ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[บทที่ 19] เข้าใจผิด

ชื่อตอน : [บทที่ 19] เข้าใจผิด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2562 22:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[บทที่ 19] เข้าใจผิด
แบบอักษร

บทที่ 19 

 

 

“คงไม่ต้องขึ้นไปส่งถึงห้องนะ” เสียงทุ้มของจื่อโจวพูดขึ้น ทันทีที่รถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่เกินราคาจอดเทียบหน้าคอนโดสุดหรูใจกลางเมือง เด็กหนุ่มรับหมวกกันน็อกจากเพ่ยอิง พร้อมกับยิ้มกริ่มอย่างยียวน 

 

“ไม่ต้องย่ะ ฉันไม่ได้เมาซะหน่อย” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระโชกกระชั้น ขณะประคองร่างโอนเอนของตัวเองลงจากเบาะนั่ง 

 

“โอ้ย!” 

 

“ระวังหน่อยสิเจ้!” 

มือหนาเอื้อมเข้ามาช่วยจับประคองร่างหญิงสาวเอาไว้เมื่อรองเท้าส้นสูงเกือบห้านิ้วเกือบพลิกคว่ำ จื่อโจวถอนหายใจพลางส่ายศีรษะไปมาอย่างเอือมระอา ก่อนจะก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซด์และถอดหมวกกันน็อกของเขาออก  

 

“ให้ผมประคองเจ้ขึ้นไปเถอะ แค่ยืนยังจะไม่ไหว แล้วจะเดินไปได้ยังไงกัน?” จื่อโจวพูดขณะเดินเข้าไปช่วยพยุงร่างเพ่ยอิงไว้  

 

“นี่! แม่ฉันมีลูกสาวคนเดียวย่ะ หยุดเรียกฉันแบบนั้นเลยนะ อึก~” เธอชี้นิ้วออกคำสั่งพลางเท้าเอวอย่างเอาเรื่อง 

 

“เฮ้อ...เรียกแบบนั้นก็ไม่ได้ แบบนี้ก็ไม่ได้ เป็นผู้หญิงที่เอาใจยากจริงๆนะครับเนี่ย คุณหัวหน้า” ใบหน้าคมคายโน้มลงมาประชิด หรี่ตามองใบหน้าขึ้นสีระเรื่อของหญิงสาวขณะเอ่ยคำพูดเหน็บแนม 

 

“ใช่ ฉะ..ฉันคือหัวหน้านาย จำเอาไว้...!~” ใบหน้าหวานขมวดคิ้วเข้ามากันง่วน พร้อมกับยกฝ่ามือน้อยขึ้นมาดันหน้าผากของใบหน้าเด็กหนุ่มออก 

 

“ครับ...หัวหน้า!” จื่อโจวลอบยิ้มมุมปากพร้อมกับก้มศีรษะตอบรับแต่โดยดี  

 

 

เด็กหนุ่มประคองร่างเล็กที่พยายามทรงตัวเดินเข้าไปในตึกคอนโดสุดหรู เพียงแค่ไม่ถึงห้านาทีทั้งสองคนก็เดินมาถึงหน้าประตูห้องส่วนตัวของเพ่ยอิง 

 

“นายกลับไปได้แล้ว...ขอบใจแล้วกันที่มาส่ง นั่งมอเตอร์ไซด์ครั้งแรกก็ประทับใจดีเหมือนกันนะ”เพ่ยอิงหันกลับไปเอ่ยคำขอบคุณกับเด็กหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ 

 

“เอ่อ...ผมก็อยากกลับเลยนะ แต่ขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม”  

 

“ห๊ะ นายจะเข้าห้องน้ำแน่นะ ถ้าคิดจะทำอะไรอย่างอื่นฉันเอาตายเลยนะ” เพ่ยอิงเปล่งเสียงเข้มพลางกวาดสายตามองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า 

 

“เจ้..เอ้ย! หัวหน้าคิดว่าผมจะทำอะไรหรอครับ? สเป็คผมไม่ใช่แบบนี้นะสิ...”เด็กหนุ่มยิ้มเยาะขณะสำรวจสายตามองหญิงสาวหัวจรดเท้ากลับไป 

 

“เหอะ! ถ้าอย่างนั้นก็รีบทำธุระของนายให้เสร็จแล้วรีบกลับซะ” ใบหน้าหวานหันกลับไปพร้อมกับบ่นพึมพำ แต่ก็ยอมเปิดประตูให้เด็กหนุ่มเข้าไป 

 

“แกร็ก~ ปัง!” 

 

“ผมจะรีบทำให้เสร็จเร็วๆนะครับหัวหน้าสุดสวย” 

 

“เพ่ยอิง!!” 

 

“เหวินอี้!!” 

เหมือนสติสัมปชัญญะกลับคืนไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยชาวูบร่วงหล่นไปยังพื้นโดยพลันเมื่อเห็นร่างสูงของเหวินอี้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า มองเห็นดวงตาคมสะท้อนความเกรี้ยวกราดออกมาอย่างชัดเจน 

 

“ผัวะ!!” 

 

“กรี๊ด!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเหวินอี้ที่กำลังขาดสติกระโจนเข้าไปใช้กำปั้นหนาชกใบหน้าของเด็กหนุ่มจนร่างซวนเซอย่างไม่ทันตั้งตัว 

 

“มึงกล้ามากนะ!” เหวินอี้ง้างแขนหมายจะชกเข้าไปอีกครั้ง ขณะที่อีกมือดึงคอเสื้อเด็กหนุ่มเข้ามาประชิดพร้อมกับกัดกรามแน่น เขาไม่ทันรอฟังคำอธิบาย เลือดร้อนในกายสูบฉีดเมื่อภาพที่เห็นมันกระตุ้นโทสะให้แล่นพล่านเข้ามา 

 

“อย่านะ! นายกำลังเข้าใจผิดนะ!”เพ่ยอิงแผดเสียงออกมาหวังจะอธิบาย สองมือเล็กจับรั้งลำแขนแกร่งแต่ก็โดนสะบัดออก 

 

“เหตุผลที่เธอต้องการจะปฏิเสธฉันสินะ แบบนี้เองสินะเพ่ยอิง!” ใบหน้าเหี้ยมเกรียมขึ้นสีแดงก่ำพร้อมแสยะยิ้มเมื่อรู้สึกโกรธจัด 

 

“ผัวะ!!” 

กำปั้นหนาของเด็กหนุ่มชกสวนกลับเข้ามาที่ข้างแก้มของเหวินอี้ เมื่อเขาปล่อยจังหวะให้จื่อโจวได้ตั้งตัว ทำให้เหวินอี้เป็นฝ่ายล้มลงก่อนจื่อโจวจะขยับขึ้นคร่อม กลับกลายเป็นฝ่ายที่อยู่เหนือกว่า  

 

“กรี๊ด!หยุดนะ” 

 

“ผัวะ!!” 

 

“ผัวะ!!” 

เพ่ยอิงกรีดร้องตะโกนห้ามสุดเสียง เมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองกำลังต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร แม้จะพยายามเข้าไปห้ามแต่ก็โดนผลักจนกระเด็นออกมา 

 

“ผัวะ! ก็เพราะนิสัยแบบนี้ไง หญิงถึงไม่เอา!” เด็กหนุ่มสวนกลับไปอย่างเดือดดาล 

 

“ผัวะ! อย่าคิดมายุ่งกับของของกู!”  

 

ริมฝีปากเปรอะซึมไปด้วยเลือดสีแดงของทั้งคู่ กลิ่นคาวคละคลุ้งกับเรือนร่างที่เริ่มปรากฏร่อยรอยของการต่อสู้  

ดวงตากลมสีแดงก่ำเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส ร่างกายหญิงสาวสั่นเทาด้วยความกลัว เธอมองชายหนุ่มทั้งสองกำลังต่อสู้กันรุนแรง...เพียงเพราะเรื่องเข้าใจผิด 

 

“หยุดได้แล้ว..หยุด!ฉันขอร้อง ฮึก ฮือ!” 

 

“ผัวะ!!” 

 

“ผัวะ!!” 

เพ่ยอิงพยายามเข้าไปดึงร่างสูงใหญ่ของเหวินอี้หมายจะห้ามปราม แต่กลับถูกท่อนแขนแกร่งสะบัดเหวี่ยงจนคนตัวเล็กล้มหัวฟาดเข้ากับขาโต๊ะอย่างแรง 

 

ปึง!! 

 

“โอ้ย!” 

เสียงร้องดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มทั้งสองหยุดชะงักนิ่งในทันที ต่างฝ่ายต่างหันมองไปยังต้นเสียงเป็นตาเดียวกัน ก่อนจะเห็นร่างบางของหญิงสาวล้มฟุบกองไปกับพื้น ใบหน้าหวานบิดเบ้แสดงออกถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ 

 

“เพ่ยอิง!” 

 

“หัวหน้า!” 

 

“ปล่อย! ฮึก หยุดทำเรื่องบ้าๆกันซะที” เธอเปล่งเสียงสะอื้นไห้ พลางปัดฝ่ามือหนาของเหวินอี้ที่หมายจะสัมผัสตัวเธอออก หยดน้ำตาไหลอาบเปรอะเรือนแก้มใสไม่ขาดสาย 

 

“ถ้าคิดว่าฉันทำเลวกับนาย ก็อย่ามายุ่งกับฉันอีก ฮึก~ 

...ออกไปจากชีวิตฉันสักที!” เพ่ยอิงกัดฟันพูดประโยคที่เจ็บปวดหัวใจออกมา เธอยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งทีมันไม่มีทางจะหยุดไหลลง  

 

“!” 

ใบหน้าคมคายฝืนกลืนน้ำลายลงคอด้วยความฝืดเคือง ดวงตาคมเห่อร้อนขณะที่เขาพยายามกล้ำกลืนข่มน้ำตาไม่ให้มันไหลออกมาให้อับอายเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางขบกัดกรามแน่นจนปรากฏขึ้นสองข้างแก้ม 

 

“คำตอบของเธอสินะ” 

 

“ใช่!” เพ่ยอิงทำใจแข็งตอบออกไปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทั้งๆที่มันกำลังสวนทางกับหัวใจ หัวใจดวงน้อยแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นร่างสูงกำลังหันหลังให้กับเธอและกำลังก้าวเดินออกไปจากห้อง 

ทั้งที่ความจริงต้องการกอดรั้งร่างกายเขาเอาไว้ แต่สองขากลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ริมฝีปากกลับไม่กล้าจะเอื้อนเอ่ยคำรั้ง 

 

ปัง! 

 

“ฮึก ฮือ..อ.~~” 

เสียงร้องไห้ระงมดังขึ้นหลังจากประตูห้องถูกปิดลง น้ำตาแห่งความปวดใจหลั่งไหลออกมาอาบสองข้างแก้มโดยไร้การควบคุม หญิงสาวสะอื้นไห้จนร่างกายสั่นเทา เหมือนหัวใจถูกบีบรัดด้วยของมีคม  

 

มันกลับเข้ามาอีกครั้ง...ความรู้สึกเดียวกันกับในตอนนั้น 

...เป็นความเจ็บปวดที่เขาเป็นฝ่ายมอบให้ 

 

 

เพ่ยอิงร้องไห้ออกมาอย่างลืมอาย เธอไม่สนใจว่ามีเด็กหนุ่มที่มองดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ข้างๆ   

ผ่านพ้นไปหลายสิบนาทีกว่าเสียงนั้นจะค่อยๆหายไปและเหลือเพียงสะอื้นในลำคอ 

ดวงตากลมโตที่บวมช้ำชำเลืองมองเด็กหนุ่มที่นั่งเอนหลังพิงผนังอยู่ด้านข้าง เธอยกสองมือขึ้นมาเช็ดน้ำตาก่อนจะเอ่ยเสียงแหบพร่าออกมา 

 

“ฉันขอโทษนะ ที่นายต้องมาเจ็บตัวเพราะฉัน” เห็นใบหน้าช้ำเลือดของเด็กหนุ่มความรู้สึกผิดก็ถาโถมเข้ามา 

 

“จะบอกว่าไม่เป็นไรมันก็ดูจะโกหกเกินไป” เด็กหนุ่มกระตุกยิ้มพลางดุนลิ้นสำรวจบาดแผลภายในข้างแก้มอีกครั้ง “แล้ว...พี่โอเคไหม?” จื่อโจวถามกลับ น้ำเสียงทุ้มของเด็กหนุ่มกลับแฝงไปด้วยความห่วงใย 

 

“จะบอกว่าไม่เป็นไร...มันก็ดูจะโกหกเกินไปใช่ไหม” หญิงสาวฝืนยิ้มทั้งน้ำตา บอกกลับไปด้วยประโยคแบบเดียวกัน 

 

“ผมไม่ได้บอกให้พี่หยุดร้องไห้ซะหน่อย อยากร้องจะฝืนกลั้นมันไว้ทำไม ถ้าเสียใจก็แค่ปลดปล่อยมันออกมาให้สุด ใครกันจะไม่เคยเสียใจให้ความรักกัน”  

 

คำพูดเด็กหนุ่มกระตุ้นความอ่อนไหวของหญิงสาวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนเธอจะปล่อยโฮอย่างสุดจะกลั้น 

“ฮือ...~” 

 

 

 

-- 

ดวงตาหวานเหม่อมองเพดานที่ถูกประดับด้วยโคมไฟแชนเดอเลียร์แสนสวยเปล่งประกายระยิบระยับ เมื่อถูกแสงสว่างของเช้าวันใหม่ส่องสว่างกระทบเข้ามาในห้องนอนของเธอ 

 

“ถูกทิ้งไว้ให้อยู่โดดเดี่ยวตรงนั้นอีกแล้วสินะ” เธอเปรยออกมาอย่างเลื่อนลอย 

 

น้ำตาเพิ่งจะเหือดแห้งลงก่อนรุ่งสางได้ไม่นาน เหมือนร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะขยับตัว หัวใจดวงน้อยโหวงหวิวอ้างว้างเหมือนกับว่าเหตุการณ์ของค่ำคืนที่ผ่านมาเป็นเหมือนเพียงความฝัน... 

ซึ่งครั้งนี้เป็นเขา 

ที่เป็นฝ่ายเดินจากไป... 

 

เหมือนกลิ่นกายของเขายังคงวนเวียนอยู่รอบๆตัวเธอ ทั้งหมอนหนุนและผ้าห่มที่คลุมตัว อากาศรอบๆห้องยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอ่อนๆของชายหนุ่ม 

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตั้งใจว่าจะถอยออกมาทีละก้าว แต่พอเอาเข้าจริงกลับทำใจได้ยากลำบากเหลือเกิน 

 

 

 

----- 

มีคำผิดตรงไหนแจ้งได้ค่ะ จะรีบแก้ไขให้นะคะ ขอกำลังใจเล็กๆเป็นคอมเม้นทีค่า 

ความคิดเห็น