ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

[บทที่ 18] หาคำตอบ

ชื่อตอน : [บทที่ 18] หาคำตอบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 884

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ส.ค. 2562 23:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[บทที่ 18] หาคำตอบ
แบบอักษร

บทที่ 17

 

 

ดวงตากลมโตถูกโอบล้อมด้วยขนตาแพงอนสำรวจมองเงาสะท้อนเรือนร่างตนเองผ่านกระจกเงา ร่องรอยแสดงความเป็นเจ้าของปรากฏขึ้นทั่วเรือนร่างขาวบาง เมื่อถูกฝากไว้จากชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงซึ่งเป็นสถานะ “คู่นอน” ของเธอ

 

“อ๊ะ!”

ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงสดยังคงบวมเปล่ง เธอเปล่งเสียงร้องออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บแสบบริเวณผิวริมฝีปากที่มีเลือดซึมอยู่ข้างของปาก พลางก้มสำรวจมองผิวเนื้อเนินอกที่มีร่องรอยคล้ายกลีบกุหลาบสีแดงปรากฏทั่วบริเวณ ก่อนจะเลื่อนสายตาต่ำลงไปเห็นร่อยรอยสีช้ำบริเวณโคนขาด้านใน

ซึ่งเป็นผลมาจากบทรักอันเร่าร้อนของค่ำคืนที่ผ่านมา

 

หลังจากตื่นขึ้นมาในช่วงสายของวันนี้ รับรู้ได้เพียงสัมผัสแผ่วเบาจากริมฝีปากหยักที่มอบให้ก่อนที่เขาจะจากไป

ทิ้งคำถามไว้เพื่อรอคำตอบจากเธอ...

 

เพ่ยอิงถอนหายใจเล็กน้อยพร้อมกับใบหน้าหวานที่ฉายชัดความกังวลขึ้น ก่อนจะเอื้อมไปหยิบชุดคลุมอาบน้ำเข้ามาสวมใส่

 

 

--

ตั้งแต่แม่ของเธอมีสามีใหม่เพ่ยอิงก็ย้ายออกไปอยู่คอนโดเพียงลำพัง ทุกอาทิตย์สุดท้ายของสิ้นเดือนเธอก็จะกลับมาหาแม่ของเธอเป็นประจำเช่นเคย

 

“ลูกสาวคนสวยของฉันมาแล้ว ฉันทำกับข้าวไว้รอแกเต็มเลย” หญิงวัยกลางคนยิ้มหน้าระรื่นทันทีที่เห็นเพ่ยอิงเดินเข้าไปในบ้าน

 

“สวัสดีค่ะหม่าม้า” เธอเอ่ยทักทายพร้อมกับยิ้มตอบกลับไป

 

“ทำไมวันนี้หน้าแกดูเหนื่อยๆ เมื่อคืนไปกินเหล้ามาอีกแล้วใช่ไหม” เสียงแหลมแผดเสียงดังทำเอาคนได้ยินสะดุ้งตัวด้วยความตกใจ

 

“ช่วงนี้งานเยอะ จะเอาเวลาที่ไหนไปกินละหม่าม้า เลิกทำเสียงดังได้แล้ว” ใบหน้าหวานขมวดคิ้วย่นพลางกวาดสายตามองไปรอบๆบ้าน เมื่อไม่เห็นผู้ชายคนใหม่ของแม่เธอ”แล้ว...เขาไม่อยู่หรอคะ?”

 

“ฉันบอกว่าแกจะมา เขาก็เลยออกไปข้างนอกน่ะ” แม่ของเธอพูดอย่างเกรงใจ เมื่อรับรู้ว่าลูกสาวของเธอไม่ชอบสามีใหม่ของเธอนัก ออกจะเกลียดชังเสียด้วยซ้ำ

 

“นี่เงินเดือนค่ะ หนูให้หม่าม้าไว้ใช้นะ ไม่ได้ให้คนอื่นใช้” เพ่ยอิงหยิบซองบรรจุธนบัตรยื่นให้มารดาอย่างเช่นทุกครั้ง ก่อนจะพูดกำชับแม่ของเธอ

 

“หม่าม้ารู้แล้วจ๊ะ ฟ็อด ~~” มือหนารีบเอื้อมไปหยิบซองธนบัตรจากลูกสาวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเปิดแง้มดูเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นจำนวนของมัน

 

“หิวข้าวจังค่ะ ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้าเลย” เพ่ยอิงยกมือขึ้นมาลูบท้องเบาๆก่อนจะเดินนำไปยังโต๊ะอาหาร

 

“ฉันเตรียมของโปรดให้แกเต็มเลย นั่งลงๆเดี๋ยวฉันไปตักข้าวให้” ไม่นานถ้วยข้าวเปล่าก็วางไว้ให้ลูกสาวคนสวยตรงหน้า

 

“ผอมลงหรือเปล่า ตอนนี้หน้าแกเล็กน้อยกว่ากำปั้นฉันอีก” ถูกสำรวจจากสายตาของมารดา พร้อมกับไถ่ถามอย่างเคย

 

“แล้วตอนนี้มีแฟนใหม่หรือยัง? อย่าเลือกให้มันมากล่ะ อายุก็เยอะขึ้นทุกวันๆหม่าม้าก็อยากจะอุ้มหลานสักที”

 

“...!” เพ่ยอิงที่กำลังเคี้ยวข้าวอยู่ชะงักลงเล็กน้อย เมื่อประโยคก่อนหน้าสะกิดต่อมความรู้สึกบางอย่างของเธอ

เมื่อสิ่งที่มารดาของเธอคาดหวังมันช่างห่างไกลจากความเป็นจริงเหลือเกิน

 

“ฉันไม่กดดันนะ แต่ตอนนี้ฉันก็อายุเยอะแล้ว มีแกเป็นลูกคนเดียวก็อยากให้แกมีครอบครัวอย่างลูกสาวบ้านอื่นเขา เสียดายถ้าแกไม่เลิกกับเหวินอี้ก่อน ป่านนี้ฉันคงได้พาหลานเข้าโรงเรียนแล้วละมั้ง อุ๊ป!” ฝ่ามือหนายกขึ้นมาปิดปากที่เผลอพลั้งพูดออกมา

 

“...”

 

“กินเข้าไป กินเยอะๆ แกผอมมากเกินไปแล้ว” เเม่ของเพ่ยอิงเปลี่ยนเรื่องกลบเกลื่อนทันที เมื่อเห็นสีหน้าเจื่อนของลูกสาว มือสากหนาขยับถ้วยอาหารให้เธอได้ตักถนัดขึ้น

 

“วันนี้หนูไม่ได้ค้างด้วยนะ พอดีมีนัดกับเพื่อนต่อ” เพ่ยอิงตอบกลับ ขณะพยายามฝืนกลืนข้าวลงคออย่างช้าๆ

 

“ถ้าไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ไว้วันหลังก็มานอนค้างที่บ้านบ้าง ทำตัวเหมือนไม่มีบ้านไปได้” เสียงมารดาของเธอเอ่ยเหน็บแนมขึ้น

 

“รู้แล้วค่ะ กลับบ้านทีไรบ่นทุกที” เธอตอบกลับด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย ขณะที่ยังคงทานอาหารรสมือแม่ของเธอพร้อมกับใช้เวลาอยู่กับแม่เธอตลอดทั้งวัน

 

 

 

 

--

เหมือนมีเรื่องบางอย่างที่ยังคงค้างคาอยู่ในหัวตลอดเวลา มันวนเวียนเข้ามาจนรู้สึกอึดอัดและแทบไม่มีสมาธิอยู่กับตัวเอง

แสงไฟหลากสีและเสียงดนตรีที่ดังกึกก้องไม่อาจช่วยให้ห้วงอารมณ์ในจิตใจของหญิงสาวดีขึ้นเลยสักนิด คงจะมีแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยสุดท้ายที่พอจะเยียวยาได้บ้าง

 

“วันนี้ทำไมเพื่อนฉันหน้าซีดหน้าเซียวแบบนี้เนี่ย ดูไม่สดชื่นเหมือนเพ่ยอิงของฉันเลยนะ” จูลี่หันมองใบหน้าเพื่อนสาวข้างๆเมื่อเห็นอาการซึมเศร้าผ่านสายตาของเธอ

 

“ช่วงนี้มีเรื่องเครียดๆนะ” เพ่ยอิงเอ่ยออกมาพร้อมกับแกว่งแก้วเหล้าในมือ เมื่อมีเรื่องราวให้คิดไม่ตก

 

“เรื่องเกี่ยวกับเหวินอี้หรือเปล่า?”

 

“ก็ด้วย...”

 

“นั่นไง ฉันบอกแกแล้ว ไม่น่ากลับไปเกี่ยวข้องกันตั้งแต่แรก ฉันเดาไว้ไม่มีผิดตั้งแต่แกเดินเข้ามาแล้ว” จูลี่ตบเข่าเบาๆอย่างมั่นใจ เมื่อคาดเดาความคิดอีกฝ่ายได้ “แล้วแกมีเรื่องอะไรในใจล่ะ เหมือนแกไม่มีความสุขกับสถานะตอนนี้เลยนะ”

 

“เหมือน...เหมือนเหวินอี้จะขอกลับมาคบกับฉันน่ะ” เพ่ยอิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเล่าความจริงออกไป

 

“...กะ..แกว่าอะไรนะ? แล้วตอบกลับไปว่ายังไง?” จูลี่ถามกลับเสียงดัง แต่เสียงดนตรีกระหึ่มทำให้ไม่มีใครสนใจพวกเธอ

 

“ฉันยังไม่ได้ตอบไป...แต่ฉันไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิมหรอก แกสบายใจได้ ตอนนี้ฉันขอเวลาก่อน ฉันจะรีบเดินออกมาให้เร็วที่สุด” เธอรีบอธิบายกลับไปในทันที เมื่อเห็นเพื่อนสาวที่เคยเตือนไว้ก่อนหน้าชะงักนิ่งไป

 

“แน่ใจหรอ? ว่าความรู้สึกแกตอนนี้ไม่มีหมอนั่นแล้ว” จูลี่ถามกลับอย่างจริงจัง

 

“...”

ริมฝีปากบางเม้มแน่นพร้อมขมวดคิ้วโก่งสวยเข้าหากัน หัวใจเดิมที่คิดว่าตายด้านให้กับเขาแต่ในตอนนี้กลับรู้สึกหวั่นไหว เมื่อเธอไม่กล้าปฏิเสธความรู้สึกกับเพื่อนสนิทของเธอ ขณะที่ภายในใจกำลังรู้สึกสับสน

 

 

“นั่น! พี่สาวคนสวยนี่เอง”

 

"...!"

 

ฝ่ามือหนาแตะเข้ามาที่หัวไหล่บางจนใบหน้าหวานต้องหันไปมองในทันที ก่อนจะพบเจ้าของฝ่ามือนั้นคือเด็กหนุ่มที่รู้จัก  

 

“นาย...จื่อโจว! นาย..ก็มาที่นี่เหมือนกันหรอ?”

เธอมองสำรวจเด็กหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างสูงกับใบหน้าหล่อเหล่าอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำลวดลายคลาสสิกและสวมเครื่องประดับสร้อยคอสไตล์ฮิปฮอป ซึ่งดูแปลกตาจากตอนที่เขาอยู่ในบริษัทพอสมควร

 

“ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วย” เด็กหนุ่มเลิกคิ้วถามอย่างสงสัยพลางก้มมองตัวเองเมื่อถูกสายตาอีกคนสำรวจ

 

“นี่ใครหรอแก ไม่เห็นแนะนำให้ฉันรู้จัก” จูลี่ลุกจากเก้าอี้สูงเดินกรีดกรายเข้ามาสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างยั่วยวน

 

“น้องที่แผนกน่ะ ชื่อจื่อโจว” เพ่ยอิงแนะนำอย่างไม่ใส่นัก พลางยกแก้วแอลกอฮอล์ที่วางบนเคาเตอร์บาร์ขึ้นมาดื่ม

 

“ทำไมไม่บอกเลยว่ามีเด็กในทีมหล่อขนาดนี้ วันหลังฉันจะได้นัดมาคลายเครียดด้วยกันบ่อยๆ” จูลี่เอ่ยกับเพ่ยอิงทว่าใบหน้าและสายตากลับจับจ้องเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าอย่างหลงเสน่ห์

 

“อยากจะสานสัมพันธ์กันก็อย่าเอาฉันไปเกี่ยวด้วยนะ ฉันไม่อยากมีปัญหาทีหลัง”เพ่ยอิงเอ่ยปากดักคออย่างรู้ทันเพื่อนสนิทของเธอ

 

“ก็อยากจะสานอยู่นะ แต่ว่าฉันชอบรุ่นเดียวกันหรือแก่กว่านิดหน่อยน่ะ น้องหน้าหล่อคนนี้...พี่ขอผ่านก่อนแล้วกัน” พูดจบจูลี่ก็เดินผ่านหน้าเด็กหนุ่มไป เมื่อเล็งเห็นเป้าหมายใหม่ที่ยืนส่งสายตาอันหยาดเยิ้มให้เธออยู่ไม่ไกล

 

 

“ขอชนแก้วด้วยสิ” จื่อโจวยกแก้วขึ้นมาขอชนกับเพ่ยอิงขณะที่ตรงนั้นเหลือเพียงพวกเขา

 

“เคล้ง!”

ดวงตาหวานปรายตามองใบหน้าหล่อเหล่าที่กำลังยิ้มอย่างยียวน เด็กหนุ่มหันหลังพิงเคาเตอร์บาร์ด้านข้างหญิงสาว พลางท้าวแขนและโน้มใบหน้าเข้าหาเธอ พร้อมกับใช้สายตาคมสังเกตใบหน้าอมทุกข์ของเธออย่างจริงจัง

 

 “มองอะไร?”                                                                     

 

“ทำหน้าเหมือนอกหักเลยนะ” เด็กหนุ่มยิ้มมุมปากเมื่อจับสังเกตหญิงสาวข้างกายได้

 

“นี่ นายอายุน้อยกว่าฉันตั้งหลายปี หัดพูดจากับฉันให้มีมารยาทหน่อย”เธอต่อว่าเสียงเข้มแต่ท่าทางกลับไม่ได้ใส่ใจนัก

 

“อยู่ข้างนอกและอยู่ในสถานที่แบบนี้ จะต้องมามีมารยาทขนาดไหนกันเชียวครับ บางอย่างก็ปล่อยผ่านบ้างก็ได้นะเจ้” เด็กหนุ่มกล่าวหยอกพร้อมส่ายศีรษะเบาๆขณะยกแก้วขึ้นดื่มอีกครั้ง

 

“...วันนี้ฉันจะปล่อยผ่านก็ได้ แต่อยู่ที่บริษัทฉันคือหัวหน้านาย!” เพ่ยอิงหันมาบอกพร้อมกับแกว่งแก้วในมือไปมา “แล้วนายมากับใคร ไม่ไปหาเพื่อนหรอ?”

 

“เพื่อนๆผมสนุกกับสาวๆอยู่ตรงโน้น ส่วนผม...จะอยู่เป็นเพื่อนคนเหงาแถวนี้ก่อนแล้วกัน”

 

“ฉันไม่เหงานะ แล้วนายก็ไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนฉันหรอกย่ะ ฉันดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว”

 

“เดี๋ยวก็รู้!”

 

 

...ผ่านไปสองชั่วโมง เข้าสู่ค่ำคืนของอีกวัน ความคึกคักของบรรยากาศในสถานที่แห่งนี้ยังคงต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงในเวลาอันใกล้นี้

 

“วู้~” เสียงร้องพร้อมโยกย้ายส่ายสะโพกไปมา ท่าทางสุดเซ็กซี่ของเพ่ยอิงชวนสายตาหนุ่มๆรอบๆให้หันมองแทบเป็นตาเดียวกัน ดวงตาหวานหยาดเยิ้มเปล่งประกายเมื่อสติสัมปชัญญะถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าครอบงำ

 

“ฟึบ!ปะ..ปล่อย!” สมองมึนเบลอจนแทบทรงตัวไม่อยู่ ร่างโอนเอนเมื่ออยู่บนรองเท้าส้นสูงเกือบห้านิ้ว สองมือเล็กพยายามแกะฝ่ามือหนาที่ประคองโอบไหล่เธอไว้

 

“กลับได้แล้ว เพื่อนพี่ไปไหนแล้วเนี่ย” ดวงตาคมกวาดสายตามองหาหญิงสาวเพื่อนสนิทของเพ่ยอิงอีกคน พร้อมกับพยายามประคองร่างมึนเมาของเพ่ยอิงกลับมานั่งที่โต๊ะ

 

“ปะ..ปล่อยนะ นายไม่มีสิทธิมาสั่ง” หญิงสาวเปล่งเสียงออกมาอย่างเมามาย

 

“กลับเถอะ เพื่อนพี่ก็หายไปแล้ว เดี๋ยวผมไปเรียกแท็กซี่ให้” เด็กหนุ่มเรียกพนักงานมาเช็คบิลพร้อมจ่ายเงิน ก่อนจะประคองร่างที่เริ่มไร้สติของเพ่ยอิงออกไปจากสถานที่แห่งนี้

 

 

เพียงไม่กี่นาที ร่างสูงก็มายืนอยู่ตรงหน้ารถยนต์คันหรูของหญิงสาว

ความดื้อรั้นของเพ่ยอิงทำเอาชายหนุ่มเบ้หน้าหนีด้วยความระอา

 

“นะ..นายไม่ต้องยุ่ง ฉันจะขับเอง~~” หญิงสาวพยายามยื้อแย่งกุญแจรถจากมือหนาของจื่อโจว เมื่อเขาแย้งจากเธอไปก่อนหน้า

 

“สภาพพี่ตอนนี้อย่าขับรถเลยดีกว่า ให้ผมเรียกคุณเหวินอี้ให้เอาไหม?” เด็กหนุ่มถามกลับจนทำให้ร่างที่ไร้สติชะงักนิ่งไป

 

“ยะ..อย่านะ!”

 

“แล้วอีกอย่าง...ยางรถของพี่ก็แบนติดพื้นขนาดนี้ คงทำได้แค่จอดทิ้งไว้แล้วล่ะ” จื่อโจวเดินสำรวจล้อรถโดยรอบเมื่อดวงตาคมสะดุดเข้ากับยางรถยนต์คันหรูที่แบนติดพื้น

 

“ตายจริง! ยางรถฉัน...ทะ..ทำไมต้องมาเป็นอะไรตอนนี้ด้วยนะ” เพ่ยอิงสบถออกมาอย่างหงุดหงิด เธอถอนหายใจออกมาอย่างแรงพร้อมกับฟุบนั่งลงไปมองยางรถที่แบนติดพื้นด้วยอาการมึนเมา

 

“คงต้องทิ้งรถไว้ก่อน แล้วพี่จะเอายังไง? ให้ผมเรียกคุณเหวินอี้ให้ไหม?” จื่อโจวถามย้ำกับเพ่ยอิงอีกรอบ

 

“ไม่ๆ อย่านะ ฉันไม่อยากเจอเขาตอนนี้ ฉัน... อย่าบอกเขานะ ฉันจะไม่ใจอ่อนอีกเด็ดขาด~” เธอตอบไปด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย เมื่อปากไม่สามารถหยุดพลั่งพรูสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจเอาไว้ได้ "ฉัน...กำลังจะถอยออกมาแล้ว...อย่าเรียกเขามานะ"

 

“มีปัญหากันสินะ” จื่อโจวยิ้มเยาะเมื่อเห็นดวงตาที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของหญิงสาว ก่อนจะตัดสินใจทิ้งเพ่ยอิงเอาไว้ และเดินออกไป...

 

 

เพียงไม่กี่นาที เสียงมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์คันใหญ่ก็ดังใกล้เข้ามาพร้อมกับเจ้าของของมัน หมวกกันน็อกถูกเปิดออกพร้อมกับเผยดวงตาคมของเด็กหนุ่ม

 

“ขึ้นสิ ผมไปส่งพี่เอง”

 

ดวงตาหวานหยาดเยิ้มหรี่ตามองแสงไฟมอเตอร์ไซด์ที่สาดส่องเข้ามา ก่อนจะพอรับรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าคือจื่อโจว

“นะ..นายขับรถคันนี้มาหรอ?” เธอเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ พร้อมกับประคองร่างโอนเอนของตัวเองไปใกล้รถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

 

“ขึ้นมาสิ เดี๋ยวผมไปส่งเองแล้ว รับรองถึงบ้านปลอดภัยแล้วกัน”

 

“จะบ้าหรอ? ฉันกลัว ฉันไม่เคยนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์”

 

“ผมขี่เก่ง ส่งพี่ปลอดภัยถึงบ้านแน่นอน หรือจะนอนเฝ้ารถอยู่ที่นี่ก็ตามใจนะ ดึกแล้วจะรีบกลับไปนอน”

 

“...!”

 

เด็กหนุ่มพนักหน้าเป็นการชักชวน ก่อนหญิงสาวจะพยายามก้าวขึ้นซ้อนท้ายอย่างยากลำบาก เมื่ออุปสรรคเป็นรองเท้าส้นสูงห้านิ้วของเธอ

 

“อึ๊บ!”

 

เด็กหนุ่มสวมหมอกกันน็อกให้หญิงสาว พร้อมกับตรวจเช็คความปลอดภัยให้เธอจนเรียบร้อยก่อนจะจับแขนเล็กเข้ามาโอบเอวของเขาไว้ จนศีรษะทุยเล็กที่สวมหมวกกันน็อกชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างที่สวมเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำ

 

“จับไว้แน่นๆหน่อยแล้วกัน ถ้ากลัวตก!” เด็กหนุ่มหันมาบอกก่อนจะบังคับรถคันแรงออกไปในทันที

 

 “กรี๊ด!”

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวเมื่อจู่ๆรถมอเตอร์ไซด์คันใหญ่ก็เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว เพ่ยอิงกอดเอวของเด็กหนุ่มไว้แน่นพร้อมหลับตาปี๋ด้วยความกลัว สัมผัสลมเย็นปะทะผิวหน้าและผิวกายเข้ามาให้ความรู้สึกสดชื่นผ่อนคลายไปอีกแบบ

 

พอผ่านไปนานเข้าก็เริ่มคุ้นชิน ก่อนดวงตาหวานจะค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นชมบรรยากาศบนถนนยามค่ำคืนอีกครั้ง 

 

“สดชื่นจัง” เธอเปล่งเสียงบอกออกมาตามความรู้สึก เหมือนสมองหยุดคิดเรื่องหลายอย่างไปชั่วขณะ

สองแขนเล็กกอดกระชับเอวแกร่งแน่นขึ้น...

 

 

 

 

--

ตอนนี้พระเอกค่าตัวแพงค่ะ เดี๋ยวมาตอนหน้า

ขอโทษที่หายไปสองวัน อารมณ์ไม่ได้จริงๆค่า หลานวุ่นวายมาก พรุ่งนี้มาอัพตอนต่อไปให้ค่า

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว