email-icon facebook-icon

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน สนับสนุน ติดตามหอมมาตลอดนะคะ ชอบ ไม่ชอบ บอกได้เสมอ ยังคงอยากอ่านคำแนะนำ ติ-ชม จากทุกคน เป็นกำลังใจให้หอมได้ง่ายๆด้วยการคอมเมนต์ กดแชร์นิยาย หรือติดแท็กชื่อนิยายที่คุณชอบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 16

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.ย. 2562 10:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 16
แบบอักษร

ตอนที่ 16  

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

"เอย เอย"  

"......"  

"เอย!! อันซีน!!"  

"......"  

ยังคงไร้เสียงตอบรับจากเจ้าของชื่อเรียกทั้งๆที่ผมก็หาทั้งคู่จนทั่วบ้านพัก ไม่รู้ว่าเอยจะน้อยใจผมจนแอบหนีกลับเพลินทะเลก่อนหรือเปล่านะ  

ซ่าาา ~  

"แอ้!! แอ๊ะะ ฮี่ๆๆๆ มะ มะ เอยยย"  

"เก่งจังเลย เรียกเอยอีกได้ไหม"  

"อึ้มมๆๆ แอ~~~"  

กว่าจะรู้ว่าทั้งคู่อยู่ที่ไหนก็เสียเวลาในบ้านหลายนาที บนหาดทรายไม่ไกลจากตัวบ้าน สองแม่ลูกกำลังนั่งกินข้าวไป มองทะเลยามเช้ากันไปอย่างมีความสุข เป็นภาพที่น่าประทัปใจมากจริงๆครับ น่าเสียดายที่ผมไม่ได้หยิบโทรศัพท์ติดมือมาความประทัปใจนี้จึงอยู่ได้เพียงในหัวใจและความทรงจำ 

"หนีออกมากินข้าวกันสองคนได้ยังไง หืมม?"  

"คุณกันต์ ตื่นแล้วเหรอครับ"  

"จาาา จ๊ะๆๆๆ" ชูมือเรียกให้อุ้ม 

"เห็นคุณกำลังหลับสบายก็เลยพาเด็กแสบออกมาสูดอากาศข้างนอกน่ะครับ"  

"ให้ฉันป้อนข้าวลูกบ้างสิ"  

เอยพยักหน้าพร้อมขยับตัวให้ผมได้นั่งลงใกล้กัน ใบหน้าหวานยามนี้ดูหม่นหมอง หรือจะพูดให้ถูกเอยเป็นแบบนี้ตั้งแต่ที่ผมพูดถึงเกด  

"อยากกลับบ้านหรือยัง"  

"ครับ"  

"ทำไมล่ะ เอยไม่อยากอยู่กับฉันเหรอ"  

"......."  

"เอย"  

"ครับ"  

"มีเรื่องไม่สบายใจอะไรใช่ไหม"  

"ครับ"  

แปลก  

น่าแปลกใจที่เอยกล้าพูดกับผมตรงๆ  

"เรื่องอะไร บอกฉันได้ไหม"  

"เรื่องคุณเกด"  

"........"  

"ผมไม่รู้จักเธอ เคยได้ยินก็เพียงจากปากคุณ จากความผิดที่พี่อินได้ทำเอาไว้ ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าผมไม่มีส่วนข้องกับพวกคุณทั้งสามคน เพราะฉะนั้น …"  

"อะ อะไรเอย"  

"อย่าพยายามยัดเยียดเรื่องของเขาให้ผม คุณกันต์ .. เอยยอมทิ้งอดีต ทิ้งทุกความเจ็บปวดเพราะเอยรับรู้ เอยเห็นถึงความตั้งใจจริงของคุณที่มีต่อเราสองคน เอยรู้ว่าคุณรักเธอ ร่างกายที่แตกสลายยังคงฝังไว้ซึ่งจิตวิญญาณภายในหัวใจ และเพราะเธออยู่ในหัวใจคุณเสมอ ฉะนั้นพื้นที่เคียงข้างคุณตอนนี้ ขอให้มีแค่เอยที่ยืนอยู่คนเดียวได้ไหมครับ"  

เป็นอีกครั้งที่เอยทำให้ผมแปลกใจ  

เด็กคนนี้ภายนอกดูนิ่งเงียบและขี้กลัว แต่หากเป็นเรื่องของลูก เอยจะเข้มแข็งและกล้าหาญ นั่นจึงทำให้ผมแปลกใจที่เอยกล้าเรียกร้องและเปิดเผยความรู้สึก หรืออาจจะเพราะ ข้อเท็จจริงที่ว่าเอยยังเป็นเพียงเด็กวัยยี่สิบปี ที่มีอารมณ์และความรู้สึกพุ่งทะยาน หากรักก็รักเหลือเกิน แต่หากวันใดที่เกลียด ผมคงจะไม่มีวันได้พบเอยและลูกอีก  

"ฉันขอโทษนะที่ทำให้เอยรู้สึกไม่ดี"  

"ครับ …."  

"อย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้น ลูกกำลังมองอยู่"  

"เอยเอาแต่ใจ"  

"อ่าา เธอก็แค่แสดงตัวตนออกมา เปิดเผยความรู้สึก เพื่อบอกให้ฉันเข้าใจเอยมากขึ้น มันก็ดีแล้วนี่นา เอยก็สบายใจที่ได้พูดออกมา ใช่ไหม"  

"ฮะ"  

"แล้วจะกังวลอะไรล่ะ ฟอดดด~ ทำโทษที่ไม่ยอมปลุกฉันขึ้นมาดูพระอาทิตย์ตอนเช้า"  

แป๊ะๆๆๆ "แอ้!!! จ๋าาาาาา อื้ออๆๆ"  

"โอ๊ะ มีเด็กขี้อิจฉาที่ฉันได้หอมเอยด้วย ฟอดๆๆๆๆ ฮ่าาๆ"  

"มะ มะ อู้ๆๆๆ" อันซีนแทบจะพังเก้าอี้กินข้าวออกมาจับผมแยกกับแม่ของเขา เอยเองก็หัวเราะออกมาเสียงดัง นานๆจะเห็นลูกชายแสดงอาการหวงคุณแม่บ้าง 

"คิคิ แสบหวงอะไรน๊าา"  

"ฮึ่มมมๆๆ" แยกเขี้ยวที่แต่เหงือกมาให้ผม ยู่หน้าบิดเบี้ยวจนพวกเราอดหัวเราะลูกไม่ได้จริงๆ  

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

"ถึงสักที"  

"พูดเหมือนนั่งรถมาเป็นวัน"  

"คุณกันต์!! อย่าขัดสิครับ เอยเหนื่อยเพราะเดินในห้างเป็นวันๆต่างหาก"  

อิงเดือนย่นจมูกใส่รณพีร์ก่อนจะอุ้มอันซีนที่หลับตั้งแต่ขึ้นรถได้ห้านาทีเข้าบ้าน ภายในห้องโดยสารอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและเสื้อผ้าชุดใหม่ของสองแม่ลูก รวมไปถึงกระบะท้ายที่มีเตียงนอนขนาดเล็ก คอกกั้นบุนวมอย่างดีที่สามารถนำมาประกอบเองได้ที่บ้าน และจักรยานสี่ล้อคันแรกในชีวิตของอันซีน  

"ขนของเข้ามาหมดหรือยังครับ"  

"หมดแล้วคร้าบบบคุณนาย"  

"คุณกันต์อย่าแกล้งเอยนะ"  

"หรือไม่จริง อุ้มลูกตัวปลิวเข้าบ้าน ทิ้งให้ฉันขนของคนเดียวจนเสร็จ"  

"ก็รีบพาลูกนอน เอยจะได้อาบน้ำให้คุณกันต์ต่อ"  

"อืม ฉันก็เหนีย… เมื่อกี้เอยพูดว่าอะไรนะ"  

"ลืมแล้วครับ" แลบลิ้นสุดทะเล้นก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้อง แต่มีหรือผู้ใหญ่บ้านรณพีร์จะปล่อยให้โอกาสดีๆหลุดลอย  

ในพริบตาอาภรณ์บนร่างกายหลุดร่วงลงอย่างน่าอัศจรรย์ ถึงแม้ในห้องน้ำจะคับแคบไปสักหน่อยแต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับทั้งคู่ ที่พลัดกันทาถูๆจนเกิดเกิดฟองสบู่สีขาวแปะป้ายบนร่างกาย  

รณพีร์ยืนซ้อนหลังอิงเดือน เขาจุมพิตบนต้นคอขาวคลอเคลียไม่ห่างพร้อมๆกับที่มือหนาคอยรูดรั้งชักนำอารมณ์  

"เอย …" เสียงทุ้มพร่าแหบเมื่อร่างบางพลิกตัวหันกลับมา แขนเล็กยกขึ้นโอบรอบลำคอ ปลายเท้าเขย่งหมายจุมพิตเบาๆลงบนปลายคางก่อนที่จะไล่ลงมาถึงแผ่นอก ฟันคมขบกันบนยอดตุ่มไตสีน้ำตาลสลับซ้ายขวา  

ซู่~~ ซ่าาาา ~  

"อะ เอยย .."  

"ล้างตัวได้แล้วครับ"  

คนตัวเล็กยกยิ้มพอใจที่ทำให้รณพีร์เสียอาการได้ถึงเพียงนี้ เพราะก่อนที่จะลากลิ้นลงต่ำ อิงเดือนเปิดฝักบัวให้น้ำเย็นไหลผ่านร่างกายทั้งคู่  

"แกล้งกันอีกแล้ว"  

"ยืนนิ่งๆสิครับ แบบนี้จะล้างตัวให้สะอาดได้ยังไง"  

"อ่าาห์~"  

*หึ"  

"เอย!!!"  

คนที่ตั้งใจล้างคราบสบู่ลอบยิ้มพร้อมกับเสียงหัวเราะขบขัน เห็นว่าเขายอมเข้าหน่อยจึงได้ใจแกล้งกันแบบนี้ รณพีร์จะไม่ทนอีกต่อไป!   

"เด็กแสบ!!"  

"อย่าเพิ่งโมโหสิ"  

"เธอกำลังยั่วฉันใช่ไหม"  

"เอยไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดเลยนะครับ"  

ช้อนตาตอบกลับอย่างไร้เดียงสา หากแต่มือบางที่กำลังรูดรั้งกายใหญ่ไม่ได้หยุดการกระทำมิหนำซ้ำยังดูเหมือนว่าอิงเดือนกำลังสนุกที่ได้เป็นฝ่ายควบคุมรณพีร์  

"เธอกำลังทำให้ฉันโกรธ!!!"  

"ต้องง้อไหมครับ จุ๊บบ~" ร่างบางทรุดตัวคุกเข่าอยู่ตรงหน้ากายใหญ่ ริมฝีปากสีพีชจูบลงบนปลายแกนกายทั้งที่เจ้าตัวยังคงช้อนตามองรณพีร์ด้วยสายตาที่ใส่ซื่อ  

ก็อก ก็อก ก็อก  

"เอย!! เอยอยู่ในบ้านใช่ไหม"  

!!!  

"พี่อิน"  

"ช่างมันเถอะหน่า"  

"ไม่ได้ครับเผื่อพี่อินมีธุระสำคัญ"  

"เอย … ฉันจะออกไปยังไง" ว่าแล้วก็ชี้ท่อนลำแข็งขืนที่ดูท่าแล้วว่าคงไม่สงบลงง่ายๆ  

"คุณช่วยตัวเองไปก่อนได้ไหม ถ้าเอยไม่รีบออกไปพี่อินต้องพังประตูเข้ามาแน่ๆ"  

"กี่โมงเข้าไปแล้ว ทำไมมันไม่หัดดูเวลาบ้างฮะ!!!"  

"ใจเย็นๆสิครับ เอยออกไปแต่งตัวก่อน ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าเขาก็อยู่ในห้องกับลูกได้นี่นา"  

"ฉันไม่ใช่เด็กที่จะไม่รู้สถานการณ์อะไรนะเอย"  

"เอาไว้ … เอยจะชดเชยให้คุณ อย่าเพิ่งโมโหเลยทำภารกิจเสร็จแล้วกลับไปนอนกับลูกก่อนนะครับ"  

"อื้มมม!!!"  

ใช้เวลาแต่งตัวเพียงห้านาทีอิงเดือนก็ออกมาเปิดประตูต้อนรับพี่ชายอย่างไร้พิรุธ  

"โวยวายอะไรนักหนา"  

"เรียกเป็นชาติ ทำไมเพิ่งออกมา"  

"ดูเวลาบ้างสิพี่อิน ไม่เกรงใจคนอื่นก็เกรงใจคุณกันต์เขาบ้าง"  

"มันนั่นแหละที่ไม่สมควรได้รับความเกรงใจ"  

"เฮ้อออ ~ ว่าแต่มาทำอะไรที่ดึกๆดื่นๆ"  

"พี่ …. โคร่กกกกกก 

"หืมมม??" 

"ที่บ้านมีอะไรให้กินบ้างไหม" 

"เดินมาจากบ้านเราเพื่อมาถามว่าที่นี่มีอะไรให้กินบ้าง?" 

"เออสิวะ" 

"เดินมาทั้งไม้เท้าเนี่ยนะ" 

"เออ!!  ถามอะไรให้มากความ นี่น้องรึแม่ ตกลงมีไหมข้าวน่ะ" 

"รอสักสิบนาทีได้ไหมล่ะครับ เดี๋ยวน้องเอยจะทำข้าวผัดให้" 

"คร้าบบบ ทำไมจะรอไม่ได้ล่ะคร้าบบบน้องรัก" 

..

..

..

..

..

ไฟในบ้านถูกเปิดจนสว่างขึ้นอีกครั้ง พี่อินเดินกระเพลกเข้ามาอย่างทุลักทุเล โชคดีที่ห้องนอนใหญ่อยู่ห่างกับห้องครัวจึงไม่น่ากังวลมากนักกับคนที่กำลังทำภารกิจเพียงลำพังในห้องน้ำ 

"พี่สายล่ะครับ" 

"ไปตายห่าอยู่ที่ไหนสักที่แล้วมั้ง" 

"ไม่เบื่อบ้างเหรอทะเลาะกับเขาตลอดเวลา" 

"มันหาเรื่องพี่ เอยก็เห็น" 

"แต่พี่อินแก่แล้ว ผู้ใหญ่ก็ต้องยอมให้เด็กบ้าง" 

"เด็กกวนตีนแบบไอ้สายใจดีด้วยไม่ลงว่ะ" กรอกตาไปมา ทำหน้าเหม็นเบื่อสุดๆ

โชคดีที่ผมแวะซื้อข้าวสวยจากร้านสะดวกซื้อเผื่อคุณกันต์จะหิวกลางดึกเพราะเรากินข้าวที่ห้างสรรพสินค้าตั้งแต่ช่วงเย็น แต่กลายเป็นว่าคนทึ่ได้กินคือคู่ปรับตลอดกาลอย่างพี่อิน

"เอย" 

"คุณกันต์" 

"ที่นี่ไม่ใช่สถานสงเคราะห์แจกทาน ถ้าไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนก็ไม่ควรจะมารบกวนกันในเวลานี้" 

ปึ่งง!!  

"ไอ้กันต์!!!" 

"พอดีพี่สายไม่อยู่น่ะครับ พี่อินก็ยังบาดเจ็บอยู่กินข้าวเสร็จก็จะกลับแล้ว" 

"ฉันไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายภายในบ้านถ้าไม่จำเป็น" 

"คิดว่ากูอยากมาเหรอ ถ้าเอยกับอันซีนไม่อยู่ที่นี่ ปลายเนื้อตีนก็ไม่คิดจะเฉียดใกล้ เห๊อะ" 

"ก็ดี ฆาตกรที่ยังลอยนวลไม่ควรอยู่ในบ้านหลังนี้" 

"มึงหมายถึงใคร!!!" 

"แล้วในบ้านนี้มีใครสักกี่คนล่ะ" 

"ฮึ๊ยย ไอเหี้ยนี่!! กวนประสาทกูนัก ตัวตัวกับกูตอนนี้เลยไหมสัส! ทำน้องกูท้อง ปล่อยให้มันมีชีวิตอย่างทรมานถึงเวลาก็แสดงบทคนดี ไอ้เอยมันไม่ทันคนเหี้ยๆอย่างมึงแต่กู.. กูรู้เช่นเห็นชาติคนอย่างมึงดีไอ้กันต์!!" 

"กูทำใครท้องกูก็ยังรับผิดชอบ แล้วมึงล่ะ!! มึงทำคนตายทั้งคน เคยสำนึกบ้างไหมว่าตัวมึงเองนั่นแหละที่สมควรตายที่สุด!!" 

"คุณกันต์ คุณกันต์พอแล้ว พี่อินกลับไปก่อนนะ อย่าทะเลาะกันตอนนี้เลย อันซีนก็หลับอยู่ ไม่สงสารหลาน ไม่สงสารลูกเลยเหรอครับ" 

"สงสารสิ สงสารทั้งหลาน สงสารทั้งน้อง!! สงสารที่แกตาบอดทำตัวโง่ให้มันจูงจมูกง่ายๆแบบนี้ไงเอย!!!" 

"พี่อิน!!!" 

..

..

"หึหึ" 

..

..

"ไอ้กันต์!!!" 

รณพีร์ยกยิ้มเย้ยหยันส่งให้กับตะวันฉาย การกระทำลับหลังอิงเดือนเช่นนี้ยิ่งยั่วโทสะของพี่ชาย ตะวันฉายที่คว้าแก้วได้ปาแก้วนั้นบนโต๊ะกินข้าว เลือกหยิบเอาเศษแก้วที่เป็นปลายแหลมหมายจะใช้เป็นอาวุธทำร้ายรณพีร์ 

"พี่อินจะทำอะไร!!" 

"........" 

ไร้เสียงตอบรับ มีเพียงใบหน้าที่บึ้งตึงแฝงไปด้วยความอาฆาต ตะวันฉายไม่เข้าใจในข้อกล่าวหา จนถึงวันนี้ก็ยังยืนยันว่าตนไม่เคยรู้จักมักคุ้นแล้วจะไปทำอะไรให้รณพีร์ผูกใจเจ็บแค้นเคือง 

ทางด้านรณพีร์นั้นยังคงยืนกอดอกมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความใจเย็น ภาพพี่น้องที่กำลังยื้อยุดช่างดูน่าขบขัน 

ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและอิงเดือนถลำลึกมากเกินกว่าที่เด็กหนุ่มจะแยกแยะชั่วดี ในตอนนี้หากต้องเลือกระหว่างพี่ชายขี้เมา กับพ่อของลูกที่เพียบพร้อมแบบเขา คำตอบก็อยู่ตรงหน้านี้แล้ว 

รณพีร์ไม่ต้องทำอะไร เบื้องหลังอิงเดือนที่กำลังออกแรงต่อสู้ เขาก็แค่ยั่วโมโหตะวันฉายไปเรื่อยๆ จนถึงวินาทีที่อิงเดือนไม่สามารถต้านทานเขาจึงจะเข้าไปช่วยด้วยมาดเท่ๆ 

"โอ๊ยย!!" 

"น้องเอย" 

"เอยย!!" 

"พี่อิน … กลับบ้านไปนะครับ" 

"น้องเอย เจ็บ …" 

ผลั่กก!!  

"เกลียดกูมากก็มาลงที่กู เอยผิดอะไร!!" 

"ไอ้กันต์!!" 

"คุณกันต์มันเป็นอุบัติเหตุครับ พี่อิน น้องเอยบอกให้กลับบ้านไง" 

"ออกไป!! ออกไปจากที่นี่ไม่งั้นกูจะแจ้งความ" 

!!! 

..

..

..

..

..

----------------

ความคิดเห็น