ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 109 เกอยังไม่ได้หายโกรธนะ...

ชื่อตอน : บทที่ 109 เกอยังไม่ได้หายโกรธนะ...

คำค้น : ซอฟท์วาย,ไป๋หลง,หลงไป๋,ไป๋อวี่,จูอี้หลง,เผิงหลง

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 282

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ส.ค. 2562 23:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 109 เกอยังไม่ได้หายโกรธนะ...
แบบอักษร

  ไป๋อวี่ทำท่ากระมิดกระเมี้ยน 

  "ไว้เดี๋ยวกินข้าวเสร็จก่อนดีมั้ย" เขาต่อรอง 

  "ตอนนี้แหละ จะได้เข้ากับบรรยากาศ" จูอี้หลงใช้ตะเกียบชี้ ทำท่าเหมือนเขี่ยๆเสื้อผ้าของไป๋อวี่ออก 

  "ทำอย่างอื่นแทนได้มั้ย" ไป๋อวี่ส่งสายตาออดอ้อน 

  "ยังมีที่ต้องคิดบัญชีกับนายอีกเยอะ" เสียงจูอี้หลงเป็นโมโนโทนแล้ว... ไป๋อวี่รีบปลดผ้ากันเปื้อนออก 

  "ได้ได้ได้" เขาถือผ้ากันเปื้อนเดินเข้าไปทางเตียงนอน พอเดินกลับออกมาอีกทีบนเนื้อตัวก็เหลือแต่ผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้อยู่ผืนเดียว จูอี้หลงกวาดสายตาขึ้นลง สายตามาสะดุดที่กลางลำตัวของไป๋อวี่ 

  "เล็กไป น่าเกลียด" เขาว่า สายตาไม่อนุมัติอย่างแรง ไป๋อวี่รีบหนีบขามือกุมจุดยุทธศาสตร์ไว้แน่น แยกเขี้ยวขาว 

  "ดอกอะไร ไม่เคยเห็น" พูดพลางก็ใช้ตะเกียบโบกเป็นสัญญาณให้ไป๋อวี่มานั่งทานข้าว ไป๋อวี่กระมิดกระเมี้ยนมาตามคำสั่ง นิ้วมือชี้ที่ชื่อดอกไม้ภาษาอังกฤษที่ปักไว้บนกระเป๋ากลางหน้าท้อง จูอี้หลงชำเลืองมอง ... ฟลามิงโก้ ฟลาวเวอร์*.. เขาอ่านชื่อเบาๆ 

  "น่าจะพริ้นท์ดอกให้ใหญ่กว่านี้นะ เล็กไปไม่น่าดู" เขาว่า แอบยิ้มบางๆเมื่อเห็นไป๋อวี่ถอนหายใจโล่งอก 

  "อ้าว!" จูอี้หลงเสียงดังขึ้นอีก ไป๋อวี่สะดุ้ง รีบวางตะเกียบลง 

  "นายยังใส่กางเกงในนี่..." จูอี้หลงต่อว่า ตาเขียวปัด 

  "ถอดสิ" เขาสั่ง .... ตรงนี้แหละ เขาสำทับซ้ำ ไปอวี่รีบรูดกางเกงชั้นในลงมาทั้งๆที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ นึกไม่ถึงว่าหลงเกอจะเล่นอะไรแผลงๆแบบนี้ได้ พอนึกว่าหลงเกอก็ชอบเล่นอะไรแผลงๆ ไปอวี่ก็อารมณ์ดีขึ้นอย่างกระทันหัน เจริญอาหารขึ้นมาทันที... เรื่องเล่นอะไรแผลงๆนี่ผมชอบ... ไป๋อวี่นึก นั่งขย่มตัวเคี้ยวข้าวอย่างมีความสุข 

... 

  "ยังไม่ได้ไปที่บ้านเกอเหรอ" จู่ๆจูอี้หลงก็ถามขึ้น ไป๋อวี่ชะงัก เขาส่ายหัว ส่งเสียงอื้อเบาๆ 

  "แล้วกล้าให้เกอไปยกน้ำชา....?" จูอี้หลงถามโดยไม่มองหน้า มือวางตะเกียบลงกับโต๊ะ ไป๋อวี่กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่  

  ปกติจูอี้หลงจะมองหน้าหรือสบตาคู่สนทนาเสมอ ถ้าเขาเริ่มพูดโดยไม่มองหน้าใครนั่นก็แปลว่าเขากำลังไม่พอใจอย่างที่สุดแล้ว ไป๋อวี่วางตะเกียบในมือ ลดสองมือมากุมกันไว้บนตักอย่างไม่รู้ตัว สองเข่าชิดกันเหมือนนักเรียนประถมกำลังโดนครูผู้ปกครองเอ็ด 

  "เกอคิดมากไป ก็แค่ยกน้ำชาให้ผู้สูงอายุ..." เขาบอก พยายามทำน้ำเสียงผ่อนคลาย แต่ในลำคอกลับแห้งผาก 

  "เหรอ... อืม จะได้รู้ไว้ ผู้สูงอายุสกุลไป๋ ... จริงด้วย เกอคิดมากไป ต่อไปจะจำไว้ ก็แค่ผู้สูงอายุ คนแก่อายุมากกว่าเรา ...อ้อ แล้วยังมีอิทธิพลไม่น้อยในวงการบันเทิงด้วย ...เกอไม่น่าจะลืมตัวเผลอคิดไปว่าการยกน้ำชาจะมีความหมายอะไรมากไปกว่านั้นเสียอีก ขอโทษจริงๆ เสียมารยาทแล้ว" จูอี้หลงยิ่งพูดไป๋อวี่ก็ยิ่งหน้าซีด  

  "เอาไว้ต่อไป ถ้าบังเอิญเจอท่านในงานหรือที่ไหนอีก เกอจะยกน้ำชาขอขมาท่านก็แล้วกัน .... " จูอี้หลงยกผ้าที่วางบนโต๊ะขึ้นเช็ดปากแล้วลุกขึ้นยืน 

  "ค่อยๆกินไปนะ" เขาบอกไป๋อวี่ สบตาพร้อมยิ้มน้อยๆ ทำเอาไป๋อวี่รีบลุกพรวด กลางลำตัวกระแทกกับขอบโต๊ะจนต้องร้องโอ้ย ไป๋อวี่ไม่สนใจความเจ็บปวด เขารีบสาวเท้าเข้าหาจูอี้หลง คว้าจับข้อมือฝ่ายหลังไว้ 

  "ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ...ผม ผมมันปากพล่อยเอง แค่ แค่จะพูดอะไรให้เกอหายโกรธ...." ใช่ เขาเองก็ไม่นึกว่ามันจะยิ่งทำให้หลงเกอโกรธ 

  "พ่อแม่ผมก็เหมือนพ่อแม่เกอ... ผมแค่ ผมแค่ไม่นึกว่าจู่ๆแม่จะทำอะไรอย่างนั้น..." เขาละล่ำละลัก  

  "เนี่ย แม่คงใจร้อน อยากจะรับเกอเป็น... เป็นลูกจะแย่แล้ว" 

  "พ่อแม่เกอยังอยู่ จะให้เกอไหว้ใครเป็นพ่อแม่อีกโดยที่ท่านไม่รู้เรื่องได้ยังไง .... คนที่บ้านสกุลไป๋เห็นเกอเป็นลูกกำพร้าอย่างงั้นเหรอ" จูอี้หลงพูดเนิบๆพลางบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของไป๋อวี่ 

  "ไม่ใช่อย่างนั้น เกอก็รู้นี่ว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น..." ไป๋อวี่พูดได้แค่นั้น ก็ไม่มีปัญญาจะพูดอะไรต่ออีก เป็นเขาเองที่ไม่เอาไหน เป็นเขาเองที่ขี้ขลาด ไม่กล้าไปเจอหน้าผู้ใหญ่ที่สกุลจู ในขณะที่หลงเกอต้องเผชิญหน้ากับพ่อแม่ของเขาหลายครั้งแล้ว ในแต่ล่ะครั้ง ไป๋อวี่แทบไม่อยากจะนึกเลยว่าหลงเกอจะต้องได้รับความกดดันมากขนาดไหน แต่เกอก็ยังอยู่ที่นี่.... อยู่ข้างๆเขาตรงนี้ 

   หัวใจไป๋อวี่พองโต ทำไมตลอดมาเขาถึงไม่นึกถึงจุดนี้ ทำไมแม่ถึงมองไม่เห็นจุดนี้ คนใจโลเล คนที่ไม่แน่วแน่ คนที่ไม่ชัดเจนคนไหน ที่จะยังคงยืนอย่างมั่นคงอยู่ตรงข้างๆเขาได้ ถึงแม้ว่าจะมีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้น เหตุการณ์ที่น่าจะทำให้เขาท้อ ให้เขาเปลี่ยนใจ ให้เขาถอยหนีออกไป ให้เขาตัดใจ... 

  "ผมรู้ว่าเกอรักผม" ไป๋อวี่กระซิบ เขาก้าวเข้าประชิดแล้วกอดจูอี้หลงไว้ 

  "ผมรู้ ว่าที่ผ่านมาผมมันทำตัวเป็นคนจิตใจคับแคบ มีแต่ความไม่มั่นใจ หวาดระแวงไปหมด แล้วตอนนี้ผมยังขี้ขลาด ไม่กล้าไขว่คว้าเอาคนที่ผมรักไว้ นึกแต่จะพึ่งพาคนอื่นให้ช่วยยุดเกอไว้ให้ผม ผมไม่แค่อาศัยพ่อกับแม่ ตอนนี้ผมถึงขนาดจะอาศัยเผิงเกอแล้ว" ไป๋อวี่พูดช้าๆ เหมือนจะค่อยๆกลั่นกรองสิ่งที่ทับถมอยู่ในใจออกมาให้จูอี้หลงฟัง ให้ตัวเขาเองฟัง จะได้รู้ถึงธาตุแท้ของตัวเอง ธาตุแท้ที่เขาปฏิเสธไม่ยอมรับรู้ 

  "ตอนนี้ผมมันสิ้นคิดถึงขนาดจะอาศัยเผิงเกอรั้งเกอให้อยู่กับผมแล้ว..." ไป๋อวี่หัวเราะเย้ยหยันตัวเอง เขาขยับถอยออกมา สองมือกุมต้นแขนทั้งสองข้างของจูอี้หลงไว้ นัยน์ตาที่ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำจับจ้องใบหน้าหวานสวยของจูอี้หลง 

  "เกอรู้มั้ย ไอ้คนที่ถือดี มองเผิงเกอเป็นศัตรูหัวใจอย่างผมนี่ ตอนนี้มันกลับยอมคุกเข่าขอร้องศัตรูหัวใจของมัน จะอาศัยเขาช่วยรั้งคนที่มันรักไว้.....แม้แต่จะไปพบหน้าพ่อแม่ของคนที่มันรัก มันก็ยังไม่กล้า... คิดจะอาศัยศัตรูหัวใจคนนี้อีก" ไป๋อวี่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ลำคอเหนียวหนืบจบบีบติดกัน ทำให้เขาหายใจไม่ออก ไป๋อวี่พยายามจะสูดหายใจ พยายามจะเปล่งคำพูด... 

  "ผะ ผม.... หลอกตัวเองว่าผมมันไม่ต้องอาศัยพ่อกับแม่... ผมมันยืนหยัดด้วยตัวเองตามลำพังได้แล้ว ...ผมมันแกร่ง มันจะปกป้องคนที่มันรักได้แล้ว.... แต่จริงๆแล้วผมก็ยังอาศัยกำลังของคนอื่นอยู่....แล้วเกอดูสิว่าผมมันน่าทุเรศขนาดไหน ผมยอมถึงขนาด.... ถึงขนาด... จะใช้เผิงเกอ..." ไป๋อวี่ก้มหน้า หลบตา 

  "ผมรู้แล้ว... ผมเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเกอถึงไม่มั่นใจในความรักของผม ทำไมเกอถึงไม่มั่นใจในตัวผม ทำไมเกอถึงกลัวว่าเกอจะต้องคอยประคับประคอง คอยแบกความรักนี้ไว้แต่เพียงลำพัง" ไป๋อวี่รั้งจูอี้หลงเข้ามากอดอีก คราวนี้เขารัดร่างที่ผอมบางลงกว่าเมื่อขวบปีที่แล้วไว้จนแน่น  

  "ยังไงผมก็ไม่ปล่อยเกอ ไอ้คนงี่เง่าสิ้นคิดคนนี้ ไอ้คนขี้ขลาดไม่มีอะไรดีคนนี้... จะยังไงมันก็จะไม่ยอมปล่อย ... ผมไม่ยอม..." ไป๋อวี่รัดจูอี้หลงเข้ามาเหมือนอยากจะให้เขาละลายหลอมเข้ามาในอก 

  "เกอก็ขี้ขลาด.... เกอก็จะอาศัย... กวนอิง...." จูอี้หลงเอ่ยสิ่งที่เขาเพิ่งจะยอมรับกับตัวเองออกมา ... ใช่แล้วจูอี้หลง นายขี้ขลาด นายไม่มั่นคงถึงกับพยายามจะรั้งเอาคนที่นายรู้ทั้งรู้ว่าเขารักนายจนหมดหัวใจไว้ นายคิดจะใช้ความรักของเขามาเป็นพลังส่งนายเข้าสู่อ้อมกอดของอีกคนหนึ่ง ... นายไม่เพียงแค่ขี้ขลาด ไม่มั่นคง นายยังใจร้าย ใจดำ เอารัดเอาเปรียบ คิดจะอาศัยคำว่าเพื่อนบีบรัดให้คนอื่นลำบากใจ แบบนี้เสี่ยวไป๋จะมั่นใจในความรักของนายได้ยังไง... แบบนี้... ที่คุณนายไป๋คลางแคลงใจจนต้องพยายามจะฉุดรั้งเขาไว้ด้วยพิธีกรรมอย่างการยกน้ำชา.... เธอก็ไม่ผิดอะไร เป็นนายเองต่างหากที่ผิด ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย... 

  จูอี้หลงปล่อยให้ไป๋อวี่รัดเขาไว้ ไม่ดิ้น เขาเพียงแค่ขยับตัวเบาๆเพื่อให้หายใจสดวก ก้มหัวลงเอาหน้าผากยันบ่าไป๋อวี่ไว้ 

  "กวนอิงรักเกอ.... เกอรู้" จูอี้หลงกระซิบ เขาหัวเราะตามเบาๆ เอียงหัวไปมา เกลือกหน้าลงอาศัยบ่าเปลือยของไป๋อวี่เช็ดน้ำตา 

  "แต่เกอเห็นแก่ตัว.... แกล้งทำเป็นไม่รู้... อาศัยคำว่าเพื่อนรั้งเขาไว้ข้างตัวตลอด... เกอรู้ว่าเกอผิด..." เขาสะอื้นเบาๆ 

  "ยิ่งตอนนี้... ตอนนี้...." จูอี้หลงพูดไม่ออก ไป๋อวี่รออย่างสงบ เขาเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบศรีษะทางด้านหลังของจูอี้หลง 

  "ตอนนี้เกอมีคนที่เกอรักแล้ว...." จูอี้หลงเอ่ยออกมาในที่สุด ไป๋อวี่อยากจะถามว่า "ใคร" แต่เขาก็ยั้งปากไว้ เพราะไม่อยากทำให้จูอี้หลงโกรธอีก 

  "เกอกลับยังขี้ขลาด ไม่กล้าปล่อยมือจากกวนอิง...." จูอี้หลงระบายลมหายใจเบาๆ เขารู้สึกปลอดโปร่งโล่งอยู่ในใจที่ในที่สุดเขาก็สามารถเอ่ยปากพูดถึงสิ่งที่ตัวเขาเองไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงมันออกมาได้ 

  "ผมเอง ผมผิดเอง" ไป๋อวี่ยืนยัน 

  "ถ้าเกอมั่นใจในตัวผม เกอก็คงไม่นึกจะรั้งเผิงเกอไว้แล้ว..." ไป๋อวี่กล่าวอย่างมั่นใจ ใช่ .... ใช่ เขาเชยคางของจูอี้หลงขึ้น จรดริมฝีปากลงที่เปลือกตา ปลายจมูก ก่อนจะเผยอขึ้นเม้มเอาริมฝีปากบนของจูอี้หลงไว้...จูอี้หลงยันตัวเอนถอยออกมาเล็กน้อย... 

  "เกอยังไม่ได้หายโกรธนะ..." เขาบอก  

  "เพิ่งจะคุยกันเข้าใจ เกอเก็บที่โกรธไว้ก่อนได้มั้ย" ไป๋อวี่ยังไม่ยอมคลายอ้อมกอด ซุกหน้าลงไซร้ซอกคอจูอี้หลง 

  "อืม ก็ได้..." คนในอ้อมแขนคล้อยตาม หอบหายใจตามจังหวะการตอดริมฝีปากของคนที่รัดเขาไว้แน่น 

  ต้นขาของไป๋อวี่รู้สึกได้ถึงอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นบริเวณกลางลำตัวของจูอี้หลง ท่อนลำแห่งความเป็นชายที่เบ่งบานคล้ายอยากจะผลิดอกออกผลเบียดตะเข็บกางเกงให้ปริแตก ไป๋อวี่เบียดร่างกายท่อนล่างเข้ากับต้นขาของจูอี้หลงแล้วก็ต้องร้องโอ้ยลั่น  

  จูอี้หลงสะดุ้งสุดตัว ไป๋อวี่ซี้ดปาก 

  "อะไร?" จูอี้หลงถามด้วยความตระหนก 

  "เจ็บ... เมื่อกี้ เมื่อกี้.... ที่กระแทกโต๊ะ" ไป๋อวี่อธิบาย อารมณ์ใคร่ที่ปะทุขึ้นเมื่อครู่ หดหายไปเกือบหมด 

  ".....?" คนในอ้อมแขนส่งสายตาเขียวปัดเป็นเชิงถาม เป้ากางเกงยังคับติ้ว 

  "รู้มั้ย ตอนนี้จู่ๆเกอนึกถึงใคร" จูอี้หลงถามเสียงเย็น 

  "ใคร?" ไป๋อวี่ถาม .... จูอี้หลงเอื้อมมืออ้อมไปทางด้านหลัง กระตุกปลดแถบสายรัดของผ้ากันเปื้อนของไป๋อวี่ออก 

  "อย่าบอกนะว่าเป็นเผิงเกอ" ไป๋อวี่ประท้วงเสียงสูง 

  "กวนอิงไม่เคยขัดใจเกอ" จูอี้หลงบอกห้วนๆ เขาจับสายคล้องคอของผ้ากันเปื้อน ยกมันข้ามหัวไป๋อวี่ แล้วปล่อยผ้ากันเปื้อนลายดอกฟลามิงโก้สีแดงตกลงพื้น ปล่อยให้ไป๋อวี่ยืนเปลือยเปล่าขนลุกไปทั้งตัว 

  "......" ไป๋อวี่พูดไม่ออก ได้แต่รีบกอดคนตรงหน้า ... ผมก็จะไม่ขัดใจเกอ ...เขาร้องบอกอยู่ในใจ .... ขอร้องล่ะ อย่าคิดถึงคนคนนั้นอีกได้ไหม...  

  "โอ้ย" ไป๋อวี่ร้องเบาๆ เมื่อจูอี้หลงเอื้อมมือมาสัมผัสเจ้าดาวหางน้อยของเขา 

  "แหะ แหะ สงสัยวันนี้มันจะทำงานหนักไม่ได้ ... ปล่อยมันไปซักวันเนาะ" ไป๋อวี่ยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย แต่ยังคงใช้ฝ่ามือโอบกอดเล้าโลมแผ่นหลังของจูอี้หลง  

  คนในอ้อมกอดยิ้มหวานตอบ ... ไม่เป็นไร... เขากระซิบแล้วผละออก ก้มลงสอดแขนข้างหนึ่งเข้าใต้ขาพับของไป๋อวี่แล้วยกขึ้นในขณะที่อีกแขนพยุงแผ่นหลังของคนที่หงายหลังร้องเฮ้ยลั่นเอาไว้ 

  แค่เสี้ยววินาที ไป๋อวี่ก็โดนจูอี้หลงอุ้มขึ้นในท่าเจ้าหญิง กว่าเขาจะหายตกใจ เจ้าหญิงก็ถูกเชิญเสด็จมาถึงแถ่นบรรจถรรณ์เรียบร้อยแล้ว ไป๋อวี่พยายามจะพลิกตัวลงจากเตียงแต่จูอี้หลงกดหัวไหล่ทั้งสองข้างของเขาไว้ 

  "ไหนว่าให้ทำอะไรก็จะทำไง" จูอี้หลงทวงสัญญาเสียงแข็ง 

  "เกอยังโกรธอยู่นะ" เขาย้ำ 

  "แล้วก็ไม่ชอบให้ใครขัดใจ..."  

  "ขนาดกวนอิงก็ยังไม่กล้าขัดใจเกอ" ชื่อของเผิงกวนอิงทำให้ไป๋อวี่รีบใช้ฝ่ามือตะครุบปิดปากจูอี้หลงไว้ 

  "ผมขอร้อง ...ต่อไปผมจะไม่ขัดใจเกออีก แต่เวลาอยู่บนเตียง อย่าเอ่ยชื่อเผิงเกออีกจะได้มั้ย" จูอี้หลงส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กับสายตาอ้อนวอนของไป๋อวี่ 

  "มันก็ต้องดูความประพฤตินายก่อน" เขาสำทับก่อนจะค่อยๆแกะกระดุมเสื้อทีละเม็ด สายตาโลมเลียอยู่บนใบหน้าของคนที่นอนระทวยอยู่เบื้องล่าง 

  ไป๋อวี่รู้สึกตื่นตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความเร้าใจที่เกิดขึ้นทำให้เขาลืมอาการเจ็บบนท่อนลำแห่งความเป็นชายของเขาไปจนหมด รีบยื่นมือมาช่วยจูอี้หลงปลดกระดุมเสื้ออย่างหักห้ามใจไว้ไม่ไหว 

  "ผมเชื่อเกอ ผมเชื่อฟัง ผมจะเชื่อฟังเกอ.... โอ้ย ขอแค่เรื่องนี้ เกอเลิกทำตัวเป็นสล็อททีได้มั้ย" ไป๋อวี่ลงเอยด้วยการกระชากแหวกอกเสื้อของจูอี้หลง กระดุมที่ยังไม่ได้ปลดขาดกระเด็นไปสองสามเม็ด 

  จูอี้หลงยึดมือที่พยายามจะขย่ำเนินอกของเขาไว้ ...ใจเย็นๆ.. เขากระซิบ ค่อยๆก้มลงใช้ปลายจมูกแตะไล้ไปตามลำคอของไป๋อวี่ ฝ่ายหลังคว้าจับด้านหลังของหัวเขาแล้วกดลงให้จมูกฝั่งลงไปบนเนื้อ คล้ายสัมผัสแค่เพียงลมหายใจกับปลายจมูกยังไม่จุใจเขา  

  จูอี้หลงขืนลำคอ ยกหัวกับลำตัวขึ้น พลิกตัวลงจากเตียง ไป๋อวี่มองตาม ปากละล่ำละลัก 

  "ผมเชื่อฟังเกอนะ ยะ อย่าเพิ่งโกรธสิ" ....อะไร แค่นี้ก็โกรธ ....จะปล่อยให้ผมอารมณ์ค้างเรอะ.... เกอใจร้าย 

  จูอี้หลงเลื่อนเปิดประตูตู้เสื้อผ้าแบบที่ทำเป็นห้องเล็กๆพอให้เดินเข้าไปได้ ไป๋อวี่เอียงหน้ามองตาม แล้วก็ต้องกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่เมื่อเห็นจูอี้หลงค่อยๆไล่นิ้วมือไล้ไปตามเนคไทหลากสีหลายลายที่พาดเรียงไว้บนราวที่อยู่ด้านในของประตูตู้ แต่เขากลับเดินเลยเข้าไปอีก ไปหยุดยืนแล้วก้มลงมองลิ้นชักที่เรียงอยู่ในระดับหน้าขาไปตลอดผนังในตู้ ไป๋อวี่ใช้ข้อศอกยันตัวให้ผกขึ้น ยืดคอมองตาม เห็นหนุ่มหน้าหวานที่ตอนนี้โชว์แผงอกผ่านด้านหน้าของเสื้อเชิ้ร์ตที่กระดุมหลุดลุ่ย มองดูเซ็กซี่จนเขาเผลอแล่บลิ้นเลียริมฝีปากพร้อมกลืนน้ำลายตามอีกก้อนใหญ่  

  ไป๋อวี่สูดหายใจเฮือกแล้วลืมผ่อนลมหายใจออกมาเมื่อเขาเห็นจูอี้หลงเปิดลิ้นชักหยิบเข็มขัดหนังที่ม้วนเก็บไว้ในนั้นออกมา... 

  ไป๋อวี่รีบทิ้งตัวลงนอน ระบายลมหายใจช้าๆอย่างกลัวจูอี้หลงจะได้ยิน นัยน์ตาจ้องเขม็งที่เพดาน ...ผมจะตามใจเกอ...ผมจะไม่ขัดใจเกอ.... ไป๋อวี่ท่อง รอคอยด้วยใจระทึก ริมฝีปากเผลอยิ้มอย่างคาดหวังออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ... 

... 

... 

 

 

*ฟลามิงโก้ ฟลาวเวอร์ คือ ดอกหน้าวัวค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว