ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

Chapter 1

- 1 -

“พามาโรงพยาบาลทำไมล้มแค่นี้”

 

“ก็บอกแล้วว่าให้ระวังๆ แล้วพรุ่งนี้มีถ่ายละครจะทำยังไง”

 

“ก็ยังเดินได้”

 

“นายต้องพัก”

 

“เดินได้”

 

“หวังอี้ป๋อถ้านายยังเห็นว่าฉันคือพี่ใหญ่ก็จงเชื่อฟังฉันซะ”

 

“...”

 

หนึ่งหนุ่มหุ่นนายแบบในชุดสูทสีหน้าเคร่งเครียดยืนขมวดคิ้วจดจ้องไม่วางตาไปยังอีกหนึ่งหนุ่มคูลกายใบหน้าดื้อดึงที่แสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่พอใจในการถูกบังคับถ้าไม่ติดว่ามีบาดแผลลึกบริเวณเข่าและข้อมือซ้ายเขาเองก็คงไถวีลแชร์หนีกลับบ้านไปแล้ว

 

“เอ่อ...ใจเย็นก่อนนะไห่ควานนายอาจจะกำลังเหนื่อยกลับไปพักก่อนเถอะเดี๋ยวผมดูแลอี้ป๋อเอง”

 

จูจ้านจิ่นผู้จัดการซุป’ตาร์คนเก่งทำหน้าแหยอย่างกล้าๆ กลัวๆ สองพี่น้องนี้เวลาเถียงกันแล้วไม่น่าเข้าใกล้ที่สุดคนนึงก็เป็นถึงเจ้าของบริษัทเอนเตอร์เทนเมนท์ชื่อดังที่ถึงอายุจะยังน้อยแต่กลับบริหารบริษัทจนขึ้นแท่นนักธุรกิจที่มีรายได้ติดอันดับForbes magazine กับอีกหนึ่งซุป’ตาร์คนดังซึ่งเป็นที่จับตามองไปทั่วเอเชียแถมยังกลายเป็นรายได้หลักของบริษัทอีกด้วย

 

ครืดด

 

“สวัสดีครับ~”

 

เสียงสดใสไม่เข้าสถานการณ์ของคนมาใหม่เปิดม่านกั้นเตียงในห้องฉุกเฉินออกก่อนจะปรากฎตัวพร้อมสาดออร่าเหมือนอยู่กลางทุ่งลาเวนเดอร์ให้คนป่วยและญาติคนป่วยได้สตั้นไปทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้สถานการณ์ตรงนี้ออกจะดูมาคุแต่ก็กลับกลายเป็นทุ่งดอกไม้ไปซะได้

 

กรี๊ดดดด~

 

เสียงกรี๊ดของคุณพยาบาลทั้งหลายที่ชะเง้อคอมองเข้ามาหลังม่านที่เผยอออกด้วยฝีมือของคุณหมอคนหล่อบ่งบอกได้ว่าคนป่วยหน้าตาไม่เป็นมิตรตรงหน้านี้โด่งดังเป็นที่รู้จักขนาดไหน

 

“ขึ้นเตียงเลยครับเดี๋ยวหมอทำแผลให้”

 

คนเป็นหมอว่าพลางเดินไปจัดเตรียมอุปกรณ์ทำแผลด้วยตนเองเพราะพยาบาลผู้ช่วยเอาแต่ยืนเคลิ้มมองหน้าคนป่วยไม่ยอมขยับไปไหนและตอนนี้คุณหมอเองก็รีบมากเช่นกัน เพียงอีก1ชั่วโมงเขาจะลงเวรอยู่แล้วรีบๆ เคลียร์เคสเสร็จแล้วจะได้รีบกลับไปนอนซักที

 

“ไม่”

 

“หวัง อี้ป๋อ!”

 

คุณหมอที่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยถึงชีวิตหลังลงเวรต้องหันกลับไปมองคนใส่สูทหน้าถะมึงทึงกับคนไข้หน้าดื้อที่จ้องกันเอาเป็นเอาตาย

 

หวา...ตรงนี้บรรยากาศไม่ดีเอาซะเลย

 

“จะใจเย็นก่อนเถอะครับ”

 

คนตัวเล็กสุดในที่นี้อย่างจ้านจิ่นทำหน้าซีดปากคอสั่นเอ่ยคำติดอ่างพลางเกาะแขนคนใส่สูทเพราะเขากลัวว่าไห่ควานจะเผลอลงไม้ลงมือกับคุณซุป’ตาร์บนวีลแชร์

 

“หมอว่าญาติออกไปก่อนเถอะครับเดี๋ยวตรงนี้หมอจัดการเอง”

 

คุณหมอที่ปิดครึ่งหน้าด้วยแมสก์กระดาษส่งยิ้มผ่านดวงตาให้หลิวไห่ควานและจูจ้านจิ่นพลางออกปากเชิญให้พวกเขาออกจากบริเวณนี้ไปก่อน...จะได้ทำอะไรๆได้สะดวกหน่อย

 

“หมอจะทำยังไงก็รีบทำเถอะ...คนเอาแต่ใจแบบเจ้านี่ผมเองก็หมดคำจะพูดแล้ว”

 

หลิวไห่ควานพูดจบก็เดินสะบัดเปิดม่านออกไปอย่างรวดเร็วก่อนจะตามไปด้วยผู้จัดการที่ทำหน้าเหมือนจะบอกว่า ‘ลำบากคุณหมอแล้วล่ะ’

 

เออ...คงจะลำบากจริงๆนั่นล่ะ ดูหน้าคนไข้สินอกจากจะไม่เป็นมิตรแล้วยังดูเหมือนพร้อมบวกตลอดเวลาอีกด้วย

 

“ขึ้นเตียงเถอะครับ จะได้รีบทำแผลนะ”

 

หมอเซียวจ้าน คุณหมอคนหล่อขวัญใจคนไข้และพยาบาลไปจนรปภ.ประจำโรงพยาบาลชื่อดัง เดินเข้าไปคุยกับคนไข้ใกล้ๆ ยิ่งเดินเข้ามาใกล้ยิ่งรับรู้ถึงไอเย็นวูบที่แผ่ออกมาจากตัวคุณซุป’ตาร์

 

“...”

 

“โอเค”

 

เมื่อคิดว่าคุณคนไข้คงไม่ให้ความร่วมมือง่ายๆ หมอจ้านจึงดึงแมสก์ออกเพื่อจะได้คุยสะดวกแล้วลงไปนั่งชันเข่ากับพื้นแล้วเงยหน้ามองคนไข้แบบใกล้ๆ

 

“เด็กดี...ขอพี่หมอดูแผลหน่อยนะครับ”

 

“!!”

 

คนฟังหันสบตาคนพูดอย่างไม่พอใจ กล้าดียังไงมาพูดเหมือนเขาเป็นเด็ก! หากว่าพอได้มองหน้าคุณหมอคนหล่อใกล้ๆแล้วถึงกับหายใจสะดุด

 

หล่อ...หล่อมากจริงๆ หล่อจนสงสัยว่าคนหล่อดูดีขนาดนี้ทำไมถึงหลบอยู่แค่ในที่แบบนี้ ทั้งๆที่ถ้าเป็นนักแสดงหรือไอดอลก็คงทำเงินได้มากแน่ๆ

 

แกร๊บ แกร๊บ

 

“จะ จะทำอะไร?”

 

หวังอี้ป๋อหลุดจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงโลหะเฉือนกัน ก่อนจะมองอุปกรณ์ในมือของคุณหมอแล้วต้องทำหน้าฉงน...กรรไกร?

 

“ตัดกางเกงไงครับ จะได้ทำแผลได้สะดวก”

 

ไม่เพียงว่าเปล่า หมอจ้านดึงขาเกงเกงของคนไข้แล้วสอดกรรไกรเข้าไปเตรียมตัดออกให้หมดเพื่อไม่เกะกะพื้นที่ทำแผลของเขา

 

“เดี๋ยว! รู้มั้ยว่ากางเกงนี่มันราคาเท่าไหร่?”

 

“หมอไม่ได้จะซื้อต่อสักหน่อย จะรู้ราคาไปทำไม”

 

คุณหมอทำหน้ามึนแล้วพยายามดึงขาที่ดิ้นไปมาหนีกรรไกรให้อยู่นิ่งๆ โดยที่คนเจ็บเองก็ขยับหนีได้อย่างลำบากด้วยความเจ็บ

 

“หยุดนะ!”

 

“ถ้าอย่างนั้นก็ถอดออกสิครับ แล้วขึ้นนอนบนเตียงทำแผลดีๆ ไม่อย่างนั้นหมอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้ว”

 

“ไม่ได้ขอให้ทำสักหน่อย”

 

เซียวจ้านหลับตาลงแล้วถอนหายใจออกยาวๆ พยายามคิดถึงชีวิตหลังลงเวรเข้าไว้ ตอนแรกเขาก็คิดว่าถ้าลงเวรแล้วจะได้ไปเที่ยวเดินห้างพักผ่อนซื้อหนังสืออ่านเล่นสักเล่ม แต่ตอนนี้เขาคิดว่าชีวิตนี้มันช่างหนักหนาซะเหลือเกิน กลับไปนอนชาร์ทพลังโง่ๆที่บ้านคงจะดีซะกว่า

 

“ถอด”

 

“ไม่ถอด”

 

“งั้นตัด”

 

“ไม่ให้ตัด”

 

ไอ้เด็กนี่ อยากเจอหมอจ้านเวอร์ชั่นนรกซะแล้ว!

 

หมับ

 

ฟึบ

 

แกร๊บบบ

 

เสียงกรรไกรที่เฉือนลงบนเนื้อผ้ายีนส์ดังก้องโสตประสาทของคนฟัง ก่อนที่เศษผ้าจะกองลงบนพื้นราวกับภาพสโลว์โมชั่น

 

“=[]=!!”

 

“...เรียบร้อย”

 

ขณะที่คุณซุป’ตาร์ยังนิ่งอึ้ง ขากางเกงข้างซ้ายก็ถูกตัดผ่าเปิดไปถึงต้นขาแล้วตัดเอาเศษผ้าออกไปจนกลายเป็นว่าหวังอี้ป๋อผู้นำเทรนด์แฟชั่นตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อยืดโอเวอร์ไซส์สีดำกับกางเกงยีนส์ขายาวข้างสั้นข้างด้วยฝีมือของเดอะดอคเตอร์หน้ากระต่ายที่ในมือยังถือกรรไกรเจ้าปัญหาอยู่

 

“....”

 

เหมือนอี้ป๋อได้หลุดเข้าห้วงของโลกมืดไปแล้ว...ไม่เคยมีใครทำกับเขาแบบนี้เลย ไม่เคยมีใครกระทำการอุกอาจได้ขนาดนี้!

 

“ถ้ายังไม่ลุกไปนอนเตียงทำแผลดีๆ พี่หมอคงต้องราดน้ำยาทำแผลให้เลอะรองเท้าผ้าใบนี่ไปด้วยนะครับ...พี่ต้องรู้ราคามันอีกมั้ย?”

 

พรึ่บ

 

ไม่รอให้คุณหมอได้ขยับ ภาพเศษผ้าจากกางเกงยีนส์ราคาเฉียดแสนตรงหน้าบ่งบอกได้ดีว่าไอ้คุณหมอนี่พูดจริงและทำจริง น้องอี้ป๋อจึงเดินขึ้นไปนอนบนเตียงทำแผลอย่างว่าง่าย

 

“เก่งมากครับ”

 

ใบหน้าหล่อที่ฉีกยิ้มกว้างหากว่าดวงตาไม่ได้ยิ้มไปด้วยทำให้คนมองอย่างอี้ป๋อกลืนน้ำลายลงคออย่างฝาดเฝื่อนแล้วเสมองทางอื่นเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเขากลัวคุณหมอคนนี้ซะแล้ว...ก็หมอมีรังสีน่าเกรงใจแบบแปลกๆนี่นา

 

“เจ็บนิดนึงนะ หมอฉีดยาชาให้ก็จะรู้สึกตึงๆหน่อยนะครับ ถ้าระหว่างเย็บแผลแล้วรู้สึกเจ็บให้บอกนะ หมอจะฉีดยาชาเพิ่มให้”

 

หงึกหงัก

 

อี้ป๋อพยักหน้าลวกๆแล้วหลับตาลงข่มความเจ็บปวด ไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเลย

 

“ไปซนยังไงให้ได้แผลมาเนี่ย ดีนะที่แผลไม่ฉีกเข้าข้อเข่า ไม่งั้นต้องใส่เฝือกแน่ๆ”

 

คุณหมอบ่นไปพลางล้างแผลให้อย่างเบามือ คนเจ็บลืมตามองคนในชุดกาวน์แล้วลอบสังเกตใบหน้าท่าทางของเซียวจ้าน...ดูดีมากจริงๆ คุณหมอคนนี้ทั้งหล่อและเท่จนเขาเผลอยกให้เป็นไอดอลไปซะแล้ว พอคิดถึงตรงนี้ก็นึกขำในใจ คูลกายอย่างหวังอี้ป๋อเนี่ยนะจะต้องมีไอดอลไว้เป็นแบบอย่างด้วยเหรอ? คนอย่างเขาต้องเป็นนัมเบอร์วันเท่านั้นสิ!

 

“ฉีดบาดทะยักครั้งล่าสุดเมื่อไหร่?”

 

“...”

 

คนถูกถามนิ่งเงียบ เขาจำไม่ได้ บาดเจ็บจากสเก็ตบอร์ดและซ้อมเต้นมาตั้งหลายครั้งแต่ก็ไม่เคยมาโรงพยาบาลเลยสักครั้ง ไม่ได้ฉีดวัคซีนอะไรทั้งนั้นแหละ

 

“คนไข้ครับ...อายุยังน้อยก็ไม่ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มเหมือนพรุ่งนี้จะไม่มีให้ใช้หรอก ทะนุถนอมไว้บ้าง”

 

“...”

 

“...หมอเป็นห่วง”

 

ตั้งแต่ฟังมา นี่คือประโยคที่ทำเอาคนฟังใจเต้นรัวมากที่สุด หวังอี้ป๋อถึงกับยกยิ้มอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง ที่แท้ก็เป็นแฟนคลับของเขาเหมือนกันสินะ ทำเป็นดุ ทำเป็นใจร้ายใส่ ที่แท้ก็อยากให้เขาสนใจสินะ...หึหึ

 

“ทำไม? คุณเป็นแฟนคลับผมงั้นเหรอ?”

 

“หืม?”

 

อี้ป๋อเหลือบมองใบหน้าของคนเป็นหมอแล้วมองไปยังชื่อบนอกเสื้อกาวน์ของคุณหมอ... ‘เซียว จ้าน’

 

“อยากได้ลายเซ็นผมมั้ย?”

 

แกร็บ

 

ซุป’ตาร์มองไหมที่ถูกตัดแล้วมองหน้าคนเย็บแผล แผลก็สวยดีนะ แต่ยังไงก็คงเป็นแผลเป็นอยู่ดี ไม่เป็นไรหรอก ลูกผู้ชายก็ต้องมีบาดแผลบ้างเป็นธรรมดา...แต่หลิวไห่ควานเองคงไม่พอใจเท่าไหร่ ยังไงเขาก็ถือเป็นสินค้าของบริษัทนี่นะ สินค้ามีตำหนิแบบนี้ไห่ควานคงเกรงว่าราคาจะตกสินะ

 

“ขอโทษนะครับ แต่หมอไม่ทราบว่าคุณมีผลงานอะไรบ้าง”

 

“!!!”

 

ห้ะ? บ้าน่าหมอจ้าน โกหกรึเปล่า! ไปอยู่ที่ไหนมา!? นี่หวังอี้ป๋อ หวัง อี้ป๋อเชียวนะ!! นี่นัมเบอร์วันนะ!

 

“เอาเป็นว่าถ้าว่างๆหมอจะลองดูซีรี่ย์ของคุณนะ”

 

ก็คงหมายถึงถ้าว่างๆ แบบว่าชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรให้ทำแล้วจริงๆน่ะนะ

 

“เหอะ! ไม่ต้องรบกวนเวลาคุณหมอหรอกครับ”

 

อี้ป๋อพูดตัดบทแล้วหมอไปทางอื่นอย่างไม่พอใจ นี่เขาเผลอคิดยกให้คุณหมอคนนี้เป็นไอดอลไปได้ยังไงนะ คนแบบนี้ตาไม่ถึงชัดๆ!

 

.

 

.

 

“ครบ7วันตัดไหม ระหว่างนี้ก็ทำแผลทุกวัน วันละครั้งนะครับ”

 

คูลกายเม้มปากแล้วหันมองทางอื่น รู้สึกอายนิดหน่อยที่ใครๆก็พากันจ้องมองเขา ถ้าเป็นเขาในสภาพปกติก็คงอยากจะเชิดและทำหน้าคูลๆใส่อยู่หรอก แต่ตอนนี้กางเกงล้ำสมัยยาวข้างสั้นข้าง มันทำเอาเขาขาดความมั่นใจไปเกือบ40%! นึกแล้วก็แค้นใจคุณหมอตาถั่วนี่จริงๆ น่ารักซะเปล่า แต่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเอาซะเลย ไม่รู้จักเขาเนี่ยนะ!? คิดแล้วก็โมโห

 

“ขอบคุณมากเลยนะครับหมอเซียว”

 

“ไม่ลำบากเลยครับ”

 

คนเป็นหมอยิ้มกว้างจนคนมองใจกระตุกแล้วเผลอหูแดงจนท่านประธานบริษัทจับสังเกตน้องชายได้แล้วยกยิ้มพอใจ

 

“หวังว่าเราคงได้เจอกันอีกนะหมอเซียวจ้าน”

 

หลิวไห่ควานหันไปพูดกับคุณหมอ รู้สึกถูกชะตากับคนหล่อซะจริง ไม่แปลกเลยที่ทำให้น้องชายเขาเสียอาการไปได้

 

“ฮ่ะๆ ก็หวังว่าจะไม่ใช่ที่โรงพยาบาลนะครับ”

 

หึ...ไม่รู้หรอกว่าที่ไหน แต่คิดว่าคงได้เจออีกแน่ๆ

 

“ไปล่ะ”

 

คนเจ็บพูดพลางพยายามหมุนวีลแชร์หนีคุณหมออย่างยากลำบาก รู้สึกตึงแผลตรงข้อมือ หากว่าคนเป็นหมอก็เดินมาช่วยเข็นวีลแชร์แล้วก้มลงคุยกับคนเจ็บ

 

“หมอสัญญาว่าถ้าเจอกันอีกครั้ง หมอต้องร้องเพลงของคุณได้”

 

หมอเซียวจ้านพูดพร้อมกับส่งยิ้มกระชากวิญญาณคนฟัง...

 

และไม่เพียงแต่คูลกายที่สติหลุดลอยติดมือคุณหมอที่เดินจากไปแล้ว แต่รอยยิ้มกับการกระทำของคุณหมอได้ติดไปกับกล้องของเหล่าแฟนคลับของหวังอี้ป๋อไปด้วยเช่นกัน...

 

.

 

.

 

.

 

.

 

To be continued

 

 

 

 

 

อ่านกันขำๆนะ Don't be serious

ฝากกดไลค์ กดแชร์ ติดตามข้อมูลข่าวสารและพูดคุยกันได้ทางแฟนเพจนะคะ

Facebook : I’m Mynt

https://m.facebook.com/Immynt

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/2692796/1795871342-member.jpg

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น