ช่วยคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะหรือจะกดถูดใจแทนก็ได้นะเออ ถ้าทำทั้งสองอย่างเรารักตายเลย(o´ω`o)ノ Napa silver

眨眼是เสน่หาข้ามภพ[07] ss1 [3/6]

ชื่อตอน : 眨眼是เสน่หาข้ามภพ[07] ss1 [3/6]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 377

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ต.ค. 2562 20:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
眨眼是เสน่หาข้ามภพ[07] ss1 [3/6]
แบบอักษร

ในยามเหม่า*ท่านพ่อเตรียมรถม้าเพื่อออกเดินทางจากท่าเรือไปที่เมืองหย่งหยิ่งเดินทางเพียงสองชั่วยามก็เดินทางมาถึงประตูเมืองหย่งหยิ่งมีูคนมากมายออกมาเดินจับจ่ายซื้อของกันอย่างครึกครื้นมีผู้คนหันมาสนใจรถม้าที่มีขนาดกลางมองดูผ่านๆจะเหมือนรถม้าทั่วไปทางสังเกตดีๆจะดูมองว่าไม้ที่ใช้สร้างนั้นเป็นไม้เนื้อดีที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์เท่านั่นที่สามารถใช้ไม้ชนิดนี้ได้  

"พวกเจ้าไปจองห้องพักและนำเครื่องประดับที่ข้าได้เตรียมไว้ไปแลกเปลี่ยนกับสินค้าชนิดอื่นเถอะอีกประเดี๋ยวข้าจะตามไป" 

"เจ้าค่ะ/ขอรับนายท่าน" 

"พวกเจ้าตามพ่อมาเถอะตอนนี้ก็ยามอู่*แล้วพวกเจ้าหิวกันรึยัง" 

"ข้าหิวแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อพี่ใหญ่ก็ท้องร้องตั้งแต่อยู่บนรถม้าแล้ว" 

"โธ่ ซื่อเอ๋อร์พี่ก็ต้องหิวเป็นธรรมดาตอนเช้าพี่ทานเพียงหมั่นโถมาสองสามลูกจะไปอิ่มได้เช่นไรกัน" 

"ข้าก็หิวแล้วขอรับท่านอาไป๋หยวน พวกเรารีบหาร้านอาหารทานกันเถอะขอรับ" 

"ไปร้านปี่เชี่ยดีรึไหมเห็นว่ามีเมนูผัดเซียหลง*แช่ชาหลงจิ่ง ผัดหลูยวี*หมักซอลของขึ้นชื่อของร้านที่มีเพียงฤดูนี่เท่านั่นที่ทางร้านจะทำขาย" 

เดินหาร้านประมาณหนึ่งเค่อก็เจอจึงได้เดินเข้าไปในร้านก็พบกับกว๊านหลี่ของทางร้านจึงให้หาห้องที่มีความเป็นส่วนตัวมากกว่านี้ ทางกว๊านหลี่ที่มองเสื้อผ้าของบุรุษที่นำเด็กน้อยอายุประมาณหกเจ็ดหนาวเข้ามาในร้านก็พบว่าเป็นเสื้อผ้าที่ทอมาจากไหมราตรีทั้งสิ้นจึงรีบเดินนำไปที่ชั้นสามของร้านที่เป็นพื้นที่ทีทางร้านจัดไว้ให้กับแขกที่มีเงินหนาเข้ามาทานจึงมีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชั้นแรกและชั้นที่สองที่รองรับแขกฐานะปานกลาง  

เมื่อกว๊านหลี่นำทางมาถึงห้องอาหารเด็กๆต่างพากันปีนขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้ที่สูงกว่าเก้าอี้ที่เคยใช้จึงเป็นภาพที่น่าเอ็นดูสำหรับไป๋หยวนไม่หน่อยจึงอยากจะหอมแก้มเล็กๆที่ป่องออกเหมือนเอาซาลาเปามาวางไหวข้างแก้มของบุตรสาวตนจนตนอนที่จะอุ้มร่างเล็กของบุตรสาวมาหอมแก้มเบาๆก่อนจะวางบุตรสาวตนลงที่เก้าอี้ เด็กหนุ่มสองคนมองมาที่ร่างสูงของชายที่ได้ชื่อว่าบิดาและอาของตนอย่างโกรธเคืองที่มิยอมอุ้มพวกตนขึ้นนั่งบนเก้าอี้ที่สูงจนขาเล็กๆนี่มิสามารถปีนขึ้นไปนั่งได้ บ่าวรับใช้ชายที่อดจะเอ็นดูนายน้อยทั้งสองมิได้จึงอุ้มทัั้งสองมานั่งที่เก้าอี้แล้วกลับไปยื่นตรงมุมห้องเหมือนเดิม ไม่นานนักกว๊านหลี่ก็ยกชาจู๋เยี่ยชิง*มาให้แขกทั้งสี่ท่านจิบรออาหารที่กำลังทำ 

"ไป๋เทียนพ่อฝากเจ้าดูแลไป๋ซื่อด้วย น้องของเข้าไปศึกษาเหล่าเรียนในสำนักหยกกิเลนเป็นปีแรก" 

"ขอรับท่านพ่อข้าจะดูแลซื่อเออร์ให้ดีที่สุด" 

"ก็ดี เจ้าล่ะเทียนหลงเดินทางมากับข้าเป็นเช่นไรบางมิติดขัดอะไรใช่รึไหม" 

"ไม่หรอกขอรับข้าน้อยดีใจเสียอีกที่ท่านอาไป๋หยวนยินดีให้ข้าน้อยเดินทางมาซื้อของด้วยมิเช่นนั้นข้าคงต้องมาซื้อกับองครักษ์เพราะท่านพ่อมิสามารถพาข้ามาซื้อได้เเถมท่านแม่ก็ต้องดูแลน้องสาวของข้าที่พึ่งคลอดอีก" 

"ไม่เป็นไรๆ อีกไม่กี่อาทิตย์สำนักหยกกิเลนก็จะเปิดเรียนแล้วเจ้าจะเดินทางไปพร้อมกับบุตรชายและบุตรสาวข้าดีหรือมั้ยดูท่าแล้วเจ้าคงจะได้เดินไปเพียงผู้เดียว" 

"จริงรึขอรับท่านอาไป๋หยวน" 

"หยุดพูดคุยกันเถอะเจ้าคะท่านพ่ออาหารที่สั่งมาถึงแล้วเจ้าค่ะ" 

ผัดเซียหลงเเช่ชาหลงจิ่งและผัดหลูยวีหมักซอลที่มีกลิ่นหอมชวนน้ำลายหกก็ได้นำมาขึ้นโต๊ะให้ผู้ที่รออยู่นั่นได้ทานอย่างมีความสุข  

 

วันเวลามิค่อยท่าในที่สุดก็ได้เวลาเดินทางไปสำนักหยกกิเลนเเล้วรถ้าที่มีตรามังกรดำพื้นหลังมีธงประจำแคว้นหยางสีทองนั่นหมายถึงรถม้าคันนี้เป็นของเชื้อพระวงศ์ของแคว้นหยางก็ได้เดินทางออกจากหน้าจวนจวิ้นที่มีร่างสูงของประมุขจวนมองดูรถม้าที่ค่อยๆออกเดินทางออกไปจนลับสายตาจึงยอมเดินเข้าไปในจวน 

ภายในรถม้าร่างเล็กของเด็กสามคนกำลังแข่งเดินหมากกันอยู่โดยที่ร่างของเด็กสาวได้เป็นผู้ตัดสินเล่นสลับกันไปสักสี่ห้าตาทั้งสามก็เบื่อหน่ายจึงพากันหลับไหลโดยที่บรรดาองครักษ์ต่างทำหน้าที่คุ้มกันรถม้าให้เดินทางไปที่หน้าสำนักหยกกิเลนให้เร็วที่สุด เดินทางเพียงสองวันก็ถึงสำนักหยกกิเลนบรรดาสาวใช้ต่างรีบแต่งตัวให้คุณหนูคุณชายของตน ไป๋เทียนนั้นต้องขึ้นไปที่สำนักหยกกิเลนก่อน ข้าวของเครื่องใช้ที่เตรียมมาให้เอาไปไว้ทางขึ้นของสำนักที่มีลูกศิษย์มายื่นรอรับของอยู่ก่อนแล้ว  

บรรดาศิษย์ใหม่ของสำนักหยกิเลนต่างยื่นต่อแถวกันที่หน้าทางขึ้นสำนักมีคนทั้งหมดสามร้อยห้าสิบคน ข้าและเทียนหลงยื่นต่อแถวข้างกันไม่นานนักก็มีอาจารย์ท่าทางขี้เล่นได้แนะนำว่าตนเองว่าชื่อเฮยป่าชาจะนำขึ้นไปที่สำนักหยกกิเลนพลางพูดถึงกฎต่างๆที่ต้องทำตามเมื่อเข้าศึกษาเดินขึ้นไปไม่นานก็ไปถึงสนามประลองที่มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมมีการยกพื้นให้สูงขึ้นทั้งสี่ด้านมีที่นั่งสำหรับบรรดาศิษย์พี่ในสำนักนั่งอยู่ด้านบนเก้าอี้แถวหน้าได้วางเว้นเอาไว้ให้ศิษย์ใหม่ที่จะเข้าไปในหอด้านบนที่นั่งของศิษย์ในสำนักมีเการลอยฟ้ามี่นั่งของท่านเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสในสำนักและบรรดาอาจารย์นั่งดู ตรงกลางสนามประลองมีแท่งหินที่ลอยตัวเหนือพื้นนิดหน่อยด้านบนแท่งมีลูกแก้วสีขาวนวลส่องแสงอยู่ตลอดเวลาอาจารย์ที่มีท่าทางเย็นชาเอ่ยชื่อของศิษย์ใหม่เแต่ละคนออกมาที่ล่ะคนให้ออกไปคักเลือกเข้าหอจึงถึงตายของเทียนหลง 

"อันดับที่สามสิบสี่อวิ๋นเทียนหลง" 

เทียนหลงเดินไปด้านหน้าที่มีแท่งวางลูกแก้วอยู่ใช้มือวางลงเบาๆแสงสีแดงก็ส่องแสงขึ้นมาร่างของเทียนหลงก็ค่อยๆหายตัวไปปรากฎอยู่ที่เก้าอี้ของหอไต้ลี่ศิษ์พี่ในหอไต้ลี่ต่างพากันส่งเสียงร้องยินดีกับเทียนหลง 

"อันดับที่สามสิบห้าต้าหวังอวิ้น" 

เด็กหนุ่มที่มีผ้าสีขาวนวลคาดปิดดวงตาเอาไว้เดินนำออกไปด้านหน้าใช้มือแตะลงเพียงนิดเดี๋ยวแสงสีขาวก็ส่องแสงออกมาและหายตัวไปปรากฎอยู่ที่เก้าอี้ของหอถันลี่สิ่งที่เจอก็จะเหมือนเดิมกับคนก่อนหน้านั้นคือคำอวยพรและคำต้อนรับของศิษย์พี่ในหอ 

"อันดับที่สามสิบหกจวิ้นไป๋ซื่อ" 

ข้าเดินออกไปด้านหน้าใช้มือวางลงบนลูกแก้วเบาๆเเสงสีม่วงก็ส่องสว่างออกมาแล้วหายตัวไปปรากฎอยู่ที่เก้าอี้ของหออิ้งลี่โดยมีสายตาเียดายของพี่ชายตนที่น้องน้อยมิได้อยู่เฉินลี่เช่นเดี่ยวกับตนนั้นเอง 

"อันดับที่สามสิบเจ็ดจ้าวหยินหลี่" 

ร่างของเด็กสาวทางท่าดุดันและเย่อหยิ่งเดินออกไปด้านหน้าโดยที่ไม่ได้มองผู้อื่นก็ใช้เตะลงบนลูกแก้วเบาๆแสงสีม่วงส่องสว่างออกมาและหายตัวไปปรากฎที่เก้าอี้ข้างๆของข้าที่นั่งอยู่ข้าจึงหันไปแนะนำตนเองพร้อมกับส่งยิ้มไปให้เบาๆนางก็ยิ้มตอบกลับมาให้ข้าด้วยเช่นกัน เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามก็ได้ทำการคัดคนเข้าหอเสร็จอาจารย์ประจำหอได้ปรากฏตัวที่ด้านหน้าที่นั่งของศิษย์ใหม่ประจำหอแล้วได้นำทางไปที่หอ ข้าและบรรดาศิษย์คนอื่นต่างพากันเดินตามหลังอาจารย์เป่ยเปียวฝู่ไปทางสะพานเชื่อมต่อไปยังหออิ้งลี่พอทุกคนขึ้นไปอยู่บนสะพานจนครบสะพานก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าที่มีเกาะลอยฟ้าที่มีหอสีม่วงดำตั้งอยู่ใจกลางเกาะพอขึ้นไปยื่นบนเกาะก็รู้ได้ทันทีว่าเกาะนี้มีความกว้างมากเพียงใด สามารถบรรจุศิษย์ในหอที่มีถึงหกร้อยห้าสิบคนได้อย่างสบายๆ รอบๆเกาะก็จะมีเกาะของหออื่นๆลอยอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนักแต่ละหอจะมีจุดเด่นอยู่ที่สีของหอนั่นเอง เดินเข้าไปในหอก็พบกับห้องโถงที่ศิษย์พี่ชั้นปีต่างๆนั่งรออยู่บางนิดหน่อยต่างจองมองเด็กใหม่ด้วยสายตายินดีและต้อนรับ อาจารย์เป่ยเปียวฝู่ก็พูดถึงห้องนอนที่จะนอนห้องล่ะสองคน ปีนี่หออิ้งลี่มีลูกศิษย์หญิงเพียงยี่สิบคนอีกสามสิบคนนั่นต่างเป็นศิษย์ชายทั้งหมด เมื่ออาจารย์ได้เดินออกไปจากหอเหล่าศิษย์พี่ต่างพากันมาทำความรู้จักกับศิษย์น้องในหอของตนทันทีร่างเล็กของข้าได้ถูกดันจนเกี่ยวจะล้มลงบนพื้นแต่ถูกคนผู้หนึ่งช่วยเอาไว้คนผู้นั้นก็คือหยางกู๋หลงญาติของข้านั้นเอง 

"ขอบคุณท่านกู๋หลงที่ช่วยข้าน้อยไว้เจ้าค่ะ" 

"มิเป็นไร เจ้ามิได้บาดเจ็บที่ใดใช้รึไม่" 

"ข้ามิได้บาดเจ็บที่ได้เจ้าค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะเจ้าค่ะท่านกู๋หลง" 

"ท่านกู๋หลงอะไรกันเรียกข้าว่าพี่กู๋หลงสิเสี่ยว*ไป๋อยู่หอเดี๋ยวกันแท้ๆ" 

"เจ้าค่ะพี่กู๋หลง" 

อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆแล้วสิคงจะมีเรื่องสนุกๆรอข้าอยู่แน่ 

--------ครบ 

ยามเหม่า=05:00น.-06:59น. 

เซียหลง=กุ้งมังกร หลูยวี=ปลากะพง 

ชาจู๋เยี่ยชิง=ชาไผ่ใบเขียว 

เสี่ยว+_____=คำเรียกเชิงเอ็นดูของคนที่มีอายุมากกว่าเรียกเด็กที่ตนเองเอ็นดู เช่น เสี่ยวไป๋ เสี่ยวหลินเป็นต้น 

มาอัพนิยายให้แล้วนะคะนักอ่านทุกท่าน เราจะมาอัพนิยายอีกทีก็ตอนปิดเทอมเพราะงานที่ต้องทำและกิจกรรมของสาขาและห้องมีมาเรื่อยๆจึงไม่สามารถหาเวลามาอัพนิยายได้ค่ะ ขอให้นักอ่านทุกท่านได้โปรดเข้าใจเรานิดหนึ่งเนาะ55 

ช่วยกันคอมเมนต์เป็นกำลังหรือกดถูกใจก็ได้หนาเพราะมันเป็นกำลังใจเล็กๆที่ผู้แต่งได้จากผู้อ่าน( ˘ ³˘)♥ 

Napa silver 

ความคิดเห็น