email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) เข้ามาอ่านกันเยอะๆน๊า รักทุกคนค่ะ

ชื่อตอน : BAD GUY ..... 37 {100%}

คำค้น : วิศวกรรมโยธา , ฟิวเจอร์ , นินาว , สองแสบ

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ส.ค. 2563 23:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
BAD GUY ..... 37 {100%}
แบบอักษร

 

“จะกลับไม่กลับ!”  

ฉันยืนกอดอกมอง แล้วพูดเสียงเข้มใส่ ส่วนเจ้าตัวพอได้ยินเสียงฉันก็เงยหน้าจากขวดเหล้าที่กอด แล้วมองมาที่หน้าฉัน พร้อมกับทำตาเยิ้มๆ แถมยิ้มจนปากจะฉีกถึงหูแล้ว ดีใจขนาดนั้นเลยหรือไงที่เห็นฉันมาหนะ ฮึย แต่สำหรับฉันไม่ได้ดีใจเลยที่ต้องมาที่นี่  

“นินาววววหรอออออ ค๊าบบบ นินาวมาหาฟิวเจอร์แล้วช่ายม่าย หายโกรธแล้วช่ายม๊ายย” พูดไปด้วยก็พยายามลุกขึ้นยืนจะเดินมาหาฉัน แต่ไม่ดูตัวเองเลยเมาจะตายอยู่แล้ว ฉันเลี่ยงไม่ตอบคำถาม เพราะตอบไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร ไหนๆก็มาแล้วขอด่าสักทีเถอะ 

“ถาม ไม่ได้ยินหรือไง จะกลับไม่กลับ ! โตเป็นควายเป็นผู้ใหญ่ทำงานทำการแล้วยังจะมาทำตัวเป็นภาระคนอื่นอยู่อีก !”  

“…….” 

“ถ้ายังทำตัวแบบนี้อีก อย่าหวังเลยว่าจะได้ในสิ่งที่คุณต้องการ ! สรุปจะกลับไหม” ฉันไม่เคยโมโหขนาดนี้มาก่อน เพราะเขาคนเดียวเท่านั้นที่เป็นคนฉุดเอาอารมณ์ด้านมืดของฉันออกมาแสดงต่อหน้าคนอื่น แต่นี่มันเกินไปแล้วไง เอาแต่ใจยังไงก็ยังเป็นอยู่อย่างนั้น 

“ครับ”  

ดูเหมือนว่าพอฉันพูดจบคนตัวสูงก็จะส่างเมาไปนิดหน่อย เพราะสามารถยืนเองได้แล้ว 

“ลุกเลยมึงหนะ กลับได้แล้ว ยืนดีๆดิว่ะ”ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะทำตามที่เพื่อนบอกง่ายขึ้น ก็คงเพราะฉันพูดนั่นแหละถึงจะสำนึกได้ เราทั้งสี่คนเดินออกมาจากผับ ก่อนที่ทั้งทามม์กับโฟสส์จะพูดขึ้นก่อน 

“นินาวคือว่าแม่เราโทรบอกให้รีบกลับบ้านด่วนอ่ะ” 

“เราด้วย อายย์โกรธเราแล้วว่ะ เพราะมาผับเนี่ยแหละ ฝากไปส่งฟิวเจอร์มันให้หน่อยนะ” ฉันยืนเงียบ เฮ้อ สุดท้ายก็เป็นอย่างที่คิด  

“อืมเดี๋ยวนาวดูแลเขาให้เอง โฟสส์กับทามม์กลับเหอะ” 

ฉันนั่งมองหน้าเขาที่ตอนนี้ดูเหมือนจะหลับไปแล้ว ยังดีนะที่ไม่ได้อ้วก ไม่งั้นฉันจะด่าให้ลืมบ้านเลขที่เลย ยิ่งมองหน้าความรู้สึกภายในใจมันยิ่งทั้งรักทั้งเกลียดในเวลาเดียวกัน ฉันมองเขาอยู่อย่างนั้น รูปร่างเขาเปลี่ยนไปจากเดิมไม่มากดูจะแข็งแรงกว่าเมื่อก่อน ส่วนหน้าตายิ่งมองก็ยิ่งเหมือนสองแสบ มีเพียงไม่กี่อย่างหรอกนะที่จะมีส่วนคล้ายฉัน รวมถึงนิสัยบางอย่างยิ่งเหมือนกันอย่างกะแกะ ฉันขับรถมาคอนโดที่ฉันเคยอยู่ ที่ๆทำให้หัวใจฉันมันเจ็บปางตาย จะให้ฉันทิ้งเขาไว้ก็ดูจะใจดำเกินไป  

“ขอบคุณนะคะที่ช่วย ถ้าให้แบกขึ้นมาคนเดียงคงไม่ถึงห้องแน่ๆ” ฉันยิ้มให้กับพนักงานที่ช่วยพยุงเขาขึ้นมาส่ง ถ้าให้ฉันพาขึ้นมาคงไม่ไหวตัวใหญ่อย่างกะหมี ถ้าเทียบกับฉันแล้วฉันจมหายไปกับอกเขาเลยหละ 

“ด้วยความยินดีครับ เอ่อ ผมว่าผมเหมือนเคยเห็นคุณสองคนนะครับ อ้อนึกออกแล้ว คุณนินาววิศวกรที่ไปได้รางวัลที่อเมริกาใช่ไหมครับ” ฉันยิ้มให้เขาก่อนจะตอบ 

“ใช่ค่ะ” รู้สึกดีใจจังที่มีคนรู้จักรางวัลนั่นด้วย 

“ผมชอบผลงานของคุณมากเลยนะครับ งั้นผมไม่กวนเวลาพักผ่อนดีกว่า”  

พูดจบเขาก็เดินออกไป ฉันมองไปรอบๆห้อง แล้วก็ต้องสะดุดตรงที่หัวใจอย่างจังคือข้าวของทุกอย่างของฉันยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะของใช้ของตกแต่งทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทำไมกันเพราะอะไรเขาถึงยังเก็บไว้ ธรรมดามันจะต้องเป็นแฟนเขาไม่ใช่หรอที่ต้องมาอยู่ที่นี่ 

“อื้ออออ ร้อนนนน”  คนตัวโตขยับเล็กน้อย พร้อมกับพยายามถอดเสื้อออก ส่วนฉันก็ได้แต่ยืนนิ่งแข็งเป็นหิน หัวใจเต้นรัวอย่างเร็ว จนฉันต้องยกมือขึ้นมายังหน้าอกเอาไว้กลัวมันกระเด็นออกมา ถ้าฟิวเจอร์อ้วนฉันจะไม่เป็นแบบนี้หรอกนะแต่นี่เขามีทั้งกล้ามแน่นแล้วก็ซิกแพ็กหกแพ็กแปดแพ็กอีกรูปร่างดีกว่านายแบบบางคนอีกจะไม่ให้ฉันใจสั่นได้ไง เมื่อก่อนว่าน่ากัดแล้วนะตอนนี้น่ากัดกว่าเดิมอีก ฉันสะดุ้งกับความคิดตัวเองก่อนจะสะบัดให้มันออกไปจากหัว ตอนนี้ฉันเกลียดเขาอยู่นะไม่ได้ๆๆ จะมาหลงกับอะไรแบบนี้ไม่ได้  

“ฟิวเจอร์อย่าขยับสิ จะเช็ดตัวให้ หืม กลิ่นเหล้านี่กินหรืออาบกินกันห่ะแน่ จะกินอะไรมากมายขนาดนี้ ไม่เคยกินหรือไง” ฉันบ่นไปด้วยก็ลอกคราบเขาไปด้วยแต่เหลือเพียงกางเกงสแล็คทำงานเท่านั้นที่ยังใส่อยู่ ก่อนจะลงมือเช็ดตัวเขาอย่างเบามือคอดซะว่านี่เป็นสอบแสบจะได้ง่ายขึ้น 

“นินาว กลับมาหาฟิวเจอร์นะกลับมารักกันนะ อย่าไปจากกันอีกเลยมันเจ็บไปหมดทั้งใจแล้ว ฟิวเจอร์รักนินาวนะครับ” เขาพูดไม่หยุด ฉันได้แต่นั่งเช็ดตัวไปเรื่อยจนเสร็จ คงจะเมาสินะ หลับไปเลย บ้าเอ้ย ฝนก็ไม่รู้จะมาตกหนักอะไรตอนนี้อีก ก่อนมายังไม่มีท่าทีว่าจะตกเลยนะ สงสัยคงจะไม่ได้กลับบ้านแล้วหละ  

 

FUTURE TALK  

สัสเอ้ย ทำไมปวดหัวอย่างงี้ว่ะ ผมกระพริบตาเพื่อปรับสายตา มองไปรอบๆ นี่ผมกลับมาที่ห้องได้ไงว่ะ หรือไอ้เพื่อนผมสองคนมันมาส่ง ผมลุกขึ้นแล้วเดินออกไปข้างเพื่อจะไปกินน้ำ แต่…. ก็เจอกับคนที่ผมคิดว่าจะไม่มีวันที่จะได้เห็นเขากลับมาอยู่ที่ห้องนี้กับผมอีกแล้ว นินาวยืนอยู่ให้ห้องผมพร้อมกับกำลังทำอาหารเช้าอยู่ มันทำให้ผมคิดถึงช่วงเวลาเมื่อเกือบหกปีก่อนที่เราได้ใช้เวลาร่วมกัน มันทำให้หัวใจผมเจ็บจี๊ดขึ้นมากับสิ่งที่เคยทำเลวไว้กับเขา 

“นินาว” ผมเรียกเธอเบาๆ ก่อนที่เธอจะให้หน้านิ่งๆมามองแป็บเดียวก่อนที่จะให้กลับไปทำอาหารต่อ  

“นิ” 

“ไปอาบน้ำ จะได้ออกมากินข้าว!” ผมกำลังจะเรียกเธออีกแต่ก็โดนเสียงกระแทกของนินาวสั่งมา ผมเลยเงียบแล้วเดินกลับเข้าไปอาบน้ำที่ห้องตามคำสั่งอย่างว่านอนสอนง่าย จนลืมไปเลยว่าตัวเองหิวน้ำ แต่พอเจอสายตากับน้ำเสียงแข็งๆของนินาวผมก็ต้องรีบเข้าไปอาบน้ำตามคำสั่งของเธอ 

“ครับ” ผมรับปากอย่างง่ายดาย ถ้าพวกเพื่อนผมมาเจอพวกมันคงหัวเราะกันฟันร่วงแน่ๆ รู้ถึงไหนอายถึงนั่น นี่ขนาดนินาวยังไม่หายโกรธผมนะ ถ้าหายแล้วผมไม่อยากจะคิดเลยว่าผลมันจะออกมาเป็นยังไง 

“วันนี้นาวคงเข้างานสายหน่อยหนะคะ เพราะตอนนี้ฝนยังไม่หยุดตกเลย ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะพี่คิม สวัสดีค่ะ” 

ผมมานั่งที่โต๊ะทานข้าว ข้างในใจผมตอนนี้มันร้อนมาก เพราะนินาวคุยกับไอ้พี่คิมหันต์อีกแล้วนั่นแหละ ผมกับนินาวนั่งเงียบไม่พูดอะไร จนผมอดทนไม่ไหวจนต้องถามออกไป 

“นินาว เมื่อคืนใครมาส่งฟิวเจอร์หรอครับ”  

“ฉันเอง เมาจนจำอะไรไม่ได้หรือไง ลำบากคนอื่นเขา โตจนป่านนี้แล้ว ที่ยังไม่กลับเพราะไม่ใช่อะไร ฝนตกตั้งแต่เมื่อคืน ถ้ารู้แล้วก็ทานข้าวต่อเถอะ รำคาญ! ”พูดจบนินาวก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง 

“แม่คะ วันนี้นาวฝากเด็กๆด้วยนะคะ เมื่อคืนมีงานด่วนเข้ามาเลยไม่ได้บอกเลยค่ะ ” 

(……) 

“ขอบคุณนะคะแม่” พอวางสายเสร็จนินาวก็หันมามองหน้าผมแล้วถอนหายใจก่อนจะทานอาหารต่อส่วนผมก็ได้แต่นั่งปิดปากเงียบ เพราะกลัวว่าจะพูดอะไรที่ทำให้นินาวหงุดหงิดไปมากกว่าเดิม เมื่อคืนผมจำได้แค่ว่าผมไปนั่งกินเหล้ากับไอ้โฟสส์ไอ้ทามม์มัน แต่ทำไมคนที่มาส่งผมกลับเป็นนินาวแทนซะงั้น เรื่องนี้ผมต้องรู้ให้ได้  

“มึงว่าไงนะเมื่อคืนนินาวไปหากูที่ผับงั้นหรอ!”  

(ถุย มึงอย่ามโน เขาจะมาหามึงทำซากอะไรละ มโนไม่เข้าเรื่อง มึงลองเปิดดูโทรศัพท์มึงดูเองเถอะ ก็มึงเล่นทั้งไลน์หาทั้งโทรหาเขาขนาดนั้น แถมพอทั้งกูทั้งไอ้ทามม์จะพากลับมึงก็เสือกไม่ยอมกลับอีก แม่งแถมยังงอแงอย่างกับเด็กๆจนกูทนไม่ไหวเลยโทรไปหาให้นินาวให้มาลากมึงกลับมึงถึงจะกลับ สัสเอ้ยพวกกูสองคนพากันพูดจนปากเปียกปากแฉะไม่ยอมกลับ พอนินาวมาเท่านั้น แถมพูดคำเดียวเท่านั้นแหละเชื่องอย่างกับแมว กลัวเมียชิบหายมึงหนะ) ผมสตั๊นไปสามวิ นี่ผมเฮิร์ตหนักขนาดนั้นเลยหรอว่ะ สงสัยจะเพี้ยนแล้วแน่เลย ที่ผมไปกินเมื่อคืนก็ไม่ใช่อะไรหรอกนะ แค่เครียดเรื่องนินาวแล้วหาที่ระบายไม่ได้เลยไปลงที่เหล้าแทน จริงๆผมจะไม่ได้เลยด้วยซ้ำว่ากลับมายังไง ใครมาส่ง หรือผมไปทำอะไรไม่ดีหรือเปล่า จะมีไม่กี่ครั้งหรอกครับที่คนอย่างผมจะเมาจนไร้สติแบบนี้  

“เฮ้อ เออมึงขอบใจมาที่เล่าให้ฟัง” 

(เออ แล้วนี่มึงดีขึ้นหรือยัง) 

“อืมกูดีขึ้นแล้วไปทำงานได้อยู่ แต่ตอนนี้ฝนยังตกอยู่เลย” 

(เดี๋ยวกูบอกพี่ไฟต์ให้ แค่นี้นะมึงกูจะทำงาน) 

“อือ” ผมวางสายเพื่อนไป ก่อนจะทิ้งตัวลงที่เตียงอย่างแรง ก่อนจะยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากเอาไว้ จะทำยังไงในหัวของผมมันก็เอาแต่คิดเรื่องของนินาวไปหมด เธอเกลียดผม ผมดูออก เธอดูมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งขึ้น ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มครั้งในอดีตที่ผมเคยเจอถึงแม้จะคบกันเป็นปีแต่ก็ไม่กี่ครั้งที่ได้เห็น มันคงจะเป็นเพราะผมอีกเหมือนเดิมนั่นหละ ผมยังนึกอิจฉาคนอื่นๆนะ ที่ได้เห็นเธอในมุมมองที่มันดูสดใส ร่าเริง จะโทษใครได้ในเมื่อสาเหตุที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ก็คงเป็นคนอย่างผมเหมือนเดิมที่ทำร้ายเธอซ้ำไปซ้ำมา  

ผมเดินออกมาข้างนอกห้องนอนก็เจอเข้ากับร่างแบบบางที่แสนคุ้นเคยนอนหลับอยู่ที่โซฟาตัวยาวโดยที่ในมือยังมีหนังสือกางอยู่ผมยิ้มให้กับภาพที่เจอ นานเหลือเกินที่ไม่ได้เจอภาพแบบนี้ ส่วนมากจะเป็นเพียงความทรงจำของผมเท่านั้นที่มักจะนึกถึงช่วงเวลาที่เราสองคนอยู่ด้วยกัน ผมเดินเข้าไปนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าก่อนจะปัดผมยาวสลวยนุ่มและหอมนั้นให้ออกจากวงหน้าสวยงามราวกับนางอัปสรในวรรณคดี คิดถึง คิดถึงเธอเหลือเกิน ตลอดเวลาอยู่ใกล้กันก็เหมือนอยู่ไกลกันเหลือเกิน สมน้ำหน้าแล้วหละที่เธอจะเกลียดผมมากขนาดนี้ ยิ่งนึกถึงช่วงเวลานั้นก็ยิ่งเจ็บหัวใจขึ้นมา ถ้าไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น เราสองคนคงแต่งงานมีครอบครัวมีลูกน้อยและมีความสุขกันไปแล้ว แต่มันก็ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น รู้จักการใช้ชีวิต และที่สำคัญรู้จักการรอคอยที่อาจจะต้องรอไปตลอดชีวิตอย่างเช่นตอนนี้ที่ผมรอให้เธออภัยให้ ผมตัดสินใจอุ้มเธอเข้าไปนอนข้างในห้อง นินาวคงจะเพลียมากเพราะขนาดผมอุ้มไปคนตัวเล็กแต่อวบอัดไปทุกส่วนยังไม่ยอมตื่นเลย แต่ถ้าตื่นก็คงด่าผมเปิงไปแล้ว ไม่คิดว่าพออายุเริ่มเยอะขึ้นนินาวจะเป็นคนที่บ่นและด่าเจ็บไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะผมกลับมองว่าทุกอย่างที่เป็นเธอมันช่างน่ารักน่าปรารถนาเสียอย่างนั้น ความจริงแล้วผมว่าผมอาจจะหลงรักนินาวตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นแล้วก็เป็นได้นะ แต่ด้วยทิฐิที่มีในใจจึงบดบังไปหมดเลยทำให้ผมต้องใจร้ายกับเธอไปสารพัด 

“อื้อ อึดอัด ” นินาวขยับตัวไปมาในอ้อมกอดของผมแถมยังไม่มีท่าทีว่าจะยอมตื่นง่ายๆ ตอนนี้ก็เกือบจะบ่ายโมงเข้าไปแล้วสงสัยคงต้องลางานแล้วหละวันนี้  

ครืด ครืด ครืด 

ผมหันไปตามเสียงโทรศัพท์เครื่องบางที่มันมีการเตือนถึงการโทรเข้ามามันไม่ใช่ของผมแต่เป็นของนินาว ผมเลยขยับตัวออกจากนินาวอย่างเบาๆเพราะกลัวว่าเธอจะตื่น ผมเลยถือวิสาสะกดรับ ยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปอารมณ์ผมก็พุ่งขึ้นทันทีเพราะเสียงของคนในสายที่โทรเข้ามาหาคนบนเตียงที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอะไร ฮึย  

(นินาวว่างไหมเย็นนี้ฟิล์มว่าจะแวะไปหาที่บ้านหนะครับ ฮัลโหล นาว นินาวได้ยินฟิล์มไหม) ผมกำโทรศัพท์เครื่องบางอย่างแน่น ก่อนจะกดตัดสายเพราะไม่อยากได้ยินเสียงมัน สิ่งที่สองคนทำกับผมในอดีตมันก็มากพอสมควรนะ แต่ทำไมหัวใจมันกลับเรียกร้องหาแต่เธอคนเดียว 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว