email-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณทุกคอมเม้นท์น่ารักๆและนักอ่านที่สนับสนุนทุกคนนะคะ 🎀🍀🎊😂☺️🐰🍓☀️🍄🔆🎄🕌☀️🎁👑

บทที่ ๑.๑ ชีวิตนี้เป็นของข้า (Rev.เพิ่มเติม)

ชื่อตอน : บทที่ ๑.๑ ชีวิตนี้เป็นของข้า (Rev.เพิ่มเติม)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 14 เม.ย. 2563 22:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ ๑.๑ ชีวิตนี้เป็นของข้า (Rev.เพิ่มเติม)
แบบอักษร

 

 

 

 

“ดาวหงส์เพลิงที่ปรากฏมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้อง น่าแปลกจริงๆ เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้...”

เสียงแหบแห้งของชายที่เรียกได้ว่ามีอายุกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจ

เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าสลับกับก้มลงมองกระดานแผ่นสีดำในมือที่ถูกเขียนเส้นทางการโคจรของเหล่าหมู่ดาวด้วยความสับสน

“แปลกอย่างไร? เจ้าพูดให้ชัดเจน...” ร่างสูงสง่าผู้เป็นเจ้าของเรือนผมสีขาวสลวยดุจเส้นไหมสีเงินวาววับ เขายืนเอามือไพล่หลังอยู่อีกด้านภายในห้องของหอคอยส่องดาวกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลัง

ใบหน้าหล่อเหลาบริสุทธิ์ที่ไร้ตำหนิราวกับเทพเซียนสูงส่งที่ไม่อาจแตะต้องแสดงออกเพียงความราบเรียบ ไร้อารมณ์ความรู้สึกใดๆ

รูปหน้าสมบูรณ์แบบเชิดหงายขึ้นเล็กน้อย ดวงตาคมสีน้ำตาลแกมทองกวาดมองดวงดาวที่กำลังส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้าด้วยนัยน์ตาอันว่างเปล่า

“มหาเทพ...การที่ดาวหงส์เพลิงปรากฎนั่นหมายความว่าพระองค์กำลังจะได้เจอพระชายาของพระองค์เร็วๆนี้ เพียงแต่น่าแปลกนัก เพราะดาวหงส์เพลิงดวงนี้ปรากฎทับซ้อนกับดาวหงส์เพลิงของดินแดนมาร หากกระหม่อมทำนายไม่ผิด พระชายาผู้นี้มีชะตาหงส์ทั้งในแผ่นดินเทพและแผ่นดินมาร!”

หลังจากที่ดาวดวงนี้ปรากฎ จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

สตรีที่มีวาสนาสูงส่งเหมาะที่จะอยู่เคียงข้างองค์ราชามีแค่เพียงผู้เดียวในโลกเท่านั้น ทว่าเหตุใดนางถึงมีชะตาหงส์สองแผ่นดิน ตัวเขาที่เป็นโหราศาสตร์มานานก็เพิ่งเคยพบเจอสถานการณ์นี้เป็นครั้งแรก

ไม่ว่าฟ้าดินจะเล่นตลกหรือเป็นเพียงความบังเอิญจากเรื่องราวนับหมื่นนับพันเรื่อง สตรีที่มีดาวดวงนี้นำทางมาจะต้องเป็นสตรีที่มีบางอย่างแตกต่างและพิเศษมากกว่าพระชายาขององค์ราชารุ่นก่อนที่ผ่านๆมาอย่างแน่นอน

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าในอนาคตนางจะได้เป็นพระชายาของราชาเทพหรือราชามาร ทว่าศึกชิงนางไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งสองแผ่นดินจะต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน

“น่าสนุก...” เสียงทุ้มกล่าวออกมาพร้อมกับมุมปากที่ยกโค้งขึ้นอย่างชั่วร้าย ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเขาก็ยังคงสูงส่งจนผู้คนไม่อาจทำให้แปดเปื้อน

ชายหนุ่มที่อยู่ภายใต้อาภรณ์สีขาวสะอาดเลิกคิ้วเรียวยาวขึ้นเพียงเล็กน้อย

เขาไม่ได้สนใจสตรีที่มีชะตาหงส์สองแผ่นดินนางนั้น แต่ที่เขาสนใจคือการได้มองดูเรื่องราวสนุกสนานที่กำลังจะเกิดขึ้นต่างหาก

หากเขาหานางพบก่อนจอมมาร หากเขาได้ครอบครองสตรีผู้นั้น องค์ราชาของเหล่ามารจะทำเช่นไร จะมาแย่งชิงนางไปจากเขาหรือไม่

น่าสนุกจริงๆ!

 

 

 

 

 

 

ในเวลาเดียวกันนั้น ภายใต้โลกที่ลึกลงมาอีกขั้น ปรากฎค่ำคืนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยหมู่ดาวระยิบยับ ทอแสงสว่างงดงามชวนให้ผู้คนวาดฝัน

เปรี้ยง!

ทว่าอยู่ๆก็มีเสียงของอสนีบาตฟาดผ่าลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ก้องกังวานราวกับจะทำลายล้างโลกทั้งใบให้ย่อยยับและพังพินาศ

เสียงของมันดังสะท้อนไปทั่วทุกหนทุกแห่งจนผู้คนตื่นตระหนกและประหลาดใจ

มีหลายบ้านถึงกับเปิดประตูหน้าต่างออกมาดูด้านนอกด้วยความอยากรู้และหวาดกลัวปะปนกันไป

พวกเขาหาคำตอบไม่พบว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ท้องฟ้าพิโรธในยามราตรี บรรยากาศไร้เมฆฝน ไร้สายลมที่โหมกระหน่ำ แต่กลับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

พิลึกชอบกล

เวลาเดียวกันนั้น บริเวณหุบเขาเร้นลับที่ห่างไกลจากผู้คน มีกลิ่นคาวเลือดลอยอบอวล กลืนกินอากาศบริสุทธิ์จนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงกลิ่นอายแห่งความตายอันเย็นเชียบที่หนาวลึกไปถึงกระดูก

กองซากร่างที่ชุ่มโชกไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน พวกเขาถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม แขนขาลำตัวถูกแยกออกมาเป็นส่วนๆ กองสูงเป็นเนินดุจภูเขาขนาดเล็ก ใกล้ๆกันมีร่างของสตรีนางหนึ่งนอนแน่นิ่งไร้ซึ่งลมหายใจ

นางมีรูปโฉมงดงามดุจจันทรา องค์ประกอบรูปหน้าทั้งห้าไม่มีส่วนไหนบกพร่อง ทุกสัดส่วนล้วนงดงามและน่าหลงใหล ทว่าใบหน้านั้นกลับวางแนบอยู่บนพื้น ผิวขาวละเอียดเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและดินโคลนสกปรก

หากมองในมุมนี้ก็สามารถคาดเดาได้ว่าผู้คนที่ตายเป็นจำนวนมากล้วนพลีชีพเพื่อปกป้องนาง

แต่แม้จะปกป้องจนตัวตาย พวกเขาก็ยังไม่อาจรักษาชีวิตนางเอาไว้ได้ สุดท้ายสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้ก็ยังคงต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอดสูไปพร้อมๆกับพวกเขา

ท่ามกลางความเงียบสงบของหุบเขาและผืนป่า ก็ทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวและน่าเศร้ามากยิ่งขึ้น สายลมพัดผ่านเข้ามา นำพากลิ่นคาวเลือดออกไปไกลแสนไกล

ช่วงเวลานั้นปลายนิ้วเรียวก็ค่อยๆขยับทีละน้อย ดวงตาที่ปิดสนิทปรือขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงที่ฟังดูทรมานเป็นอย่างมาก

“อึก...” ร่างบอบบางของสตรีที่เคยนอนแน่นิ่งลุกพรวดขึ้นมาพร้อมกับยกมือทุบหน้าอกตัวเองอย่างบ้าคลั่งและทุรนทุราย

ความรู้สึกเจ็บปวดราวกับหัวใจถูกฉีกขาดทำให้ร่างบางกรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงหรือรับรู้ถึงการกลับมามีชีวิตอีกครั้งของนางเลย

“อั่ก!” ร่างบางกระอั่กเลือดหนึ่งหน ริมฝีปากซีดขาวเต็มไปด้วยหยาดโลหิต

เธอเงยหน้ามองไปรอบด้าน เห็นซากศพนับร้อยที่ตายอยู่ข้างกายก็รู้สึกประหลาดใจและมึนงง

ทว่าเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเผยออกมาทางแววตาเลยสักนิด ราวกับว่าเธอคุ้นชินกับภาพสยดสยองตรงหน้าเป็นอย่างมาก

ร่างบางรวบรวมสติอีกครั้ง มือเล็กฉีกกระชากเสื้อของตัวเองออก ก่อนจะเห็นว่าที่หน้าอกมีรอยฝ่ามือสีแดงเข้มจนเกือบม่วงประทับอยู่

ไม่ต้องมีใครบอกเธอก็รับรู้ได้ว่าความเจ็บปวดที่เธอกำลังเผชิญมีต้นเหตุมาจากการถูกฝ่ามืออันทรงพลังของใครสักคนหนึ่งกระแทกเข้ามาหวังทำลายหัวใจของเธอจนแหลกเหลว

นี่มันเรื่องอะไรกัน!

เธอจำได้ว่าตัวเธอเองตายไปแล้วหลังจากเครื่องบินระเบิด เธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งในโลกที่แปลกใหม่แห่งนี้ได้อย่างไร...

ผู้คนที่นี่แต่งตัวโบราณ อีกทั้งยังมีจิตสังหารอันแข็งแกร่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่อบอวลไปทั่ว

นี่มันโลกอะไรกัน เธอย้อนเวลามารึไง หรือว่านี่คือโลกหลังความตาย?

ไม่ว่าที่นี่จะเป็นโลกแบบไหน เธอไม่มีเวลามานั่งใส่ใจ สิ่งแรกที่เธอจะต้องทำก็คือการดิ้นรนมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้

ความเจ็บปวดที่คนธรรมดายากจะทานทนยังคงถาโถมโจมตีใส่เธออย่างไม่ปรานี ในขณะที่เธอพยายามจะลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลกลับมีแสงหนึ่งสว่างวาบอยู่ตรงหน้า

เธอเงยใบหน้าขึ้นมองอย่างยากลำบาก ก่อนจะเห็นร่างโปร่งแสงของสตรีที่เรียกได้ว่างดงามราวกับเทพธิดาบนสรวงสรรค์

เธอเคยคิดว่าตัวเองในชาติก่อนสวยสง่าดุจดวงดาราบนท้องฟ้า ทว่าภาพตรงหน้ากลับลบความภาคภูมิใจของเธอลงไปอย่างเลือดเย็น

งามมาก...

ร่างบางแค่นยิ้มก่อนจะปลอบใจตัวเองเบาๆ ‘ถึงจะงามแต่ก็งามกันคนละแบบ ไม่อาจนำมาเปรียบเทียบกันได้’

เธอจะต้องบาดเจ็บจนสมองเลอะเลือนแน่ๆ เธอกำลังมองเห็นอะไร สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอจะมีตัวตนอยู่ได้อย่างไรกัน

ร่างบางขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น หลับตาสะบัดหน้าตัวเองหนึ่งครั้ง ก่อนจะเพ่งมองไปยังร่างโปร่งแสงที่ยังคงไม่จางหายไปไหน

“ชิ! พอได้มาเกิดใหม่ ฉันก็กลายเป็นคนเห็นผี"

เธอสบถออกมาอย่างเย็นชาและสมเพชความคิดตัวเอง ก่อนจะยกมือที่เปื้อนเลือดปัดเส้นผมที่ตกลงมาบนแก้มออกเล็กน้อย สายตาไม่ละไปจากร่างโปร่งแสงตรงหน้า

สิ่งที่เธอใช้สายตามองอยู่นั้นไม่ใช่มนุษย์แน่นอน ถ้าไม่ใช่มนุษย์ก็สมควรจะเป็นผี แล้วผีตนนี้มายืนจ้องหน้าเธอทำไม

“เจ้ามาเกิดในร่างของข้า ยังมีหน้ามาเรียกข้าว่าผีอีกหรือ...”

เสียงที่ดังขึ้นในหัวทำให้ร่างบางชะงัก ก่อนจะมองวิญญาณที่อยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางระมัดระวังมากขึ้น ประโยคเมื่อครู่ทำให้เธอเข้าใจบางสิ่งบางอย่างได้อย่างรวดเร็ว

ความจริงแล้วคนที่เป็นผีก็คือเธอ นี่เธอกลายเป็นผีมาแย่งร่างคนอื่นใช่หรือไม่ เธออับจนถึงขนาดนี้ได้อย่างไร

เมื่อรู้ความจริงสีหน้าของหญิงสาวก็ดูไม่ดีนัก ทั้งสับสนและมึนงงจนอยากจะหัวเราะออกมาดังๆให้เหมือนคนเสียสติ

ถึงอย่างนั้นมือของเธอก็ยังคงกุมอยู่ที่หน้าอกที่ได้รับบาดเจ็บ เธอยังคงกดความเจ็บปวดเอาไว้อย่างอดทน

ร่างโปร่งแสงอ่านความคิดของอีกฝ่ายออกก็ยิ้มเยาะ พลางส่ายหน้าไปมา

"ข้าบอกว่าเจ้ามาเกิดใหม่ในร่างของข้า ตอนนี้เจ้าคือคน! เจ้าโง่หรือไร ถึงได้คิดว่าตัวเองเป็นผี"

"ฉันไม่ใช่ผีงั้นเหรอ" เธอกล่าวด้วยใบหน้าซื่อบื้ออย่างแท้จริง

"ก็ใช่น่ะสิ! เหอะ ภาษาที่เจ้าพูดก็แปลกประหลาด ฟังไม่คุ้นเคยและไม่รื่นหูนัก เจ้าเป็นคนจากโลกใดกันแน่" ร่างโปร่งแสงเอ่ยอย่างฉงน

ร่างบางได้ฟังสมองก็ประมวลผลออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่นานเธอก็ปรับระบบความคิดใหม่ทั้งหมด การมาอยู่ที่นี่ในร่างของคนอื่นไม่ใช่ความฝัน สิ่งที่เกิดขึ้นลบล้างความเชื่อที่เธอเคยมีมาทั้งหมด

แม้ยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ ยากจะยอมรับ แต่ไม่อาจไม่ยอมรับมันได้ คนเราต้องรู้จักปรับตัว ขอเพียงมีชีวิตต่อไปก็เพียงพอแล้ว

“เจ้าต้องการอะไรก็รีบพูด คิดจะทวงร่างคืนรึไง? บอกก่อนว่าอย่าได้หวังเพราะข้าไม่ให้” พอตั้งสติได้เธอก็กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบและตรงไปตรงมาอย่างหน้าไม่อาย ไม่ได้ตอบคำถามอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

เธอที่ตายมาแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่คิดที่จะตายอีกเป็นครั้งที่สอง ในโลกนี้มีใครไม่เห็นแก่ตัวบ้าง หนึ่งแสนหนึ่งล้านปีจะมีคนตายที่ได้รับโอกาสกลับมาใช้ชีวิตสักกี่คนกันเชียว

โอกาสนั้นถูกส่งมาถึงมือแล้ว ไม่รับไว้คงไม่ใช่เธอ..

แม้จะฟื้นมาอยู่ในร่างที่หัวใจเกือบจะแหลกสลาย เจ็บปวดและทรมาน เธอก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป จะต้องทำทุกวิถีทางให้ร่างนี้ก้าวผ่านความเจ็บปวดและรอดพ้นจากความตายให้จงได้

“ข้าตายและหมดวาสนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว จะไปแย่งร่างคืนมาจากเจ้าได้อย่างไร” ร่างโปร่งแสงกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง พลางว่า “ข้าชื่อลั่วหวินซี เจ้าจงจำเอาไว้ว่าต่อแต่นี้ไปเจ้าจะมีชีวิตอยู่ในนามของข้า...”

ร่างบางที่ได้ยินก็ชะงักอีกเป็นครั้งที่สอง เธอไม่คิดว่าเจ้าของร่างเดิมจะมีชื่อเดียวกันกับเธอ

เรื่องบังเอิญเช่นนี้ก็มีด้วยหรือ ในโลกนี้มีความบังเอิญที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ด้วยงั้นรึ

“ข้ามาที่นี่เพื่อชำระล้างร่างกายและจิตวิญญาณ แต่กลับถูกลอบสังหารเสียก่อน เห็นแก่ที่เจ้ามาเกิดใหม่ในร่างของข้า เพื่อไม่ให้เรามีหนี้บุญคุณซึ่งกันและกัน เจ้าจงพยายามฝึกตนให้แข็งแกร่ง ปกป้องครอบครัวของข้าด้วยชีวิต หากเจ้ารับปาก ข้าจะถือว่าเราไม่มีสิ่งใดให้ติดค้าง...”

“ได้” เธอตอบกลับโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดทบทวน เพราะเธอเองก็มีนิสัยไม่ชอบติดค้างบุญคุณใครเช่นกัน

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเธออยากจะรีบจัดการกับความเจ็บปวดที่ปะทุขึ้นมาเป็นระลอกคลื่นโดยเร็ว หากมัวแต่ยืนพูดคุยกันอยู่เช่นนี้เกรงว่าเธอคงต้องตายอีกรอบเป็นแน่

ความเจ็บปวดที่ต้องทนแบกรับหนักหนามาก ลั่วหวินซีจึงไม่ทันได้คิดว่าอะไรคือการชำระล้างร่างกายและจิตวิญญาณไปโดยปริยาย

“ข้าจะให้เจ้าดูความทรงจำบางส่วนของข้า...ก่อนที่วิญญาณของข้าจะสลายหายไป”

กล่าวจบร่างโปร่งแสงที่อยู่ตรงหน้าก็พุ่งกลับเข้ามาในร่างของเธอ ก่อนที่ความทรงจำมากมายจะไหลเข้ามาดุจสายน้ำ รวดเร็วและชัดเจนเป็นอย่างมาก

อ่อนแอ น่าอับอาย...

สูงส่งทว่าไร้ประโยชน์

เกิดในตระกูลอันดับหนึ่งแต่ฝึกพลังไม่ได้ เป็นสตรีไร้ค่าที่ผู้คนหมางเมินและดูถูกดูแคลน มีแต่คนคอยรังแกกลั่นแกล้งไม่เว้นแต่ละวัน

ภาพที่เห็นทำให้ลั่วหวินซีหลับตาลงก่อนจะพึมพำในใจ สาเหตุการตายของเจ้าของร่างนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด

เจ้าของร่างเดิมเป็นผู้ที่ไม่อาจฝึกฝนพลัง จึงเดินทางมาที่หุบเขาเป็นตายแห่งนี้เพื่อใช้บ่อโลหิตชำระล้างร่างกายและจิตวิญญาณใหม่

ว่ากันว่าหากลงไปแช่ในบ่อโลหิตแล้วสามารถรอดชีวิตออกมาได้ ร่างกายและจิตวิญญาณจะบริสุทธิ์ผุดผ่อง หากโชคดีก็จะได้พรสวรรค์ติดตัวออกมาอีกหนึ่งอย่าง

คาดไม่ถึงว่ายังมีคนสนใจเจ้าของร่างเดิมที่อ่อนแอและถูกมองว่าไร้ค่าผู้นี้ด้วย ถึงได้สั่งให้คนมาลอบสังหารอย่างโหดเหี้ยม

มีคนจงใจไม่ให้เจ้าของร่างเดิมฝึกฝนพลังได้!

 

 

ความคิดเห็น