email-icon facebook-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 1 องค์รัชทายาทผู้งดงาม

ชื่อตอน : บทที่ 1 องค์รัชทายาทผู้งดงาม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.7k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ส.ค. 2562 19:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 องค์รัชทายาทผู้งดงาม
แบบอักษร

ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่หมู่มวลดอกไม้บานสะพรั่ง ขบวนราชรถคันงามพร้อมด้วยเครื่องราชบรรณาการล้ำค่าเคลื่อนที่ผ่านโดยมีทหารคุ้มกันมากมายหลายพันคน ราชรถสีทองคันใหญ่ลวดลายสวยงาม ภายในโอ่อ่ากว้างขวางตกแต่งสวยงาม แต่กลับว่างเปล่าไร้บุคคลสำคัญที่ต้องอยู่ภายในราชรถคันนี้

“องค์รัชทายาท เส้นทางช่วงนี้มีโจรป่าชุกชุม กระหม่อมเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ได้โปรดกลับเข้าไปในราชรถเถิดพะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มขี่อาชาพันธุ์ดีมาเคียงข้างผู้เป็นนาย พร้อมทั้งพยายามเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายให้กลับไปพร้อมกับตน เพราะชินอ๋องผู้เป็นพระบิดาขององค์รัชทายาทได้กำชับเขาเรื่องความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ห้ามมีผิดพลาดเป็นเด็ดขาด ความรักโอรสองค์โตของชินอ๋องมีมากจนแทบจะเรียกได้ว่า ‘หวง’ โอรสเสียมากกว่า เพราะความงดงามราวกับเทพเซียนขององค์รัชทายาทเป็นที่ต้องตาต้องใจของบุรูษและสตรีไม่ต่างจากพระมารดา ‘หวันเอี้ยนหงเจิน’เลยแม้แต่น้อย หรืออาจจะงดงามมากกว่าเสียด้วยซ้ำ จนทำให้องค์รัชทายาทแคว้นจินคนนี้ไม่เคยได้ออกสนามรบ หรือท่องเที่ยวต่างแคว้นเลย มีเพียงแต่หวงโฮ่วจากแคว้นซ่ง องค์ชายแฝดและองค์ชายสามเท่านั้นที่มาเยี่ยมเยียนเป็นประจำทุกปี แต่ครั้งนี้องค์ฮ่องเต้ผู้เป็นเสด็จลุงขององค์รัชทายาทอยากให้หลานได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างเพราะความออดอ้อนของอีกฝ่าย จึงเป็นเหตุผลที่องค์รัชทายาทเป็นผู้นำในขบวนส่งราชบรรณาการไปยังแคว้นซ่งในครั้งนี้

“เจ้าจะกังวลเกินเหตุไปแล้วนะ เซี่ยหยาง”ร่างเพรียวเอ่ยกับองครักษ์คนสนิทอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อนใดๆทั้งสิ้น

“แต่ว่า...เพื่อความปลอดภัย ได้โปรดกลับเข้าไปในราชรถเถิดพะย่ะค่ะ” องครักษ์หนุ่มไม่ยอมแพ้ พยายามพูดโน้มน้าวอย่างสุดความสามารถ แม้รู้ว่าจะพูดไปก็ไร้ประโยชน์ในเมื่อคนตรงหน้าเขา‘ดื้อ’ยิ่งกว่าใครในวังหลวง ไม่เคยฟังใครนอกจากพระบิดาและพระมารดา

“นานๆจะได้ออกมาเปิดหูเปิดตาเสียที จะมามัวอุดอู้อยู่ในราชรถทำไมกัน ไปกันเถอะ! ไปขี่ม้าชมทิวทัศน์กัน! ย้า!!” ดวงเนตรงดงามกว่าอัญมณีทอประกายทอดมองทิวทัศน์กว้างใหญ่ ก่อนจะใช้เท้ากระตุ้นม้าสีขาวพันธุ์ดีให้ทะยานออกไปข้างหน้า

“องค์รัชทายาท!!! อันตรายนะพะย่ะค่ะ!!!” ไม่ทันที่องครักษ์หนุ่มจะได้เอ่ยแย้ง อาชาสีขาวสะอาดตาก็ควบออกไปไกลแล้ว เซี่ยหยางรีบกระตุ้นท้องม้าของตัวเองควบตามไปทันที

 

 

 

ฮี้!! ฮี้!!

“อ๊ะ!!” อาชาสีขาวยกเท้าหน้าสองข้างขึ้นสูง เมื่อตกใจกับอะไรบางอย่างตรงหน้า ร่างเพรียวที่ไม่ทันได้ตั้งตัว หงายหลังกระเด็นหล่นจากหลังม้าทันที แต่ยังไม่ที่จะตกถึงพื้น ร่างเงาของใครคนหนึ่งก็กระโดดเข้ามารับเอาไว้ได้ทัน แต่ทั้งคู่ก็ล่วงหล่นลงบนพื้นหญ้าพร้อมกัน ร่างสูงของใครบางคนกอดรัดร่างเพรียวแน่น ใช้ตัวเองรองรับอีดฝ่ายเพื่อไม่ให้บาดเจ็บ

“องค์รัชทายาท!!! ทรงเป็นอะไรหรือไม่พะย่ะค่ะ?!!” องครักษ์หนุ่มรีบลงจากหลังม้าเพื่อเข้ามาช่วยเจ้านายของตน แต่กลับตกใจที่เห็นว่ามีบุคคลหนึ่งนอนอยู่บนพื้นด้วยกันกับร่างเพรียว “องค์ชายรองเหวินอี้?!”

เมื่อได้สติร่างเพรียวที่นอนทับร่างสูงของใครคนหนึ่ง ใช่มือเรียวยันพื้นพยุงตัวขึ้นเพื่อมองหน้าคนใต้ร่าง ก่อนจะเบิกเนตรงามกว้างอย่างประหลาดใจ “...?! พี่เหวินอี้!...ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรกัน?”

“ข้าก็มารับเจ้าน่ะสิ...แถบนี้อันตรายโจรป่าชุกชุม เสด็จพ่อเกรงว่าเจ้าจะถูกดักลอบทำร้าย จึงส่งข้ามารับเจ้า...แต่ไม่นึกว่าเจ้าจะดื้อรั้นเยี่ยงนี้ ออกมานอกขบวนคุ้มกันยังไม่พอ กลับไม่ระวังตัวอีกด้วย” ร่างสูงที่ถูกทับอยู่ดันตัวลุกขึ้น ก่อนจะจับร่างเพรียวให้นั่งดีๆ

“ข้า...ไม่นึกว่าจะมีงูแถวนี้ เลย...ไม่ทันระวังตัว” หงหลินยู่ปาก ก่อนจะตอบอ้อมแอ้มกลับไป ใครจะไปรู้ว่าแถวนี้จะมีงู เขาเผลอมองทิวทัศน์เพลินไปหน่อยเลยไม่ได้ระวังตัว

“ปลอดภัยก็ดีแล้ว...ทีหลังก็ระวังด้วย เข้าใจหรือไม่?” ร่างสูงถอนหายใจ ก่อนจะกำชับกำชาอีกฝ่ายที่ไม่รู้ว่าจะฟังหรือไม่ แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้พูดอะไรออกไป

“อืม ข้าเข้าใจแล้ว...ขอบคุณพี่เหวินอี้” หงหลินทำหน้าหง่อยลงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับ เป็นเพราะอีกฝ่ายมาช่วย เขาเลยรู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้อีกฝ่ายตกม้ามาด้วยกัน

“งั้นกลับเข้าไปรวมกับขบวนทัพกัน” เมื่อเห็นว่าร่างเพรียวเริ่มทำหน้าหง่อยลง เหวินอี้เลยตัดบทก่อนจะลุกขึ้นแล้วพยุงอีกฝ่ายขึ้นยืน

“อืม...อ๊ะ!! โอ๊ย!!” หงหลินทรุดลงพื้นอีกครั้ง สีหน้าเจ็บปวดทำให้ร่างสูงตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก

“หงหลิน!! เจ้าเจ็บตรงไหนรึ?!” เหวินอี้รีบเข้ามาพยุงร่างเพรียวอีกครั้ง ก่อนจะมองหาอาการบาดเจ็บของอีกฝ่าย

“ข้าเจ็บ...ข้อเท้า...แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวข้าให้เซี่ยหยาง อ๊ะ!! พี่เหวินอี้!!” หงหลินดันอีกฝ่ายออก เพราะไม่อยากให้ร่างสูงเห็นสภาพน่าอายของเขาแบบนี้ แต่ยังไม่ทันได้หันไปหาองครักษ์คนสนิท ร่างสูงก็ช้อนตัวร่างเพรียวขึ้นอุ้ม “ปล่อยข้าลงเถิด...ข้าเดินเองได้”

“เลิกดื้อ!” ร่างสูงอุ้มคนดื้อไปยังม้าของตัวเอง ก่อนจะกระโดดขึ้นม้าพร้อมกับร่างเพรียว มือหนากอดหงหลินจากทางด้านหลัง แล้วกระตุ้นท้องม้าให้วิ่งควบตรงไปยังขบวนทัพทันที

 

 

ขบวนทัพราชบรรณาการของแคว้นจิน เดินทางมาถึงเมืองหลวงพร้อมกับขบวนทัพคุ้มกันของแคว้นซ่งที่ออกไปรับระหว่างทางเขตรอยต่อระหว่างแคว้นจินและแคว้นซ่ง ราชรถคันงามจอดเทียบหน้าประตูวังหลวง จักรพรรดิเยี่ยนเฟยพร้อมด้วยหวงโฮ่วอวี่ชิง องค์ชายใหญ่เหวินหรง องค์ชายสามจื่อหลัน และขุนนางน้อยใหญ่ต่างออกมาต้อนรับองค์รัชทายาทแห่งแคว้นจิน ‘หวันเอี้ยนหงหลิน’

ม่านราชรถเปิดออกโดยองรักษ์คนสนิทของหงหลินที่ยืนอยู่ด้านนอก ท่ามกลางสายตาผู้คนที่มารอรับเสด็จ ร่างเพรียวขององค์รัชทายาทแคว้นจินกลับถูกโอบอุ้มโดยองค์ชายรองเหวินอี้ที่เดินออกมาจากด้านในของราชรถคันงาม โดยร่างสูงไม่ยอมปล่อยอีกฝ่ายลงเดินเอง ใบหน้างดงามซุกเข้าอกแกร่งด้วยความอับอาย ทุกคนที่มาต้อนรับต่างตกตระลึงมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ดวงตาคมกริบของเยี่ยนเฟยมองไปยังโอรสแฝดผู้น้อง อวี่ชิงรีบเดินเข้าไปหาหลานชายกับโอรสคนรองทันที

“หงหลิน เจ้าได้รับบาดเจ็บรึ? ผิงเหยา! เจ้าไปตามหมอหลวงมาให้ดูอาการองค์รัชทายาทหงหลินเดี๋ยวนี้!” ดวงตากลมสำรวจตรวจตราอาการบาดเจ็บบนร่างเพรียวของหลานชาย ก่อนจะสั่งให้ขันทีคนสนิทรีบไปตามหมอหลวงทันที

“พะย่ะค่ะ!! หวงโฮ่ว” ผิงเหยาขันทีคนสนิทรับคำสั่งนายเหนือหัว ก่อนจะรับรุดไปตามหมอหลวงทันที

“อี้เอ๋อร์...อุ้มน้องเข้าไปด้านในก่อน” อวี่ชิงบอกให้โอรสคนรองรีบพาหลานรักเข้าไปยังตำหนักรับรองเพื่อให้หมอหลวงดูอาการทันที

“พะย่ะค่ะ เสด็จแม่” เหวินอี้อุ้มหงหลินเข้าไปด้านในทันที ทิ้งให้คนที่เหลือยังคงมองหน้ากันจนเสียงสวรรค์ดังกังวาลขึ้นมา

“เอาล่ะ พวกเจ้ากลับกันไปได้แล้ว เย็นนี้ค่อยมาร่วมงานเลี้ยงต้อนรับองค์รัชทายาทหงหลินก็แล้วกัน” เมื่อองค์จักรพรรดิเยี่ยนเฟยเอ่ยจบ ก็เดินตามมเหสีของตัวเองไปในทันที

“น้อมส่งฝ่าบาท!!” ทุกคนในที่นั้นเปล่งเสียงพร้อมกัน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับไป

 

“เสด็จพี่ใหญ่ ท่านไม่ตามไปดูอาการของหงหลินสักหน่อยรึ?” จื่อหลันเอ่ยกับร่างสูงผู้เป็นพี่ชายคนโต

“ไม่ล่ะ ข้าจะไปฝึกยุทธ ถ้าเจ้าอยากตามไปก็แล้แต่เจ้า” ร่างสูงเอ่ยปัดด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ก่อนจะหันหลังเดินจากไป

จ้าวเหวินหรงและจ้าวเหวินอี้ เป็นฝาแฝดที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้วยกเว้นนิสัยใจคอที่ต่างกันลิบลับ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีบางสิ่งที่เหมือนกันอยู่ นั่นคือ ‘คนในดวงใจ

“หงหลินนะ...หงหลิน เจ้าจะรู้ตัวบ้างหรือไม่? ว่ามีคนแอบรักเจ้าถึงสองคน” จื่อหลันส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในวังหลวงพร้อมกับข้าราชบริพารที่มารอต้อนรับองค์รัชทายาทหงหลิน

ความคิดเห็น