ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 02

ชื่อตอน : เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 02

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 961

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ย. 2562 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 02
แบบอักษร

- เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 02 - 

 

 

"พระชายาลงมาเถิดเพคะ" นางมิใช่คุ้นชินกับวาจาเรียกขานที่พวกนางกำนัลเอ่ยเรียกเลยสักนิด แต่จะให้ทำเช่นไรได้ ในเมื่อตอนนี้ฐานะของนางคือ พระชายาของท่านอ๋องหลันตี้จวิน บุรุษที่ทำให้นางมิอาจละสายตา ดูเอาเถิดว่าตอนนี้นางมาทำอะไรที่นี่กัน บนต้นไม้ไม่สูงมากแต่นางยังสามารถพาตัวเองขึ้นมาได้ สาเหตุที่ทำให้นางต้องเป็นเช่นนี้จะเป็นใครไปมิได้ นอกเสียจากบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสวามีของนาง บุรุษที่ทำให้หัวใจของนางหวั่นไหวอย่างไรเล่า

"พระชายาเพคะ รีบลงมาเถิดนะเพคะ ประเดี๋ยวคนอื่นจะมาพบเข้าเสียก่อน" นางทราบดีว่าทำเช่นนี้ไม่เหมาะสม แต่จะให้ทำเช่นไรได้ในเมื่อนางอยากพบเขานี่ สามวันแล้วที่นางมิได้พบเขาเลย พอรู้ว่าเขาต้องผ่านตรงนี้ นางก็เลยรีบมารอดูอยู่บนต้นไม้นี่อย่างไรเล่า สามวันนี้เขาไปอยู่ค่ายฝึกทหารเสียส่วนใหญ่ นางจึงไม่มีโอกาสพบเขา วันนี้นางทราบมาว่าเขาจะใช้เส้นทางนี้เพื่อเดินทางไปยังลานฝึกทหาร นางจึงไม่พลาดโอกาสมาแอบดู

"พวกเจ้าเงียบ ๆ กันหน่อยมิได้หรืออย่างไร" นางอดที่จะดุนางกำนัลที่ติดตามมาด้วยมิได้ มีอย่างที่ไหนแทนที่อยู่เงียบ ๆ กลับมาส่งเสียงดังให้คนอื่นได้ยินเช่นนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน หากมีผู้ใดมาเห็นสภาพนางตอนนี้ คงมิเชื่อแน่ว่านางคือองค์หญิงแคว้นเยี่ย

"โธ่ พระชายาเพคะ"

"เงียบ ๆ นั่นท่านอ๋องมาแล้ว" นางสั่งให้นางกำนัลข้างกายหาที่ซ่อน ส่วนตัวเองแอบอยู่บนต้นไม้ สายตาจ้องมองบุรุษที่นางเฝ้าคิดถึงเดินผ่านหน้าไป แม้นตรงนี้จะมิได้ใกล้จากจุดที่ท่านอ๋องผ่าน แต่ก็สามารถมองเห็นบุรุษตรงหน้าได้อย่างชัดเจน

ตึกตัก

ตึกตัก

ตึกตัก

เพียงแค่เขาเดินผ่านหัวใจของนางก็เต้นรัว ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ความรู้สึกเขินอายเพียงได้เห็นหน้าเขานี่มันคืออะไรกัน นางต้องก้มหน้างุดเพื่อหลบซ่อนความอายเอาไว้ มือข้างหนึ่งใช้เกาะกิ่งไม้เพื่อไม่ให้ตกลงไป ส่วนอีกข้างใช้ลูบใบหน้าที่กำลังขึ้นริ้วแดงเพื่อคลายความเขินอายลง

ฮื้อ

เหตุใดนางถึงต้องเขินเขาขนาดนี้ด้วย ทั้ง ๆ ที่เขามิได้รับรู้ว่านางอยู่บนนี้เลยด้วยซ้ำ

อื้อ

เขินอีกแล้ว

นางต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ แค่เขาเดินผ่านยังเขินขนาดนี้ แล้วถ้าหากได้มองหน้าเขาตรง ๆ นางจะมีแรงยืนไหวหรือ

แกร่ก

"อ๊ะ"

"พระชายาเพคะ" ด้วยความไม่ทันได้ระวังกิ่งไม้ที่นางยึดเกาะเอาไว้เกิดหัก และนั่นมันก็ทำให้ร่างบางของนางร่วงตกลงมาจากต้นไม้ นางได้แต่หลับตาปี๋ ทำใจยอมรับถึงความเจ็บปวดที่จะตามมา หากร่างของนางตกลงไปกระแทกพื้นคาดว่าจงเจ็บไม่น้อยเลย

หมับ

"อ๊ะ"

"เจ็บหรือไม่" ร่างกายของนางสั่นเพราะกลัวความเจ็บ แต่อยู่ ๆ ความรู้สึกอบอุ่นก็เข้ามาแทนที่ นางมิได้รู้สึกเจ็บเพราะร่างบางของนางหาได้หล่นลงสู่พื้นดินไม่ แต่ร่างของนางบัดนี้กลับอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษผู้หนึ่ง บุรุษที่นางมาแอบปีนต้นไม้มองเขา ดวงตาของเราทั้งคู่สบมองกันและกัน เพียงแค่นั้นนางก็ทำสิ่งใดไม่ถูกแล้ว

"ทะ ท่านอ๋อง"

"เปิ่นหวางถามว่าเจ็บตรงไหนหรือไม่"

"ไม่เพคะ ขอบพระทัยท่านอ๋องที่ทรงช่วยหม่อมฉันไว้" น้ำเสียงตะกุกตะกักตอบออกไปไม่เต็มเสียงนัก ดวงตาที่สบมองกันเมื่อครู่ บัดนี้มิกล้ามองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำ ใบหน้าของนางร้อนผ่าวอีกครั้ง เมื่อนึกได้ว่าตอนนี้เขากำลังโอบกอดร่างของนางอยู่

"ไม่เจ็บก็ดีแล้ว เปิ่นหวางตกใจแทบแย่ หากมารับเอาไว้มิทัน เจ้าคงเจ็บไปทั้งตัว" เพียงแค่วาจาธรรมดาที่ถูกเอื้อนเอ่ยจากปากของเขา ก็ส่งผลให้นางเขินอายจนต้องหันหน้าหนีไปทางอื่นแล้ว นางมิกล้าสู้สายตาคนของเขาเลยจริง ๆ

ความจริงเขาเห็นนางปีนต้นไม้อยู่ก่อนแล้ว ใครจะไปคิดว่าสตรีชั้นสูงอย่างนางจะกล้ากระทำเรื่องเช่นนี้ได้กัน มีอย่างที่ไหนมาเล่นปีนต้นไม้แอบคนอยู่ในที่อันตรายแบบนั้น หากเขาเข้ามารับมิทันนางต้องเจ็บตัวมากแน่ ๆ เขาสังเกต การกระทำของนางอยู่ตลอดจึงทันได้เห็นว่ากิ่งไม้ที่นางเกาะอยู่ มิค่อยมั่นคงนัก และโชคดีที่เข้าก้าวขาเร็ว มาถึงตัวนางได้ก่อนที่นางจะร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน

แล้วดูใบหน้าตกใจของนางสิ ช่างน่าเอ็นดูเสียจริง แม้นไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดนางถึงได้มาปีนต้นไม้เล่นเช่นนี้ แต่หากเขาไม่ตักเตือนนางเสียบ้าง วันหลังนางต้องทำอีกแน่ แต่พอเห็นใบหน้าที่กำลังตกใจอยู่ ๆ ก็ขึ้นริ้วแดงน่ามองไปทั่วใบหน้าเขาเองก็มิกล้าเอ่ยปากดุนางเลยสักคำ

"เจ้าขึ้นไปทำอะไรบนนั้น" เขาเอ่ยถามร่างบาง ทั้ง ๆ ที่นางยังคงอยู่ในอ้อมกอดของเขา พอเขาเอ่ยปากถามนางถึงได้ยอมเงยหน้าขึ้นมามอง แต่เพียงชั่วครู่ใบหน้างดงามก็ก้มหน้างุด เก็บซ่อนความเขินอายอีกครั้ง เขาอยากเอ่ยเตือนนางยิ่งนัก ว่าอย่าได้กระทำตนน่ารักเช่นนี้กับเขาให้มากนัก เพราะหากเขามิสามารถข่มความต้องการของตนเองได้ นางจะบอบช้ำด้วยน้ำมือของเขาแน่ ๆ

"เอ่อ คือว่า..."

"เปิ่นหวางถามเหตุใดถึงได้อ้ำอึ้ง" เขาเอ่ยทวงคำตอบเมื่อนางดูเหมือนจะหาคำตอบมิได้

"ทูลท่านอ๋อง หม่อมฉันเพียงขึ้นไปจับนกเท่านั้นเพคะ"

"นกอย่างนั้นหรือ" หัวคิ้วของเขาคงขมวดเป็นปมน่าขันไปแล้วเป็นแน่ เพราะคำตอบที่ได้รับจากนาง สร้างความมึนงงให้เขาไม่น้อยเลย

"ใช่เพคะ นก นั่นอย่างไรเล่าเพคะ" นางไม่ว่าเปล่าแต่มือน้อย ๆ นั่น ชี้นิ้วเรียวออกไปให้เขาดูด้วยว่าบนต้นไม้ที่นางพึ่งจะหล่นลงมา มีนก อยู่จริง ๆ หึ นี่นางสนใจเจ้าสัตว์ตัวเล็กพวกนี้มากกว่าเขาหรืออย่างไร คอยดูเถิดพรุ่งนี้เขาจะให้คนมาโค่นต้นไม้ต้นนี้ซะ หรือบางที อาจจะโค่นทิ้งทั้งหมดวังเลยก็ได้

"เจ้าไม่ควรปีนขึ้นไปแบบนั้นมันอันตราย"

"หม่อมฉันมิได้ตั้งใจเพคะ แล้วก็ขอบพระทัยที่ทรงช่วยรับหม่อมฉันไว้นะเพคะ เอ่อ ปล่อยหม่อมฉันลงได้แล้วเพคะ หม่อมฉันเดินเองได้" ดูเหมือนนางจะพึ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ร่างของตนเองอยู่ในอ้อนกอดของเขา ถึงได้เอ่ยปากให้เขาปล่อยนางลง โอกาสเช่นนี้หามิได้ง่าย ๆ ใช่หรือไม่ เช่นนั้นเขาคงไม่ปล่อยโอกาสนี้เป็นแน่

"เหตุใดเปิ่นหวางต้องถามตามที่เจ้าบอกด้วย ประเดี๋ยวเปิ่นหวางจะเดินไปส่งเจ้าที่ตำหนักเอง วันหลังอย่าได้เล่นอันตรายเช่นนี้อีก"

"เพคะ" น้ำเสียงของนางที่ตอบเขาดูไม่ค่อยจะเต็มเสียงนัก เขาเกรงว่านางจะเข้าใจผิด จึงอธิบายสิ่งที่กำลังคิกอยู่ในใจออกไป

"เปิ่นหวางเป็นห่วง" บอกนางเช่นนี้คิดว่าเขาไม่เขินหรืออย่างไร ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว แดงจนแทบไหม้อยู่แล้ว

ความคิดเห็น