facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

◣♥◥ อาณาเขตรักที่20►►ข่าวร้าย

ชื่อตอน : ◣♥◥ อาณาเขตรักที่20►►ข่าวร้าย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2558 12:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
◣♥◥ อาณาเขตรักที่20►►ข่าวร้าย
แบบอักษร

◣♥◥ อาณาเขตรักที่20►►ข่าวร้าย

 

 

 

“เฮ่อ...ทำไมมันไม่หมดไม่สิ้นสักทีเนี่ย”ปภิณวิทย์บ่นด้วยอารมณ์ที่เริ่มเสียเมื่อเอกสารที่ต้องอ่านและเซ็นต์มันไม่หมดไปสิ้นสักที...ทำมาตั้งแต่เช้าแล้วจนป่านนี้จะบ่าย3ยังไม่หมดอีก

 

นี่ขนาดผมไม่ใช่ประธานบริษัทยังต้องเซ็นต์เยอะขนาดนี้...ไม่อยากคิดเลยว่าท่านประธานจะต้องเซ็นต์เยอะขนาดไหน?

ไม่แน่นะอาจเซ็นจนมือชาไปเลยก็ได้

 

ฮะฮะฮะ

 

นินทาท่านประธานในใจถือว่าไม่ผิดใช่ไหม?

 

ก็เขาไม่ได้ยินนี่นาไม่เป็นไรหรอกเนอะ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“เข้ามา”ผมตะโกนบอกทันที

 

 

แกร็ก!

“คุณวิทย์ท่านประธานเรียกให้ไปพบด้วยค่ะ”คุณพรพัฒน์บอกผมก่อนก้มหัวเล็กน้อยแล้วเดินออกไป…

 

“....”ปล่อยให้ผมนิ่งค้างอยู่คนเดียว...

 

ท่านประธานเรียก?

 

อย่าบอกนะว่าท่านได้ยินที่ผมนินทา...จะว่าไปก็นานแล้วสินะที่ไม่ได้ไปเจอท่านประธานโดยตรงแบบนี้ครั้งล่าสุดรู้สึกจะเป็นตอนเลื่อนตำแหน่งนี่นะ

 

“รีบไปดีกว่า”ผมพึมพำก่อนจะจัดเอกสารที่เกลื่อนกาจบนโต๊ะแล้วเดินออกจากห้องไป...ระหว่างที่จะเดินออกไปสายตาของผมกับบัตเตอร์ก็สบกันพอดี...เขายิ้มให้ผมก่อนที่ผมจะยิ้มตอบเล็กน้อยแล้วเดินออกจาห้องไป

 

ผมขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนสุดก่อนจะเดินไปหาเลขาของท่านประธานที่นั่งอยู่หน้าห้อง

 

“ท่านประธานเรียกผมมาพบครับ”ผมบอกเธอไป...ถ้าจำไม่ผิดรู้สึกจะชื่อคุณวีรญาหรือคุณญานะ...แต่ผมก็ไม่ค่อยสนิทกับคุณวีรญามากนัก

 

เรียกว่าเจอแทบนับครั้งได้เลยดีกว่า

 

“คุณปภิณวิทย์สินะคะ...เข้าไปได้เลยค่ะท่านประธานรออยู่แล้วคะ”คุณวีรญาบอกผมด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก่อนจะผายมือไปยังห้องด้านหลัง

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

ผมเคาะประตูอย่างมีมารยาทแล้วสำรวจตัวเองว่าพร้อมไหม...เสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อย...ตอนนี้ผมพร้อมแล้ว

 

“เข้ามา”เสียงแหบทุ้มต่ำดังขึ้น

 

แกร็ก!

 

“สวัสดีครับท่านประธาน”ผมเปิดประตูเข้าไปก่อนจะเอ่ยทักทายท่านประธานที่ยืนพิงหน้าต่างโดยที่หันหน้ามาทางผม

 

คุณ ติณน์พัฒ เสรีรัญย์หรือคุณัพฒคือท่านประธานของบริษัทธนาสินนี้...ท่านอายุ60กว่าแล้วแต่ด้วยความที่ชอบออกกำลังกายทำให้ความแข็งแรงยังเทียบเท่ากับคนหนุ่มอายุ40ได้สบายๆ

 

“สวัสดี...ผมรบกวนเวลางานคุณรึเปล่า?”ท่านประธานถามผมเสียงนิ่ง

 

“ไม่ครับ...เหลืออีกไม่มากก็เสร็จแล้วครับ”ผมตอบท่านกลับไป

 

“งั้นก็ดี...เห็นว่าคุณอยู่คนเดียวใช่ไหม?”ท่านประธานเลิกอ้อมค้อมแล้วเข้าเรื่องในที่สุด

 

“ก็ใช่ครับ”ผมตอบกลับอย่างไม่ค่อยเต็มเสียงนัก

 

ก็ตอนนี้ผมอยู่กับบัตเตอร์นี่นาไม่ได้อยู่คนเดียวสักหน่อยแต่จะให้ท่านประธานรู้เรื่องนี้ก็ไม่ได้อีก

 

“ผมอยากให้คุณไปอบรมที่บริษัทDie Mandelได้ไหม?”ท่านประธานเอ่ยเสียงเรียบ

 

ผมถึงกับชะงักเมื่อได้ยินชื่อบริษัทDie Mandel...บริษัทนั้นถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่เราทำการค้าด้วยมายาวนานที่สุดแถมประธานของบริษัทนั้นยังเป็นเพื่อนของท่านประธานอีก

 

ถ้าให้ผมไปแล้วเกิดทำอะไรขายหน้าละก็...กลับมาผมเตรียมหางานใหม่ไว้ได้เลย

 

แต่...เดี๋ยวนะ

 

รู้สึกว่าบริษัทนั้นตั้งอยู่ที่…

 

“เยอรมัน?”ผมพึมพำออกมาเบาๆ

 

งานเข้าแล้ว...ต่างประเทศ

 

“ใช่...ไปแค่3อาทิตย์เท่านั้น”ท่านประธานบอกต่อ

 

3อาทิตย์เหรอ?

 

ก็ไม่นานเท่าไหร่แฮะ....ตอนแรกนึกว่าจะไปเป็นเดือน

 

ถ้าแค่3อาทิตย์บัตเตอร์คงจะไม่โกรธหรอกมั้ง

 

 “เข้าใจแล้วครับ....แล้วข้อมูลอื่นๆละครับอย่างพวกเดินทางวันไหน?ใครมารับ?อะไรพวกนี้น่ะครับ”ผมถามออกไปด้วยความสงสัย

 “เดินทางวันอาทิตย์นี้...ส่วนข้อมูลอื่นๆเดี๋ยวผมส่งให้อีกทีวันพรุ่งนี้”

 

 “ครับ...ถ้างั้นขอตัวก่อนนะครับ”ผมบอกลาก่อนจะเดินออกจากห้องท่านประธานมา...ในหัวผมมีแต่ความคิดที่ว่าจะบอกบัตเตอร์เมื่อไหร่ดี?

 

เรียกมาบอกเลยดีไหม?

 

หรือจะรอให้กลับถึงบ้านก่อนดี?

 

ตึ๋ง!

 

 “กลับถึงบ้านก่อนละกัน”ผมพึมพำเบาๆก่อนจะเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัวแล้วเริ่มจัดการเอกสารที่ค้างไว้อีกครั้งนึง...ผมนั่งเซ็นต์เอกสารต่อไปเรื่อยๆจนในที่สุดเอกสารแผ่นสุดท้ายก็ได้มีลายเซ็นต์ผมปรากฏอยู่

 

“เยส!...เสร็จแล้ว!!”ผมพูดพร้อมกับชูมือขึ้นด้วยความดีใจก่อนจะเอนตัวไปทางด้านหลังเพื่อยืดกล้ามเนื้อที่เกร็งๆอยู่ในคลายตัว

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“เข้ามา”ผมรีบกลับมานั่งท่าเดิมอย่างรวดเร็วแล้วพูดขึ้น

 

แกร็ก!

 

 “พี่คุณ...งานเสร็จรึยังครับ?”บัตเตอร์ถามขึ้นก่อนจะเดินเข้ามใกล้ผม

 

“เสร็จแล้วล่ะ...เฮ้ย!...6โมงแล้ว?”ผมอุทานขึ้นอย่างตกใจเมื่อมองนาฬิกาข้อมือตัวเอง...ก็ว่าอยู่ว่าแปลกๆที่บัตเตอร์มาตาม...ปกติบัตเตอร์จะนั่งรอผมอยู่ที่โต๊ะ

 

“ขอโทษนะบัตเตอร์...พี่ลืมดูเวลาไปเลย”ผมเอ่ยขอโทษก่อนจะรีบเก็บเอกสารใส่แฟ้มแล้วถือไว้ด้วยมือข้างนึงส่วนอีกข้างก็คว้ากระเป๋าของตัวเองไว้แล้วเดินไปหาบัตเตอร์

 

“ผมช่วยดีกว่า...”บัตเตอร์บอกแล้วคว้ากระเป๋าของผมไปอุ้มไว้ในอ้อมแขน

 

“ขอบใจ”ผมบอกก่อนจะเดินไปวางแฟ้มเอกสารไว้ที่โต๊ะของคุณพรพัฒน์

 

“กลับกันเถอะบัตเตอร์”ผมหันไปบอกบัตเตอร์แล้วเดินนำออกจากห้องไป

 

“ครับ”

 

ผมขับรถมาถึงบ้านตอน6โมงเกือบครึ่ง...บัตเตอร์เลยต้องรีบวิ่งไปให้อาหารสุนัขทั้ง4ตัวที่ทั้งร้องทั้งหอนทั้งเห่าแสดงออกว่าหิวอย่างเต็มที่...ผมมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกขำๆ

 

อาหารค่ำของพวกเราเป็นอะไรที่ง่ายๆเช่นพวกผัดผัก...ต้มจืดเต้าหู้หมูสับกับผัดกระเพราเพราะเวลาในการทำมีน้อยบัตเตอร์เลยรีบๆทำแต่เท่าที่ผมกินมันอร่อยมากจนไม่คิดว่ามันจะรีบทำตรงไหนเลย...ผมชอบรสมือของบัตเตอร์นะ

 

“อร่อยมากเลยบัตเตอร์...ขอบคุณที่ทำให้กินนะ”ผมเอ่ยชมหลังจากที่ล้างจานเสร็จเรียบร้อยแล้ว...วันนี้เป็นเวรผมล้างจานน่ะ...ความจริงเราทะเลาะกันเรื่องการล้างจานดูเหมือนไร้สาระแต่มันเป็นเรื่องใหญ่นะ...ผมมาอยู่นี่ฟรีๆไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลยสักอย่างแล้วยังจะล้างจานให้ผมอีกน่ะเหรอ?

 

ผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ควร...ผมก็เลยบอกบัตเตอร์ว่าผมขอล้างจานเองแต่บัตเตอร์ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ยอม...ก็เลยต้องเล่นไม้แข็งสักหน่อย...ประโยคเดียวบัตเตอร์ถึงกับทำแก้มป่องแล้วยอมในที่สุด

 

‘ถ้าไม่ให้พี่ล้างพี่จะกลับคอนโด’

 

ถึงจะบอกว่ยอมแต่วันต่อาบัตเตอร์ก็บอกว่าทำสลับกันเถอะ...ผมเห็นว่าสลับกันก็โอเคก็เลยยอมตกลงในที่สุด...นับวันบรรยายกาศในบ้านหลังนี้มันยิ่งอบอุ่นขึ้นเรื่อยจนผมเองไม่อยากให้วันเวลามันผ่านไปเลย

 

ผมไม่รู้ว่าบัตเตอร์จะยังรักผมอยู่แบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่?

 

ไม่ใช่ว่าผมไม่เชื่อในคำพูดของบัตเตอร์...แต่ทุกอย่างมันไม่แน่นอนสักวันนึงบัตเตอร์อาจเจอคนที่ดีกว่าและอยากจะเริ่มต้นกับคนคนนั้นซึ่งผมคิดว่าคงไม่ห้ามเขาไม่ใช่เพราะไม่รักแต่เพราะรักจึงอยากให้บัตเตอร์ทำในสิ่งที่เขามีความสุขที่สุด

 

ส่วนเรื่องห้องนอน...หลังจากวันนั้นบัตเตอร์ก็ไม่ได้แอบเข้ามานอนกอดผมในห้องอีก...ทั้งๆที่ผมน่าจะหลับสนิทมันกลายเป็นว่าผมมักจะสะดุ้งตื่นแล้วมองไปข้างเสมอๆ...ผมคิดว่าผมอาจจะขาดบัตเตอร์ไม่ได้แล้วล่ะ

 

แล้วยิ่งอาทิตย์หน้าที่ผมต้องไปเยอรมัน3อาทิตย์...ไม่อยากคิดเลยว่าวันเวลาที่ไม่มีบัตเตอร์มันจะเป็นยังไง...ผมไม่กล้าคิดเลยจริงๆ

 

“ผมดีใจที่ถูกใจพี่ไว้คราวหน้าผมจะทำให้อร่อยกว่านี้อีก...อ๊ะ...พี่คุณๆ...มาดูรายการนี่สิ...จะมาแล้วนะ”บัตเตอร์บอกพร้อมกับกวักมือเรียกผมให้ไปนั่งที่โซฟาข้างๆ

 

พวกเรานั่งดูรายการไปจนถึง2ทุ่มก่อนจะแยกย้ายไปห้องใครห้องมัน...ผต่ผมยังไม่อยากแยกกับบัตเตอร์นี่...อยากอยู่ด้วยกันให้นานกว่านี้...นานกว่านี้อีกหน่อย

 

หมับ!

 

“...”ผมคว้าชายเสื้อของบัตเตอร์ไว้ก่อนจะก้มหน้ามองพื้นนิ่ง

 

นี่ผมทำอะไรลงไป?

 

ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคว้าเสื้อของบัตเตอร์ไว้ตอนไหน?

 

รู้ตัวอีกทีบัตเตอร์ก็ชะงักแล้วหันมาทางผมแต่ผมไม่รู้หรอกนะว่าบัตเตอร์ทำสีหน้ายังไงเพราะตอนนี้ผมก้มหน้ามองพื้นด้วยความอายอยู่

 

“พี่คุณ...พี่มีอะไรเหรอครับ?”บัตเตอร์ถามผม

 

“อ่อ...คือ...คือ...”

 

ผมควรจะเริ่มพูดยังไงดีล่ะ?

 

ในหัวผมตอนนี้มันสับสนวุ่นวายไปหมด...สมองผมตีกันวุ่นจนผมเริ่มปวดหัวแล้วเนี่ย

 

“พี่คุณ...บางอย่างถ้าไม่พูดผมก็ไม่รู้หรอกนะ”บัตเตอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

 

โธ่เว้ย...เป็นไงเป็นกันสิ

 

“วะ...วันนี้มานอน...ห้องพี่ไหม?”ผมกลั้นใจเอ่ยถามออกไปแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบสายตาของบัตเตอร์ที่จ้องมาที่ผม...สายตาของบัตเตอร์ตอนนี้เป็นประกายด้วยความดีใจ

 

“ได้เหรอครับ?...จริงๆเหรอ?....ผมไม่ให้พี่บอกว่าล้อเล่นหรอกนะ!”บัตเตอร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจ

 

“...อืม...อาบน้ำเสร็จแล้วค่อยมานะ”ผมพยักหน้าพร้อมกับบอกบัตเตอร์ไป

 

 “ได้ครับ...พี่คุณห้ามล๊อคห้องนะ...ห้ามเด็ดขาดเลยผมจะรีบไปอาบเดี๋ยวนี้ครับ”บัตเตอร์พูดด้วยน้ำเสียงเริงรร่าก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปในห้องตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

“คิก!...ดีใจเกินไปแล้ว”ผมว่าเบาๆก่อนจะเข้าไปในห้องตัวเองเพื่ออาบน้ำบ้าง

 

พอผมแต่งตัวเสร็จออกมาก็เห็นบัตเตอร์นอนรอผมอยู่บนเตียงแล้วแถมยังเปิดแอร์ไว้เย็นแยบอีกด้วย...ขนาดผมที่ใส่เสื้อแขนสั้นยังรู้สึกหนาวเลยแล้วบัตเตอร์ที่ใส่เสื้อกล้ามไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ?

 

“บัตเตอร์ไม่หนาวเหรอ?”ผมถามออกไปตามตรงก่อนจะพาดผ้าเช็ดตาตากไว้ที่ราวข้างๆตู้เสื้อผ้าแล้วเดินไปที่เตียง

 

“ไม่เลยครับ...เดี๋ยวกอดพี่คุณก็อุ่นแล้ว”บัตเตอร์ตอบผมด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์

 

“ใครจะให้กอดกัน?”ผมพูดขึ้นก่อนจะนั่งลงบนเตียงข้างๆกับบัตเตอร์

 

“พี่คุณไง...หนาวๆแบบนี้กอดกันดีกว่าเนอะ”บัตเตอร์พูดต่อแล้วทิ้งหัวลงที่ตักผม

 

“เฮ้ย!...บัตเตอร์...หนุนหมอนก็ดีอยู่แล้วจะมานอนตกพี่ทำไมล่ะ?”ผมถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ

 

“อยากนอนตักพี่คุณมากกว่า...พอผมนอนแล้วมองขึ้นไปแบบนี้ผมเห็นหน้าของพี่คุณด้วย...มีความสุขสุดๆเลย”บัตเตอร์อธิบายก่อนจะยกมือขึ้นมาข้างนึงแล้วสัมผัสที่แก้มซ้ายผมเบาๆ

 

“...”เล่นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนั้นผมก็แย่น่ะสิ

 

“จริงสิ...ผมมีเรื่องจะบอกพี่ด้วยล่ะ”บัตเตอร์พูดขึ้นแล้วยิ้มกว้างออกมา

 

“พี่ก็มีเรื่องจะบอกบัตเตอร์เหมือนกัน”ผมบอกต่อ...เกือบจะลืมบอกแล้วไหมล่ะ?

 

“งั้นใครบอกก่อนดีล่ะ?”บัตเตอร์ถามขึ้นแล้วสบตาผมด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสุข “บัตเตอร์บอกก่อนเลย”ผมบอกแล้วยกมือขึ้นลูบเส้นผมสีกำสนิทของบัตเตอร์เบาๆ

 

“ได้ครับ...อีก3อาทิตย์กว่าผมก็จะรับปริณญาแล้วนะ...อาทิตย์นู้นผมต้องไปซ้อมรับล่ะ...ตื่นเต้นสุดๆเลยผมอยากให้พี่ไปดูผมตอนรับจัง...ได้ไหมครับ?...พอผมเรียนจบก็จะสมัครทำงานที่เดียวกับพี่คุณหลังจากผมก็จะได้อยู่ข้างๆพี่คุณแบบนี้ไปตลอด”บัตเตอร์บอกพร้อม

 

กับจ้องหน้าผมด้วยรอยยิ้มที่ดูมีความสุขมาก

 

แล้วผม...จะบอกบัตเตอร์ยังไงดีล่ะ?

 

“บัตเตอร์...คือพี่....”ผมต้องพยายามอย่างหนักใจการเค้นเสียงออกมา

 

“พี่คุณ...มีเรื่องอะไรเหรอครับ?...สีหน้าพี่ดูไม่ค่อยดีเลย”บัตเตอร์ถามผมด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

 

“บัตเตอร์...พี่ต้องไปที่เยรอมัน3อาทิตย์น่ะ”ผมกลั้นใจบอกบัตเตอร์ออกไป

 

พรึ่บ!

 

“ว่าไงนะครับ?!...ไปไหนนะ?!...อะไร?...พี่คุณ!!”บัตเตอร์เด้งตัวขึ้นมาแล้วจับไหล่ผมทั้งสองข้างแล้วเขย่าอย่างตื่นตระหนก

 

“อ๊ะ!...บัตเตอร์...หยุดก่อนสิ...”ผมบอกอย่างมึนๆบัตเตอร์นี่แรงเยอะชะมัดเลย

 

“อ่า~...ขอโทษครับ...ผมตกใจมากไปหน่อย”บัตเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิดก่อนจะปล่อยมือที่จับผมไว้

 

“อืม...ไม่เป็นไร...วันนี้ท่านประธานเรียกพี่ขึ้นไปพบและให้ไปอบรมที่เยรอมันเป็นเวลา3อาทิตย์น่ะ”ผมอธิบายอีกครั้งนึงแล้วมองใบหน้าของบัตเตอร์ที่หมองลงเรื่อยๆ

 

“ไม่ไป...ไม่ได้เหรอครับ?”บัตเตอร์ถามผมเสียงเศร้า

 

“บัตเตอร์...ไม่ได้หรอก...พี่ไปแค่3อาทิตย์เอง”ผมพูดขึ้นแล้วยกมือขึ้นสัมผัสใบหน้าของบัตเตอร์เบาๆ

 

“ตั้ง3อาทิตย์ต่างหาก...แค่ไม่เจอพี่3วันผมก็จะขาดใจอยู่แล้วนะ”บัตเตอร์บอกด้วยแววตาที่สั่นระริก

 

“พี่ก็เหมือนกัน...”ผมบอกออกไปเบาๆพร้อมรอยยิ้ม

 

แค่ไม่เจอกันไม่กี่วันผมก็แย่แล้ว...3อาทิตย์มันช่างรวดเร็วถ้าอยู่กับบัตเตอร์แต่ถ้าให้ไปอยู่ตามลำพังมันคงจะกลายเป็นเวลาที่แสนยาวนานแน่ๆ

 

“พี่คุณ...”

 

หมับ!

 

“พี่คุณ...พี่คุณ...พี่คุณ...”บัตเตอร์คว้าตัวผมเข้าไปกอดแน่นแล้วพึมพำชื่อผมซ้ำไปซ้ำมาจนผมต้องกอดตอบบัตเตอร์ด้วยความรู้สึกโหวงๆในใจ

 

ผมไม่อยากไปเลย

 

แต่ผมก็ตอบตกลงไปแล้ว...ผมไม่ควรจะผิดสัญญา

 

เพราะงั้น...

 

“บัตเตอร์...รอพี่นะ...พี่สัญญาว่าจะมาให้ทันวันที่บัตเตอร์รับปริณญานะ”ผมกระซิบบอกบัตเตอร์เบาๆ

 

ผมสัญญาว่าจะมาให้ทันแน่นอน...เท่าที่ผมดูวันผมน่าจะกลับมาก่อนวันนึงเพราะงั้นผมไปงานรับปริณญาของบัตเตอร์ทันแน่ๆ

 

“พี่คุณ...ห้ามมองใครที่นั่นนะ...ห้ามสบตาใครด้วย...พี่เป็นแฟนผมนะถึงจะอยู่คนละประเทศแต่พี่ก็ยังเป็นแฟนผมนะ...เป็นของผมคนเดียว”บัตเตอร์กอดผมแน่นก่อนจะกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึกของเขา

 

“อืม...ไม่มองใครหรอก...พี่มีแฟนคนเดียวชื่อบัตเตอร์”ผมพึมพำตอบกลับไปก่อนที่พวกเราทั้งคู่จะหลับไปพร้อมกับความอบอุ่นเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน

 

ผมอยากจะขอเวลาให้เดินช้าลงอีกนิด...แต่ทุกอย่างมันมักจะไปเป็นไปตามที่เราหวังเผลอไปแป๊บเดียวก็ถึงวันที่ผมต้องไปเยรอมันแล้ว...ผมบอกไม่ให้บัตเตอร์ไปส่งเพราะถ้าเขาไปส่งผมต้องกลั้นน้ำตาไม่ได้แน่ๆ...ใบหน้าเศร้าที่มองรถผมจนลับสายตาไปมันยิ่งทำให้ผมหัวใจจุกจนเจ็บ...อยากจะลงจากรถแล้ววิ่งเข้าไปหาเขาจริงๆแต่ผมก็ทำแบบนั้นไม่ได้

 

ผมเองก็มีหน้าที่ที่ผมต้องทำ

 

“แล้วเจอกันนะบัตเตอร์”

.............................................................................

 

สวัสดีคะ

 

ตอนนี้ไม่ถึงกับดราม่าแค่จากกันแป๊บเดียวเอง

 

นี่คือเศร้าที่สุดที่คิดได้แล้วคะ(เศร้าตรงไหนกัน?)

 

บอกเลยว่าเหลืออีกแค่2ตอนก็จะจบแล้วคะ

 

ภาษาที่ใช้ในเรื่องนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่...อย่างที่บอกไปว่าแต่งจบไปนานแล้วถ้าเทียบกับอีกเรื่องที่แต่งอยู่ก็อาจจะแข็งๆไปบ้าง

 

ถ้ามีเวลาจะทำการรีไรท์ใหม่เพื่อให้อ่านเข้าใจง่ายมากขึ้น

 

ตอนหน้ามารอดูการว่าจะเป็นยังไง

 

ขอบคุณทุกๆคอมเม้นท์และทุกๆกำลังใจที่มีให้นะคะ

 

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้า

 

บ๊ายบายคะ

 

nicedog

 

♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ

 
ความคิดเห็น