ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ ๑

คำค้น : เรือสำราญสีเลือด,นิยายฆาตกรรม,นิยายสืบสวน,golffinee,golffee

หมวดหมู่ : นิยาย ลึกลับ,สืบสวน สอบสวน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2558 13:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ ๑
แบบอักษร

ตอนที่ ๑

                สายลมจากริมระเบียงพัดผ่านผ้าม่านสีน้ำทะเลเข้ามาภายในห้องนอนคอนโดมิเนียมขนาดกลาง พร้อมกับปะทะกับร่างสูงกำยำของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนอยู่ริมระเบียง ชายเสื้อของเขาตีพรึ่บพรั่บไปตามแรงลม ชายหนุ่มดังกล่าวอยู่ในชุดเสื้อกาวน์แขนยาว ยืนกอดอกแน่น คิ้วเข้มและหนาที่พาดเฉียงระหว่างนัยน์ตาเรียวยาวทั้งสองข้างถูกขมวดเข้าหากันคล้ายปมเชือกที่พัลวัล...ริมฝีปากขบเม้ม ก่อนจะผ่อนปรนลมหายใจออกมาคล้ายจะรู้สึกคับแน่นในอกกับเรื่องราวบางอย่าง

                พ็อตจะยืนเงียบแบบนี้ไม่ได้นะ เค้าต้องการคำตอบ !’

                น้ำเสียงเข้มจัดของหญิงสาวผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ภายในห้องดังขึ้นแทรกเสียงลมแรง แววตาที่เธอมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้าขณะนี้แลคล้ายเปลวไฟกำลังวูบไหวไปมา เธอใช้มือเสยผมที่ยาวปรกใบหน้าขึ้นอย่างฉุนเฉียว ก่อนจะทิ้งร่างบางลงนั่งบนตียงนอนข้างๆ เต็มแรงจนชุดนักศึกษาสีขาวที่ปล่อยเสื้อลอยชายและกระโปรงพลีทสีดำขลับยับยู่ยี่ไม่น่ามอง

                พ็อตพูดไปหมดแล้ว ถ้าพูดไปแล้วไม่เชื่อ จะมาโวยวายแบบนี้...จะถามทำไมฮะ

                หญิงสาวที่นั่งบนเตียงสะดุ้งกับคำพูดของชายหนุ่มที่ยืนริมระเบียงเล็กน้อย

                สิ่งที่พ็อตพูด มัน... เธอกลืนน้ำลายลงในคออย่างยากเย็น ...ไม่น่าเชื่อ

                งั้นก็ไม่ต้องเชื่อ

                พ็อต !’

                จะเรียกให้มันได้ห่าเหวอะไรขึ้นมาวะ !’

                พลันนั้นเองชายหนุ่มที่เคยหันหน้าไปริมระเบียงก็หันมาตวัดสายตามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาวาวโรจน์ ก่อนจะขว้างโทรศัพทือถือที่กำแน่นไว้มานาน หล่นลงไปบนเตียงนอนข้างๆ หญิงสาว

                จะให้พ็อตพูดยังไงกอล์ฟถึงจะพอใจ ต้องบอกว่า ใช่ ! พ็อตนอกใจกอล์ฟ ไปคุยกับผู้หญิงในแชท  พ็อตมันเลว มันชั่ว มันไม่ดี มันเหี้ย ! แบบนี้ใช่มั้ยถึงจะเชื่อ

                หญิงสาวนามว่า กอล์ฟ ลุกพรวดขึ้นประจันหน้ากับผู้เป็นแฟนหนุ่ม สองตาคู่สวยคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ จนภาพข้างหน้าพร่าเบลอไปหมด

                แล้วจะให้เค้าคิดยังไง ในเมื่อข้อความในแชทน่ะ มันเป็นไปในเชิงชู้สาวหญิงสาวเสียงเครือแหบแห้ง ...กอล์ฟไม่ได้โง่นะพ็อต ที่จะไม่รู้ว่าคุยแบบเพื่อนยังไง แบบชู้สาวคุยยังไง

                ‘ก็บอกไปกี่ครั้งแล้วว่าเป็นรุ่นน้องที่รู้จัก

                ‘รุ่นน้องหรือว่าแฟนเก่า

                ชายหนุ่มนามว่า พ็อต คิ้วกระตุกเล็กน้อย พยายามปรับเสียงหน้าให้เรียบสนิท ทั้งที่ในใจสับสนวุ่นวายไปหมด

                ‘ก็...เคยคบกัน แต่เลิกกันแล้ว และพ็อตก็ไม่ได้คิดอะไรกับน้องเค้าแล้วด้วย ก็แค่คุยแบบพี่น้อง

                ‘แล้วทำไมในแชทมีคำว่าจุ๊บแก้มกันด้วย !’

                ‘ตรงไหน ไม่มี

                กอล์ฟพรวดพราดไปคว้าเอาโทรศัพท์มือที่วางอยู่บนเตียงมายัดใส่มือแฟนหนุ่มอย่างกระแทกกระทั้น

                ตาเค้าไม่ได้บอดนะพ็อต !’ หญิงสาวพูดพลางน้ำตาไหลพราก เห็นเค้าเป็นอะไร โง่ดักดานเป็นควายนักใช่มั้ย !’

                พ็อตไม่เคยมองว่าใครโง่น้ำเสียงชายหนุ่มเริ่มอ่อนลง

                เหอะ...เราเลิกกันเถอะพ็อต

                หญิงสาวเค้นเสียงออกมาจากลำคอ ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นแล้วยืนกอดอกแน่น เธอมั่นใจว่ายังไงเสียแฟนหนุ่มก็จะไม่ยอมเลิกรากับเธอแน่นอน เพราะทุกครั้งที่ทะเลาะกัน เธอจะยื่นไม้ตายด้วยคำพูดประโยคนี้ใส่หน้าเสมอ และมันก็ได้ผลทุกครั้ง เขาง้อเธอ...เพราะเธอคือคนสำคัญ...

                ทว่าคราวนี้...

                เอาสิ เลิกก็ได้

                น้ำเสียงชายหนุ่มเย็นชาจนคนฟังใจหายวาบ

                พ็อต...กอล์ฟหันมามองเจ้าของประโยคเมื่อคู่อย่างแทบไม่เชื่อหู นี่พ็อตยอมเลิกกับเค้า เพราะนังแฟนเก่านั่นน่ะหรอ !’

                เปล่า พ็อตแค่คิดว่าถ้ายังคบกันไป ยังไงก็ต้องเป็นแบบนี้ซ้ำๆ นี่มันไม่ใช่ครั้งแรกนะที่ทะเลาะกันเพราะเรื่องแชทบ้าบอเนี่ย พ็อตจะคุยกับใครไม่ได้เลยใช่มั้ย ถ้าเป็นแบบนั้นก็เลิกๆ ไปเถอะ

                ‘ทำไมหรอพ็อต แทนที่พ็อตจะไปบอกผู้หญิงคนนั้นว่าเราเป็นแฟนกัน เราคบกัน เพื่อให้เธอจะได้ไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก แต่พ็อตไม่ทำ...พ็อตเลือกจะทิ้งกับเค้า...

                ‘ใช่ เค้าไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมจะต้องไปพูดทำร้ายน้ำใจเค้าด้วย

                ‘พ็อตปกป้องมัน !’

                หญิงสาวปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายผู้ชายตรงหน้า

                พ็อตไม่ได้ปกป้องใครเขาพยายามเบือนหน้าไปทางอื่น ที่เลิกเพราะเราคงไปกันไม่ได้จริงๆ พ็อตมันเป็นผู้ชายเลว แอบคุยกับแฟนเก่า ทำร้ายผู้หญิงดีๆ แบบกอล์ฟ ฉะนั้นกอล์ฟก็ควรจะไปเจอผู้ชายที่ดีกว่านี้เถอะ ปล่อยพ็อตอยู่ไปตามประสาไอ้เลวที่จมปลักอยู่ในโคลนตมแบบนี้เถอะ

                ‘พ็อต...หญิงสาวครางออกมาอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เธอเข่าอ่อนทรุดฮวบลงนั่งกับพื้น

                ...

                ‘สามปีของเรามันไม่มีความหมายเลยหรอ ตั้งแต่เค้าเข้าเรียนครูปีหนึ่ง พ็อตเรียนหมอปีสอง พ็อตเป็นถึงเดือนมหาลัยแต่มาจีบเค้า พ็อตพยายาม...พยายามจนสำเร็จ จนเค้ารักพ็อต ยอมคบกันเป็นแฟน วันดีคืนดีจะมาทิ้งกันไปง่ายๆ แบบนี้หรอ เพราะเรื่องแฟนเก่าคนนั้นน่ะหรอ !’

                ‘...เขาไม่ตอบ

                เมื่อเห็นเขาปิดปากเงียบ เธอก็ลุกขึ้นไปยืนเขย่าแขนเขา

                ตอบมาสิพ็อต อธิบายอะไรให้เค้ารู้สึกดีบ้าง

                ‘พ็อต...สับสน

                ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเสียงเบา มองไปยังแฟนสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร...อยู่ๆ เขาก็รู้สึกว่าอยากเลิกกับเธอไปให้มันจบๆ อย่างไม่มีเหตุผล

                พ็อต...หญิงสาวโผเข้ากอดร่างสูงกำยำตรงหน้า ซบลงบนแผงอกกว้างของเขา น้ำตาที่ไหลอาบแก้มเปรอะลงบนเสื้อขาวของชายหนุ่มจนเปียกชื้นไปหมด

                ปล่อยพ็อตเถอะ พ็อตอยากอยู่คนเดียว

                ‘ไม่ ! เค้าไม่ปล่อย !’

                พ็อตไม่ได้เอ่ยหรือปัดป้องอะไร เมื่อเธออยากกอดเขาก็จะให้กอด แต่เขายอมรับว่าตอนนี้เขาไม่ได้สนใจภาพตรงหน้ามากนัก ในหัวเขาสับสนไปหมด...เขาเป็นอะไร...ทำไมเขาไม่ง้อเธอ...

                จู่ๆ กอล์ฟก็ผละออกห่างจากพ็อต พลางปาดน้ำตา

                ตกลงพ็อตอยากเลิกกับเค้าจริงๆ ใช่มั้ย

                ‘พ็อตไม่รู้...ขอคิดก่อนได้มั้ยเขาพูดไปตามความจริง

                ‘พอเถอะพ็อต...ฮือกอล์ฟเดินถอยห่างจากพ็อต น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอพยายามโบกมือไปมาเพื่อบอกว่าไม่เป็นไร สลับกับปิดปากตัวเองเพื่อไม่ให้ร้องไห้เสียงดังออกมา ...พ็อตไม่รักเค้าแล้ว ไม่งั้นพ็อตไม่คิดนานขนาดนี้หรอก เพราะคนเรารักกันจริง...มันต้องพูดว่ารักกันตั้งแต่ความคิดวูบแรกแล้ว แต่นี่แปลว่า...

                ‘...

                ‘พ็อตไม่ได้รักเค้าแล้วหญิงสาวพูดพลางสะอื้น

                ‘พ็อตขอโทษ

                เขาพยายามจะเดินเข้าไปหาเธอ แต่เธอกลับถอยออกห่าง...ห่างออกไป...

                พ็อตขอโทษ

                กอล์ฟวิ่งออกไปจากห้องนั้นทันที เธอไม่อยากฟังอะไรจากปากเขาอีกแล้ว...มันไม่มีอะไรทดแทนความรู้สึกที่เธอเสียไปได้หรอก เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ เขาไม่เคยลังเลที่จะเลือกเธอเวลาทะเลาะกัน แต่นี่เขาเปลี่ยนไป...เขาลังเล เขายังรักแฟนเก่าคนนั้นอยู่ เธอเจ็บปวดใจเหลือเกิน ทำไมเธอต้องมาพ่ายแพ้แฟนเก่าคนนั้นด้วย

                ทำไม...!

                นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เขาก็ไม่เคยติดต่อเธอมาอีกเลย และเธอก็ไม่ได้ติดต่อเขาอีกเช่นกัน ทั้งที่ความจริงเขาเป็นเพื่อนกับพี่ชายเธอ ปกติเขาจะมาหาเธอและก็พี่ชายเธอทุกวัน แต่เรื่องราวในวันนั้น...ทำให้เขาก็หายหน้าไปเลย เสมือนเขาจะยอมรับกลายๆ แล้วว่าต้องการเลิกกับเธอ

                แต่เขาคงไม่มีรู้...สิ่งที่เขาทำกับเธอ มันคือรอยแผลที่ไม่มีวันลบจางหาย เพราะไม่ว่าเธอจะเริ่มต้นใหม่กับใคร สุดท้ายก็ต้องลงเอยด้วยคำว่าจบทุกครั้ง กี่รายต่อกี่รายที่เข้ามาตอกย้ำแผลเป็นเดิมๆ ที่เขาเป็นต้นเหตุทำไว้ กับคนที่คบด้วยกันรายล่าสุดนั้น เธอคบกับเขาได้สามเดือนกว่า...และสุดท้ายก็เหมือนหนังม้วนเดิมที่ฉายซ้ำไปซ้ำมา สุดท้ายก็ต้องเลิกกัน สารพัดเหตุผลงี่เง่าที่เอามาอ้างอย่างข้างข้างๆ คูๆ เพื่อทำให้เธอเจ็บใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า

                นั่นจึงเป็นสาเหตุที่วันนี้เธอได้แต่บอกตัวเองว่า...พอแล้ว เธอไม่มีศรัทธาเหลืออยู่ในความรักต่อไปแล้ว

                เธอคงไม่เหมาะสมที่จะมีความรัก

 

 

                ในความมืดมิดคล้ายอยู่ในจักรวาลอันไกลโพ้น กอล์ฟกำลังเดินหาทางออก แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมนอนธกาล ให้ตายเถอะ เธอเกลียดการไร้แสงสีใดๆ ที่สุด แต่ระหว่างที่เธอกำลังเดินแหวกม่านความมืดเพื่อหาทางออกนั่นเอง พลันนั้นก็มีอะไรบางอย่างสะกิดเข้าที่หลังเธอ ทำให้ต้องหันขวับไปมองอย่างอัตโนมัติ

                ฉึก !

                ทันทีที่เธอหันไป ปลายมีดคมกริบก็จ้วงแทงเข้าที่ช่องท้องเธออย่างจัง !

                หญิงสาวตัวงอ ปวดปร่าจนตาแทบถลนออกเจ้าเบ้า มองเลือดสีแดงสดที่ช่องท้องไหลลงอาบพื้น ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมองต้นตอที่แทงเธออย่างจังเมื่อครู่

                ริมฝีปากคนตรงหน้าแย้มยิ้มอย่างสะใจ ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

                ...นังโง่ ตายซะเถอะ...

            ฉึก ! ฉึก ! ฉึก !

                “กรี๊ด !

                เสียงกรีดร้องนั้นแหวกทะลุทะลวงทุกอย่างจนเธอเองก็ตกใจ ก่อนที่ร่างของเธอจะถูกเขย่าแรงๆ จากใครบางคน อารามทีแรกคิดว่าเป็นเจ้าของรอยยิ้มเยือกเย็นที่แทงเธอเมื่อครู่ แต่หาใช่ไม่...

                “เป็นอะไรกอล์ฟ...น้องพี่ไม่เป็นไรแล้วนะ”

                กอล์ฟลืมตาขึ้นเบิกโพลงในความมืด เห็นไกด์...พี่ชายแท้ๆ ของเธอกำลังเขย่าตัวเธอ ก่อนจะกอดเธอไว้แน่น

                “ร้องกรี๊ดเสียงดังเลย ฝันร้ายหรอ”

                ไกด์ที่อยู่ในเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงบ็อกเซอร์เอ่ยถามน้องสาวแท้ๆ อย่างเป็นห่วง เขานอนหลับอยู่ในห้องนอนข้างๆ ห้องที่เป็นคอนโดนิเนียมที่พ่อกับแม่ซื้อไว้ให้เพราะพวกท่านอยู่ต่างจังหวัด ทันทีที่ได้ยินเสียงน้องสาวกรีดร้องออกมาตอนสองยามเขาเลยตกใจรีบวิ่งเข้ามาดู

                 นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องสาวร้องออกมาแบบนี้ เพราะตั้งแต่เลิกกับแฟนเมื่อสองวันก่อน เธอก็ฝันร้ายแล้วกรีดร้องออกมาตอนดึกดื่นทุกครั้ง เท่าที่เขาจำได้...เธอจะมีอาการเช่นนี้ทุกครั้งหลังจากเลิกกับแฟน เริ่มเป็นครั้งแรกก็ตอนตั้งแต่เลิกกับพ็อต เพื่อนสนิทของเขา

                ร่างบางกอล์ฟอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของไกด์...เธอหายใจหอบถี่จนตัวโยน เหงื่อกาฬแตกพลั่ก แววตาเลิ่กลั่กไปมาราวกับหวาดผวากับสิ่งรอบตัวสุดขีด

                “ไม่เป็นไรแล้ว” ไกด์ปลอบน้องสาวเสียงนุ่มนวล “...มันแค่ความฝัน”

                “กะ...กอล์ฟฝัน...ฝันร้าย...” น้ำเสียงเธอตะกุกตะกัก

                “ฝันว่าอะไร เล่าให้พี่ฟังได้มั้ย”

                “กอล์ฟฝันว่ามีคนเอามีดมาแทงท้อง”

                “โถ่...น้องพี่ ไม่เป็นไรแล้วนะ มันแค่ความฝัน ถ้าเป็นความจริงพี่ไม่ยอมให้ใครมาแทงน้องพี่ได้หรอก มันต้องข้ามศพพี่ไปก่อน”

                หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้เป็นพี่ชาย เมื่อเห็นแววตาอ่อนโยนส่งทอดกลับมา...ทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาด เธอยังมีพี่ชายคอยปกป้องอยู่ เธอไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวอะไร

                “ขอบคุณมากนะคะ” เมื่อเธอเริ่มตั้งสติได้แล้ว จึงค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของคนตรงหน้า “...หนูรบกวนเวลานอนพี่แย่เลย”

                “ไม่เป็นไรหรอก แต่เราโอเคแน่แล้วใช่มั้ย” ผู้เป็นพี่ชายยิ้มอ่อน

                “ค่ะ”

                “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนหรือเปล่า” เขายังไม่วางใจนักว่าน้องสาวจะไม่เป็นอะไรอย่างที่ปากบอก “...พี่นอนข้างล่างด้วยก็ได้นะ”

                “ไม่เป็นไรค่ะ กอล์ฟไม่ใช่ใช่เด็กห้าขวบแล้วซธหน่อย กอล์ฟเรียนครุศาสตร์ปี ๓ แล้วนะคะ อีกไม่นานก็ต้องจบไปเป็นครูแล้ว”

                “โตแค่ไหนเราก็ยังเป็นน้องพี่...เป็นเด็กตัวเล็กสำหรับพี่อยู่ดี”

                “ทำไมบ่นเหมือนคนแก่เลยนะ” หญิงสาวแกล้งทำหน้างอ

                “ใครล่ะทำให้พี่ต้องบ่นเป็นคนแก่”

                “ไม่เอาแล้ว...ไม่เถียงด้วยแล้ว กอล์ฟนอนดีกว่า”

                ไม่เพียงแต่ว่า หญิงสาวยังเอนตัวลงนอนแล้วตวัดผ้าห่มคลุมร่างเสร็จสรรพ พยายามไม่สนใจพี่ชายที่นั่งมองด้วยความเอ็นดูเลย

                “ว่าแต่ พรุ่งนี้มีเรียนเช้าหรือเปล่า” ไกด์เอ่ยถามพลางอมยิ้ม

                “ไม่บอก” คนนอนหลับตาปี๋บนเตียงเอ่ยเสียงอู้อี้ออกมาผ่านผ้าห่ม

                “ถ้าว่าง เราไปหาหมอกันมั้ย”

                “ไปหาหมอทำไม”

                จู่ๆ ร่างบางที่นอนนิ่งบนเตียงก็ลุกพรวดขึ้นมานั่ง แววตาที่ส่งทอดไปยังพี่ชายตอนนี้เต็มไปด้วยความสงสัยระคนกรุ่นโกรธ

                “ก็...” ไกด์ไม่รู้จะพูดอย่างไรให้ทะนุถนอมจิตใจอีกฝ่ายมากที่สุด “...เห็นเราเครียดๆ ตอนกลางคืนฝันร้ายทุกคืน น่าจะไปลองหาหมอหน่อยมั้ย เผื่อว่าจะดีขึ้นบ้าง” ท้ายประโยคชายหนุ่มเสียงอ่อนลง เสมองไปทางอื่นไปกล้าสบตาน้องสาว

                “หาหมอ? หมอที่พี่ว่าคือจิตแพทย์ใช่มั้ย !” หญิงสาวแว้ดกลับไปทันที “...นี่พี่กำลังคิดว่ากอล์ฟเป็นบ้า !

                “เปล่า คนที่จะต้องไปพบจิตแพทย์ไม่จำเป็นจะต้องเป็นบ้าเสมอไป เครียด...ไม่สบายใจ...ก็ไปพบได้ เดี๋ยวพี่ก็จะไปด้วยเหมือนกัน พี่เองก็มีเรื่องไม่สบายใจ”

                “พี่ไม่ต้องมาโกหกเพื่อเอาใจกอล์ฟเลย”

                “กอล์ฟ...เข้าใจพี่บ้างสิ พี่เป็นห่วง” ชายหนุ่มนิ่วหน้า ถ้อยคำที่หลุดออกมาจากปากเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ

                “พี่ไม่ได้ห่วงกอล์ฟ แต่พี่อายใช่มั้ยที่มีน้องสาวเป็นบ้า”

                “เฮ้ย ! ไม่ใช่...ไปกันใหญ่แล้ว พี่ไม่เคยคิดแบบนั้น”

                “คิดสิ ไม่งั้นพี่ไม่พูดเรื่องพากอล์ฟไปหาหมอขึ้นมาหรอก ออกไปเลยนะ กอล์ฟไม่อยากเจอหน้าพี่”

                หญิงสาวหันไปคว้าตุ๊กตาคิตตี้จากหัวเตียงมาทุบใส่ร่างพี่ชาย จนเขาต้องลุกขึ้นพลางถอยออกห่าง

                “โอเค ไม่ไปก็ไม่ไป พี่ก็แค่ถามลองดู”

                “ไม่ต้องลองอะไรทั้งนั้น” กอล์ฟถลึงตามองคนตรงหน้า พลางเม้มริมฝีปากแน่น “...เพราะกอล์ฟไม่ได้บ้า กอล์ฟแค่เครียดจากการเลิกกับแฟน ไม่นานก็หาย ถ้าพี่จะพาคนไปหาหมอ ต้องเป็นพวกที่มันทิ้งกอล์ฟไปโน้น พวกนั้นมันจิตผิกปกติ ทิ้งได้แม้กระทั่งกอล์ฟ...คนที่รักพวกมันจริงๆ !

                “เอ่อ...”

                “พอแล้ว ! ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ทุกวันนี้ที่เกลียดผู้ชายเกือบทั้งโลกก็มากเกินพอแล้ว ขอเถอะ...กอล์ฟยังไม่อยากเกลียดพี่ไปอีกคน !

                สิ้นเสียงตวาดแว้ด หญิงสาวก็หันไปคว้าผ้าห่มขึ้นมาคุมโปงอีกรอบ โดยไม่สนใจเลยว่าชายหนุ่มจะอยากพูดอะไรอีกหรือเปล่า สุดท้ายผู้เป็นพี่ชายเองก็ถอดใจ ยอมเปิดประตูออกไปจากห้องนอนของน้องสาวแต่โดยดี

                โดยเขาไม่ทันสังเกตเลยว่า...

                เธอกำลังนอนร้องไห้

ความคิดเห็น