ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 01

ชื่อตอน : เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 01

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ส.ค. 2562 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 01
แบบอักษร

- เรียกข้าว่าท่านอ๋อง 01 - 

 

 

"โอ๊ย"

"เจ็บรึไม่" ด้วยความไม่ระวังนางเดินสะดุดเท้าตัวเอง ใบหน้าเกือบทิ่มถึงพื้น ดีมีบุรุษตรงหน้ามาช่วยเอาไว้ได้ทัน

"ขอบคุณ" เสียงของนางหายไปเพียงเพราะได้สบตากับบุรุษหล่อเหลาตรงหน้า

ตึกตัก

ตึกตัก

ตึกตัก

หัวใจดวงน้อยที่มิเคยสั่นไหวให้ผู้ใด บัดนี้มันกลับเต้นรัวจนมิอาจควบคุม ใบหน้าของนางร้อนผ่าว คาดว่ามันคงกำลังแดงมากแน่ ๆ

"หม่อมฉันมิเป็นไรเพคะ ของพระทัยท่านอ๋องที่ทรงช่วยเอาไว้" นางกล่าวของคุณพร้อมกับท่าทางเอียงอาย นางมิกล้าสบตาคมของเขา เพราะตอนนี้หัวใจของนางอ่อนไหวเกินไป หากจ้องมองดวงตาของเขาอีกครั้ง เกรงว่าจะเป็นลมล้มพับไปตอนนี้

"ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว " เขาปล่อยมือหนาจากมือของนางอย่างเบามือ ความรู้สึกอบอุ่นยังคงมีอยู่ไม่จางหาย หัวใจของนางที่เริ่มจะกลับมาเต้นเป็นปกติ บัดนี้กลับมาเต้นรัวอีกครั้ง เมื่อครู่เขาจับมือนาง เขาเดินจากไปแล้วแต่สายตาของนางยังคงมองตามแผ่นหลังของเขาอย่างไม่ละสายตา แม้นรู้ตัวว่าตนเองมาที่นี่ในฐานะอะไร แม้นนางจะมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงแคว้นเยี่ย แต่ตอนนี้นางไม่ต่างอะไรกับเฉลยแม้นแต่น้อย

นางถูกส่งมาเป็นของบรรณาการให้ฮ่องเต้แคว้นหม่า แต่เพราะฮ่องเต้แคว้นหม่าทรงมีสนมมากมายจนล้นวังแล้ว จึงยกนางให้กับท่านอ๋องห้า นามหลันตี้จวิน เขามีศักดิ์เขาอนุชาของฝ่าบาท และยังดำรงตำแหน่งแม่ทัพบูรพา วังของพระองค์มิได้อยู่ในวังหลวง แต่อยู่ห่างจากเมืองหลวงอยู่มากนัก หลังเสร็จสิ้นงานเลี้ยงฉลอง นางก็ถูกนำตัวขึ้นรถม้า ตามขบวนของเขามาจนถึงวังซึ่งเป็นสถานที่ส่วนตัว ห้ามผู้ใดเข้าออก หากมิได้รับอนุญาต

หลังเขาเดินหลับสายตาของนางไป นางก็ได้แต่เก็บความรู้สึกของตนเองเก็บเอาไว้ในใจ นางได้ยินมาว่าเขายังไม่แต่งพระชายาสักนาง มิทราบด้วยเหตุผลใด แต่เพียงนางได้ยินเช่นนั้น หัวใจของนางก็รู้สึกอุ่นซ่านอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยเขาก็ยังไม่มีสตรีใด ถึงแม้นนางจะไม่มั่นใจว่าหัวใจของเขาจะมีผู้ใดหรือไม่ก็ตามที

"องค์หญิงเพคะ พวกเรารีบไปกันเถิดเพคะ"

"อื้อ" นางรีบเดินตามนางกำนัลที่ติดตามมาด้วย เพื่อมุ่งหน้าไปยังตำหนักของตัวเอง

ตำหนักตรงหน้าขนาดไม่ใหญ่มาก นางเองก็มิได้คาดหวังว่าจะได้รับการต้อนรับจากเขาดีขนาดนี้หรอก การที่นางต้องจากเสด็จพ่อ เสด็จแม่มาไกลถึงต่างแคว้น นางย่อมทำใจเอาไว้ก่อนแล้ว ว่าชีวิตในวังหลังของแคว้นหม่าจะทุกข์ทรมานเพียงใด นางย่อมต้องอดทนเพื่อบ้านเมือง นางต้องเสียสละตนเองเพื่อราษฎรแคว้นเยี่ย

"ทรงพักผ่อนเถิดเพคะ" นางทิ้งกายลงนอนบนเตียงกว้างก่อนจะหลับตาลง ขบวนเดินทางจากแคว้นเยี่ยสู่แคว้นหม่าใช้เวลาเป็นเดือน ร่างกายของนางเองก็อ่อนล้าเกินกว่าจะฝืนตัวเองได้ แม้นนางจะไม่คุ้นชินกับสถานที่แห่งนี้ แต่จะให้ทำเช่นไรได้ ในเมื่อทั้งชีวิตนี้ของนาง คงมิอาจกลับไปยังแคว้นเยี่ยได้อีกแล้ว

ภายใต้ความมืดมิด หนึ่งสตรีนอนหลับใหล คาดว่าร่างบางคงเหนื่อยจนมิอาจฝืนร่างกายของตนเองได้ นางคือสตรีที่เขาขอพระราชทานมาจากฝ่าบาท เรื่องนี้หาได้มีผู้อื่นล่วงรู้ไม่ มีเพียงเขาและฮ่องเต้เท่านั้น เขาเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดต้องพานางออกมาจากวังหลังที่แสนโหดร้ายนั่น หากเป็นเมื่อก่อนมีหรือที่เขาจะรับสตรีใดเข้าวัง

หน้าที่ของเขามิได้สบายเช่นอ๋องคนอื่น ๆ ตำแหน่งแม่ทัพมิใช่ได้มาเพราะอำนาจ หากแต่ได้มาเพราะความสามารถและความพยายามทั้งหมดของเขา ถัดจากวังของเขาไม่ไกลมีค่ายสำหรับฝึกทหารอยู่ ส่วนมากเขาจะอยู่ที่นั่นมากกว่าวังของตนเองเสียอีก

แต่พอในวังที่เงียบเหงาของเขามีสตรีตรงหน้ามาอยู่ร่วมด้วย เขาคงมิอาจใช้ชีวิตเช่นเดิมได้อีกแล้วสินะ มือหนาเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าของนางอย่างเบามือ ใบหน้าเนียน น่างดงามน่าหลงใหลจนเขามิอาจ ละสายตาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอ ตัวเขาพบพานสตรีมามาก แต่กลับมีสตรีตรงหน้าเพียงคนเดียวที่ทำให้เขาสนใจ จนต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ

"หึ หลับไปแล้วสินะ" เขายกยิ้มมุมปาก ให้กับความเอ็นดูสตรีตรงหน้า ร่างกายของนางบอบบาง เดินทางมาไกล มิหนำซ้ำยังต้องมาอยู่ในวังของเขาเป็นคืนแรก หากมิใช่เพราะนางเหนื่อยล้า คาดว่านางคงมิอาจข่มตาให้หลับลงได้แน่ แสงสว่างจากดวงจันทร์ภายนอก เผยให้เห็นใบหน้างดงามกำลังหลับตาพริ้ม

"อืม" เพราะเขาอดใจมิไหลจึงได้กระทำการล่วงเกินนางเข้า ดีที่ร่างบางไม่รู้สึกตัว เขาจึงรีบผละใบหน้าออกมาก่อนที่นางจะตื่นขึ้นมาพบเขา กลิ่นหอมเฉพาะกายของนางยังคงติดปลายจมูกของเขามิหายไปไหน เขาไม่อยากจะเชื่อตนเองเลยว่าเขาจะกล้าหอมแก้มสตรีที่กำลังหลับใหล

"หลับอยู่จริง ๆ สินะ" เขายกยิ้มออกมาจนเต็มใบหน้า ตั้งแต่เกิดมาเขาสาบานได้ว่ามิเคยกระทำเรื่องเช่นนี้กับสตรีนางใด เขามิเคยสนใจสตรีอื่นใดมาก่อน จนมาพบนาง ใบหน้าของเขาร้อนผ่าว ทั้ง ๆ ที่ตัวต้นเหตุกลับกำลังหลับมิรู้เรื่องรู้ราว ความร้อนบนใบหน้ามิต้องบอกก็คงรู้ว่า ใบหน้าของเขาคงแดงมากแน่ ๆ บางทีก็อดที่จะขำตัวเองมิได้ เขาหาใช่หนุ่มน้อยริมีรักไม่ เหตุใดจึงต้องเขินอายการกระทำของตนเองถึงเพียงนี้

อ่า

นี่เขาเขินการกระทำของตนเองขนาดถึงกลับต้องยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่กำลังร้อนผ่าวอยู่ เพื่อให้มันคลายความร้อนลงบ้าง แต่ก็มิอาจคลายความร้อนบนใบหน้าของเขาได้เลย มิหนำซ้ำตอนนี้หัวใจของเขายังเต้นแรงจนมิอาจควบคุมได้เสียอีก ทั้ง ๆ ที่นางยังมิได้กระทำสิ่งใดเลยด้วยซ้ำ แต่เขากลับมิอาจละสายตาจากนางได้เลย

เขาไม่อยากนึกเลย ว่าหากปล่อยให้นางกลายเป็นพระสนมของเสด็จพี่ไปแล้ว เขาจะเสียใจหรือไม่ เพราะเขาไม่อยากคิดเช่นนั้น เขาจึงตัดสินใจเอ่ยปากขอนางจากเสด็จพี่แทน และนั่นมันก็ทำให้เขาได้ทราบว่า แท้จริงแล้วหัวใจของเขามิได้ด้านชาดังที่เขาเข้าใจมาตลอด เพราะตอนนี้หัวใจของเขาเต้นแรงจนคาดว่าจะหลุดออกมาเสียแล้ว

เขานั่งจ้องมองร่างบางในความมืด ก่อนจะตัดใจกลับตำหนักของตนเอง แต่ก่อนที่จะกลับออกไป เขาไม่ลืมที่จะโน้มใบหน้าจุมพิตลงที่หน้าผากของร่างบางเบา ๆ ราวกับว่ากลัวนางจะตื่นมาพบ จากนั้นก็เร้นกายออกทางหน้าต่างตำหนัก นี่เขากลายเป็นโจรเด็กบุปผาไปแล้วรึนี่

ความคิดเห็น