facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

DANGER III : ผู้ชายสองคน NC+ [Completed 100%]

ชื่อตอน : DANGER III : ผู้ชายสองคน NC+ [Completed 100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 28.5k

ความคิดเห็น : 144

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2562 23:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
DANGER III : ผู้ชายสองคน NC+ [Completed 100%]
แบบอักษร

 

 

III ผู้ชายสองคน

“จำไม่ได้” แค่นั้นก็หันกลับมาหาฉันทันที “อีกคำ”

อุ๊บ!

สามีทำตามที่ฉันต้องการโดยที่ไม่ต้องขอแบบนี้ต้องมีรางวัลให้เขาแล้วแหละ

นิสัยไร้มารยาทไม่รักษาน้ำใจคน พูดตรงๆ จนอีกคนหน้าเจื่อน

“ง่วงเหรอ?” ฉันป้อนข้าวเขาไปอีกหนึ่งคำ อดถามไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าง่ำงอ ดวงตาปรือจนแทบลืมไม่ขึ้น

“นิดหน่อย” ผงกหัวลงพลางเคี้ยวข้าวแล้วกลืน ส่งผ่านสายตามาว่าจะกินอีก

“กินข้าวเสร็จก่อนเนอะ เดี๋ยวค่อยกลับบ้าน”

ตอนนี้รู้สึกว่าเขาพูดง่าย แม้ว่าจะทำสีหน้าไม่รับบุญไปบ้างแต่นั่นมันก็คือตัวเขา ต่อให้มีเรื่องน่ายินดี หน้าพี่ไมล์ก็หงิกประมาณนี้แหละ

ฉันหยิบทิชชู่ขึ้นเช็ดมุมปากหนาที่มีรอยเปื้อนอยู่นิดหน่อย วินาทีที่มือบางกำลังทำหน้าที่ของมัน ดวงตาประกายก็ได้หันไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม กระตุกยิ้มเยาะให้นีน่าหนึ่งที จนคนมองกำช้อนในมือแน่น

หึ ก็ทำได้แค่นั้น

“อ้อ นีน่า เดี๋ยวเรื่องค่าตัว ฉันจะโอนส่วนที่เหลือให้เธอภายในคืนนี้นะ” ฉันว่าพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ กระตุกดึงมือเจ้าของร่างสูงให้ลุกขึ้นตาม

“ค่ะ” นีน่าขานสั้นๆ

“กินข้าวเสร็จก็กลับบ้านได้เลยนะทุกคน เรื่องของค่อยมาจัดการเก็บกวาดพรุ่งนี้ ส่วนเรื่องงานที่ถ่ายไปวันนี้ค่อยส่งวันมะรืน”

“ค่ะ”

“ขอบคุณสำหรับมื้อค่ำครับคุณคะนิ้ง”

“ขอบคุณทุกคนเหมือนกันที่อยู่ทำงานจนเสร็จ ฉันกับสามีขอตัวกลับก่อนนะ”

ก่อนจะกลับก็ไม่ลืมจะหันไปมองหน้านีน่าอีกหนึ่งที ในขณะที่แขนของฉันกอดรัดแขนแกร่งไว้แน่น ริมฝีปากอวบอิ่มสีแดงเลือดนกขยับโดยไร้เสียงว่า...

‘ของ-ฉัน-อย่า-เจ๋อ!’

เมื่อเห็นสีหน้าซีดเผือดของนีน่าก็ทำให้ฉันพอใจไม่น้อย ก่อนร่างบางจะพาร่างสูงเดินจากไป และเมื่อมาถึงรถคันหรูสามีรูปหล่อที่ทำหน้าหงิกมาตั้งแต่แรกก็แผงฤทธิ์ออกมาทันที

“เธอเรียกฉันมาเพราะยัยผู้หญิงคนนั้นชอบฉันใช่มั้ย”

แหม รู้ดีไปอีก แต่นั่นก็แค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นและ

“ก็ใช่ แต่ถ้าสมมติว่าพี่ไม่มารับแล้วใครจะมารับฉันล่ะ จะให้เมียกลับแท็กซี่เหรอ?” ฉันกอดอกถาม

“ฉันค้าง! เหล้ายังกระดกได้แค่ครึ่งแก้ว” เขาว่าอย่างไม่พอใจ ปากหน้าบ่นขมุบขมิบไม่หยุดในขณะที่รถกำลังขับเคลื่อนตัวออกไป “โตแล้วกลับแท็กซี่ไม่ได้ไง๊?”

“ไม่ห่วงกันเลยเหรอ ถ้าเกิดฉันโดนข่มขืนเหมือนในข่าวจะทำยังไง!?”

เมื่อก่อนตอนยังเรียนอยู่มหา'ลัย ฉันเคยเกือบโดนแท็กซี่ลวนลาม แต่เพราะไหวตัวทันก็เลยสร้างสถานการณ์เพื่อเอาตัวรอด เรื่องนี้พี่ไมล์ไม่รู้หรอกเพราะมันเกิดขึ้นก่อนที่เราจะคบกัน และฉันไม่อยากพูดถึงอดีตที่ทำให้ฉันกลัว

ฉันไม่เคยนั่งแท็กซี่เลยหลังจากนั้น เมื่อก่อนถ้าไม่กลับกับเพื่อนก็จะให้พี่สาวหรือพี่ชายมารับ แต่เดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่พี่ไมล์ก็จะเป็นพี่ซัส ซึ่งส่วนใหญ่ขากลับจะกลับกับพี่ซัสซะมากกว่า

ก็อย่างที่รู้ พี่ไมล์ไม่ค่อยว่างมารับฉันเท่าไร ถ้าไม่ดื่มเหล้า ก็ขี้เกียจเลยนอนรออยู่ที่บ้าน เหอะ!

“คิดมากไปแล้วคะนิ้ง เรื่องเหี้ยๆ แบบนั้นไม่ใช่ว่าจะเกิดกับทุกคน” ฉันเห็นคิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ฉันเห็นว่าใบหน้านั่นเอือมระอาสุดๆ ที่ฉันกลัวแท็กซี่จนเป็นประเด็นขึ้นมาเถียง

“แล้วถ้าเรื่องเหี้ยๆ ที่พี่บอกมันเกิดขึ้นกับเมียพี่ล่ะ?”

“...”

ฉันเม้มปากเข้าหากันแน่นเมื่อสิ่งได้รับจากเขาคือความเงียบ ตัวเองพยักหน้าลงสองทีก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกและหันหน้าออกทางหน้าต่าง

ฉันควรชินแล้วหรือเปล่าที่สามีไม่เคยแสดงความเป็นห่วงแบบนี้

คนไม่เคยโดนไม่มีวันเข้าใจหรอกนะ และฉันก็ไม่ได้หวังให้เขาเข้าใจความรู้สึกฉันเลยไม่ได้เล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง

แต่ฉันอยากให้เขาเป็นห่วงและแคร์ฉันเหมือนสามีภรรยาคู่อื่นบ้าง

ไม่ต้องเปรียบเทียบกับคนไกลตัวหรอก แค่คนใกล้ตัวที่เป็นตัวอย่างอย่างพี่เวกัส พี่ไมล์ก็ไม่เคยทำได้ จนบางครั้งฉันก็อดอิจฉาน้องภาพฟ้าไม่ได้

เมื่อมาถึงบ้านเราก็ต่างคนต่างอยู่ เขานอนดูบอลอยู่บนเตียง ส่วนฉันนั่งจ้อง Macbook อยู่ตรงมุมประจำที่ติดกับระเบียง

กระทั่งเวลาผ่านไปจนถึงสี่ทุ่มฉันจึงได้ตัดสินใจพับหน้าจอลง ร่างบางเดินตรงไปยังเตียงโดยที่ไม่ลืมคว้าเอาโทรศัพท์ติดมือมาด้วย

มือบางดึงผ้าห่มขึ้นพร้อมกับหันหลังให้อีกคน เปิดห้องแชทที่ค้างไว้ขึ้นมาก็เจอกับรูปรถมากมายที่สไตล์เข้ากันดีกับรสนิยมของฉัน

ซัส : พี่ว่าสีแดงก็เหมาะกับเรานะ เราเป็นสาวเปรี้ยวนี่

คะนิ้ง : ฉันก็ชอบสีแดงค่ะ

ซัส : ก็เลือกดูล่ะกัน ชอบแบบไหนก็บอก พี่จัดการให้

คะนิ้ง : ขอบคุณมากค่ะ พี่ซัสช่วยเหลือฉันตลอดเลย ไว้จะเลี้ยงข้าวตอบแทนนะคะ

ซัส : ยินดีครับ

“คุยกับใคร?”

มือบางคว่ำหน้าโทรศัพท์ลงทันทีก่อนจะเบนหน้าหันไปมองคนที่ชะโงกหน้ามาใกล้ฉันอย่างอยากรู้อยากเห็น

“คุยกับชู้หรือไง?”

เหอะ!

“ฉันถามเธอนะเว้ย! ตอบมา!”

“คุยกับพี่ซัส” ฉันตอบอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหัวเตียงก่อนจะปิดตาลงพร้อมนอน

แต่ทว่า...

พรึ่บ!

ร่างควายทั้งร่างถลามาทับฉันพร้อมกับมือหนาคว้าเอาโทรศัพท์ที่เพิ่งวางลงบนโต๊ะไปไม่ถึงวินาทีอย่างถือวิสาสะความเป็นสามี นิ้วหัวแม่โป้งสแกนลายนิ้วมือราวกับว่าเป็นโทรศัพท์ของตัวเองก็ไม่ปาน

“ทำอะไร!”

“เธอทำลับๆ ล่อๆ! คุยไรกันวะ!?”

ลับๆ ล่อๆ?

กว่าจะแย่งโทรศัพท์คืนมาได้ก็ตอนที่ดวงตาคมกริบไล่อ่านข้อความสนทนาของฉันและพี่ซัสหมดแล้ว

“ผัวไม่มีเหรอ!?” ใบหน้านั่นหันมามองฉันอย่างไม่พอใจ ร่างหนายังคงทับอยู่บนร่างฉัน ในขณะที่น้ำหนักตัวเขาก็ไม่ได้น้อยๆ เลย

ควายป่า!

“ถ้าไม่มีแล้วไอ้คนที่นอนหัวโด่อยู่ตรงนี้เป็นควายมั้ง!”

“เออ ควายมั้ง!” พี่ไมล์มองฉันอย่างไม่ยอม เขาน่ะเป็นพวกไม่ชอบแพ้ ชอบเอาชนะ แม้จะชนะด้วยเล่ห์กลเขาก็ภูมิใจอย่างหน้าด้านๆ

“หนัก!” ฉันเองก็ไม่ยอม มองแรงมามองแรงกลับ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน!

“ผัวก็มีทำไมไม่บอกผัว ไปบอกเพื่อนผัวทำไม!”

น้ำลายกระเด็นใส่หน้า! ห่างกันไม่ถึงคืบ หน้าม้าที่เกือบจะทิ่มตาฉันยืนยันได้ ไม่รู้จะพูดเสียงดังทำไม!

“ก็ถ้าผัวใส่ใจสักนิด ฉันจะไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนผัวทำไม!”

ความจริงฉันจะปรึกษาใครก็ได้ ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นพี่ซัส หากแต่เขามีความรู้เรื่องรถและเป็นเพื่อนที่พี่ไมล์ไว้ใจ และอนุญาตให้เข้าออกในบ้านได้อย่างตามใจชอบ ซ้ำยังให้ไปรับส่งฉันและทำอะไรหลายๆ อย่างให้ฉันตั้งมากมาย ฉันก็เลยเลือกที่จะปรึกษาเขา

แล้ววันนี้ผัวฉันเกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ ถึงได้แสดงกริยาป่าเถื่อนเหมือนควายป่าแบบนี้ออกมา

“นี่ความผิดฉันเหรอวะ!?”

“ก็ไม่รู้สิ คิดเอาเอง ฉันไม่อยากนั่งแท็กซี่ เพราะฉะนั้นฉันจะซื้อรถขับเอง จะได้ไม่ต้องรอพึ่งคนไม่เต็มใจแบบพี่!”

“ไม่เต็มใจตรงไหน แค่บางครั้งไม่ว่าง”

“ไม่ว่างหรือขี้เกียจเอาให้แน่ แล้วก็ลุกออกไปสักที หนัก!”

“ไม่ออก! แล้วเรื่องหนักก็ควรชินนะเพราะเราทับกันเกือบทุกคืน!”

ไอ้บ้านี่! แม้จะอยู่กันแค่สองคนแต่ฉันก็อายเป็นนะ! ทับกันเกือบทุกคืนช่างกล้าพูด!

“ควายป่า!”

“คะนิ้ง! ปากวอนแตกจริง!”

พี่ไมล์กัดฟันดังกรอดอย่างมันเขี้ยว เมื่อพูดประโยคเมื่อครู่จบริมฝีปากร้ายกาจก็จัดการครอบครองริมฝีปากอวบอิ่มทันที

“อื้อ!~”

งับ!

เขากัดกลีบปากฉัน! ป่าเถื่อนที่สุด นี่เมียหรือนางบำเรอเนี่ย!

ไรฟันแหลมคมบาดเข้าที่เนื้อนุ่มนิ่มบอบบางจนฉันรู้สึกเจ็บ พี่ไมล์รุนแรงมาก เขาทั้งกัดทั้งดูดอย่างไร้ความปรานี ประกอบกับมือหนาที่ล่วงเข้ามาใต้สาบเสื้อเพื่อขย้ำก้อนเนื้ออวบอิ่ม นั่นยิ่งเพิ่มความเป็นปีศาจของผู้ชายคนนี้เป็นอีกเท่าตัว

ปากขยี้ มือขย้ำ ผสานงานกันได้ดี หึ! เก่งนักนะเรื่องพรรค์นี้!

“อื้อ!!~” เจ็บเป็นบ้า ปวกบวมจนลูกน้องทักอีกแน่ๆ

ตุบๆ!

ฉันค้อนเข้าที่หัวไหล่แข็งหลายที ทั้งตบทั้งตีทั้งดึงผม เอาคืนที่เขาทำปากฉันเจ็บและขย้ำนมฉันอย่างรุนแรง

พลั่ก!

ตุบ!

“โอ๊ย! เจ็บนะเว้ย!”

ไม้ตายสุดท้ายคือการรวมแรงไปที่ขา กระแทกเข้าที่ลำตัวของเขาอย่างหมิ่นเหม่พอให้อีกคนสะดุ้ง ก่อนที่จะส่งแรงทั้งหมดไปที่ปลายเท้าแล้วยกขึ้นถีบร่างหนาอย่างแรงและเต็มตีน จนควายป่าตัวใหญ่ออกไปจากตัวฉันในที่สุด

“ไอ้ปีศาจ! ปากฉันแตกเพราะพี่อีกแล้ว”

“ก็ปากเธอมันท้าทายปากฉันให้กระแทกไง!”

คาบน้ำลายทั้งของเขาและฉันที่เปอะเปื้อนอยู่บนริมฝีปากหนาหยักทำให้ฉันรู้สึกหมั่นไส้เขามากๆ อยากจะตบหน้าหล่อนั่นสักทีให้หายโมโห

“เรื่องรถไม่ต้องซื้อ เดี๋ยวฉันไปรับไปส่งทุกวัน พอใจเธอหรือยัง”

เขาทิ้งตัวลงนอนเบียดกับฉันอยู่ที่ขอบเตียง ส่วนพื้นที่ที่เหลือ เหลือไว้ให้ชู้ฉันหรือไงย่ะ! (ประชด)

“ถ้าไม่เต็มใจก็ไม่ต้อง พรุ่งนี้พี่เคลย์กลับมาไทย ฉันจะให้พี่เคลย์ไปรับทุกวันเลย!” พี่เคลย์ที่ว่าคือพี่ชายของฉัน เป็นพี่คนรองของบ้านและเป็นลูกชายคนเดียว

“ไม่ต้อง ผัวมีทำไมต้องให้พี่ไปรับ”

“ก็ผัวไม่ว่าง! ติดเหล้าแถมขี้เกียจ!”

“ก็บอกแล้วไงว่าจะไปรับไปส่ง ตกลงตามนี้ไม่ต้องเถียง แล้วก็ไม่ต้องไปเดือดร้อนพี่ชายเธอด้วย เดี๋ยวไอ้เคลย์ก็หาว่าฉันดูแลน้องมันไม่ดีอีก!”

สรุปเขาเต็มใจไปรับฉันจริงๆ หรือกลัวพี่เคลย์ด่ากันแน่!

“ทำไมทำหน้าเหมือนจะร้องวะ ไม่พอใจตรงไหนก็พูด?”

ก็ไม่พอใจเขานั่นแหละ นี่ฉันเป็นเมียเขานะ เมียอ่ะเมีย!

“ไม่พูด? โอเค...” แขนแกร่งตวัดเกี่ยวร่างฉันไปกอดไว้แน่น พร้อมทั้งกระชับผ้าห่มคุมร่างเราทั้งสอง เสียงทุ่มเอ่ยบอกว่า... “ตกลงตามนั้น รถไม่ต้องซื้อ เพราะฉันจะไปรับทุกวัน”

“แน่ใจว่าทำได้? อย่ามาทำเป็นปากดีแต่การกระทำออกหมานะ” ฉันมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ รู้สึกเหมือนตัวเองจะร้องไห้จริงๆ นั่นแหละ

เป็นอารมณ์นอยด์ของผู้หญิงทุกคน

“เออ! นอนเถอะน้า เดี๋ยวจะตื่นมา ‘ทับ’ เธอตอนฟ้าสร่าง”

“คนบ้า!! ลามก!! โรตจิต!!”

“ทุกอย่างที่พูดรวมกันคือผัวเธอครับ”

ให้ตายสิ!

 

“อื้อ~”

แรงจากด้านหลังที่แผ่ส่งมาเป็นเหตุทำให้ร่างกายฉันเคลื่อนไหวตามการกระแทก ร่างสองร่างปะทะกันอย่างดุเดือดจนฉันต้องข่มอารมณ์ด้วยการกัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่น

“คะ...นิ้ง”

“อื้อ! อ๊ะ!”

เสียงกระทบกันของเนื้อหน้าขาและบั่นท้ายดังแข่งกับเสียงครางที่ดังออกมาเป็นระยะ ความเสียวซ่านที่ได้รับทำให้ฉันสุขสมถึงสองครั้งภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ในขณะที่พี่ไมล์ยังไม่เสร็จสักรอบ

เขาตั้งหน้าตั้งตากระแทกฉันอย่างบ้าคลั่ง บางครั้งอ่อนโยนจนฉันโอนเอน แต่ทว่าบางครั้งก็ดุดันราวกับปีศาจในขุมนรกผุดขึ้นมาบนโลกมนุษย์

ไม่กลัวจิมิเมียพังบ้างเลย!

“อ๊าส์...เสียวฉิบหาย”

“อ๊ะ อ๊ะ พะ...พี่ไมล์ อื้อ!!”

ภายในของฉันรัดตัวตนของพี่ไมล์อย่างแรงจนช่องทางรักคับแคบรู้สึกอึดอัด ทว่าแรงเสียดสีก็ทำให้ทั้งฉันและเขามีความสุข ยามที่ความแข็งแกร่งแทรกเข้ามาจนสุดรู้สึกเหมือนโดนเติมเต็ม และเมื่อเขาถอดถอนมันออกไปก็ให้ความรู้สึกวาบหวิวจนฉันต้องเกร็งตัวรับอยู่หลายครั้ง

ยิ่งร่างหนาโน้มตัวลงมาซ้อนหลังฉันเพื่อกอบกุมทรวงอกอวบยิ่งเพิ่มความเสียวซ่านให้กับการร่วมรักครั้งนี้ยิ่งขึ้นไปอีก

“ใกล้แล้วนิ้ง อ๊าส์”

ชอบจังเวลาที่เขาเรียกฉันแบบนี้ น่ารัก...

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ! ฉันก็ อื้อ! ใกล้อีกแล้ว!”

“หึๆ เสร็จเร็วสมเป็นเธอ”

ก็เพราะเขานั่นแหละ! ลีลาเด็ด(?)จนฉันทนไม่ไหว ส่วนเขาผู้ชายร่างกายสมบูรณ์และแข็งแรง ช่ำชองนักเรื่องพรรค์นี้ ไม่แปลกที่กว่าจะเสร็จแต่ละรอบก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมง

“ไม่ไหวแล้ว อื้อ!!”

“ฉันก็ไม่ไหวแล้ว อ๊ะ ร่องเธอรัดฉันแน่นฉิบ!”

พั่บ! พั่บ! พั่บ!

แรงกระแทกที่ถี่ขึ้นเป็นจังหวะทำให้ช่องทางรักของฉันตอดรัดเขาแน่นขึ้น ความรู้สึก ‘ใกล้เสร็จ’ ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง ร่างกายฉันเกร็งกระตุกก่อนที่ท้องน้อยจะรู้สึกวาบหวิวราวกับมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน และต่อมาไม่นานกว่าหนึ่งนาทีตัวตนแข็งแกร่งก็กดเข้ามาด้านในจนสุดก่อนจะรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่อุ่นร้อนพุ่งเข้ามาในร่างกาย

เขาไม่ป้องกันอีกเช่นเคย

“แค่กๆ” ฉันหอบหายใจเข้าปอดถี่ๆ เรี่ยวแรงที่มีอยู่น้อยนิดได้หายไปอย่างไม่ต้องสงสัย

ร่างหนานอนทับร่างฉันอยู่เกือบห้านาทีจนเราต่างกลับมาหายใจเป็นปกติ อาการหอบเริ่มหายไป แต่ความเหนื่อยยังคงอยู่ พี่ไมล์ทิ้งตัวลงนอนข้างๆ ฉัน ก่อนที่ร่างเล็กทั้งร่างจะลอยขึ้นและถูกวางลงบนร่างใหญ่ด้วยฝีมือของเขา

คำพูดที่เล็ดรอดออกมามันมีอยู่ว่า “ก่อนไปอาบน้ำ ขึ้นให้ผัวหน่อย”

เมียพี่จะกลายเป็นของเหลวอยู่แล้วนะ!

เรี่ยวแรงหายหมดแล้ว!

 

หลายวันผ่านไป

“มาทำไมบ้านกู?”

“มาหาน้องกู มึงทำไม?”

อึดอัด...ทว่าก็น่าขำดี

ผู้ชายสองคนที่มีนิสัยคล้ายๆ กัน กำลังนั่งอยู่ข้างๆ กันโดยในมือของเจ้าบ้านมีจอยเกมถืออยู่ด้วย

วันนี้พี่เคลย์มาหาฉันเพราะเหตุผลสั้นๆ ว่าคิดถึงและขอนอนด้วยหนึ่งคืน เรื่องนี้พี่ไมล์ยังไม่รู้ และคงได้รู้ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า

จะว่ายังไงดีล่ะ...ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนี้มันซับซ้อนแปลกๆ จะว่าเป็นเพื่อนที่รักกันมากก็ไม่ใช่ จะเป็นศัตรูที่คอยทิ่มแทงก็ไม่เชิง

เรื่องมันประมาณว่าหากมีกันแค่พวกเขา ทั้งสองก็จะแข่งกันเอง พนันกันเอง เช่นเรื่องแข่งรถ ดูบอล เล่นบอล แม้แต่เล่นกีต้าร์ก็ยังพนันกันได้ แต่ถ้าหากมีอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าท้าทายคนใดคนหนึ่งในสองคนนี้ ทั้งคู่ก็จะรวมเข้าหากันเพื่อต้อนรับผู้มาใหม่ เวลานั้นพวกเขาจะรักและสมานฉันท์กันดีราวกับพี่น้องร่วมชาติมาเกิด

มือหนาของพี่เคลย์หยิบจอยเกมอีกอันมาไว้ในมือ พี่ไมล์เหล่ตามองก่อนจะเงยขึ้นเพื่อสบตากัน พี่เคลย์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนทั้งสองจะพูดออกมาพร้อมกันว่า... “มึงแพ้!”

ยังไม่ได้เริ่มก็ปากดีใส่กันซะแล้ว

สองคนนี้นับว่าคล้ายกันมาก แต่มีอยู่เรื่องเดียว (หลายหัวข้อ) ที่พี่เคลย์ทำได้ดีกว่าพี่ไมล์โดยไม่ต้องสงสัยก็คือเรื่องงาน ความเอาใจใส่และเทคแคร์เขาเป็นอันดับหนึ่งในใจฉันเสมอ แม้จะมีแฟนแต่ก็ไม่เคยให้ความสำคัญกับพี่สาวและน้องสาวน้อยลง

ฉันปล่อยให้สองคนอยู่ด้วยกันก่อนที่ตัวเองจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อปลอกผลไม้และจัดขนมออกมาให้พี่ชายและสามีกิน และเมื่อเดินกลับออกมาฉันก็เจอผู้ชายสองคนกำลังใช้เท้าถีบกันไปมาราวกับเด็กอนุบาล ในขณะที่มือก็กำลังกดจอยเกมไม่หยุด

ให้ตายสิ...

พวกเขาอายุเท่าไรแล้วนะ

“ไอ้เชี้ยเคลย์ มึงโกงกู!”

“มึงโง่เองไอ้ฟาย!”

ปากด่า เท้าเตะ แต่ไม่น่าเชื่อว่ามีสติในการเล่นเกมได้ดีทั้งสองคน

เดาทางไม่ถูกว่าใครจะแพ้ เพราะทั้งสองก็ต่างต้องการชนะ

“วันนี้กูจะนอนกับน้องกู ‘สองคน’ นะ”

“ห้ะ!!”

วินาทีนั้นแหละ หน้าจอขนาดใหญ่ได้ขึ้นว่า ‘Game over’ และมีสรุปเล็กๆ น้อยๆ ว่าสีน้ำเงินซึ่งเป็นพี่เคลย์ชนะสีแดงอย่างพี่ไมล์ไปด้วยคะแนนที่ห่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“มึงแพ้ ไอ้ไมล์แพ้โว้ย!”

“มึงไม่ต้องมายุ่งกับเมียกู จะไปนอนกับหมาที่ไหนก็ไป๊!”

จากที่คิดว่าเขาต้องหัวร้อนกับการพ่ายแพ้ครั้งนี้มากแน่ๆ แต่ทว่าสิ่งที่ทำให้คิ้วหนาขมวดเข้าหากันจนจะมัดโบว์ได้คือเรื่องที่พี่เคลย์จะนอนกับฉันต่างหาก

“กูจะนอนกับน้องกู คนแพ้อย่าเรื่องมาก ไปนอนกับไอ้เสือเลยไป๊!” เสือคือหมาที่ฉันและพี่ไมล์เลี้ยงไว้

“ไม่โว้ย! กูเป็นผัวคะนิ้ง กูจะนอนกับเมียกู! มึงกลับไปนอนกับแฟนมึงเลยไอ้เห็บควาย อย่ามายุ่งกับครอบครัวกู!”

“วันนี้ยังไงกูก็ต้องได้นอนกับน้องกู! ผัวอย่างมึงเดะกูเตะแม่งให้ร้องเหมือนหมาเลย”

โอ๊ย...คะนิ้งจะเป็นลม

“หยุดทะเลาะกันเถอะ ฉันปวดหัว!”

“บอกพี่เธอกลับบ้านมันไปดิ๊!” พี่ไมล์ชี้นิ้วไปทางพี่เคลย์อย่างหงุดหงิด ในขณะที่เท้าก็แอบเตะกันไปมาไม่หยุดหย่อน

“ผัวนิ้งนี่น่ารำคาญจริงๆ เหมือนแมลงวันบินวี่ๆๆ อยู่ใกล้ๆ หูอ่ะ น่าตบให้ตาย”

“ไอ้เคลย์กากหมา!”

“มึงดิกาก!”

“งั้นเรานอนด้วยกันสามคนดีมั้ย!!” ในที่สุดฉันก็ทนไม่ไหว ตะโกนออกไปเพื่อแก้ปัญหา

ทว่า..

“ไม่เด็ดขาด! ไม่มีทาง ไม่!!”

พี่ไมล์...

[อัปครบ]

 

Talk

ถ้าใครเคยอ่านเรื่องพี่วีและน้องเบล จะรู้ว่าพี่ไมล์เคยแกล้งเขาไว้แบบนี้ ทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีไปนอนกับน้อง ไปขัดขว้างน้องกับแฟน ตอนนี้นางโดนกรรมตามสนองแล้วค่ะ 555555 พี่เคลย์ของไรท์ หาเมจแป๊ปปปป

อ่านฟรีจนกว่าจะจบ จบแล้วติดเหรียญ

ตอนนี้ขอค่าแรงเป็นคอมเม้นจ้า

เกิน 100 เม้น พรุ่งนี้อัปต่อจ้า

กดใจด้วยเด้อ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว