ข้าเอ่ยถามเมื่อจู่ๆคุณสามีตัวโตของข้าซึ่งเดินคลอเคลียเคียงคู่กันมาก็ชะงักเท้าไป ดวงตาคมกริบสีทองวาวโรจน์หรี่ตาลงก่อนจะสาดส่องสายตาไปรอบๆกายอย่างระแวดระวัง 

"เปล่า" คุณสามีกล่าวก่อนจะเดินต่อ 

"อะไรของเค้า" ข้าบ่นอุบอิบก่อนจะรีบวิ่งเหยาะๆตามร่างสูงใหญ่นั้นไป โดยมีลูกๆวิ่งซนอยู่รอบๆกายเป็นกระพรวน 

"ท่านแม่ๆน้องกัดหางข้า" เบรทลูกหมาตัวที่สองของข้าวิ่งดุ๊กดิ๊กๆเข้ามาหาข้าทั้งน้ำตา ปากก็ฟ้องพรางเอี้ยวตัวให้ข้าดู ข้ากรอกตาน้อยๆกับภาพลูกหมาน้อยตัวแสบของข้าที่ใช้ปากเล็กๆคาบหางพี่ชายตัวที่สองของตนแน่น พี่ชายวิ่งไปทางไหนตัวน้องก็วิ่งตาม 

"น้องจะกินหางข้าแล้ว!" เบรทบ่นอุบอิบพรางสะบัดหางไล่น้องตัวเองจนก้นส่าย "เจ้าหิวเจ้าก็ไปกินนมท่านแม่ซิ!" 

โอ่ง! 

เจ้าตัวแสบร้องตอบเสียงอู้อี้เพราะหางที่คาอยู่ในปาก ดวงตากลมโตฉายแววระริกระรี้ หูตั้งหางส่ายอย่างร่าเริง 

"กาเบล" ข้าทำเสียงเขียว ครั้นพอโดนเอ็ดกาเบลก็หูลู่หางตกก่อนจะคายปากออกจากพวงหางของพี่ชาย ด้วยตาละห้อย 

หงิง 

ไม่วายส่งเสียงร้องออกมาอย่างเศร้าสร้อย ข้าส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะก่อนจะเดินเข้าไปคลอเคลียร่างนั้น พวงหางของเจ้าตัวแสบจึงกลับมาส่ายอีกครั้ง 

"ระวังโดนพี่ทำคืน ข้าจะไม่ช่วยเลย" ข้าเอ่ยแหย่ขำๆ 

โฮ่ง! 

"ท่านแม่อ๋า..." เจ้าตัวเล็กบ่นอุบอิบพรางเหลือบตามองพี่ชายตัวเองน้อยๆอย่างระหวาดระแวงตามคำเย้าแหย่ของข้า ก่อนจะรีบม้วนหางตัวเองเก็บไว้ใต้ท้องอย่างระแวดระวัง แต่สำหรับข้ามันชั่งน่าเอ็นดู 

กรรรร 

คุณสามีที่เดินนำหน้าไปไกลขู่คำรามในลำคอออกมาเมื่อเห็นข้ากับลูกๆไม่เดินตามไปเสียที  ข้าเห่าตอบกลับไป ก่อนจะรีบวิ่งตามไป โดยมีลูกๆวิ่งตามหลังมา ซึ่งก็แน่นอนว่าเจ้าตัวเล็กของครอกก็ต้องวิ่งตามมาด้วยขาหลังถ่างๆ เพราะหางที่ถูกม้วนเข้าใต้ท้องตัวเองอย่างระแวดระวังว่าจะโดนพี่ชายเอาคืนจึงทำให้วิ่งไม่ถนัดนัก 

ด้านคุณสามีที่เห็นว่าข้ารีบวิ่งไปหาก็หันหลังกลับไปและเดินต่อ ข้าเหลือบมองคุณสามีน้อยๆก่อนจะก้มลงกระซิบกับเจ้าตัวแสบทั้งสามเบาๆ 

"เรื่องที่เราเคยไปเล่นน้ำที่นี่ห้ามพูดให้คุณพ่อของเจ้าได้ยินเด็ดขาดนะรู้มั้ย"  ข้าเอ่ยเสียงเบา 

"ทำไมล๋า" ซิทเอ่ยถาม 

"นั่นสิคุณแม่ ข้าอยากให้คุณพ่อรู้เรื่องที่พี่กลางโดนข้าชนตกน้ำ" เจ้าตัวเล็กกล่าวอย่างภาคภูมิใจ สุดท้ายก็โดนเบรทมองค้อนใส่วงใหญ่ 

"เกิดคุณพ่อของพวกเจ้ารู้ คุณพ่อของเจ้าต้องโกรธแน่ๆเผลอๆเราอาจจะไม่ได้ออกมาเที่ยวเล่นที่นี่อีก ต้องนอนแออัดกันอยู่แต่ในโพรงนะ" ข้าเอ่ยตอบ ลูกๆของข้าครั้นพอรู้ว่าอาจจะไม่ได้ออกมาเที่ยวอีกก็ทำหน้าตกใจ ก่อนจะรีบพยักหน้ารับรู้รัวเร็ว 

กรรรรร 

"จะไปไม่ไป" คุณสามีที่หันกลับมามองอีกรอบเพราะเสียงฝีเท้าที่เงียบไปคำรามออกมาเสียงกร้าวเมื่อยังเห็นข้าหยุดเดินยืนอยู่กับที่ จนข้ากับลูกๆสะดุ้งโหยงรีบหันไปขานรับด้วยเสียงรนๆ 

"ปะ...ไปๆๆๆๆ" ข้าเอ่ยรัวเร็วก่อนจะรีบสาวเท้าไปหาร่างสูงใหญ่ 

โฮ่งโฮ่ง 

"คุณแม่รอข้าด้วยยยยย" เด็กๆเห่าตามหลังมา 

"เป็นอะไร" คุณสามีถามเสียงเข้ม หลังจากที่ข้ามาหยุดยืนข้างๆ ข้าสะดุ้งเบาๆก่อนจะเอ่ยตอบไปเสียงอ้อมแอ้ม 

"ปะ...เปล่า" 

"..." คุณสามีหรี่ตาลงอย่างกดดัน ข้าก้มหน้าเหลือบตามองเด็กๆก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่อง 

"รีบไปกันเถอะ ข้าหิวแล้ว" ข้าเอ่ยก่อนจะออกเดินนำหน้า เพื่อหนีสายตาจับผิด 

"...รู้ทางไปรึไง" คุณสามีกล่าว ข้าชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปมองอีกฝ่ายแล้วยิ้มแหยๆ 

...กะ...เกือบไปแล้ว!!!... 

"เหอะ!" คุณสามีพ่นลมหายใจออกมาก่อนจะเดินนำทาง แต่ก็ไม่วายก็หันกลับมามองข้าด้วยดวงตาคมกริบ "รีบตามมาก่อนข้าจะเปลี่ยนใจ" 

"ระ...รู้แล้วละน่า" ข้าบ่นอุบก่อนจะรีบตามไปติดๆ 

เดินมาได้ครู่หนึ่งคุณสามีก็หยุดเดิน ดวงตาคมสีทองเหลือบมองที่ข้าและลูกๆแล้วเบนสายตาไปที่ลำธารน้อยๆตรงหน้า ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปหาเงาไม้หลบแดดแล้วทิ้งตัวลงนอน เกยคางไว้บนขาหน้าซึ่งวางซ้อนกัน ข้าย่นคิ้วใส่คุณสามีอย่างงุนงงก่อนจะหันไปที่ลำธาร มันเป็นลำธารตรงบริเวณที่ใกล้กับที่ที่ข้าเคยแอบพาลูกๆหนีคุณสามีมาเที่ยวเล่นเมื่อสองสามวันก่อน 

...น้ำคงไม่ลึกอะไรมั้ง... 

ข้าลอบคิดในใจ ก่อนจะย่นคิ้วน้อยๆเมื่อเห็นว่าลูกๆทั้งสามตัวกำลังหมอบคู่เกาะขอบตลิ่งมองน้ำในลำธารอยู่ หางส่ายๆของเจ้าก้นสามก้อนส่ายดุ๊กดิ๊กๆไปมา 

...ครั้งที่แล้วพึ่งเตือนไปแท้ๆ... 

"หยุดเลยนะ!" ข้ากล่าวเสียงแข็ง 

เอ็ง! 

เด็กๆร้องออกมาอย่างตกใจก่อนจะรีบยันกายขึ้นแล้วหันกลับมามองข้าอย่างตื่นตกใจ ข้าเลียนแบบท่าทีของคุณสามีหรี่ตาลงจ้องลูกๆเขม็งอย่างกดดัน เด็กๆครั้นพอเห็นข้าจ้องมากๆเข้าก็หูตกหางลู่ ดวงตากลมใสแป๋วสามคู่สามัคคีส่งสายตาออดอ้อนจนข้าใจอ่อนยวบตามเคย 

"เกิดน้ำลึกจะทำยังไง" ข้าเอ็ดก่อนจะเดินไปริมตลิ่งแล้วใช้ขาหน้าวัดระดับน้ำ เมื่อเห็นว่าน้ำมันเลยอุ้งเท้ามาไม่มากก็เท่ากับว่าระดับน้ำมันไม่ลึกมาก ลูกหมาแสบจอมซนของข้าสามารถลงยืนได้ ข้าก็หันไปพยักหน้าให้เด็กๆเบาๆเป็นเชิงอนุญาต หางที่ลู่ลงกับพื้นกลับมาตั้งชี้ส่ายไปมาอย่างดีใจทันที เพียงชั่วอึดใจเจ้าตัวแสบทั้งสามก็พุ่งลงน้ำกันอย่างรวดเร็ว 

ข้ามองภาพนั้นก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา ครั้นพอหันไปหาคุณสามีก็เห็นว่าอีกฝ่ายก็กำลังจ้องมองภาพนั้นอยู่เช่นเดียวกัน แม้ท่าทีจะเรียบเฉยอย่างเก่าแต่ดวงตากลับฉายแววอ่อนโยนออกมาจนข้าสัมผัส ก่อนที่มันจะหายไปเมื่ออีกฝ่ายเหลือบตามามองข้าที่เดินเข้าไปใกล้ 

"ขอบคุณที่พาข้ากับลูกๆมานะ" ข้าก้มลงคลอเคลียอีกฝ่ายอย่างขอบคุณ คุณสามีผงกหัวขึ้นมาคลอเคลียข้าตอบอย่างรักใคร่ แต่จมูกยาวๆของคุณสามีที่ถูไถกับจมูกสั้นๆของข้าทำเอาข้าชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะอีกฝ่ายไม่เคยทำแบบนี้กับข้าเลย ดวงตาสีทองที่ฉายแววรักใคร่ออกมาอย่างไม่ปิดบังทำเอาข้าใจเต้นแรง ข้าคลี่ยิ้มกว้างก่อนจะถูจมูกตัวเองตอบไปแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว ปากก็เอ่ย 

"ข้ารักท่านน้า..." 

"หึ!ข้ารู้" คุณสามีกล่าวตอบ ก่อนจะละจมูกยื่นๆของตัวเองออกไปแล้วอ้าปากงับหน้าข้าเบาๆ 

"งุ้ย!ขี้โกงนี่" ข้าบ่นอุบเพราะรู้ดีว่าท่าทีแบบนี้สำหรับหมาป่ามันคืออะไร "ข้าทำคืนท่านไม่ได้นะ!" 

"หึ!" คุณสามีละปากกว้างๆพร้อมคมเขี้ยวอันน่าอิจฉาออก ก่อนจะเอ่ยเย้าแหย่ "หมาประหลาดอย่างเจ้าทำอะไรข้าได้ด้วยเหรอ?" 

"คุณสามี!" ข้าทำหน้ายู่ เพราะการกระทำที่หมายถึงว่าข้าจะไม่ทำร้ายเจ้าของอีกฝ่ายมันเป็นอะไรที่ปากสั้นๆและเล็กของข้าไม่สามารถทำกลับไปได้เลย 

"หึ!เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอกน่าภรรยาข้า" คุณสามีกล่าวยิ้มก่อนจะยื่นหัวมาคลอเคลียข้า

"จำเอาไว้เลย" ข้าบ่นอุบก่อนจะอ้าปากแทะปากยื่นๆของอีกฝ่ายเป็นการเอาคืน

"หึ!" คุณสามีหัวเราะออกมาจะสะบัดตัวออกแล้วใช้ร่างกายที่ใหญ่โตกว่าข้าของตัวเองกดข้าลงกับพื้น

"จะ...จะทำอะไรนะ!" ข้าร้องออกมาอย่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัวนั้น

"กินเจ้าไง" คุณสามีกล่าวพรางคลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมวาววับราวกับจะจับข้ากลืนลงท้องทั้งตัวดังปากว่า 

...ไม่เอาข้าไม่อยากถูกกิน!!!...

"มะ...ไม่เอา!ไม่ให้กินๆๆๆๆ" ข้าเบิกตากว้างดิ้นพร่านด้วยความกลัว

"ขัดขืนข้าได้รึ" คุณสามีแสยะยิ้มออกมา ขนตามตัวข้ารุกเกรียว

"ไม่เอาน้าาาาาา~" ข้าร้องออกมาสุดเสียง

แชะ!

วาบ!

เฮือก!

ในขณะที่ข้ากำลังจะโดนคุณสามีจับกินทันใดนั้นก็มีเสียงแปลกๆดังขึ้นมาพร้อมๆกับแสงวาบผ่านมาจากหลังพุ่มไม้ไม่ไกล ข้ากับคุณสามีสะดุ้งเฮือกอย่างตกใจก่อนจะรีบหันไปมองตรงที่มาเร็วๆ เสียงอันแปลกหูดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่พุ่มไม้นั้นจะสั่นไหวแรงๆ

กรรรรรร

คุณสามีละกายออกจากตัวข้าอย่างรวดเร็วไปยืนจังก้าอยู่ด้านหน้าข้าและขู่คำรามออกมาอย่างมาดร้าย ข้ารีบยันตัวขึ้นยืนก่อนจะหันไปเห่าเรียกลูกๆให้ขึ้นจากน้ำ

"อย่าอยู่ห่างข้า!" คุณสามีกล่าวเสียงเข้ม ข้าพยักหน้าเบาๆในขณะที่พยายามใช้ร่างของตัวเองบังลูกๆที่วิ่งเข้ามาซบ ตาก็จับจ้องไปที่พุ่มไม้ซึ่งนิ่งลงอย่างระแวดระวัง เพราะพวกข้าอยู่เหนือลมจึงทำให้ไม่ได้กลิ่นผู้แปลกถิ่นที่เข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่อาจรู้ได้ ซึ่งมันหมายถึงว่าตอนนี่ผู้ที่เสียเปรียบคือฝั่งข้ากับคุณสามีและมันไม่ดีเอาเสียเลย คุณสามีเองก็คงจะรู้เรื่องนี่จึงเอ่ยบางอย่างออกมา

"ถ้าข้าให้สัญญาณเจ้ารีบพาลูกๆวิ่งกลับฝูงไปเข้าใจหรือไม่" คุณสามีกล่าว

"ตะ...แต่" ข้าหันไปมองคุณสามีอย่างตกใจ

กรร

"เชื่อข้า!ปกป้องตัวเองและลูกซะ" คุณสามีหันมากล่าวเสียงแข็งก่อนจะหันกลับไปจับจ้องที่พุ่มไม้นั้นเขม็ง ข้ากัดปากตัวเองน้อยๆก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ "เตรียมตัว"

"..." ข้าลุ้นระทึกจนเผลอกัดปากตัวเอง ตาจับจ้องไปที่พุ่มไม้เขม็ง คิดไปคิดมามันก็ให้ความรู้สึกคล้ายกับว่าข้าหนีเที่ยวแล้วถูกคุณสามีโผล่ออกมาจับได้ สุดท้ายก็โดนทั้งกัดทั้งขี่จนเหมือนหมาป่วย คิดไปคิดมาอีกทีข้าก็แอบขมิบก้นตัวเองอย่างหวาดๆ

...ข้าตายแน่...

กรร

คล้ายคุณสามีกำลังล่วงรู้ว่าข้ากำลังคิดเพ้อเจ้อ อีกฝ่ายจึงขู่ในลำคอเรียกสติข้าเบาๆ ดวงตาคมเหลือบมามองข้าอย่างคาดโทษ ข้าได้แต่ยิ้มแหยๆกลับไป

...ข้าผิดไปแล้วคุณสามี...

แซก!

"วิ่ง!"

โบร๋วววววว

ปังปังปัง

เสี้ยวนาทีที่พุ่มไม้สั่นไหวอีกครั้ง คุณสามีก็เอ่ยสั่งเสียงดัง ข้าหันหลังกลับใช้จมูกดุนลูกๆออกวิ่งก่อนจะหอนออกมาเสียงดัง เพื่อหวังว่าจะมีหมาสักตัวในฝูงได้ยินและมาช่วยพร้อมๆกับเสียงอันน่ากลัวดังฟ้าผ่าที่ดังขึ้น ข้าเป็นห่วงคุณสามีแต่ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงลูกๆที่ยังเล็กด้วย ยิ่งเสียงฝีเท้าที่ดังตามหลังมาข้าก็ยิ่งกลัว สุดท้ายข้าก็ได้หอนออกมาดังๆเท่านั้น แต่แล้วก็ดูเหมือนว่าความหวังของข้ามันจะลิบหรี่ลงเมื่อจู่ๆก็ปรากฏร่างของหมาป่าขนสีน้ำตาลแปลกถิ่นกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ขวางทางข้าและลูกๆ

เหง๋ง

ลูกๆของข้าร้องออกมาอย่างตกใจและหวาดกลัว ข้าก้าวออกหน้าขวางหมาแปลกถิ่นอย่างระแวดระวัง แม้ใจจะกลัวแต่ท่าทีของอีกฝ่ายมันทำให้ข้าระแวงยิ่งกว่าจะกลัวเสียอีก

กรร

ข้าครางในลำคอใส่อีกฝ่ายเป็นเชิงเตือน สายตาที่จับจ้องมองข้าและลูกๆมันวาวโรจน์ราวกับว่าหมาป่าแปลกถิ่นกำลังเห็นข้าเป็นเหยื่อ เท่านั้นมันก็ชัดเจนแล้วว่าการมาของอีกฝ่ายไม่ใช่มาดีแน่ๆ แต่แล้วก็เหมือนกับข้าจะลืมอะไรบางอย่างไป

จึก!

เอ๋ง!

"คุณแม่!"

ความรู้สึกเหมือนโดนอะไรกัดเข้าที่ขาหลังทำให้ข้าร้องออกมาอย่างตกใจเช่นเดียวกับลูกๆที่ตกใจเสียงร้องของข้า ข้าเหลือบไปมองที่ขาหลังตรงบริเวณที่เจ็บก็พบเข้ากับแท่งไม้แปลกๆสีประหลาดปักอยู่ ครั้นพอมองเลยไปก็เห็นบางสิ่งที่น่าตกใจ ผู้ที่ทำร้ายข้า

...มันเหมือนกับข้า!!!...

กรร

โฮ่งๆ

เสียงเห่าอันเต็มไปด้วยโทสะที่ดังแว่วมาของคุณสามีดังไปทั่วบริเวณ อีกฝ่ายคงจะเห็นว่ามีสิ่งมีชีวิตแปลกถิ่นหลุดมาถึงข้าและลูกทั้งสามตัวซึ่งหนึ่งในนั้นมันทำร้ายข้าคุณสามีจึงพยายามจะมาช่วย แต่กลับถูกเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกันกับข้าแต่ยืนด้วยสองขาหลังและห่มกายด้วยหนังสัตว์ประหลาดๆอีกหลายตัวกันเอาไว้ เสียงดังดังฟ้าผ่าดังขึ้นต่อเนื่อง ข้าเห็นคุณสามีต้องกระโดดหลบอะไรบางอย่างและถอยห่างออกไปเรื่อยๆ ผ่านไปครู่หนึ่งข้าก็เริ่มรู้สึกงุนงงและง่วงงุนอย่างน่าประหลาด ร่างกายอ่อนแรงลง ตาเริ่มพล่าเหมือนเวลาจุ่มหัวลงน้ำเพื่อมองปลา

กรร

ทันใดนั้นเสียงร้องคำรามของเจ้าหมาต่างถิ่นก็ดังขึ้น ข้าดึงสติอันน้อยนิดคืนมาและหันไปมองเร็วๆจนพบว่ามันกำลังกระโจนใส่ข้าอย่างมุ่งร้าย ข้ากัดฟันแน่นแล้วดันลูกๆหลบหลังเพื่อหลบการโจมตี ขณะเดียวกันก็รู้ดีว่าข้าในสภาพนี้คงจะหนีไม่รอดจึงได้แต่ข่มตาแน่น แต่ทันใดนั้น

ปัง!

 

.……………………………………………….…………………….. 

 

ภาพหมาป่าขนสีดำตัวใหญ่พร้อมลูกหมาอีกสามตัวในลำธารมันไม่สร้างความตกใจอะไรให้กับผมเท่ากับร่างของเด็กหนุ่มวัยไม่ถึง 15 ปี ที่กำลังคลอเคลียจนเหมือนจะเลยเถิดกับหมาป่าตัวใหญ่ยักษ์ตรงหน้านั่น จริงอยู่ที่ผมตกใจตอนพวกเค้าเดินมาถึงจุดใกล้ๆนี้ แต่ภาพนั้นมันทำให้ผมอึ้งค้างไปเลย พอมองใกล้ๆผมก็ยิ่งรู้สึกว่าเด็กหนุ่มใบหน้ามอมแมม สมเผ้าปิดหน้าบางส่วน ร่างกายเปลือยเปล่านั้นมีใบหน้าที่ชวนให้คิดถึงเป็นอย่างมาก!

"บ้าน่า!" ผมพึมพำออกมา ก่อนที่ผมจะได้สติเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มกำลังดิ้นพร่านส่งเสียงร้องอย่างกับสัตว์ที่กำลังหวาดกลัวอยู่ใต้ร่างอันใหญ่โตของหมาป่ายักษ์ ผมรีบล้วงหยิบโทรศัพย์มือถือเครื่องเก่งที่เหลือแบตอันน้อยนิดและแน่นอนว่าไร้สัญญาณของตัวเองออกจากอกเสื้ออย่างเร่งรีบและไร้เสียงที่สุด ก่อนจะเปิดโหมดกล้องถ่ายรูปแล้วเตรียมกดถ่าย แต่แล้ว

แชะ!

"ชิบหายแล้ว! อุ๊บ!" ผมร้องออกมาอย่างตกใจก่อนที่ปากจะโดนเจ้าเลย์ใช้มือปิดเร็วๆ เมื่อตัวเองดันลืมปิดเสียงกล้องมือถือทั้งๆที่พยายามจะแอบถ่ายอีกฝ่าย แต่ให้ตายเหอะ

...มึงล้างมือบ้างมั้ย!...

กรร

เสี้ยววินาทีที่ผมเผลอร้องออกมา หมาป่าขนสีดำสนิทตรงหน้าก็ขู่คำรามออกมา มันยันกายขึ้นบดบังร่างของเด็กหนุ่มคนนั่นที่รีบรนรานลุกขึ้นอย่างปกป้อง

...ดูท่าจะงานเข้าแล้ว...

"เอาไงดีครับ" เลย์กระซิบถาม ลูกน้องคนอื่นๆกระชับปืนในมืออย่างเตรียมรับคำสั่ง ผมครุ่นคิดอยู่แว๊บนึงก่อนจะสะบัดหน้าออกจากมือเหม็นเหงื่อของลูกน้องตัวเองแล้วกระซิบสั่ง

"ฉันอยากได้ตัวเด็กคนนั้น" ว่าพรางเหลือบมองร่างของเด็กหนุ่มเนื้อตัวเปลือยเปล่าคนนั้นก่อนจะหันกลับไปมองเหล่าลูกน้องตัวเอง "เตรียมปืนยาสลบ ถ้าไม่จำเป็นอย่าฆ่า"  ผมกล่าวเพราะดูท่าแล้วหมาป่าตัวนั้นคงจะสำคัญกับเด็กหนุ่มปริศนาตรงหน้ามากแน่ๆหากเผลอทำอะไรร้ายแรงไปดูท่าเรื่องคงไม่จบง่ายๆ เหล่าลูกน้องพยักหน้าอย่างรู้หน้าที่ ผมถอดปลอกกระสุนปืนธรรมดาออกแล้วเปลี่ยนเป็นปลอกกระสุนปืนยาสลบแบบพิเศษที่สั่งทำมาพร้อมกับตัวปืนขึ้นใส่แทน

"นับหนึ่งถึงสาม" ผมกล่าวเบาๆ พรางเหลือบมองลูกน้องที่หยิบปืนยาสลบออกมาจากกระเป๋าอย่างเตรียมพร้อม "สาม!"

"เฮ้ย!" เหล่าลูกน้องอุทานออกมาเสียงดังเมื่อจู่ๆผมก็นับสามแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย พรางผลุดลุกขึ้นเล็งปืนยาสลบไปที่ร่างของเด็กหนุ่มปริศนาที่ออกตัววิ่งอย่างตื่นกลัว ซึ่งเป็นขณะเดียวกันกับที่ร่างของหมาป่าตรงหน้าเตรียมท่าจะกระโจนเข้าใส่ผม

ปัง!

เลย์ที่ได้สติรีบลั่นไกปืนใส่ร่างอันใหญ่โตนั้นทันที แต่ปฏิกิริยาอันว่องไวของลูกน้องคนสนิทในทีมที่ว่าไวจนน่าตกใจแล้ว ปฏิกิริยาของเจ้าหมาป่าตรงหน้าผมนั้นมันดันว่องไวกว่า มันสามารถกระโดดหลบลูกกระสุนที่เลย์ยิ่งออกไปได้อย่างง่ายดาย ทั้งๆที่มองไม่เห็นกระสุนปืนด้วยซ้ำ

"ชิ!" เลย์สบทออกมา แม้ปฏิกิริยาจะว่องไวจนน่าทึ่งแต่การยิงปืนออกไปทั้งที่ยังไม่ได้เล็งแบบกะทันหันทำให้กระสุนคราดเป้าไป

"คุณชายไปเลยครับ!!!" ไมท์กระโจนออกมาขวางหน้าผมกับหมาป่าตัวนั้นพร้อมๆกับคนอื่นๆก่อนจะตะโกนบอกเสียงดัง

"ฝากด้วย!" ผมขานรับก่อนจะออกตัววิ่งตามร่างของเด็กหนุ่มปริศนาที่ควบสี่ขาหนีผมไปเมื่อครู่

ปัง ปัง ปัง

กรรรรร

เสียงปืนและเสียงคำรามดังตามมาเลื่อยๆ ผมเหลือบกลับไปมองก็พบว่าเหล่าลูกน้องกำลังยิงปืนสกัดหมาป่าสีดำสนิทตัวนั้นอย่างสุดความสามารถ มันพยายามจะวิ่งฝ่าเหล่าลูกน้องผมออกมาแต่ก็ถูกพวกนั้นยิงปืนขู่ใส่จนต้องถอยล่นไปเรื่อยๆ ผมหันกลับไปมองร่างของเด็กคนนั้นอีกครั้งก่อนที่หัวใจของผมจะเหมือนหล่นวูบลงเหว เมื่อจู่ๆก็ปรากฏร่างของหมาป่าขนสีน้ำตาลตัวใหญ่อันคุ้นเคยกระโจนออกมาจากพุ่มไม้ข้างทางมาขวางหน้าเด็กหนุ่มปริศนาที่ผมกำลังวิ่งตาม

กรร

เอ๋ง!

เด็กคนนั้นร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อเห็นเด็กหนุ่มคนนั้นชะงักไปผมก็อาศัยจังหวะนั้นเล็งปืนใส่อีกฝ่ายและยิงออกไปทันที เด็กหนุ่มคนนั้นร้องออกมาราวกับสัตว์บาดเจ็บ ตอนแรกก็ยอมรับว่าผมแอบแปลกใจอยู่บ้างที่เด็กหนุ่มคนนั้นชะงักไปแทนที่จะวิ่งเข้าไปหาร่างหมาป่าขนสีน้ำตาลเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ไอ้ท่าทีแวดระวังยันกายขวางหน้าลูกหมาทั้งสามตัวที่คอยวิ่งตามอยู่ของเด็กคนนั้นผมก็เริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง หมาป่าตัวนั้นเป็นคนละฝูงกับหมาป่าขนสีดำ!!!

กรร

แล้วก็เหมือนว่าจะเป็นไปตามอย่างที่ผมเดาเอาไว้เมื่อจู่ๆหมาป่าขนสีน้ำตาลตัวนั้นก็กระโจนเข้าใส่ร่างของเด็กหนุ่มปริศนาอย่างมุ่งร้าย

"เวรเอ้ย!" ผมสบทออกมา ก่อนจะรีบยกปืนขึ้นเล็งไปที่ร่างของหมาป่าตัวนั้น แต่เสี้ยววินาทีที่จะลั่นไกปืน สมองก็ดันประมวลความคิดหนึ่งออกมาได้เสียก่อน

...กระสุนในปืนมันเป็นกระสุนยาสลบ ต่อให้ยิงโดนมันก็ไม่ได้หมายความว่าหมาป่าตัวนั้นจะหยุด!...

"Damn!" ผมสบทออกมาเสียงดัง เสี้ยววินาทีก่อนที่หมาป่าตัวนั้นจะกระโจนถึงตัวเด็กหนุ่มปริศนา หูผมก็ได้ยินเสียงลั่นไกปืน รับรู้ได้ถึงสายลมวูบหนึ่งที่พัดผ่านใบหน้าไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด เจอะเข้าที่กลางหน้าผากของหมาป่าตัวนั้นเข้าพอดี ร่างของหมาป่าตัวนั้นสะบัดไป ก่อนที่จะล่วงลงพื้นไม่ไกลจากร่างของเด็กหนุ่มปริศนาจนเกือบทับร่างเล็กๆนั้น ผมหันไปมองมือยิงเร็วๆอย่างตกใจ

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาคมคายติดหวานเล็กๆ สวมแว่นกรอบสีดำในชุดเดินป่าสีเขียวเข้ม ผมสั้นสีดำจับเซตอย่างสวยงามราวหนุ่มออฟฟิศผิดกับการแต่งกายและสถานที่ มือข้างหนึ่งถือปืนมั่น อีกมือใช้นิ้วดันแว่นให้เข้าที่ ผมมองภาพนั้นอย่างอึ่งๆ ถ้าไม่ติดว่าสภาพพระเอกแสนเท่บาดใจแบบนี้ ในสถานการณ์แบบนี้ที่มีแต่ในหนังมันก็คงจะไม่มีใครคิดว่าจะได้เห็นกับตาตัวเอง

"..."

"..." อีกฝ่ายเงียบผมก็เงียบ ปากอ้าพะงาบๆเหมือนกับหาเสียงตัวเองไม่เจอ

"..." เมื่ออีกฝ่ายลดปืนในมือลงก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผมหาเสียงตัวเองเจอพอดี

"ฟะ...เฟย...นาย...ยิ่งปืนเป็นด้วยเหรอ?"

...ก็แหงล่ะใครจะคิดว่าเลขาส่วนตัวที่ปกติจะเนี้ยบแบบสุดๆจะจับปืนได้ แถมยังยิงแม่นขนาดนี้กันเล่า!....

 

.……………………………………………….…………………….. 

ภาพของคู่ครองที่ถูกต้อนจนล้มลงทำให้ใจข้าเต้นรัวอย่างไม่เป็นระส่ำ ข้ากัดฟันกรอดขู่คำรามออกไปใส่เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดที่คล้ายคลึงกับภรรยาตัวน้อยของข้าอย่างมุ่งร้าย ครั้นจะเข้าไปช่วยบิทตัวเองก็ดันถูกพวกมันกันเอาไว้จนน่ารำคาญ เสียงดังดังฟ้าผ่าที่ดังขึ้นพร้อมๆกับสัญชาตญาณที่กู่ร้องให้ข้าต้องกระโดดหลบจนค่อยๆถอยห่างจากคู่ครองมากขึ้นทีละนิดๆยิ่งทำให้ข้าร้อนใจ ลูกๆของข้าพยายามเห่าไล่เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ก้าวเข้าไปหามารดาตัวเองซึ่งหลับไปแล้วอย่างไม่หวั่นเกรง แต่ข้ารู้ว่ามันช่วยอะไรได้ไม่มากหรอก อย่างมากก็แค่ถ่วงเวลาเพียงนิดเท่านั้น

ปัง

กรรรรรร~

เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมๆกับที่ข้ากระโดดหลบมันได้แบบฉิวเฉียด แม้จะไม่เห็นมัน แต่พื้นดินที่เป็นรูตรงจุดใกล้กับที่ที่ข้าเคยยืนอยู่เมื่อครู่ก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามันมีอะไรบางอย่างที่มาพร้อมกับเสียงนั้น และมันเป็นอันตรายแต่ข้ารอไม่ได้

กรรรร

ข้าคำรามออกมาก่อนจะก้าวพุ่งเข้าใส่เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนั้น พวกมันดูตกใจที่ข้าวิ่งเข้าใส่ บ้างก็กระโดดหลบ บ้างก็ยื่นเจ้าสิ่งสร้างเสียงฟ้าผ่ามาที่ข้า แต่ข้าไม่สนอะไรแล้ว เมื่อตามองเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดผลักลูกๆของข้าออกห่างแล้วเข้าไปใกล้คู่ครองของข้า ความหวาดกลัวเกาะกุมหัวใจข้าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกของข้ากำลังร้องบอกว่าพวกมันจะมาพรากบิทไปจากข้า และข้าไม่มีวันยอม!

กรรรร

ข้าวิ่งชนเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เข้ามาขวาง ขาทั้งสี่ก้าวออกไป ทันใดนั้นเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมๆกับความรู้สึกเจ็บที่ขาหลัง ข้ากัดฟันแน่น แม้จะรู้สึกเจ็บอยู่บ้างแต่ข้าก็ไม่ละความพยายามก่อนที่ความรู้สึกเจ็บราวกับโดนทิ่มแทงจะแล่นเข้ามาในหัว ขาที่ก้าววิ่งชะงักไปข้ากัดฟันแน่น ตาเหลือบมองไปที่บริเวณนั้นเร็วๆ แท่งไม้ประหลาดปักอยู่ที่ขาหลังข้างหนึ่งของข้า ข้าละสายตาออกจากมันกลับไปมองที่เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดซึ่งกำลังคุกคามคู่ครองของข้าอีกครั้ง

...อีกแค่นิดเดียว...

เสียงโหวกเหวกดังออกมาจากเหล่าสิ่งมีชีวิตประหลาดด้านหลังข้าก่อนที่ข้าจะทรุดลงเมื่อถูกแท่งไม้ประหลาดปักเข้าที่ขาและสะโพกอีกครั้ง ข้ากัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด ร่างกายราวกับไร้เรี่ยวแรงลงเสียดื้อๆ หัวหนักและเริ่มมองไม่เห็น ข้าหอนออกมาเสียงดังเพื่อเรียกใครมาช่วย เสียงฟ้าผ่าประหลาดคงทำให้หมาป่าในฝูงได้ยินบ้างไม่มากก็น้อยก่อนที่ข้าจะถูกเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดกระโดดขึ้นมาค่อมเหนือกาย กดร่างของข้าไว้กับพื้น ข้าพยายามดิ้นหนีแต่ก็ไร้ผลด้วยท่ามกลางร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงและสติอันเรือนราง ข้าเพียงได้แต่หวังว่าจะมีใครได้ยินเสียงเรียกหาของข้าบ้างอย่างเจ็บใจกับความไร้พลังของตนเอง ก่อนที่สติจะหมดลงภาพของลูกๆที่โดนสะบัดออกมันติดตาแต่เสียงหอนอันคุ้นเคยที่ดังแว่วมาทำให้ข้าเหมือนมีความหวังอีกครั้ง

 

.……………………………………………….…………………….. 

  

ปัง

"หืม?"

เสียงฟ้าผ่าปริศนาที่ดังแว่วๆมาทำให้หมาป่าหนุ่มขนสีเทาผงกศีรษะขึ้นมองตามที่มาของเสียงนั้น เช่นเดียวกับนางหมาป่าขนสีน้ำตาลอ่อนที่นอนอยู่ข้างๆ เกรย์หรี่ตามองตามทิศทางนั้นอย่างสงสัยใคร่รู้ ใบหูเรียวแหลมกระดิกเบาๆยามที่เสียงฟ้าผ่านั้นดังขึ้นมาอีกครั้งติดต่อกันจนน่าประหลาด

"เกรย์" นางหมาป่าครางชื่อคู่ครองตนเบาๆอย่างหวั่นใจ เสียงดังคล้ายฟ้าผ่านั้นมันไม่ปกติเอาเสียงเลย ครั้นแหงนหน้ามองบนฟ้าก็พบแต่เพียงก่อนเมฆาน้อยใหญ่ที่ลอยเอื่อยๆตามลม ไร้เมฆสีดำที่จะมาเตือนก่อนฝนตกดังทุกที

"กลับเข้าโพลง" หมาป่าหนุ่มเอ่ยสั่งเสียงเข้ม นางหมาป่าสาวพยักหน้าเบาๆ

"ระวังตัวด้วย" กล่าวจบนางหมาป่าก็รีบรุดกลับโพลงดินไป เกรย์มองร่างนางหายเข้าไปในโพลงจนลับตาก็รีบก้าวเท้าออกวิ่งไปสังเกตการณ์ทันที แต่ยังวิ่งไปไม่ทันไรก็ถูกเรียกจากด้านหลังเสียก่อน

"พี่เกรย์" กรายที่วิ่งตามหลังมาเอ่ยเรียกพร้อมๆกับกราฟที่วิ่งอยู่เยื่องๆกันมากับหมาป่าในฝูงอีกสองสามตัว หมาป่าหนุ่มหยุดมองน้องร่วมคอกทั้งสอง ก่อนจะเอ่ยถามเมื่ออีกฝ่ายวิ่งมาหยุดอยู่ใกล้ๆ

"พวกเจ้าก็ได้ยินหรือ?" เกรย์เอ่ยถาม หมาป่าตัวอื่นๆพยักหน้ารับ

"เสียงฟ้าผ่ามันผิดปกติ" หมาป่าขนสีเทาตัวหนึ่งเอ่ย

"ข้าก็คิดเช่นนั้น" เกรย์เอ่ยรับก่อนจะออกวิ่งโดยมีหมาป่าตัวอื่นๆวิ่งตาม "ไอ้บ้านั่นไม่มาด้วยหรือ?" หมาป่าหนุ่มหันไปถามน้องในคอก

"ข้าไม่เห็นมันเลย" กรายเอ่ยตอบขณะวิ่งอยู่ข้างพี่ใหญ่ในคอก

"แปลก" เกรย์ย่นคิ้ว

"ข้าก็สงสัยอยู่ ปกติเรื่องพวกนี้มันไม่มีทางพลาดแท้ๆ"  กราฟเอ่ยต่อ

"ข้าเห็นด้วย"  กรายเอ่ยสนับสนุน เกรย์พยักหน้ารับน้อยๆ

"ถ้าพวกเจ้าหมายถึงกราเซีย ข้าเห็นมันกับคู่ครองพร้อมพวกลูกหมาเดินเข้าไปในป่า"  หมาป่าขนสีเทาตัวหนึ่งกล่าว พี่น้องหมาป่าทั้งสามย่นคิ้ว

"เข้าป่า?ไปไหน?" เกรย์เอ่ยถามต่ออย่างคาใจ ในขณะที่สัญชาตญาณเริ่มกู่ร้องเตือนถึงบางสิ่ง จนเริ่มเป็นกังวล

"ก็ไป..."

โบ๋ววววววว~

ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะทันได้เอ่ยตอบจนจบ หูของเหล่าหมาป่าทั้งกลุ่มก็ได้ยินเสียงหอนขอความช่วยเหลืออันคุ้นเคยแว่วๆมา

"เสียงหอนกราเซีย!" หมาป่าขนสีเทาเข้มเอ่ยออกมาอย่างตื่นตระหนก ในขณะที่สามพี่น้องหมาป่าก็ร้องออกมาอย่างตกใจไม่แพ้กัน

"บิท!!!"

"รีบวิ่งเร็วเข้า!!!!" เกรย์กัดฟันกรอด ร้องคำรามออกมาเสียงกร้าว ขาทั้งสี่ควบเร็วไปตามทิศทางนั้นทันที

โบร๋ววววววว~

เหล่าหมาป่าหนุ่มหอนออกมารับเสียงขอความช่วยเหลือของกราเซีย แต่หูกลับไม่ได้ยินเสียงร้องตอบมาจากอีกฝ่ายหลังจากนั้นเลยแม้แต่น้อย เหล่าหมาป่าเริ่มเป็นกังวลมากขึ้น ขาทั้งสี่รีบควบรัวเร็วตามทิศทางของเสียงก่อนหน้านี้ ในใจก็ได้แต่หวังว่ามันจะเป็นทิศทางที่ถูกต้องและพวกตนก็สามารถช่วยเหลืออีกฝ่ายได้ทันท่วงที

โบร๋ววววว

เหล่าฝูงหมาป่าขนาดย่อมหอนเรียกออกมาอีกหลายครั้งเพื่อร้องเรียกกราเซีย แต่ก็ไร้การโต้ตอบกลับมาจากหมาป่าหนุ่มขนดำ จนกระทั่งจู่ๆก็มีเสียงหอนตอบกลับมา แต่มันกลับไม่ใช้เสียงหอนตอบของหมาป่าขนดำที่พวกตนกำลังเรียกหา

โบร๋ววววว

"เสียงกาเซล!!!" หมาป่าขนสีเทาเข้มตัวหนึ่งเอ่ยขึ้น "ทางนั้น!"

สิ้นคำเหล่าฝูงหมาป่าขนาดย่อมก็รีบพุ่งไปในทิศทางนั้นอย่างรวดเร็ว วิ่งมาได้ครู่หนึ่งเหล่าผู้ตามล่าก็พบกับหมาป่าขนดำที่กำลังตามหา แต่ก็พบในรูปลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก

"กราเซีย!" เกรย์เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงดัง เมื่อเห็นว่าหมาป่าขนดำคู่ครองของน้องเล็ก(ประหลาด)ในคอกของตน นอนฟุบอยู่บนพื้นอย่างไร้สติ โดยมีร่างของลูกหมาป่าสามตัวนอนซุกอยู่ใกล้ๆพยายามส่งเสียงร้องปลุกอยู่ไม่ห่างอย่างน่าสงสาร ใกล้กันนั้นก็มีร่างของหมาป่าขนสีดำอีกตัวยืนเฝ้าวนเวียนอยู่ใกล้ๆ แต่กลับไร้เงาของน้องชายประหลาดของตน หัวใจดวงน้อยๆของพี่ๆในคอกก็ห่วงดิ่งลงเหว

"บิท!!!!"

 

 

.......................................................................................................................................................................................................................................

20 ต.ค 62 / 12:12 น.

ดีจ้าไรท์มาเสิร์ฟความค้างคาต่อเนื่องแล้ววิ่งหนีละจ้าาาาาาา~ 

นักอ่านบอกกูค้างกว่าเดิมอีก 555 

การฝึกงานผ่านไปได้ด้วยดีแล้วนะคะ แค่อุปสรรคของไรท์ยังไม่จย แง้~~ 

ช่วงที่ว่างๆจากการฝึกงานไรท์มานั่งคิดๆดูแล้วค่ะ ไรท์ว่าเนื้อเรื่องมันสามารถลงดีเทลได้อีกนิดหน่อย ซึ่งแน่นอนว่าไรท์จะลงดีเทลเพิ่มซึ่งมันจะหมายความว่าเรื่องนี้จะยาวขึ้นอีกหน่อยแต่ขณะเดียวกันมันก็หมายความว่าหลังจากนี้ไรท์อาจจะหายไปอีกนะคะ เพราะนิยายด้วยส่วนหนึ่งและอะไรหลายๆอย่าง ทั้งๆที่จริงๆอยากแต่งให้จบไวๆแล้วเปิดซี่รี่ย์ใหม่ดังที่ตั้งใจ แต่ก็นะรีบไปเดี๋ยวแป๊กค่อยๆไปตามสไตล์ไรท์นี่แหละดีแล้ว  

คนเราถ้าทำอะไรด้วยความรัก มันก็จะออกมาดีนะคะ เลิฟๆ 

 

31 ส.ค 62 / 20:05 น.

เสิร์ฟความค้างคา555 //วิ่งหนี 

หลังจากหายไปนานในที่สุดก็ได้โอกาสแวะมาอัพแล้ว เย้ๆ ทุกคนสบายดีมั้ยคะ 

ไรท์ฝึกงานเหนื่อยมากเลยค่ะ ต้อแต้ 

ปล.ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยรักษาสุขภาพกันด้วยนะคะ 

เมนท์ติชมแสดงความคิดเห็นได้นะคะ 

แล้วเจอกันค่ะ  

:) 

ความคิดเห็น