facebook-icon

ไม่ว่าใครที่หลงเข้ามาอ่าน จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ยังไงเราก็ขอบคุณมากนะคะ หวังว่ามันจะสร้างความสนุกให้กับผู้อ่านนะคะ : )

CHAPTER 5 : อยากรู้จังเขาฟังเพลงอะไรอยู่นะ

ชื่อตอน : CHAPTER 5 : อยากรู้จังเขาฟังเพลงอะไรอยู่นะ

คำค้น : แอบรัก ความทรงจำ อ่อนไหว ลืม เศร้า เหงา คิดถึง

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 327

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ก.ย. 2562 12:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
CHAPTER 5 : อยากรู้จังเขาฟังเพลงอะไรอยู่นะ
แบบอักษร

CHAPTER 5 

 อยากรู้จังเขาฟังเพลงอะไรอยู่นะ 

 

ต้นสัปดาห์ไม่มีอะไรเลยจริงๆ วันจันทร์และอังคารฉันต้องมานั่งวนเรียนภาษาฝรั่งเศสติดกันตอนเช้าสามชั่วโมง พอตกตอนบ่ายก็ผลัดวนไปภาษาอังกฤษอีกสามชั่วโมงทั้งสองวัน ข้างในหัวจะตีกันตาย แต่ถามกันตรงๆว่าเข้าหัวอะไรสักอย่างไหม คำตอบคือไม่เลย ฉันอ่านออกเสียงไปอ่านมาก็เริ่มสับสนวิชาภาษาอังกฤษไปอ่านแบบฝรั่งเศส  วิชาภาษาฝรั่งเศสบางทีก็หลงไปอ่านแบบอังกฤษ เทอมนี้จะรอดไหมก็ยังไม่รู้  ดีหน่อยที่วันพุธ-พฤหัส ยังมีวิชาอื่นๆมาคั่นบ้าง  ฉันเหมือนคนใช้ชีวิตวัยเรียนอย่างไร้จุดหมายปลายทางเลย ไม่เคยคิดว่าต่อไปจะทำอะไร เรียนเพื่ออะไร คิดแค่ว่าเรียนไปให้แค่พอผ่านๆ ไม่รู้คิดแบบนี้ผิดมากไหม แต่ฉันเป็นแบบนั้นจริงๆนะ แต่มีวิชานึงที่ฉันเรียนแล้วสบายใจที่สุดคือชอบวิชาศิลปะ ถึงฉันจะวาดไม่ได้สวยหรือเก่งอะไรมาก แต่ฉันคิดว่าตัวเองทำได้ดีมากกว่าวิชาอื่นๆ  

 

               เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงการแบ่งสีแข่งกีฬาของโรงเรียน  ตอนนี้แม็กกี้สาวประเภทสองหัวหน้าห้องไปเป็นตัวแทนจับสลากในสายชั้นมอสี่ของเรา เพื่อสุ่มว่าห้องเราได้จับคู่สีกับห้องอะไรในสายชั้นมอสี่ทั้งสิบสองห้อง  ประชากรผู้หญิงในห้องของฉันล้นขนาดนี้  ได้ไปคู่กับห้องไหนก็เป็นความซวยของห้องนั้นแน่ๆ  เพราะน่าจะมีกีฬาไม่กี่อย่างหรอกที่ผู้หญิงอย่างพวกเราจะสามารถลงแข่งได้  

 

               พอหัวหน้าห้องกลับมาบอกว่าจับได้สีฟ้าคู่กับห้องสิบเอ็ด  เสียงโห่ร้องของหลายคนในห้องมาพร้อมกับสีหน้าหน้าเบื่อหน่าย  เพราะเด็กศิลป์อย่างพวกเราส่วนใหญ่ก็อยากจะได้คู่กับห้องศิลป์ด้วยกันมากกว่า อีกอย่างพวกเราไม่ค่อยอยากเข้าไปข้องเกี่ยวกับเด็กสายวิทย์อยู่แล้ว เด็กสายวิทย์มักไม่ค่อยมีเวลาว่างนอกเหนือจากเวลาเรียนนั้นห้องเท่าไหร่ หรือถ้าว่างส่วนใหญ่พวกเขามักจะหมดเวลาไปกับการอ่านหนังสือที่ห้องสมุด และก็เรียนพิเศษหลังเลิกเรียนอยู่ตลอด ถ้าจะหาเวลานัดทำกิจกรรมร่วมกับห้องเราให้ลงตัวด้วยกันล่ะก็คงยากสักหน่อย  แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะสำหรับฉันแน่นอนล่ะ ฉันคิดว่านั่นมันโชคดีมากเลยต่างหาก เพราะห้องสิบเอ็ดมันคือห้องของไวท์

 

      "ไอ้เกล  ผู้ชายห้องสิบเอ็ดนี่มันเยอะขนาดนี้เลยหรอวะ น่าจะเกินครึ่งห้องเลยมั้งแก" 

 

      "อย่างต่ำน่าจะยี่สิบกว่าคนมั้งแอ้ม เพราะมองๆดูมีผู้หญิงที่เรียนห้องนี้คงไม่ถึงสิบห้าคน"

  

      เสียงของแอ้มกับเกลที่เดินนำอยู่ข้างหน้าคุยกันเบาๆ  วันนี้ทางโรงเรียนประกาศว่าชั่วโมงเรียนวิชาสุดท้ายของวัน ให้นักเรียนทุกคนเตรียมประชุมเรื่องการจัดงานกีฬาสีโรงเรียน  ฉันกับแอ้มเดินตามเพื่อนๆเข้าไปในห้อง พอมองเข้าไปก็เห็นพื้นที่ตามโต๊ะนักเรียนสี่แถวหน้าปล่อยว่างไว้ นักเรียนห้องสิบเอ็ดบางส่วนพากันไปยืนที่หลังห้องเรียนเพื่อให้เด็กของห้องฉันมานั่งตามโต๊ะที่เคลียร์พื้นที่ไว้ให้  

 

            และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ฉันได้เห็นไวท์  เขานั่งอยู่ที่มุมซ้ายสุดฝั่งริมหน้าต่างแถวห้า อาจเป็นเพราะเขาตัวสูงและผิวค่อนข้างขาวจนมองเห็นได้ชัดด้วยมั้ง เลยทำให้เห็นเขาได้ไม่ยาก ฉันกับแยมปล่อยให้เพื่อนคนอื่นๆในห้องที่เดินนำหน้าทยอยกันนั่งตามเก้าอี้ที่ว่าง  และมันเป็นเพราะความบังเอิญอีกแล้วที่ฉันกับแยมที่เดินมาคนท้ายๆได้นั่งที่ฝั่งริมหน้าต่างหน้าโต๊ะของไวท์พอดี แต่ฉันไม่กล้าหันกลับไปมองเขาหรอกนะ เลยได้แต่นั่งตัวลีบๆทำเป็นฟังเพื่อนคนที่อยู่หน้าห้องพูดเกี่ยวกับการลงเลือกกีฬาไปเรื่อย หัวหน้าห้องทั้งสองห้องกำลังบอกให้ทุกคนเขียนชื่อตัวเองลงในกระดาษกีฬาที่จะเลือกแข่ง ฉันกับแยมตกลงกันไว้แล้วว่าพวกเราจะลงชักกะเย่อดึงเชือก เพราะกีฬาอื่นๆพวกเราไม่ค่อยถนัดกันเท่าไหร่ ลงดึงเชือกนี่แหละ พอแข่งเสร็จก็จบ ไม่ต้องยืดยาวอะไรมาก   

 

 

      "กูลงอะไรดีวะพวกมึง เลือกไม่ถูกเลย"

 

      "อ้วนอย่างมึงกินวิบากเถอะไอ้เค"

 

      "ไอ้โด้ มึงปากหมาใส่กูต่อหน้าสาวห้องอื่นอีกแล้วนะ"

      ฉันได้ยินพวกผู้ชายห้องสิบเอ็ดโต๊ะข้างๆไวท์ที่นั่งข้างหลังพูดกันเสียงดัง จนฉันกับแยมหันหน้ามายิ้มให้กันอย่างขำๆ

 

      "แล้วนี่ทำไมพวกมึงใส่ชื่อกูลงไปหลายอย่างจังวะ ทั้งเปตองทั้งวิ่ง ยังมีกินวิบากอีกกูจะแยกร่างให้แม่มึงยังไงวะ"

 

      "ก็มึงดูนักกีฬาสุดแล้วไอ้เค ลงๆไปเถอะพวกกูจะได้สบาย"

 

      "อ้าวไอ้ห่าโด้มึงอ่ะตัวดีเลย มึงลงแดกวิบากเถอะปากจะได้ไม่ว่างหมา"

 

      "ไอ้เค! กูกับไอ้ไวท์ลงบาสแล้วไม่มีเวลาเว้ย หรือว่ามึงจะลงบาสกับพวกกู คือมันต้องซ้อมทุกเย็นนะเว้ย"

 

      "เออกูลงสามอย่างนี้แหละ กูเกลียดบาส"

 

      "งั้นก็เอาตามนั้น"

 

  

               เป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงของไวท์  "งั้นก็เอาตามนั้น"  ประโยคสั้นๆไม่ได้มีความหมายอะไรที่น่าจดจำ  แต่มันกลับทำให้ฉันหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ฉันต้องบ้าไปแล้วที่น้ำเสียงที่เรียบและทุ้มๆนั้นกำลังฝังอยู่ในโสตประสาทของฉัน  ถึงจะมีเสียงคนอื่นๆมากมายจากในห้องที่กำลังคุยกันแทรกเข้ามาก็ตาม  แต่คำๆนั้นและน้ำเสียงของเขามันกลับวนซ้ำอยู่ในหัวของฉันจนแทบคุมสติเอาไว้ไม่ไหว 

 

   

      "ห้องศิลป์ฝรั่งเศสมีแต่เนื้อนมว่ะ มึงดูคนนั้นดิขาโคตรยาวแถมขาวเนียนด้วย" 

 

      "ไอ้หื่นโด้ อย่าแสดงเสียงดัง"  

 

      "กูคนจริงครับไอ้เค"

 

       "ปากดีเข้าระวังมึงจะเจอรุ่นพี่มากระทืบ คนนั้นพี่กล้ามอหกจีบอยู่"

 

      "กูกลัวที่ไหนของแบบนี้แล้วแต่ผู้หญิงเว้ย  ไอ้ไวท์มึงดูดิคนนั้นอ่ะสเปคมึงแน่นอนสูงขาวขายาวพอกัน"

      ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขากำลังพูดถึงมิ้ง เด็กที่ตัวสูงและสวยที่สุดในห้องสี่ เป็นดาวของห้องฉันเองแหละ

 

      "ไอ้ไวท์มันเล็งเด็กมอสามไว้แล้ว โด้มึงอย่าไปยุมัน"

 

      "จริงดิ ใครวะไอ้ไวท์" 

 

      "ไม่จริง ไอ้เคมึงอย่าพูดมั่วไปเรื่อย"  

 

      "ที่จริงเด็กนั่นต่างหากที่เล็งไอ้ไวท์ ชื่ออองฟองมาแบบโคตรรุกเลยมึง ไอ้ไวท์มึงเสร็จเด็กมอสามแน่ๆ"

 

      "อ้อ..ถ้าเป็นน้องอองฟองโอ่งมังกรงานนี้ไอ้ไวท์ มึงได้เสียตัวแน่เชื่อกู" 

 

       "พวกมึงหุบปาก!"  

 

       เพื่อนที่นั่งข้างไวท์คนชื่อโด้อะไรเนี่ยถึงว่าล่ะฉันคุ้นๆหน้า  คนนี้นี่เองที่ปั่นจักรยานของฉันไปตอนอยู่ร้านเช่าหนังสือ  นอกจากไม่มีมารยาทแล้วยังปากเสียอีก  ถึงฉันจะไม่ได้สนิทกับมิ้งจนถึงกับต้องเดือดร้อนแทนขนาดนั้นก็เถอะ แต่มิ้งก็ไม่สมควรถูกคนอื่นพูดจาลวนลามใส่แบบนี้  นายโด้นี่ปากเสียจริงๆ  ส่วนไวท์นี่เป็นคนไม่ค่อยพูดเลยแฮะ หรืออาจเป็นเพราะเขากำลังทำอะไรอย่างอื่นไปด้วยเปล่านะ ฉันเองก็ไม่แน่ใจ  ไม่กล้าหันกลับไปมองด้วยสิ 

 

          พอลงชื่อในกระดาษประเภทกีฬาที่เลือกเสร็จเพื่อนๆก็พากันพูดคุยเกี่ยวกับการส่งตัวแทนไปคัดเลือกกับพี่มอหกเพื่อถือป้ายและถือพานต่างๆของขบวนกีฬาสี ฉันกับแยมพากันนั่งเงียบๆมองอะไรไปเรื่อยเปื่อย จนหัวหน้าประกาศได้ตัวแทนที่ถูกเสนอชื่อไปคัดเลือกครบแล้ว ต่อมาสักพักพวกหน้าชั้นเรียนก็เริ่มนับชื่อคนที่ลงกีฬาต่อให้ลงตัวตามจำนวน เพื่อเตรียมกรอกใส่ชื่อลงในตารางการลงแข่งแล้วนำไปส่งอาจารย์หัวหน้าสี    

 

        "เปอติ๊ดทำไมลงชื่อแค่ชักกะเย่ออ่ะ" เพื่อนในห้องยังคงเรียกฉันว่าเปอติ๊ดอยู่นั่นแหละแทบไม่มีคนเรียกชื่อเล่นจริงๆของฉันเลย (petite เป็นภาษาฝรั่งเศส อ่านว่าเปอติ๊ด แปลว่าเล็กๆ) ตอนแรกฉันก็ไม่ค่อยชอบนะ แต่พอหลายคนเรียกจนติดปากก็เริ่มชิน  เอาจริงๆถึงฉันจะตัวเล็กที่สุดในห้องแต่ฉันก็ไม่ได้เล็กขนาดนั้นนะ ออกจะปกติ แต่พวกเธอต่างหากที่ดันมีแต่คนสูงและตัวใหญ่กว่าฉันกันทั้งนั้น 

 

         "คนอื่นๆในห้องก็มีอีกตั้งหลายคนนะโบว์ ใครยังไม่ลงมั่งแกก็ลองไปถามสิ" เป็นแยมที่ตอบออกไปแทนฉัน 

 

         "ก็ส่วนใหญ่เป็นหลีดหรือไม่ก็ถือป้ายกันแล้วอ่ะ พวกแกลงตีปิงปองหรือไม่ก็เปตองเพิ่มอีกสักคนละอย่างไม่ได้เหรอ" 

 

         "หลีดก็พอเข้าใจนะ แต่พวกถือป้ายถือพานเนี่ยมันไม่ได้ชนแข่งกีฬาหรอก แกไปถามพวกนั้นเถอะ"   แยมที่ไม่ค่อยพูดอะไรมากแต่พอพูดแล้วนี่ก็มีทำให้คนอื่นหน้าหงายได้เหมือนกันแฮะ   ฉันรู้ว่าแยมกำลังหงุดหงิด เลยเอื้อมมือไปจับที่แขนแยมเพื่อดึงสติเพื่อน 

 

         "ขอโทษนะโบว์เราไม่ถนัดกีฬาพวกนั้นจริงๆ ให้เราลงดึงเชือกชักกะเย่อกับแยมเถอะ น่าจะเหมาะสุดแล้ว" 

 

         "อือเอางั้นก็ได้" น้ำเสียงของโบว์ไม่ค่อยพอใจพวกฉันเท่าไหร่ พอพูดเสร็จก็เดินสะบัดหน้าไปถามกลุ่มของแต้วที่นั่งอีกแถวต่อ 

 

         "ดีแล้วแหละที่เราได้ลงชื่อเลือกเป็นคนแรกๆ เดี๋ยวพอชื่อที่ใส่มันเต็มจำนวนก่อน จะได้ปัดคนท้ายๆไปใส่อย่างอื่น" 

 

      "เราไม่ชอบงานกีฬาสีเลยแยม เสียงดังวุ่นวาย" 

 

         "เราก็ไม่ชอบ แต่ก็ดีกว่านั่งเรียนในห้องแหละ" 

 

 

         พอทุกอย่างลงตัวเรียบร้อย พวกที่อยู่หน้าชั้นเรียนเลยถือโอกาสปิดประชุมของวันนี้ เสียงเก้าอี้ที่ถูกลากไปตามพื้นดังขึ้นพร้อมกับเสียงเจี้ยวแจ้วของคนอื่นๆที่ทยอยลุกจากเก้าอี้เพื่อออกจากห้องเตรียมตัวกลับบ้าน แยมเองที่เอากระเป๋านักเรียนมาพร้อมด้วยแล้วหันหน้ามาบอกกันฉันว่าวันนี้ขอรีบกลับบ้านเร็วอีกตามเคยเพราะพ่อมารอรับที่หน้าโรงเรียนแล้ว 

 

 

      ฉันรอให้คนอื่นๆเริ่มทยอยออกจากห้องไปก่อน เพราะไม่อยากเบียดกับคนเยอะๆเพื่อแย่งกันออกประตู  พอหลายคนเริ่มทยอยกันไปอยู่ที่หน้าประตูฉันถึงลุกจากเก้าอีกตัวที่นั่งอยู่ ขณะที่ฉันกำลังเลื่อนเก้าอี้ผลักเข้าไปให้อยู่ใต้โต๊ะ ฉันหันข้างกลับไปมองด้วยหางตาก็เห็นไวท์ยังนั่งอยู่เฉยๆมองออกไปที่นอกหน้าต่าง เขากำลังฟังเพลงผ่านหูฟังสายสีขาวที่เชื่อมกับโทรศัพท์มือถือที่วางเอาไว้อยู่บนโต๊ะนักเรียน   

 

         "อยากรู้จังเขาฟังเพลงอะไรอยู่นะ" 

    

 

        อันที่จริงก็มีประตูหลังห้องนะ ทำไมแต่ละคนถึงพากันไปออกทางด้านหน้าหมดก็ไม่รู้ หรือเพราะเพิ่งมีคนเปิดหรือเปล่าฉันเองก็ไม่แน่ใจ  ฉันเดินไปทางหลังห้องเพื่อจะใช้ประตูนั้นแทนจะได้ไม่ไปเบียดกับคนอื่นๆ แต่ยังไม่ทันได้ออกจากห้อง ก็มีมือมาสะกิดฉันเบาๆที่ไหล่ด้านซ้าย เลยหันหลังกลับไปก็ไม่เจอใคร เห็นแต่ไวท์ยังฟังเพลงและนั่งมองออกไปที่นอกหน้าต่างเหมือนเดิม พอหันกลับมาก็เจอคนที่ชื่อโด้ยืนขวางทางอยู่ข้างหน้า คงเป็นนายนี่แหละมั้งที่สะกิดฉันเมื่อสักครู่ 

 

      "น้องที่ร้านเช่าหนังสือนี่"   

 

      "...." 

 

      "อยู่มอสี่หรอกเหรอ ก็รุ่นเดียวกันดิ เรานึกว่ารุ่นน้องซะอีก" 

 

      "...." 

 

      "เงียบใส่เราอีกละ เราพูดกะเธออยู่นะ"   

 

      "...." 

 

      "ฮ่าๆทำหน้านิ่งใส่เหมือนวันนั้นเลย ไม่กวนละเชิญครับ" 

 

 

      ที่ฉันนิ่งเพราะฉันไม่อยากยุ่งด้วยไง คนเสียมารยาท อุตส่าห์ทำเฉยๆแล้วเชียวยังมีหน้ามาทักอีก ฉันเดินลงบันไดจากชั้นสามลงมาที่ชั้นสองเพื่อเข้าห้องเรียนของตัวเอง  จากนั้นก็เก็บของลงกระเป๋าเตรียมกลับบ้าน  ในห้องเหลือเพื่อนอีกสองสามคนที่กำลังทำเวรประจำวันอยู่  ห้องฉันก็แบบนี้เลย ไม่ค่อยมีใครสนใจจะทำเวรประจำวันกันเท่าไหร่   ก่อนกลับบ้านฉันแวะเข้าห้องน้ำ เห็นรุ่นพี่น่าจะอยู่มอหกสามคนกำลังแต่งหน้าและหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนานอยู่หน้ากระจกอย่างไม่สนใจใครที่มาใช้ห้องน้ำ พร้อมกับเปิดเพลงจากโทรศัพท์มือถือฟังไปด้วย เพลงนั้นบอกเล่าถึงความสุขที่ได้อยู่ในโลกของตัวเองกับการแอบรักใครสักคน 

 

       " ฉันขอแค่ได้มีความสุขในแต่ละวันอยู่ในโลกของจินตนาการกับการแอบรักและฝันถึงเธอ เพราะการได้แอบมองเธอ ได้เห็นเธอจากไกลๆ ทำให้ตัวฉันมีความสุขล้นในหัวใจ  มากเสียจนแทบไม่ต้องการออกมาอยู่ในโลกของความเป็นจริง ฉันไม่ต้องกลัวว่าตัวเองจะเสียใจ แค่แอบรักเธออยู่ข้างในหัวใจของโลกของจินตนาการ ฉันก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว" 

 

 

       ฉันปล่อยให้ตัวเองยืนอยู่ในห้องน้ำเงียบๆ หยิบเอ็มพีสามตัวเดิมกดไปที่โหมดอัดเสียงและฟังเพลงนั้นจนจบ ทำนองเพลงนี้สะดุดหูตั้งแต่เริ่มฟังแถมความหมายก็ดีด้วย เพลงของใครฉันไม่รู้จักหรอก แต่เสียงสดใสของนักร้องผสมกับดนตรีเบาๆดังกังวาลไปทั่วห้องน้ำ อืม...เพราะดี 

 

 

      พอกลับมาถึงบ้าน ฉันแกะเนื้อเพลงจากเครื่องเอ็มพีสามที่อัดไว้เอาไปค้นหาชื่อเพลงและนักร้องในอินเตอร์เน็ต เลยได้รู้ว่าเพลงนี้มีชื่อว่า "จินตนาการ"  ของนักร้องผู้หญิงสองคนมีชื่อวงว่ามิสเตอร์ซิสเตอร์ วันนี้ฉันไม่มีการบ้านอะไรที่ต้องรีบทำส่งเลยหยิบสมุดไดอารี่ขึ้นมาเขียนถึงไวท์อีกเหมือนเดิม  โดยที่ไม่ลืมเขียนลงท้ายไปด้วยว่าฉันอยากรู้จัง ในตอนนั้นเขากำลังฟังเพลงอะไรอยู่นะ 

 

To Be Continued 

 

ค้าหาเพลงนี้ฟัง หลังอ่านจบได้นะคะ : ) 

 I M A G I N A T I O N  

จิ น ต น า ก า ร - Mr.Sister 

https://youtu.be/nfLPnWU54E4 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว