email-icon facebook-icon

ขอบคุณรีดทุกท่านมากๆเลยค่าา ^/////^

4 ปฏิบัติการตามหา(คุณแม่)พี่เลี้ยงให้ยัยหนู

ชื่อตอน : 4 ปฏิบัติการตามหา(คุณแม่)พี่เลี้ยงให้ยัยหนู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.6k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ส.ค. 2562 19:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4 ปฏิบัติการตามหา(คุณแม่)พี่เลี้ยงให้ยัยหนู
แบบอักษร

 

4 ปฏิบัติการตามหา(คุณแม่)พี่เลี้ยงให้ยัยหนู 

อศิรามาอยู่เฝ้าเป็นเพื่อนนายองค์เทพซึ่งวันนี้เข้ามาพักตรวจร่างกายในโรงพยาบาลหนึ่งคืน เธอมาถึง บิดาเลี้ยงก็หลับไปแล้ว อศิราเห็นเป็นโอกาสดี จึงเดินเลี่ยงออกจากห้องผู้ป่วย แล้วรีบกดมือถือโทรคุยกับกวินทร์ เพื่อนซึ่งเป็นลูกชายผู้จัดการของสวนสนุกที่เธอไปทำงานให้ ฝ่ายนั้นให้ข้อมูล ในเรื่องที่เธอคาดไม่ถึงหลายอย่าง

“คนนั้นที่เธอบอกว่าเขาเหมือนมาเฟียอ่ะ เขาชื่อคุณอิรวัฒน์ เป็นเจ้าของธุรกิจหลายอย่าง มีทั้งเงิน อำนาจ คอนเน็กชั่นเพียบ ที่สำคัญเขายังเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของสวนสนุกที่พ่อเราทำงานอยู่นี่ด้วย...”

“โห คุณพระ!! ใหญ่โตขนาดนั้นเชียวเหรอเนี่ย!?” อศิราตาโต คาดไม่ถึงสุดๆ

ก็คิดอยู่หรอกว่าเขาเส้นใหญ่แน่ๆ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นถึงเจ้าของสวนสนุก สงสัยกะซื้อสวนสนุกเอาไว้ให้หนูน้อยแก้มอิ่มเล่นคนเดียวเลยหรือเปล่านะ?

“เธอไปทำอีท่าไหน ถึงไปมีเรื่องกับเขาได้เนี่ย...หาเรื่องใส่ตัวแล้วอศิ” วินทร์บ่นมาด้วยความห่วงใยต่อเธอ หากไม่ได้วินทร์คอยช่วยเหลือหลายอย่าง อศิราเชื่อว่า ชีวิตอับโชคของเธอจะต้องหดหู่น่าสงสารมากกว่านี้หลายเท่าแน่นอน...

“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย นายก็น่าจะรู้ ฉันเป็นคนดีขนาดนี้ จะไปก่อเรื่องกับนายคนนั้นได้ยังไง เขาสิ เป็นฝ่ายมาหาเรื่องฉันเอง”

“ยังไง ไม่เข้าใจ?”

“ไม่รู้เหมือนกัน...แต่เหมือนๆว่าฉันจะไปหน้าเหมือนเมียเขาอ่ะ...ฉันคงสวยเกินไป กลุ้มใจจัง”

เล่าติดตลก แล้วก็หัวเราะขำๆ เธอไม่อยากเครียด คิดว่าคงไม่มีอะไร ระดับนายอิรวัฒน์ คงไม่มายุ่งกับคนธรรมดาสามัญอย่างเธอหรอก

“เรื่องสวยเราไม่เถียง แต่ทำไมเธอถึงไปเหมือนกับเมียของคุณอิรวัฒน์ได้ล่ะ...เธอมีพี่น้องฝาแฝดหรือเปล่าอศิ?” วินทร์ประหลาดใจ เขาไม่ปฏิเสธหรอกว่าอศิรานั้น สวยน่ารักมาก แต่ไม่เคยทราบเลยว่าเธอมีพี่สาวหรือน้องสาวด้วย

แล้วภรรยาของอิรวัฒน์นั้น เท่าที่วินทร์รู้...ฝ่ายนั้นเป็นถึงลูกสาวของนายอดุลย์ นักธุรกิจปล่อยเงินกู้รายใหญ่ ว่ากันว่า การแต่งงานระหว่างอิรวัฒน์กับรินรดานั้น เป็นงานแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ เงินต่อเงิน...บิ๊กระดับนั้นแล้ว ยัยอศิราเพื่อนเขาจะไปเกี่ยวด้วยได้อย่างไร

มองอย่างไรก็ไม่มีทางเป็นไปได้เลย...

“ฉันจะไปมีได้ยังไงกัน แม่มีฉันเป็นลูกคนเดียว ไม่มีใครหรอก นายก็รู้ยังจะมาถามอีก” อศิราแขวะเพื่อนกลับไป ไม่จริงจังนัก

“งั้นก็เป็นเรื่องบังเอิญโคตรๆเลยเนอะ” วินทร์พึมพำ “ได้ข่าวว่าเมียของคุณอิรวัฒน์นั่งอยู่ในรถที่คุณอิทธิคมพี่ชายแท้ๆของคุณอิรวัฒน์เป็นคนขับ แล้วประสบอุบัติเหตุ เสียชีวิตกันทั้งคู่ ...น่าสงสารลูกของเธอเนอะ ยังเล็กมากๆเลย...”

“อืม เล็กมากจริงๆ ยังพูดไม่ได้ด้วยซ้ำ เอาแต่ร้องหาแม่ น่าสงสาร...” เอ่ยอย่างมีอารมณ์ร่วม สงสารน้องแก้มอิ่มจริงๆ จากใจ...

เธอเองถึงจะไม่มีพ่อ แต่ก็ได้อยู่กับแม่มาจนถึงอายุสิบสองปี ยังถือว่าได้มีช่วงเวลาดีๆกับแม่มากกว่าหนูน้อยคนนั้น...

แต่น้องแก้มอิ่มก็ยังดีที่มีพ่ออยู่ นายคนนั้นถึงจะหน้าดุ ท่าทางเย็นชา แต่เขาก็ดูรักลูกน่าดู ผู้ชายคนนั้น...เวลาอ่อนโยนกับลูกสาวแล้ว ก็หล่อน่าดู

“คุณรินรดาเสียไปสองเดือนแล้ว...เด็กคงคิดถึงแม่มาก แกอาจจะคิดว่าเธอเป็นคุณรินรดา” วินทร์สันนิษฐาน

“นั่นสิ เด็กคงไม่อยากอยู่กับพ่อหน้าดุๆ นิสัยไม่ค่อยดีอย่างนั้นนักหรอก ถ้าแกต้องอยู่กับพ่อแบบนั้นไปนานๆนะ ฉันว่า แกต้องเป็นเด็กที่น่าสารมากๆ ก็พ่อเอาแต่ทำหน้าดุหงิก เครียดอยู่ตลอดเวลาเลย...ตรงข้ามกับลูกสาว ยัยหนูคนนั้นตัวเล็กนิดเดียว น่ารักเหมือนตุ๊กตา ตอนแกเจอหน้าฉันนะ โอย ยิ้มแก้มยุ้ยเลย ไม่เหมือนคนเป็นพ่อ หน้าอย่างโหด ไม่รู้ว่าเครียดอะไรกับชีวิตนักหนา เอ๊ะ...เอ่อ...”

“เป็นอะไรของเธออศิ คิดคำด่าคุณอิรวัฒน์ไม่ออกแล้วเหรอ” วินทร์หัวเราะ ฟังเพื่อนนินทาอิรวัฒน์เพลิน ก็ปล่อยไปไม่ได้ขัดคอ แต่ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ เสียงใสๆของอศิราถึงแผ่วลงไปอย่างมีนัย ผิดปกติ

“เอ่อ...แค่นี้ก่อนแล้วกันนะวินทร์ เรามีธุระด่วน ไว้ค่อยคุยกันใหม่เนอะ...”

อศิรารีบบอกลาเพื่อนเป็นการด่วน ก็ใครจะไปคิด จู่ๆ คนที่เธอกำลัง “นินทาอย่างเมามัน” จะโผล่มายืนหน้าบึ้ง ถมึงทึงอยู่ข้างหลัง ไม่ต้องถามก็รู้เลยว่าเขาน่าจะได้ยินทุกคำที่เธอพูดไปนั่นละ

งานเข้าของแท้เลยอศิรา! 

“เอ่อ...ฉันไม่ได้เอ่ยชื่อ...” เธอรีบแก้ตัวกับอีกฝ่าย ต่อให้เธอนินทาเขาจริง แต่ก็ไม่ได้เอ่ยชื่อ เรื่องอะไรจะยอมรับ

แต่ว่า คนอย่างนายอิรวัฒน์ เขามาทำอะไรที่โรงพยาบาลในหวอดผู้ป่วยใน ที่เต็มไปด้วยชาวบ้านสามัญชนธรรมดากันล่ะ?

อศิราที่เมินหน้าหนีอีกฝ่ายไปแล้ว หันกลับไปจ้องหน้าเขาอีกครั้งด้วยความประหลาดใจ อีกฝ่ายซึ่งส่งตาดุเข้มจ้องเขม็งมา หรี่ตาลง เอ่ยเสียงเข้ม วางอำนาจ

“มากับฉันนี่ เรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อย”

ไม่พูดเปล่า แต่ยังจับข้อมือเธอแล้วดึงแรง กึ่งลากกึ่งจูงให้อศิราต้องเดินตามเขาออกจากหวอดผู้ป่วยใน มาภายนอกตึก ที่อากาศถ่ายเท ปลอดโปร่งยิ่งกว่า...แต่ให้ตายสิ! เธอไม่ปลอดโปร่งอย่างมาก ก็เธอกำลังถูกคนแปลกหน้าฉุดกระชากลากจูงอยู่!!

“ปล่อยนะคุณ จะพาฉันไปไหน ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณทั้งนั้น ปล่อย...”

“อย่าโวยวาย ฉันจะจ่ายค่าเสียเวลาให้!”

อีกฝ่ายตะคอกกลับมา เล่นเอาอศิราเงียบกริบ

ไม่ใช่เพราะดีใจจะได้เงินจากเขา แต่เป็นเพราะเธอกำลังงง...จู่ๆก็โผล่มากะทันหัน จู่ๆก็มาจับเธอลากออกมาจากหวอดผู้ป่วย แล้วจู่ๆก็เสนอ จะให้เงินถ้าเธอไม่โวยวาย

“อะไรของคุณ ทำไมต้องมาให้เงินฉันด้วย ฉันไม่ได้ทำงานอะไรให้คุณสักหน่อย หรือคุณไม่พอใจที่ฉันให้ดอกไม้กับตุ๊กตาน้องแก้มอิ่ม เอาเป็นว่าฉันขอโทษ ฉันไม่ได้เจตนาร้ายอะไร แค่อยากช่วยให้น้องหยุดร้องไห้ก็เท่านั้นเอง คุณไม่ต้องค้นประวัติฉันให้เสียเวลาหรอก เพราะฉันไม่ได้หวังอะไรจริงๆ”

อศิราถือโอกาสต่อว่าเขาเสียเลย ให้คนมาค้นประวัติเธอทำไม เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย

“ฉันตัดสินใจแล้ว จะจ้างเธอให้มาดูแลลูกสาวฉัน ต้องการเงินค่าจ้างเท่าไหร่ ว่ามาเลย”

“หะ ว่าไงนะ?”

อศิราตาโต งง เพราะเขาพูดมากะทันหัน เธอไม่ได้คิดเอาไว้มาก่อนเลย

คุณอิรวัฒน์ผู้ยิ่งใหญ่ ทำไมจะจ้างเธอที่ไม่มีความรู้เรื่องเด็กเลยไปเลี้ยงลูกน้อยของเขาล่ะ?

“ฉันจะจ้างเธอให้เป็นพี่เลี้ยง ดูแลน้องแก้มอิ่มลูกสาวของฉัน ไม่เกี่ยงค่าแรง อยากได้เท่าไหร่ก็ว่าได้เลย” อิรวัฒน์เอ่ยช้าๆ ชัดเจน พยายามใจเย็นกับยัยเด็กกวนประสาทตรงหน้าเต็มที่

ทำไมต้องจ้องมองเขาตาโตอยู่ได้ เมียเขาไม่ตาโต ดูแล้วเอ๋อๆอย่างนี้! 

“แต่ฉันไม่เคยเลี้ยงเด็กมาก่อน ฉันไม่มีความรู้ตรงนี้ จะไปเลี้ยงลูกคุณได้ยังไง?” อศิราย้อนถาม งงหนักมาก เพียงเพราะเธอหน้าเหมือนเมียเขา ทำให้ลูกสาวของเขาเข้าใจผิด นายคนนี้ก็เลยต้องการจ้างเธอไปดูแลลูกสาวของเขาเหรอ...เธอไม่ใช่ตัวแทนเมียของเขานะ!

“ไม่เป็นไร ฉันมีพี่เลี้ยงเด็กมืออาชีพคอยดูแลน้องแก้มอิ่มอยู่แล้ว เธอก็แค่ไปช่วยงานเขาเล็กๆน้อยๆ งานง่ายๆ สบายๆ เธอทำได้อยู่แล้ว” เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจเลย แถมทำหน้าหยิ่งหยอง ราวกับว่าเจ้าตัวกำลังให้ความเมตตากรุณาต่อเธอเป็นอย่างยิ่ง!

อศิราเห็นแล้วโมโห ควันกรุ่นทีเดียว

“ถ้ามันสบายอย่างนั้นจริงๆ งั้นคุณจ้างใครก็ได้มั้ง ทำไมต้องมาจ้างฉันด้วย”

“เรื่องมากจริง ไม่ดีหรือไง ยังไงงานของฉันก็ดีกว่าที่เธอจะไปแต่งมาสคอตร้อนๆนั่นตั้งเยอะ” ชายหนุ่มบ่นอย่างหงุดหงิด ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอจะต้องล่นตัวด้วย ในเมื่อเขาเปย์ให้ตั้งขนาดนี้ คิดว่าเธอจะต้องตะครุบเอาไว้ แต่อศิรากลับเมินหนีหน้าตาเฉย

หรือว่าคิดจะโก่งค่าตัว หวังเรียกแพงๆ?

“มันก็จริง ว่าเป็นงานสบาย แต่มันสบายแค่กายน่ะสิ ฉันไม่สบายใจหรอก เกิดลูกคุณเป็นอะไรขึ้นมา ฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอก คุณใช้พี่เลี้ยงเด็กมืออาชีพดีกว่าอยู่แล้ว” อศิราไม่อยากยุ่ง กลัวเดือดร้อน เธอไม่ได้ร่ำเรียนมาทางนี้สักหน่อย

“ฉันบอกแล้วไง ว่ายินดีจะจ่ายค่าจ้างตามที่เธอต้องการ” อิรวัฒน์ไม่สนใจคำอธิบายของหญิงสาว กลับพูดสวนหน้าตาเฉย

“มันไม่ได้อยู่ที่ค่าจ้างนะคุณ ฉันไม่อยากทำงานกับคุณ...แล้วเรื่องเงินมันก็ไม่ใช่ปัญหาสักหน่อย ฉันไม่ได้ต้องการเงินขนาดนั้น”

อศิราเชิดหน้า ทำหยิ่งไม่สนใจกับค่าจ้างที่เขาจะมอบให้ ทว่าอีกฝ่ายกลับกระตุกยิ้มเยาะที่มุมปากได้รูป

“หึ...ได้ข่าวว่าพ่อเลี้ยงของเธอป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอ ต้องมีค่าใช้จ่ายยานอกบัญชียาหลักไม่น้อยเลยเหมือนกันนี่ ไม่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอันสักที ไม่กลัวไม่มีเงินจ่ายค่ายาพ่อเหรอ?”

“คุณ...” อศิราอึ้งไปเลย นี่เขาตามสืบเรื่องของเธอไม่พอ จากสืบยันพ่อเลี้ยงของเธอด้วยเหรอ?

พ่อเลี้ยงของเธอ ป่วยด้วยโรคหัวใจอ่อนแรง ต้องได้รับยานอกบัญชียาหลักหลายตัว ซึ่งการมาหาหมอแต่ละครั้งก็ต้องใช้ค่าใช้จ่ายไม่น้อย ไหนจะอาหารเสริมที่เธอต้องการหามาให้ท่านกินอีก...

ค่าใช้จ่ายต่อเดือนก็ไม่ใช่น้อยๆ หากเธอไม่ช่วยหาเงินแล้ว รายจ่ายจะตกอยู่ที่พี่ชายของเธอคนเดียวทั้งหมด

ภาระในบ้านทั้งหลายทุกวันนี้ก็ตกเป็นของอนุชา พี่ชายบุญธรรมของเธออยู่แล้ว ต้องทำงานล่วงเวลา หามรุ่งหามค่ำ เพื่อจะได้เงินมาไว้สำรองเป็นค่ายาให้พ่อ

อศิราเองก็อยากช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระของพี่ชาย...ถึงไม่ได้เกี่ยวดองทางสายเลือด แต่เธอนับตัวเองรวมเป็นครอบครัวเดียวกับทั้งสองคนมานานแล้ว

“พ่อของเธอต้องใช้เงินรักษาตัว ไหนจะยาโรงพยาบาล ไหนจะค่าอาหารเสริม ค่าโน่นนี่...ไม่คิดเลยจริงๆนะ ว่าคนที่กำลังลำบากอย่างเธอ จะกล้าปฏิเสธงานที่ฉันเสนอให้ได้” อิรวัฒน์เอ่ยต่ออย่างถือไพ่เหนือกว่า รอยยิ้มเยาะของเขา ทำให้อศิราขุ่นเคือง หมั่นไส้

“คุณ มากไปแล้วนะ งานของคุณวิเศษวิโสแค่ไหนกัน ถึงต้องการเงิน แต่ฉันก็ไม่ทำงานกับคุณหรอก” อศิราโมโห เธอไม่ชอบขี้หน้าเขา แล้วจะไปทำงานกับเขาได้ยังไง โบราณว่าไว้ คับที่อยู่ได้คับใจอยู่ยาก เธอจะไม่ทำอะไรที่ขัดกับความรู้สึกตัวเองเด็ดขาด

“เธอต้องทำ นี่ยังไม่รู้ตัวอีกเหรอว่าตัวเองไม่มีทางเลือก”

อิรวัฒน์เอ่ยอย่างเอาแต่ใจ วางอำนาจ และ “ข่ม” กันอย่างชัดเจน

“คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ต่อให้คุณยิ่งใหญ่รวยล้นฟ้ายังไง ก็มาฝืนใจคนอื่นเขาไม่ได้หรอกนะ หลงตัวเองเกินไปแล้ว!” อศิราสะบัดมืออย่างแรง จนได้รับอิสรภาพ เธอหันหลังวิ่งหนีกลับเข้าไปข้างใน คิดว่าต่อต้านกันขนาดนี้แล้ว อิรวัฒน์คงไม่กล้าตามเข้ามาฉุดกระชากเธออีกหรอก

คนตั้งเยอะแยะ ถ้าคราวนี้เขายังกล้าทำบ้าๆกับเธออีกละก็ แม่จะ...

“โอ๊ะ!! ปล่อยนะ!!”

อศิราคิดยังไม่ทันจบ ก็ถูกคว้ามือได้จากทางด้านหลังอีกแล้ว เธอถลาไปตามแรงดึงนั้น พอหันไปมองก็เห็นนายอิรวัฒน์เหมือนเดิม

“ฉันจะจ่ายให้เธอเดือนละสามหมื่น แค่คอยดูแลเป็นเพื่อนเล่นกับน้องแก้มอิ่ม แค่นั้น...จะจ่ายให้ก่อนเลยด้วย หรือเธอจะเบิกล่วงหน้ากี่เดือนก็ได้”

ชายหนุ่มพูดใส่หน้า ล่อเธอด้วยเงิน นั่นทำให้อศิราถึงกับพูดไม่ออก ดวงตาเบิกโพลง ตื่นเต้น

สามหมื่น แม่เจ้า ทำไมให้เยอะอย่างงี้!! 

“พูดจริงหรือพูดเล่น แค่เป็นเพื่อนเล่นน้องแก้มอิ่มก็ได้เดือนละสามหมื่นเลยเหรอ...?” ยังไม่อยากจะเชื่อ ต้องถามอีกครั้ง

แค่นั้นจริงๆนะ...ไม่มี “อย่างอื่น”? 

“อย่ามองกันแบบนั้น ถึงเธอจะมีส่วนคล้ายภรรยาของฉันอยู่บ้าง แต่ก็ยังห่างกันเยอะ คงไม่ต้องให้บอกนะ ว่าใครดีกว่าใคร” อิรวัฒน์เอ่ยอย่างไว้ตัว เย่อหยิ่งและดูหมิ่น อศิราไม่ได้โง่จะได้ฟังไม่ออก

หน็อย...ดูถูกกันซะไม่มีเลย...ถ้าไม่ติดว่าเงินเยอะล่อใจนะ เธอจะไม่... 

“ฉัน...”

“เดี๋ยวนะ สายเข้า”

อศิรากำลังจะตอบตกลง แต่อิรวัฒน์ติดต้องรับโทรศัพท์เสียก่อน ท่าทางว่าจะเป็นสายสำคัญ เพราะเขารีบร้อนรับสายน่าดู

“เสียงน้องแก้มนี่ ใครทำอะไรให้น้องแก้มร้องไห้ขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้น!?”

อิรวัฒน์หน้าเครียดตาคมกริบลุกวาวน่ากลัวขึ้นมาทันที ที่ได้ยินเสียงลูกสาวตัวน้อยของเขาเล็ดรอดผ่านเข้ามา ลูกน้อยกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น เขาได้ยินแล้วแทบจะขาดใจตายตรงนี้

“โฮ!! แม่ แม่จ๋า ฮือ!!!”

“คุณเรมาค่ะนาย เธอบอกว่าจะมาค้างเป็นเพื่อนน้องแก้มอิ่ม แต่กลับเหยียบดอกกุหลาบของน้องจนเละเลย แล้วก็เอาตุ๊กตาของน้องไปโยนทิ้งด้วย...น้องแก้มอาละวาด ร้องไห้ไม่หยุดเลยค่ะ...ชุไม่รู้จะทำยังไงดี ปลอบยังไงก็ไม่ฟังเลยค่ะ ขืนปล่อยไว้แบบนี้ น้องแก้มอิ่มต้องแย่แน่ๆเลยค่ะนาย!!”

ชุดา พี่เลี้ยงสาวใหญ่รายงานเจ้านาย แข่งกับเสียงเล็กแหลมที่ร้องไห้จ้าดังลั่นไม่หยุดของน้องแก้มอิ่มผู้น่าสงสาร

เรณู น้าของแม่หนูนั้น พอก่อเรื่องแล้วก็เผ่นหนีไปอีกห้อง เพราะทนเสียงเด็กน้อยไม่ไหว เลยเหลือแต่ชุดาที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี น้องแก้มอิ่มไม่ยอมรับฟังอะไรเลย เอาแต่หลับหูหลับตาร้องไห้ น้ำตาไหลพรากไม่หยุด หน้าแดงก่ำไปหมด เธอเห็นแล้วก็อดกลัวไม่ได้ ถ้าน้องแก้มอิ่มเป็นอะไรไป ความซวยสถานหนักก็คงไม่พ้นชุดาไปได้แน่นอน ดังนั้นเธอจึงรีบโทรแจ้งให้อิรวัฒน์รับทราบ

“ยัยเรก่อเรื่องอีกแล้วเหรอ...บ้าเอ๊ย...ฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้ เธอคอยดูลูกฉันเอาไว้ อย่าให้คลาดสายตาเชียว ถ้าน้องแก้มอิ่มเป็นอะไรไป ฉันเอาเรื่องเธอแน่!”

“ว้าย ชุจะดูแลน้องอย่างดีเลยค่ะนาย ไม่ต้องห่วงค่ะ นายรีบมานะคะ...”

ชุดารับคำอย่างว่องไว เธอไม่ปล่อยให้น้องแก้มอิ่มคลาดสายตาอยู่แล้ว จะจ้องเอาไว้ไม่กะพริบตาเลย!

“ดี คริต รีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย ยัยแก้มแย่แล้ว!!”

อิรวัฒน์วางสายจากชุดา หันไปพยักหน้าร้องสั่งกับชาคริตอย่างรู้กัน อีกฝ่ายไม่รอช้า รีบรุดหน้านำเจ้านายไปที่ลานจอดรถอย่างเร่งรีบ

สำหรับเจ้านายของเขาแล้ว คุณหนูแก้มอิ่มก็คือแก้วตาดวงใจ เป็นชีวิตจิตใจทั้งหมดของนาย เรื่องของคุณหนูแก้มอิ่ม เป็นเรื่องใหญ่ที่สุดสำหรับนายเสมอ

แต่ที่ชาคริตไม่ทันคิดก็คือ เจ้านายของเขาไม่ได้วิ่งตามมาเพียงลำพัง แต่ยังดึงมืออศิรา พาวิ่งตามมาด้วย

หรือนายจะลืมไปแล้ว ว่าอศิรายังไม่ทันได้ตอบ “ตกลง” รีบปากทำงานให้นายเลย...

 

********************************************** 

*** มาต่ออีกแล้วค่าาา ยัยหนูร้องไห้อีกแล้ว แง....สงสารน้องแก้มจังเลย...ไรท์เปล่าใจร้ายน้าาา เดี๋ยวพอน้องเจอแม่อศิทุกอย่างคงดีขึ้นค่ะ เอาไว้ตอนหน้ามาดูยัยหนูยิ้มแป้นกันนะคะ ^_____^ 

ขอบคุณรีดทุกท่านมากๆเลยนะคะ ^_< 

 

ความคิดเห็น