ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4. เตือน...

ชื่อตอน : ตอนที่ 4. เตือน...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ม.ค. 2564 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4. เตือน...
แบบอักษร

ในขณะที่อนุวัฒน์ไม่รอช้าเก็บเสื้อผ้าที่มีเพียงกี่ชิ้นรีบย้ายเข้ามาในบ้านอยู่กินกับลลนาอย่างสบายใจ

โดยทั้งสองคนต่างก็ยังไม่ใครพร้อมที่จะคิดเรื่องแต่งงาน ส่วนกันตาเห็นพี่สาวอยู่กับอนุวัฒน์ดูมีความสุขมากเพราะเขาเป็นคนขยันคอยช่วยเหลือทำงานบ้านซักผ้าล้างจานสารพัดอย่างส่งผลให้ลลนาแทบไม่ต้องหยิบจับหรือทำอะไร

นอกจากออกไปทำงานเช่นนั้นคนเป็นน้องสาวจึงค่อยๆเริ่มรู้สึกเบาใจขึ้นมาได้บ้างและถึงแม้เธอกับพี่เขยจะอาศัยอยู่ในชายคาเดียวกันแต่ก็แทบจะไม่เคยพูดจากันเลย

 

เวลาผ่านพ้นไปหลายเดือน...

ลลนากับอนุวัฒน์ก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่พร้อมกัน หลังจากที่ทั้งสองคนช่วยกันเก็บเงินมาได้ก้อนหนึ่งด้วยความต้องการเริ่มต้นเปิดอู่ซ่อมรถเป็นของตนเอง

โดยวางแผนลงทุนเซ้งต่อมาจากคนรู้จักในราคาสองล้านกว่าบาท แต่เวลานี้ทั้งสองคนมีเงินเก็บด้วยกันเพียงเก้าแสนบาทเท่านั้น

“เราจะทำยังไงดีล่ะฝน!!! เสี่ยกำจรบอกว่า... ถ้าภายในสองวันนี้ยังไม่มีเงินไปให้เขาจะเซ้งอู่ไปให้คนอื่นแล้วที่ทำเลดีๆติดถนนใหญ่แบบนั้นพวกเราหาไม่ได้ง่ายๆอีกแล้วน่ะ”

หลังจากอนุวัฒน์กดวางสายโทรศัพท์แล้วก็รีบหันมาพูดกับลลนาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเพราะเขาก็ไม่รู้เหมือนกันจะหาเงินก้อนนั้นมาจากไหนได้อีก

“นึกออกแล้วล่ะ เรื่องนี้ฉันจะเป็นคนจัดการเองวัฒน์”

จากนั้นลลนาจึงเอาเงินทุนที่มารดาเก็บเล็กผสมน้อยมาตลอดชีวิตไว้ให้ลูกสาวทั้งสองในธนาคาร เธอจำได้ว่ามันมีอยู่ประมาณสามล้านกว่าบาทจึงรีบเอาออกมาแบ่งให้น้องสาวก่อนแค่ล้านหนึ่ง

ส่วนที่เหลือทั้งหมดตัวเองก็เอาไปเพียงคนเดียวสองล้านกว่าบาทและให้เหตุผล

ถ้าเมื่อไรธุรกิจลงตัวได้กำไร... เธอจะแบ่งให้เพิ่มอีกแน่นอน

ทางด้านกันตาก็ไม่ได้ปริปากหรือต่อว่าอะไรลลนาสักคำ ถึงแม้คนเป็นพี่สาวจะไม่เอาเงินมาคืนให้จริงๆ เธอก็ยินดีที่จะยกให้ได้อยู่แล้ว

 

เพียงไม่นานอู่ซ่อมรถนั้นก็ได้เปิดขึ้นอย่างเป็นทางการด้วยเงินทุนของแม่จำนวนหนึ่ง...

ซึ่งเป็นอู่ขนาดกลางมีช่างยนต์ทั้งหมดสี่คนรวมทั้งอนุวัฒน์ด้วย ลลนากับอนุวัฒน์ต่างช่วยกันทุ่มเทดูแลบริหารจนธุรกิจก็เริ่มไปได้ด้วยดีมีลูกค้ามาใช้บริการมากมายจึงมีเงินเข้าแต่ละวันไม่ต่ำกว่าสองหมื่นกว่าบาท

หากแต่แทนที่ทั้งสองคนจะรู้จักเก็บออมสะสมเอาไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในอู่ซ่อมรถนั้น แต่ยิ่งเห็นเงินเยอะกลับยิ่งใช้มือเติบมากขึ้นทุกทีเข้าร้านอาหารราคาแพงและชวนกันไปเที่ยวต่างจังหวัดไม่เว้นสักอาทิตย์

 

“ฟาง.. ฉันเพิ่งไปกินข้าวมาเลยสั่งหูฉลามน้ำแดงมาฝาก ถ้ารอให้แกซื้อกินเองคงไม่มีวันนั้นหรอกน่ะ ขี้งกขนาดนี้!!!”

ลลนาแต่งตัวสวยด้วยเสื้อผ้าแสนแพงสะพายกระเป๋าใบใหม่เดินหน้าบานเข้ามาบ้านคนเดียวแล้ววางถุงกล่องอาหารลงโต๊ะตรงหน้าคนเป็นน้องสาวอยู่ในห้องนั่งเล่น

เมื่อไรที่ได้ไปกินอาหารอร่อยเธอก็ไม่เคยลืมที่จะหิ้วเอามาฝากกันตาเสมอ เพราะถึงแม้สองพี่น้องจะพูดจาไม่ค่อยเข้าใจแต่ความจริงแล้วลลนาก็รักน้องสาวเช่นกัน

“นั่น!!! พี่ฝนซื้อกระเป๋าใหม่อีกแล้วหรอ?”

ทันทีที่กันตาเหลือบมองกระเป๋าแบร์นเนมสีเข้มของคนเป็นพี่สาว เธอก็รับรู้ได้ว่าที่ผ่านมายังไม่เคยเห็นลลนาถือใบนี้แน่นอน

“อืมมม... แกว่าสวยมั้ยฟาง? ชาแนลรุ่นนี้.. ถ้าซื้อในไทยก็แสนกว่าบาท ฉันฝากเพื่อนซื้อที่ไปเที่ยวต่างประเทศเลยได้แค่ใบล่ะแปดหมื่นกว่าบาทเองน่ะ ถูกมากกก”

ลลนากล่าวพร้อมทั้งรีบหยิบยกกระเป๋าชาแนลแสนสวยขึ้นมาโอ้อวดน้องสาวด้วยท่าทางภูมิอกภูมิใจอย่างมากที่ตัวเองได้ครอบครองตามประสาผู้หญิงสาวที่คลั่งไคล้ของแบรนด์เนมทั่วไป

“ตอนนี้มันก็ใกล้จะสิ้นเดือนแล้วน่ะ พี่ฝนได้เก็บเงินเอาไว้จ่ายค่าเช่าอู่ ค่าแรงช่างแล้วไหนจะค่าอุปกรณ์ต่างๆในอู่ซ่อม ค่าน้ำค่าไฟอีกล่ะ”

กันตาตัดสินใจเอ่ยถามพี่สาวออกมาตามตรงเพราะเธอเฝ้ามองการใช้เงินฟุ่มเฟื่อยลลนามาพักหนึ่ง ในขณะพี่เขยของเธออีกคนช่วงนี้บ้านช่องก็ไม่ค่อยยอมกลับมานอนทำให้ยิ่งรู้สึกแปลกๆ

 

“โอ้ยย!!! ฉันไม่อยากคุยกับแกแล้วเจอหน้ากันทีไร.. ก็เอาแต่พูดเรื่องเงินรู้มั้ย? ฉันเบื่อ”

ลลนาทำเป็นรีบร้อนตัดบทอารมณ์เสียเดินหนีขึ้นบันไดบ้านเข้าไปห้องนอนทั้งที่ในใจลึกๆ เธอก็แอบกังวลเรื่องที่กันตาเตือนมากเหมือนกัน

 

 

“ทำไม? พี่ฝนไม่เคยเชื่อกันบ้างน่ะ”

ส่วนกันตาได้แต่มองตามหลังคนเป็นพี่สาวอย่างห่วงๆ เพราะเธอรู้ตัวเองดีว่าไม่สามารถตักเตือนอะไรได้เพียงแค่อ้าปากพูดลลนาก็ไม่อยากรับฟังแล้ว...

 

 

 

🤩🤩🤩🤩🤩🤩🤩🤩🤩🤩🤩

 

 

 

..............................................................................................

 

 

ความคิดเห็น