email-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์น่ารักๆและนักอ่านที่สนับสนุนทุกคนนะคะ 🎀🍀🎊😂☺️🐰🍓☀️🍄🔆🎄🕌☀️🎁👑

บทที่ ๒.๑ ชาตินี้ข้าจะไม่ฆ่าคน (rev.เพิ่มเติม)

ชื่อตอน : บทที่ ๒.๑ ชาตินี้ข้าจะไม่ฆ่าคน (rev.เพิ่มเติม)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 15 เม.ย. 2563 04:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๒.๑ ชาตินี้ข้าจะไม่ฆ่าคน (rev.เพิ่มเติม)
แบบอักษร

 

 

 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนที่ร่างบางจมหายไปในมวลโลหิตที่มีความลึกราวกับไม่มีจุดสิ้นสุด

ลั่วหวินซีที่ถูกดึงลงไปใต้บ่อโลหิตก็รู้สึกราวกับว่าร่างกายกำลังจะแตกสลาย แรงบีบอัดรอบด้านทำให้นางปวดร้าวไปถึงกระดูก

โลหิตสีแดงโอบล้อมดุจดั่งงูตัวใหญ่ที่เลื้อยพันรอบตัวนางอย่างบ้าคลั่งและรุนแรง นางรับรู้ได้ทันทีว่าร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างกระทันหัน

นางไม่เจ็บปวดบริเวณหน้าอก แต่กลับรู้สึกว่าหัวใจที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสกำลังถูกเยียวยาอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันร่างทั้งร่างของนางก็กำลังถูกแรงกดดันทางพลังบีบจนเกือบจะแหลกสลายกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลหิตในบ่อแห่งนี่

ร่างบางที่จมอยู่ท่ามกลางสายเลือดที่เดือดพล่าน คล้ายจะหายใจไม่ออกราวกับจมอยู่ใต้น้ำลึก

นางรู้สึกเหมือนกำลังจะตาย แต่ร่างกายและจิตใจกลับต่อต้าน

ลั่วหวินซีกัดฟันแน่นอย่างทรมาน ในหัวเริ่มเข้าใจวิถีแห่งบ่อโลหิตทีละนิดละนิด นางไม่รู้ว่าตัวเองเริ่มเข้าใจถึงการมีอยู่ของวิถีได้อย่างไร ราวกับว่าความคิดและร่างกายของนางตอบสนองเองตามธรรมชาติ

มันเป็นไปตามความคุ้นเคยอย่างกับว่านางเคยผ่านเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่เห็นได้ชัดว่านางเพิ่งมาเยี่ยมเยียนสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรก ต้องบอกว่าโลกแปลกใหม่ใบนี้นางไม่เคยพบเห็นเลยด้วยซ้ำ แล้วนางจะมาเข้าใจหรือคุ้นเคยเช่นนี้ได้อย่างไร

ลั่วหวินซีหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ นางก็ไม่เสียเวลานึกถึงมันอีก นางตั้งใจเข้าถึงวิถีอย่างจริงจังอีกครั้ง และครั้งนี้นางผ่อนคลายและสงบนิ่ง ปล่อยร่างกายให้เป็นอิสระ ล่องรอยดุจเทพธิดาที่กำลังนอนหลับอยู่ก็มิปาน

ไม่ตายกลายเป็นตาย ตายกลายเป็นไม่ตาย มีชีวิตดุจดั่งไร้ชีวิต ไร้ชีวิตดุจดั่งมีชีวิต

เป็นหรือตายล้วนแต่เป็นหนึ่งในวิถี จิตวิญญาณถือเป็นแก่นแท้ ร่างกายตาย แต่จิตวิญญาณยังคงอยู่ แข็งแกร่ง มั่นคง และไม่ดับสูญ

ลั่วหวินซีเริ่มยกยิ้มบางๆขึ้นในขณะที่กำลังแบกรับความเจ็บปวดที่ทบเท่าทวีคูณ

นางตั้งมั่นรวบรวมพลังจิตทั้งหมดในร่างกายให้รวมอยู่ที่เดียว

แม้ตาย จิตวิญญาณยังคงอยู่ เมื่อจิตวิญญาณยังคงอยู่ ก็สามารถฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้!

ปัง!

เสียงระเบิดดังขึ้นมาจากบ่อโลหิต หยดเลือดทุกหยดที่อยู่ในบ่อไหลซึมเข้าไปในร่างบอบบางของลั่วหวินซีอย่างบ้าคลั่ง

ส่วนร่างกายของนางก็ค่อยๆขับเอาเลือดของตัวเองออกมา บ่อโลหิตจึงกลายเป็นกระแสเลือดสีดำอย่างน่ากลัวราวกับกระแสเลือดของปีศาจดุร้ายที่กำลังจะฆ่าล้างบางสิ่ง

กลิ่นอายดำมืดสายหนึ่งจากก้นบ่อถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอย่างลึกลับ กระแสน้ำวนที่อยู่ลึกที่สุดก่อตัวอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าหยาดโลหิตและจิตวิญญาณของลั่วหวินซีเกี่ยวพันกับมันเป็นพิเศษ

ทว่าไม่นานกลิ่นอายดำมืดสายนั้นก็จางหายไป ภายใต้บ่อที่เกิดกระแสน้ำวนจึงค่อยๆสงบลง

ลั่วหวินซีไม่รู้ว่าใต้บ่อเกิดบางสิ่งที่ผิดปกติขึ้น นางค่อยๆลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ปลายจมูกสัมผัสได้ถึงสายลมเย็นๆ ร่างบางจึงลืมตาตื่นสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าร่างกายอย่างรวดเร็ว

“ฟู่!” ดวงตากระจ่างใสเผยความเย็นชาและสุขุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าราวกับผลึกน้ำแข็ง

นี่ถึงจะเป็นตัวตนของนาง ตัวตนและนิสัยของนางจากโลกก่อนที่นางมักจะแสดงออกมาเสมอ

หลังจากผ่านการทนรับความเจ็บปวดมาได้ นางก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนได้ร่างกายมาใหม่ก็มิปาน

ขาวสะอาดและบริสุทธิ์ พลังจิตเบาบางที่อยู่ภายในบ่งบอกว่านางสามารถฝึกพลังขั้นต้นได้แล้ว

รอยยิ้มมุมปากอวบอิ่มสีแดงฉ่ำจึงกดลึกกว่าเดิม นัยน์ตาสีดำดุจก้อนถ่านมีความพึงพอใจปรากฎออกมาให้เห็นก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว

รอยฝ่ามือสีม่วงช้ำที่บริเวรหน้าอกหายไปอย่างไร้ร่องรอย เลือดในกายพุ่งพล่าน ใบหน้างดงามของลั่วหวินซีมีชีวิตชีวามากขึ้นหลายส่วน

ร่างบางลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นมาจากบ่อโลหิต เลือดทุกหยดที่ติดเสื้อผ้าและผิวกายถูกดึงกลับลงไปในบ่ออย่างน่าอัศจรรย์

ภาพตรงหน้าทำให้ลั่วหวินซีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนล้างสมองครั้งใหญ่ แต่นางยังคงสงบนิ่งเก็บความตื่นตะลึงเอาไว้ภายในใจเงียบๆ

เห็นทีคงต้องทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมให้ละเอียดว่าโลกแห่งนี้เป็นเช่นไรกันแน่

นางเดินไปที่สัมภาระที่ถือติดมือมาด้วยตอนแรก ก่อนจะชะงักค้างหันมองรอบตัวอย่างระแวดระวังในทันที

เมื่อสายตามองไม่เห็นถึงการเคลื่อนไหวหรือการคงอยู่ของบุคคล นางจึงค่อยๆสงบใจลงและหันกลับมามองที่สัมภาระของตัวเองด้วยความสงสัย

เสื้อผ้าของนางถูกนำมาวางไว้อย่างเรียบร้อย ด้านบนมีขวดยาอยู่หนึ่งขวดพร้อมกับจดหมายฉบับหนึ่งที่เขียนข้อความเอาไว้สั้นๆ

‘ยาที่ข้ามอบให้ ช่วยในการฟื้นฟูร่างกาย หลังขึ้นมาจากบ่อโลหิต เจ้าควรจะกินมัน...’

ลั่วหวินซีอ่านจบก็ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น มีคนอยู่ที่นี่ตอนที่นางลงไปในบ่อโลหิตด้วยหรือ

แต่คนคนนั้นคือใครกัน เหตุใดนางถึงไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ว่ามีเขาอยู่

แกร๊ก..

เสียงบางอย่างร่วงหล่นลงมาจากซองจดหมาย ลั่วหวินซีปลายตามองก่อนจะก้มลงไปเก็บขึ้นมาอย่างพิจารณา

ป้ายหยกขาวที่ถูกแกะสลักเป็นรูปหงส์อย่างงดงาม ดูคล้ายกับเป็นของล้ำค่าที่หาได้ยากมาก

ทว่ามันมีอยู่เพียงแค่ครึ่งเดียว เดาได้ว่ามันคงจะเป็นป้ายหยกคู่ อีกครึ่งหนึ่งน่าจะอยู่กับเจ้าของป้ายหยกชิ้นนี้อย่างแน่นอน

นางไม่เข้าใจและรู้สึกสับสนเล็กน้อย คนคนนี้คือใคร เหตุใดถึงต้องช่วยนาง และยังทิ้งป้ายหยกเอาไว้ให้นางดูต่างหน้าอีก พิลึกจริงๆ

ร่างบางส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหันไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแทน โดยไม่ลืมที่จะห้อยป้ายหยกชั้นดีชิ้นนี้ติดไว้ที่เอวบาง

คนๆนี้ถึงจะดูพิลึกไปบ้าง แต่ก็ทำให้นางรู้สึกสนใจขึ้นมา แม้จะไม่รู้ว่าเขาคือใครนางก็ยังอยากจะลองตามหาดูสักครั้ง

ลั่วหวินซีก้มลงไปหยิบขวดยาขึ้นมามองดู ก่อนจะเปิดฝาออกสูดดมกลิ่นของมันเพื่อตรวจสอบให้ละเอียด

กลิ่นสมุนไพรชั้นดีที่อัดแน่นอยู่ในยาเม็ดนี้ลอยแตะจมูก อีกทั้งยังทำให้ผู้สูดดมรู้สึกสบายตัว แค่นี้ก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่าเป็นยาล้ำค่าเม็ดหนึ่ง

นางที่เพิ่งขึ้นมาจากบ่อโลหิตแน่นอนว่าร่างกายกลับมาแข็งแรงดั่งเดิมแล้ว แต่ความเหนื่อยล้าจากการทนรับความเจ็บปวดก็ยังคงหลงเหลืออยู่บ้าง

ยาเม็ดนี้สามารถช่วยให้นางฟื้นฟูร่างกายได้จริงอย่างที่ในจดหมายเขียนระบุเอาไว้ไม่มีผิด เป็นของดีเลยทีเดียว

ไม่แน่ยาเม็ดนี้อาจจะมีค่ามากกว่าแก้วแหวนเงินทองมากมายนัก

ลั่วหวินซียิ่งคิดยิ่งพิจารณานางก็เริ่มมีสีหน้ามืดครึ้มลงเรื่อยๆ นางรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความเป็นธรรม นี่ไม่ยุติธรรมเลยที่นางไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือผู้ใด

นางไม่ชอบติดค้างใคร แล้วนี่มันอะไรกัน

นางกำลังติดค้างคนๆ หนึ่งอยู่ และนางก็ไม่รู้ว่าคนคนนั้นคือใคร ชื่ออะไร หน้าตาแบบไหน เป็นเช่นนี้แล้วนางจะตอบแทนอีกฝ่ายได้อย่างไร

มีเพียงหยกครึ่งเสี้ยวทิ้งไว้ให้นางดูต่างหน้า เป็นเช่นนี้นางจะเริ่มต้นตามหาคนจากป้ายหยกได้อย่างไร แน่นอนว่าหยกคู่ที่มีลักษณะคล้ายกันมีอยู่บนโลกอีกมากมาย

“น่าปวดหัวชะมัด" ร่างบางสบถออกมาเสียงเย็นเฉียบ ก่อนจะหยิบโอสถที่ส่งกลิ่นหอมเข้าปากในทันที

พอโอสถละลายลงไปในท้อง ลั่วหวินซีก็รู้สึกผ่อนคลายและหายเหนื่อยอย่างไม่น่าเชื่อ

เลือดไหลเวียนสูบฉีดอย่างรวดเร็ว พละกำลังก็ดูเหมือนจะเพิ่มพูนมากขึ้นอีกหลายส่วน

นางมองขวดเปล่าที่เคยใส่โอสถเม็ดนี้เอาไว้อย่างตกตะลึง ผลลัพธ์ที่ได้สัมผัสทำให้นางต้องเปลี่ยนมุมมองใหม่อีกครั้งหนึ่ง

นี่เป็นยาระดับสูง!

คนผู้นั้นถึงกลับมอบยาระดับสูงให้คนแปลกหน้าเช่นนาง เขาไปร่ำรวยมาจากที่ใดกัน

หากเป็นมิตรได้นางก็จะเป็นมิตร นางจะเกาะแขนเกาะขาคนผู้นั้นให้แน่นๆยิ่งกว่าคีบเหล็กในตำนาน ขอแค่มียาเหล่านี้ติดตัวเอาไว้บ้าง เวลาตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงตาย ย่อมมีหนทางรอดให้กับนาง

เป็นเรื่องปกติที่นางมักจะระแวดระวังและนึกถึงความเป็นไปได้ในอนาคตเสมอ เพราะชาติก่อนหล่อหลอมให้นางไม่อาจไว้ใจใคร ไม่อาจหวังพึ่งพิงผู้ใดนอกจากตัวนางเอง

ลั่วหวินซีสูดลมหายใจเข้าลึก วางเรื่องความคิดของตัวเองลง สิ่งที่นางต้องทำคือตั้งสติแล้วทบทวนความทรงจำมากมายที่อยู่ในหัว

แน่นอนว่าเจ้าของร่างเดิมไม่ได้ให้นางดูความทรงจำทั้งหมด

แต่แค่นี้ก็มากเกินพอแล้ว แค่นี้นางก็รู้แล้วว่าเจ้าของร่างเดิมผ่านความทุกข์ยากมาได้อย่างไร

ลั่วหวินซีคนก่อนเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในแผ่นดินที่เรียกว่า ‘ช่องว่างระหว่างเทพมาร’ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า 'เหยียนอวี้'

ทว่านางกลับไม่สามารถฝึกฝนพลังได้ ความทรงจำจึงมีแต่ภาพที่ถูกผู้คนดูแคลน ไม่มีความรู้พื้นฐานในการฝึกตนแม้เพียงเสี้ยว

‘งามดุจจันทรา แต่ปัญญาเทียบเท่าเต่า’

คำๆนี้ดังซ้ำไปมาอยู่ในหัว ทำให้ลั่วหวินซีคนก่อนดูถูกตัวเองมากกว่าเดิม

บนบ่าของนางไม่ได้แบกรับคำพูดเหยียดหยามเพียงอย่างเดียว แต่ยังแบกความหวังของตระกูลเอาไว้ด้วย

ตระกูลของนางมีกันอยู่แค่ไม่กี่คน ท่านปู่ บิดา มารดา น้องชาย และก็ตัวนางเอง

นอกนั้นเป็นตระกูลสายรองที่แยกออกไป ไม่ได้มีความสนิทสนมเกี่ยวพันกันมากนัก

ลั่วหวินซีเป็นบุตรสาวสายตรงของตระกูลลั่ว ที่นางเดินทางมาเพื่อชำระล้างร่างกายและจิตวิญญาณที่นี่ก็เพราะอีกสองปีข้างหน้าบ่อน้ำพุแห่งวิถีจะเปิดออก

คนที่ถูกคัดเลือกจากบ่อน้ำพุแห่งวิถีจะมีสิทธิ์ไปฝึกตนที่ดินแดนของเทพมาร และครอบครัวจะได้รับการคุ้มครองจากคนของแผ่นดินเทพมารตามวิถีที่ตนเลือก

ทว่าผู้ที่สามารถไปเลือกวิถีที่บ่อน้ำพุได้จะต้องมีระดับพลังอยู่ที่ระดับแก่นแท้ขึ้นไปเท่านั้น

นี่คงเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าของร่างเดิมถึงมาตายที่นี่ได้

เพื่อปกป้องครอบครัว นางจึงอยากฝึกพลัง เพราะน้องชายของนางอายุเพียงหกปี ไม่สามารถเติบโตและฝึกฝนพลังทันวันที่บ่อน้ำพุแห่งวิถีจะเปิดออก

นางที่มีอายุสิบสี่ปี ไม่อยากเป็นคนไร้ค่า ไม่อยากเป็นภาระให้ครอบครัวจึงดันทุรังเดินทางมาที่นี่แม้ครอบครัวจะห้ามปรามแล้วก็ตาม

แต่ใครจะคิดว่ามีคนไม่อยากให้นางฝึกพลังอยู่ด้วย

ใครกัน…

เพราะเหตุใด?

ลั่วหวินซีเริ่มมีนัยน์ตามืดทึบลง นางมาเกิดใหม่ในร่างสตรีไร้ประโยชน์ยังไม่รู้สึกอดสูเท่ากับการมารับรู้ว่ายังมีคนที่คิดจะฆ่าคนไร้ประโยชน์เช่นนางอีก เฮงซวย..

ร่างบางสบถเสียงอยู่ภายในใจ ดวงตากระจ่างใสเปล่งประกายคมกริบดุจมีดปลายแหลม

ใครฆ่านาง นางก็ฆ่าคืนซะก็สิ้นเรื่อง!

ชาติก่อนนางก็ไม่ใช่คนดีอะไร เป็นอาชญากรหญิงที่คนทั้งโลกติดประกาศจับตายทั่วทุกพื้นที่

เดิมทีก็เป็นแค่นักฆ่ารับจ้างทั่วไป แต่พอรับงานมากขึ้นเรื่อยๆ ชื่อเสียงของนางก็เริ่มโด่งดังจนได้รับฉายาว่า ‘เงามืดจากนรก’

นางไม่เคยทำงานผิดพลาด เป้าหมายทุกรายตายตามแบบที่ผู้ว่าจ้างต้องการ

นางจึงถูกตามจับจากรัฐบาลทุกประเทศ เป็นเหมือนเงาปีศาจที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว

ภารกิจสุดท้ายที่นางรับ แน่นอนว่านางไม่ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องผิดหวัง เหยื่อผู้โชคร้ายคนนั้นตายอยู่บนเครื่องบินถูกระเบิดไปพร้อมกับร่างของนาง

นางพลาดที่ประมาทจนเกินไป คิดว่าตัวเองไม่เคยล้มเหลวจนลืมตระหนักว่าเหยื่อคนสุดท้ายเป็นถึงประธานาธิบดี

อาชีพนี้หากทำงานพลาดเท่ากับความตาย นางยอมรับว่าตัวเองก็มีช่วงเวลาที่อับจนหนทางเช่นนั้นอยู่เหมือนกัน

สิ่งที่นางเคยเผชิญล้วนแล้วแต่สร้างกำแพงขนาดใหญ่ยักษ์ภายในใจของนางโดยที่นางไม่เคยรู้สึกตัว

นางเย็นชาและสงบนิ่งแม้จะมีคนตายต่อหน้ามากมายได้อย่างไร นางกลายเป็นคนไร้ความรู้สึกเช่นนั้นได้อย่างไร มีแต่นางเท่านั้นที่ตอบคำถามได้

ผู้คนโหดร้ายกับนางก่อน นางจึงเฉยชาเพราะเชื่อว่าโลกนี้มีแค่ตัวนางเองเท่านั้นที่ไม่มีวันทรยศหักหลัง

ลั่วหวินซีไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้มีโอกาสกลับมาเกิดใหม่อีกครั้งหนึ่ง

มือของนางชุ่มโชกไปด้วยเลือด ฆ่าล้างผู้คนมามากมายมหาศาล จิตวิญญาณมีแต่ตราบาปที่ไม่มีวันลบล้างได้หมดสิ้น

คนแบบนางสมควรได้รับโอกาสเช่นนี้หรือ

โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรอยู่

ร่างบางขมวดคิ้ว ยืนแผ่นหลังเหยียดตรงอย่างสง่าผ่าเผย

เกิดใหม่ครั้งนี้ก็ไม่คิดว่าสิ่งแรกที่ต้องทำจะเป็นการปกป้องคนครอบครัวหนึ่ง

นางรับปากกับเจ้าของร่างเดิมไว้อย่างไรก็จะทำเช่นนั้น

ลั่วหวินซีนึกเย้ยหยันอดดูแคลนตัวเองไม่ได้ หรือว่าสวรรค์ส่งนางให้กลับมาเพื่อปกป้องผู้คน ลบล้างเงามืดในใจตัวเอง

แล้วเหตุใดผู้คนที่ทำให้นางกลายเป็นเช่นนี้ถึงไม่ต้องชดใช้ และยังส่งนางมายังโลกใบใหม่ที่ไม่รู้ว่ามีสิ่งใดรอนางอยู่อีก มีอะไรที่ยุติธรรมบ้างเล่า

หากนี่คือการชดใช้เวรกรรมที่เคยฆ่าล้างผู้คนมามากมาย นี่ถือว่าไม่เลวเลยที่นางจะต้องวางอาวุธแล้วผันตัวเองมาเป็นโล่กำบังคอยปกป้องผู้อื่นเสียบ้าง

แต่หากมันคือโอกาสที่มอบให้นางได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง...นางจะทำตัวเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซนก็แล้วกัน

“ชาตินี้ข้าจะไม่ฆ่าคน” ลั่วหวินซีกล่าวกับตัวเองด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นคง ตั้งปณิธานในใจเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

นางพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ ด้วยสีหน้าที่ดูผ่อนคลายและมีเสน่ห์เย้ายวนที่เป็นเอกลักษณ์

ร่างบางหมุนกายเดินออกจากถ้ำ ก่อนจะทิ้งประโยคสุดท้ายเอาไว้อย่างเลือดเย็น

“หากคนผู้นั้นไม่เข้ามารนหาที่ตายเอง…”

ว่ากันว่านิสัยคนนั้นเปลี่ยนยาก นางยอมถอยหลังมาหนึ่งก้าว ไม่ได้หมายความว่านางจะยอมก้มหัวให้ใคร นางเป็นเช่นนี้เสมอ

ไม่ล้ำเส้นนาง ย่อมไม่ตายด้วยมือนาง

 

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++

 

--โปรดอ่าน--

 

อย่าเพิ่งดราม่าเรื่องที่นางเอกเป็นอาชญากรนะคะ ที่ไรท์วางให้นางเอกเป็นแบบนี้เพราะเนื้อเรื่องต่อๆไปนางเอกจะค่อยๆเปลี่ยนความคิดของตัวเอง อะไรที่นางเอกไม่เคยทำในชาติเก่า จะได้ทำในชาติใหม่ทั้งหมด

 

คำเตือน : นิยายเรื่องนี้มีฉาก R18 เป็นเรทที่ควรได้รับคำแนะนำ เช่น ฉากฆ่าฟัน วางแผน การบรรยายที่น่ากลัวในบางสถานการณ์

 

ใครที่เคยอ่านนิยายเรื่อง 'ดวงใจพยัคฆ์' ของไรท์มาแล้วจะเข้าใจว่าช่วงกลางเรื่องไปจนถึงตอนจบจะมีตอนที่บางคนรับไม่ได้อยู่ เช่น การข่มขืน การเอาคืน นิยายเรื่องนี้ก็อาจจะมีเช่นกัน แต่ไรท์เขียนไปตามคาแรคเตอร์ของตัวละครที่แพลนเอาไว้

 

ดังนั้นไรท์จะไม่เปลี่ยนพล็อตแน่นอนค่ะ อยากให้ทุกคนทราบ ณ ตรงนี้ ใครพร้อมที่จะอ่านต่อก็ขอให้สนุก ใครรับไม่ไหว ก็ขออภัยด้วยนะคะ สามารถกด [x] ออกได้เลย ไม่มีการโกรธเคืองกันแน่นอน

 

 

 

ความคิดเห็น