email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ขย้ำรัก : บทที่สิบห้า

ชื่อตอน : ขย้ำรัก : บทที่สิบห้า

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.5k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 30 ส.ค. 2562 15:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ขย้ำรัก : บทที่สิบห้า
แบบอักษร

บทที่ 15 

 

“ตอนนี้คนของเราขับรถตามรถพยาบาลของคุณพชรทันครับนาย” 

 

 

“ดี ให้พวกมันตามไป แล้วก็ถ่วงเวลาเอาไว้ ฉันรู้ว่ามันจะพาน้องไปไหน” ชายหนุ่มใบหน้าบึ้งตึง ก้าวออกจากโรงพยาล ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เขามั่นใจว่าเพื่อนรักจะพาน้องเบลไปที่นั่น 

 

 

ริชาร์ตนึกหวั่นใจ...อยากให้ตนทายไม่ถูกจริงๆ  

 

“นายครับ ดูเหมือนว่ารถพยาบาลคุณพชรเลี้ยวเข้าไป...” 

 

“เออ รู้แล้ว” ริชาร์ตกระแทกเสียงใส่ลูกน้องอย่างแรง เพราะรู้คำตอบที่ไม่อยากได้ยิน  

 

รถยนต์ส่วนตัวจอดหน้าตึกขนาดใหญ่ ลูกครึ่งตาสีฟ้ามองตึกสูงเบื้องหน้า ก่อนจะส่ายศีรษะในความงี่เง่าของเพื่อน พลางก่นด่าในใจ  

 

เขาก้าวลงจากรถเดินเข้าไปในตึก สอบถามเจ้าหน้าที่จนได้ความ ก็รีบสาวเท้ามุ่งหน้าไปยังห้องพักของน้องเบลทันที 

 

ร่างสูงโปรงของเพื่อนตัวดี ยืนเต๊ะท่ารออยู่หน้าห้อง เลิกคิ้วส่งยิ้มยียวนมาให้  

 

“มึงแม่ง” เขาไม่สนใจว่าแถวนั้นจะมีใครอยู่ พอเข้าไปใกล้เพื่อนก็ปล่อยหมัดออกไปชกใบหน้าหล่อเหลาเสียเต็มแรง 

 

พลั่ก  

 

ตุบ 

 

“ว๊าย” เสียงหวีดร้องของพยาบาล คุณหมอ รวมถึงคนไข้แถวนั้นดังขึ้น พร้อมร่างสูงใหญ่ของพชรล้มลงไปกองกับเพื่อน 

 

“ไอ้พีท มึงแม่ง” ริชาร์ตกำลังจะก้าวตามไปต่อยเพื่อนซ้ำ 

 

“ปล่อยกู” แต่ถูกลูกน้องของเพื่อนจับตัวไว้ จึงได้แต่ผลักพวกมันออกแล้วพุ่งไปหาเพื่อนที่แสยะยิ้มกวนตีนใส่  

 

“อย่าอยู่เลยไอ้เพื่อนเลว” เขาคำรามลั่นโรงพยาบาล  

 

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ เกิดอะไรขึ้น ริชาร์ต” เสียงแหลมร้องจนดังเขาได้สติ จึงหันกลับมามองเบื้องหลังเห็นใบหน้าคุ้นเคยของมารดาก็ถึงกับพูดไม่ออก 

 

“คุณแม่”  

 

“ตามแม่มาที่ห้องทำงาน” ท่านสั่งเสียงแข็ง ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความโกรธ  

 

“โธ่เว้ย” เขาเตะขาชกลม สลับมองหน้าเพื่อนที่ทำท่าเยาะเย้ยเสียเต็มประดาด้วยความไม่พอใจ เขายกนิ้วชี้หน้าเพื่อนรัก  

 

“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” 

 

“หึหึ” พชรยกมือขึ้นเช็ดเลือดมุมปาก หัวเราะเยาะในลำคอ  

 

 

หนุ่มลูกครึ่งตาสีฟ้าเดินตามผู้เป็นมารดาเข้าไปในห้องทำงานของท่าน ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม 

 

แม่ของเขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ ไอ้พีทมันรู้ว่าแม่ไม่ชอบให้เขายุ่งกับน้อง เพราะท่านมีคนที่ต้องการอยู่แล้ว ทั้งยังจับเขาหมั้นกับเธอคนนั้นด้วย แถมยังบังคับให้เขาไปเจอหน้าเธอแต่ ริชาร์ตก็หนีเสมอ ไม่เคยไปเจอฝ่ายหญิงเลย  

 

ดังนั้นเรื่องที่เขาพาน้องเบลไปอยู่ด้วย รับเลี้ยงดู จึงเป็นความลับที่แม่รู้ไม่ได้  

 

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงต้องมีเรื่องมีราวกัน” 

 

“เปล่าครับ” เขาขมวดคิ้วแน่นบอกปัดมารดาไม่ยอมพูดอะไรออกไป 

 

“อย่าบอกนะว่าเรื่องเด็กคนนั้น” 

 

“ไม่ใช่นะครับ” เขารีบปฏิเสธ 

 

“ไม่ใช่แล้วจะมีชกต่อยกันได้อย่างไร แกกับตาพีทเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยทะเลาะกันสักครั้ง แล้วนี่อะไร เพราะยัยเด็กรับใช้นั่นน่ะหรอ สมควรไหม” 

 

“คุณแม่ครับ” 

 

“เงียบแล้วฟัง ต่อไปนี้อย่ายุ่งกับเด็กคนนั่นอีก ได้ยินไหม” 

 

“แต่ แม่ครับ” 

 

“เท่านี้ อย่าให้แม่รู้ วันนี้กลับบ้านด้วย แม่นัดครอบครัวหนูภาไปกินข้าวที่บ้านเรา เราต้องไปด้วยเข้าใจไหม” 

 

“แต่ว่าคุณแม่ครับ”  

 

“ไม่มีแต่”  

 

โธ่เว้ย ไอ้พีท ไอ้เพื่อนชั่ว 

 

 

 

 

 

ตี้ด ตี้ด ตี้ด 

 

เสียงเครื่องส่งสัญญาณการเต้นของหัวใจดังเป็นจังหวะ พชรนั่งเฝ้าน้องเบลอยู่ข้างเตียง น้องได้ยานอนหลับไป ก็เลยยังไม่ตื่น  

 

ประตูห้องพักถูกเปิดออก เป็นคุณอรอนงค์ คุณแม่ของไอ้ชาร์ตเดินเข้ามา เขาจึงลุกขึ้นทักทายท่าน 

 

“สวัสดีครับคุณแม่” 

 

“เป็นไงบ้าง ตื่นหรือยัง” คนเป็นหมอเดินเข้ามาดูอาการเด็กสาวบนเตียง ก่อนจะมองเพื่อนลูกชายที่ตัวเองก็เอ็นดูเหมือน ลูกอีกคน 

 

“ยังครับ” มือหนาลูบไปมาบนศีรษะเล็กอย่างทะนุถนอม 

 

“ดีแล้วจะได้พักผ่อนเยอะๆ” ท่านเดินเข้ามาใกล้ ตรวจอาการสองสามอย่างแล้วก็หันมาคุยกับเขา  

 

“ไอ้ชาร์ตมันกลับไปแล้วเหรอครับ” 

 

“อือ วันนี้มีนัดกินข้าวกับที่บ้านหนูภาน่ะ” 

 

“อ๋อ น้องภาคู่หมั้นมันน่ะเหรอครับ ดีครับ จะได้เจอหน้ากันสักที” พชรเองก็รู้เรื่องคู่หมั้นของเพื่อนมานานแล้ว ต่อให้มันห่วงน้องเบลมากแค่ไหน มันก็ขัดใจแม่มันไม่ได้อยู่แล้ว มันจึงไม่ใช่คู่แข่งของเขามาตั้งแต่แรก 

 

“เฮ้อ รายนั้นน่ะเชื่อแล้วก็ฟังแม่ แต่เราเถอะ อย่าหาว่าแม่สอนเลยนะตาพีท คนเราเล่นชั่วครู่ชั่วยามได้ แต่จะให้จริงจังกับอะไรแบบนี้ มันไม่คุ้มนะลูก” คุณอรอนงค์ถอนหายใจยาว 

 

“…” เขาไม่ตอบ ได้แต่ยืนนิ่งเพราะรู้ว่าท่านต้องการจะสื่อถึงอะไร 

 

“สังคมเรากับเด็กคนนี้มันต่างกัน ฐานะ การศึกษาทุกอย่าง อย่าลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับคนพวกนี้เลย” 

 

“คุณแม่ครับ” เขายกมือแตะมือท่านเบาๆ เพราะต้อง 

การให้ท่านหยุดพูด  

 

“ขอบคุณมากนะครับ แล้วก็ผมอยากพาน้องกลับบ้าน” ชายหนุ่มพูดตัดบทเสียงเด็ดขาด ทำเอาคนแม่เพื่อนที่เตือนด้วยความหวังดีเงียบไป  

 

“ได้ เดี๋ยวแม่จัดการให้” 

 

“ครับ”  

 

เขาจะคบใคร เลือกใครมันเป็นเรื่องของเขา ใช่เรื่องที่คนอื่นจะต้องยุ่ง ต่อให้น้องเบล มีสังคมที่แย่กว่านี้ การศึกษาที่ไม่ดีมากกว่านี้ หรือฐานะจะยากจนกว่านี้เขาก็รักน้อง  

 

พ่อแม่ของเขายังไม่เข้ามายุ่งเลย คุณเป็นใครมายุ่งเรื่องของคนอื่น  

 

 

 

 

 

 

‘คนเราเล่นชั่วครู่ชั่วยามได้ แต่จะให้จริงจังกับอะไรแบบ นี้ มันไม่คุ้มนะลูก’ 

 

‘สังคมเรากับเด็กคนนี้มันต่างกัน ฐานะ การศึกษาทุกอย่าง อย่าลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับคนพวกนี้เลย’ 

 

นิสาได้ยินคำพูดพวกนี้กับหูตัวเองทั้งหมด เธอรู้ว่าคุณอรอนงค์ไม่ชอบเธอ แต่ไม่คิดว่าท่านจะดูถูกเธอขนาดนี้ ใช่เธอเองก็แค่สาวใช้ จะหวังสูงขึ้นไปเป็นเมียพวกเขาได้ยังไง เธอมันก็แค่ของเล่น ที่เขาเอาไว้เล่นชั่วครู่ชั่วยาม พอเบื่อก็ทิ้งไป  

 

น้ำตาใสไหลลงมาเปื้อนแก้มนิ่ม ที่จริงเธอได้สตินานแล้ว แต่ไม่กล้าตื่นขึ้นมาพบใคร เธอได้ยินพยาบาลคุยกันว่า  

คุณริชาร์ตกับคุณพีทมีเรื่องกัน ต้นเหตุก็เพราะเธอ ทั้งยังวิจารณ์ว่าหน้าตาของเธอก็งั้นๆ ทำไมถึงมีผู้ชายหล่อรวยถึงสองคนมีเรื่องกันเพื่อแย่งเธอ 

 

นิสาเองก็ไม่เข้าใจ หรือเพราะแค่อยากเอาชนะกันและกัน 

 

พชรสังเกตเห็น เขากำหมัดแน่น รู้แน่ว่าน้องได้ยิน หัวใจเย็นชาสั่นหวิว เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมา จึงยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาบนแก้มเธอ 

 

“คนดี พี่รักหนูนะคะ” เสียงกระซิบแผ่วหวิว ทำเอาเด็กสาวตัวสั่นเทิ้ม  

 

เขาพาน้องเบลกลับบ้าน ทั้งยังจ้างหมอมาดูแลถึงที่ 

 

ได้พักรักษาตัวหลายวัน นิสาอาการดีขึ้นมาก ไม่เพ้อ ตกใจหรือโวยวาย ไข้ก็หายไปแล้ว รอยตามเนื้อตัวก็เบาบางลง  

 

พชรเข้ามาดูแลน้องทุกวัน กล่อมน้องเข้านอนทุกคืน  

 

 

 

 

“เราจะไปไหนกันหรอคะ” นิสาเงยหน้าถามคุณพชร เมื่อเห็นแม่บ้านยกกระเป๋าเดินทางของทั้งคู่ ไปไว้ในรถตู้คันใหญ่ 

 

“ไปเที่ยวไงคะ หนูจำไม่ได้หรอว่าเราจะไปเที่ยวกัน” ชายหนุ่มเดินเข้ามาคล้องเอวบาง พลางก้มหอมแก้มคนในอ้อมกอดหนึ่งที 

 

จำได้ ทริปล่องเรือ ที่คุยคุณพีช คุณเจ แล้วก็คุณชาร์ต ตั้งใจให้เป็นของขวัญให้เธอที่ได้เรียนมหาวิทยาลัย  

 

“แล้วพี่เจกับพี่ชาร์ตละคะ” 

 

“อ๋อ สองคนนั้น คงไปกับเราไม่ได้แล้ว เราไปกันสองคนนะ โอเคไหม”  

 

“ค่ะ” นิสาพยักหน้ารับ เดินขึ้นรถพร้อมชายหนุ่ม ตั้งแต่เธอป่วยเขาก็เปลี่ยนไป ไม่บังคับและดุเธอเลย  

ความคิดเห็น