email-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์น่ารักๆและนักอ่านที่สนับสนุนทุกคนนะคะ 🎀🍀🎊😂☺️🐰🍓☀️🍄🔆🎄🕌☀️🎁👑

บทที่ ๑.๒ ชีวิตนี้เป็นของข้า (Rev.เพิ่มเติม)

ชื่อตอน : บทที่ ๑.๒ ชีวิตนี้เป็นของข้า (Rev.เพิ่มเติม)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2563 23:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑.๒ ชีวิตนี้เป็นของข้า (Rev.เพิ่มเติม)
แบบอักษร

 

“อึก...” ลั่วหวินซีขมวดคิ้วเข้าหากันแน่นขึ้น เธอไม่มีเวลามายืนทบทวนความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมมากนักเพราะร่างกายนี้จวนจะทนรับอาการบาดเจ็บไม่ไหวเสียแล้ว

ดวงตากระจ่างใสกวาดมองรอบด้าน เห็นกองสัมภาระที่มีเสื้อผ้าของสตรีหล่นอยู่ เธอจึงลุกขึ้นเดินไปหยิบมันอย่างทุลักทุเล ก่อนจะหันไปหยิบดาบที่หล่นอยู่ไม่ไกลขึ้นมา แล้วมุ่งหน้าเดินเข้าไปในหุบเขาเป็นตายด้วยสีหน้าเย็นชา

หัวใจของเธอกำลังจะแหลกเหลว ไม่มียาหรืออะไรที่จะยื้อชีวิตของเธอเอาไว้ได้เลย

เธอไม่มีทางเลือก ความเป็นตายอยู่ตรงหน้า คงต้องลองเสี่ยงกับบ่อโลหิตที่อยู่ในหุบเขาดูสักครั้ง

มือเล็กๆทุบหน้าอกตัวเองเป็นระยะ ใช้ความเจ็บปวดสะกดข่มความเจ็บปวดที่ตัวเองกำลังแบกรับอย่างน่าอดสู

มาเกิดใหม่ทั้งทีเหตุใดเธอต้องมาอยู่ในสภาพใกล้ตายเช่นนี้ด้วย

เธอไม่ได้อยากเกิดแล้วตายภายในวันเดียวกันหรอกนะ หากเป็นเช่นนั้นไม่ต้องให้เธอมาเกิดใหม่เสียยังดีกว่า

ร่างกายนี้อ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอต้องมาทนรับความทรมานก็ทำให้เธอสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง หากจิตใจของเธอไม่เข้มแข็งพอ เกรงว่าคงจะตายไปแล้วหลายรอบ

ลั่วหวินซียกมือที่เปื้อนเลือดทาบไปกับต้นไม้ตามทาง ดวงตากระจ่างใสสังเกตรอบด้านอย่างระมัดระวัง เสียงสัตว์ร้ายดังแว่วมาจากที่ห่างไกลเป็นระยะ

บรรยากาศที่เงียบงันและความมืดมิดของหุบเขาน่ากลัวมาก แต่ยังไม่น่ากลัวเท่าจิตใจของเธอในตอนนี้

ลั่วหวินซีกำลังพนันกับตัวเองว่าเธอจะหาบ่อโลหิตเจอก่อน หรือจะตายก่อนกันแน่ เธอยังวางเดิมพันเอาไว้แล้วว่าถ้าหากเธอรอดชีวิตกลับไปได้ คนที่ทำให้เจ้าของร่างเดิมมีสภาพเช่นนี้ต้องพังพินาศย่อยยับเป็นเถ้าธุลี

เธอจ่ายเดิมพันด้วยชีวิตคนพวกนั้น และไม่สนใจว่าพวกมันจะยินยอมหรือไม่ ด้วยนิสัยของเธอแล้ว ไม่ยอมก็ต้องยอม!

แต่ถ้าหากเธอตายอีกครั้ง เธอขออธิษฐานให้ตัวเองพบเจอแต่เรื่องโชคดีในโลกหน้าก็แล้วกัน ถือเสียว่าเธอเกิดใหม่มาชดใช้กรรมหนึ่งวันแล้วก็ตาย

เบื้องหน้ามองเห็นเป็นถ้ำขนาดใหญ่ ที่มีทางเข้ามืดมิด ลั่วหวินซีขมวดคิ้วแล้วค่อยๆเดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล

ความรู้สึกบางอย่างบอกกับเธอว่าถ้ำแห่งนี้จะต้องมีสิ่งที่เธอกำลังจะตามหาอยู่อย่างแน่นอน ไม่รู้ไปเอาความมั่นใจมากจากไหน ทว่าไม่เข้าไปสำรวจดูก็คงไม่ได้

“ลั่วหวินซีนะลั่วหวินซี เจ้าเคยออกกำลังกายบ้างหรือไม่” ร่างบางบ่นพึมพำถึงเจ้าของร่างเดิมที่ชื่อเหมือนตนอย่างเหลืออด

แค่แรงจะยืนยังทำได้ยาก ไม่แปลกที่ผู้คนจะดูถูกดูแคลนถึงเพียงนี้

เอาเถอะ! อย่างน้อยๆร่างกายของลั่วหวินซีผู้นี้ก็ทำให้เธอได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง บ่นไปก็คงไม่ได้อะไรขึ้นมา และเธอก็ไม่ชอบทำอะไรที่มันไร้ประโยชน์เสียด้วย

ร่างบางใช้มือยันผนังถ้ำเพื่อผ่อนแรงของตัวเอง เธอเดินลึกเข้าไปในถ้ำที่มืดมิดพร้อมกับสภาพร่างกายที่ย่ำแย่ลงมากขึ้นเรื่อยๆ

แม้จะอยู่ในสภาพที่น่าเวทนา แต่ดวงตากระจ่างใสกลับมีแต่ความเฉยชาและไม่ยินยอมที่จะตาย

“ฟู่!” ลั่วหวินซีสูดลมหายใจเข้าออกช้าๆ ท่ามกลางความมืดเธอกลับเห็นแสงสว่างอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก

นัยน์ตากระจ่างใสหรี่เล็กลง ก่อนจะกัดฟันฝืนความเจ็บปวดเดินตรงไปหาแสงสว่างตรงนั้นทันที

“บ่อโลหิต...” ร่างบางพึมพำเมื่อมาถึงจุดที่แสงสว่างกำลังสาดส่อง

ความจริงเป็นแสงของดวงจันทร์จากด้านบน เธอไม่คิดว่าด้านบนของถ้ำแห่งนี้จะมีช่องว่างให้แสงสว่างเล็ดลอดเข้ามาได้

แสงจันทร์ส่องลงมาตรงบริเวณบ่อน้ำด้านล่างอย่างพอดิบพอดี

ลั่วหวินซียืนมองภาพตรงหน้า ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

น้ำในบ่อไม่สามารถเรียกว่าน้ำได้ เพราะมันคือเลือด! เลือดเข้มข้นที่กำลังหมุนวนดูลึกลับและน่ากลัว

นี่คือบ่อโลหิตไม่ผิดแน่!

ลั่วหวินซีหลับตาลงอย่างเงียบสงบ เธอได้ยินและรู้สึกได้ถึงการฉีกขาดของหัวใจตัวเองอย่างชัดเจน

เธอพยายามไม่กระอั่กเลือดออกมา แต่ความกระอักกระอ่วนภายในกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยู่ไม่สู้ตาย

แน่นอนว่าเจ้าของร่างเดิมไม่ได้ทนทุกข์ทรมานแบบเธอเพราะดูจากสภาพก็น่าจะคาดเดาได้ว่าหลังจากรับกระบวนท่าสังหารเจ้าของร่างเดิมก็สิ้นใจตายในทันที

ทว่าเธอที่มาเกิดใหม่ในร่างที่บอบช้ำเกินจะเยียวยา กลับต้องเป็นคนแบกรับความเจ็บปวดทั้งหมดเอาไว้แทนเจ้าของร่างเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และเธอก็ไม่แน่ใจนักว่าบ่อโลหิตสีแดงฉานตรงหน้าจะช่วยชีวิตเธอหรือคร่าชีวิตเธอกันแน่

“รีบลงไปแช่สิ...ร่างกายนี้จะทนไม่ไหวอยู่แล้ว เจ้ายังจะรออะไรอยู่อีก อยากตายหรือไร” เสียงใสดังขึ้นมาในหัว

ลั่วหวินซีขมวดคิ้วแน่นขึ้น พลางว่า “ทันทีที่ข้าลงไปดวงวิญญาณของเจ้าจะต้องแตกสลาย...”

“ข้ารู้...” เสียงในหัวแผ่วเบาลง คล้ายกับคนกำลังจะร้องไห้อยู่ก็มิปาน

“หากฝึกพลังได้เจ้าอยากฝึกเป็นอะไร” ลั่วหวินซีกล่าวถามในขณะที่ขาก็ค่อยๆก้าวลงไปในบ่อทีละข้าง

ความอุ่นของเลือดในบ่อทำให้เธอรู้สึกสึกสบายอย่างแปลกประหลาด

“ข้าอยากเป็นเทพ!” เสียงในหัวดังขึ้นอีกครั้งอย่างจริงจัง

ลั่วหวินซีได้ยินก็แค่นหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน แล้วส่ายหน้ากับตัวเองเล็กน้อย อยากเป็นเทพอย่างนั้นหรือ

การเป็นเทพก็เหมาะสมกับกลิ่นอายขาวสะอาดและบริสุทธิ์ผุดผ่องของเจ้าของร่างนี้ดีอยู่หรอก เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมคงต้องผิดหวังแล้ว

“เจ้าสัมผัสได้หรือไม่ว่าจิตวิญญาณของข้าเป็นเช่นไร” ลั่วหวินซีเอ่ยถาม

“แข็งแกร่ง ชั่วร้ายและ...อำมหิต” เสียงใสค่อยๆแผ่วเบาลง ในตอนที่ร่างบางนั่งลงแช่อยู่ในบ่อทั้งตัว

“จิตวิญญาณของข้าแปดเปื้อน เจ้าคิดว่าข้าสามารถเป็นเทพได้รึไง เจ้ากำลังคาดหวังสิ่งนั้นกับข้าเช่นนั้นหรือ” ลั่วหวินซีกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา

คำพูดประโยคนี้ก็สลักลึกลงในดวงวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมอย่างหนักหน่วง ทว่ากลับมีกระแสความไม่ยินยอมเกิดขึ้นมาอย่างกระทันหัน

“เมื่อผ่านการชำระล้างแล้ว เจ้าต้องฝึกตนเป็นเทพ!”

“เสียใจด้วยน้องสาว ชีวิตนี้เป็นของข้า จะเป็นเทพหรือมารล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเจ้า แต่คำสัญญาที่รับปากไว้ ข้าจะไม่ละเลย..”

“นี่เจ้า!”

ลั่วหวินซีไม่สนใจน้ำเสียงที่ดังขึ้นอย่างไม่พอใจของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย

คนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปคือเธอ ทางเดินข้างหน้าเธอจะต้องเป็นผู้เลือกเอง!

คิดได้ดังนั้น ร่างบางก็ตะโกนก้องเสียงดังสะท้อนไปทั่วทั้งถ้ำอย่างคนโอหังและบ้าบิ่นไม่เกรงกลัวฟ้าดินว่า

“ถ้าข้าเป็นเทพแผ่นดินต้องไร้มาร หากข้าเป็นมารแน่นอนว่าข้าสามารถทำให้เหล่าทวยเทพผู้สูงส่งไร้ที่ยืนได้ แต่ถ้าข้าไม่อยากเป็นทั้งสองอย่าง โลกนี้จะไม่มีการแบ่งแยกเทพมารอีกต่อไป"

สิ้นเสียงของลั่วหวินซี บ่อโลหิตก็มีการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

กระแสโลหิตหมุนวนรอบตัวเธออย่างบ้าคลั่ง ฉุดรั้งให้ร่างบางจมหายลงไปใต้บ่อในพริบตา

วินาทีนั้น ดวงวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมก็ถูกชำระล้างและแตกสลายหายไปไม่มีเสียงปรากฎอยู่ในหัวของลั่วหวินซีอีกตลอดกาล

ทว่าไม่มีผู้ใดรู้ แม้แต่ลั่วหวินซีเองก็ตาม ดวงวิญญาณที่สลายหายไปนั้นกลับกำลังหล่อหลอมรวมเข้ากับจิตวิญญาณของเธอโดยสมบูรณ์

ราวกับว่าจิตวิญญาณของเธอเคยแบ่งออกมาหลากหลายส่วน และชิ้นส่วนสุดท้ายได้ประกอบเข้าด้วยกันในวันนี้ภายใต้โลหิตในบ่อที่อุ้มชูไว้อย่างแปลกประหลาด

แท้จริงแล้วลั่วหวินซีที่ชื่อเหมือนทั้งสองคนก็คือเศษเสี้ยววิญญาณดวงเดียวกันที่แตกแยกออกไปไกลแสนไกล

บางทีเรื่องราวทั้งหมดอาจมีเหตุผลและความเป็นมา บนโลกอันกว้างใหญ่อาจไม่มีความบังเอิญอยู่จริง

ภาพฉากนี้ตกอยู่ภายใต้สายตาคู่หนึ่งที่อยู่ในมุมมืดของถ้ำ

เขานั่งอยู่ที่นี่มาตั้งแต่แรก เห็นการเคลื่อนไหวของร่างบางทุกอิริยาบถ มุมปากหยักได้รูปยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างสง่างามและมีเสน่ห์ เรือนผมยาวเงางามสีดำสนิทพริ้วไหวเล็กน้อย

ประโยคเมื่อครู่ที่ดังสะเทือนฟ้าสะท้านแผ่นดินของลั่วหวินซีสลักลึกลงไปในแววตาคมกริบของเขา

สตรีที่ไม่สามารถฝึกฝนพลังได้ อีกทั้งยังห่างจากความตายเพียงแค่คืบ ดูไร้ค่าและไม่น่ามอง มองอย่างไรก็แค่คนไร้ประโยชน์

ทว่านางกล้ากล่าววาจาอันบ้าคลั่งออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาได้อย่างไร ดวงตาของนางดื้อรั้นและหยิ่งผยอง

แม้ใบหน้าของนางจะงดงามล่มเมือง ร่างกายบอบบางแตกร้าวง่าย แต่เขากลับรู้สึกว่านางแข็งแกร่งมาก ความแข็งแกร่งที่เขาสัมผัสได้นั้นมาจากจิตใจของนางหาใช่ความสามารถหรือกำลัง รู้ตัวอีกทีเขาก็ไม่อาจละสายตาจากนางไปได้

“นางเป็นใครกัน” เสียงทุ้มนุ่มที่ฟังไพเราะรื่นหูดังขึ้นมาอย่างสงสัย

ทันใดนั้น ข้างกายของเขาก็มีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ร่างเงาสายหนึ่งพุ่งออกไปจากถ้ำดุจเงามืดของปีศาจ

ร่างที่มีพลังแข็งแกร่งนั้นเร่งออกไปค้นหาคำตอบให้กับคำถามเมื่อครู่อย่างรู้หน้าที่ตน

สตรีที่ทำให้นายเหนือหัวของเขาเอ่ยปากถามเช่นนี้ได้มีไม่มากนัก...

จะต้องสืบหาอย่างละเอียด!

 

 

 

ความคิดเห็น