email-icon facebook-icon

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่าน สนับสนุน ติดตามหอมมาตลอดนะคะ ชอบ ไม่ชอบ บอกได้เสมอ ยังคงอยากอ่านคำแนะนำ ติ-ชม จากทุกคน เป็นกำลังใจให้หอมได้ง่ายๆด้วยการคอมเมนต์ กดแชร์นิยาย หรือติดแท็กชื่อนิยายที่คุณชอบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 15

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ส.ค. 2562 11:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 15
แบบอักษร

ตอนที่ 15  

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

จิ๊บ จิ๊บบ~  

เอ้ก อี เอ้ก เอ๊กกกกกกก  

อรุณส่องแสงสีทองสว่างนภา สองร่างเปลือยเปล่ากอดก่ายภายใต้ผ้าห่มผืนหนา อุณหภูมิภายห้องลดต่ำเย็นยะเยือกหากแต่คนทั้งคู่ยังคงอิงแอบส่งผ่านความอบอุ่นให้แก่กัน .. เปลือกตาสีนมเริ่มกระพริบถี่ เพียงแค่รู้สึกตัวความเจ็บก็แล่นริ้วขึ้นมาถึงกลางหลัง คิ้งบางขมวดแน่นกับความเจ็บที่ไม่รู้ถึงสาเหตุ เปลือกตาหนักอึ้งยากจะขยับ แต่ที่หนักกว่านั้นคือท่อนแขนแข็งแรงที่พาดทับบนเอว  

!!  

คุณกันต์!!  

เสียงในหัวตะโกนเรียกชื่อเจ้าของท่อนแขน ดวงตาเปิดขึ้นไม่ง่วงงุนอีกต่อไป ลมหายใจที่สม่ำเสมอรดรินที่ต้นคอ คิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าหวานก็ต้องซีบสีเลือดเพราะความเขินอาย จำไม่ได้ว่าตัวเองปลดปล่อยไปกี่ครั้ง รู้เพียงว่าได้ทำเรื่องหน้าอายเหลือเกิน ทั้งครางเรียกชื่อชายหนุ่มเสียงกระเส่า หรือแม้แต่ที่ช่วยตัวเองให้รณพีร์ดู  

เวลานั้น … 

ต้องมีใครสักคนสิงร่างอิงเดือนแน่ๆ  

ไม่ใช่ .. 

อิงเดือนคนนี้ไม่มีทำเรื่องน่าอายแบบนั้น  

"คิดอะไรลามกอยู่ใช่ไหม"  

อะจึ๊ยย!!  

"......"  

เสียงแหบพร่าทุ้มต่ำกระซิบถามชิดขอบใบหูติดจะงัวเงียอยู่ในที แต่กระนั้นวงแขนแข็งแรงกลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น  

ตึกๆๆๆๆๆ  

"โอ๊ยยย ใจเต้นอะไรขนาดนี้ นี่เราจะตายแล้วเหรอ อย่านะ!! ยังตายไม่ได้ อันซีนยังเล็กเกินไปที่จะกำพร้าแม่"  

"เอย"  

เฮือกกก 

"ตื่นแล้ว ทำไมไม่ตอบล่ะ"  

ยุกยิก  

อิงเดือนกำลังสวดภาวนาขอให้ตนเองยังมีชีวิตรอดออกไปหาลูกชาย สถานการณ์เช่นนี้ไม่ดีต่อหัวใจเสียเลย  

"ใจเต้นแรงจัง"  

"....."  

"ไม่รู้ว่าเสียงหัวใจที่มันดังอยู่ตอนนี้ เป็นเสียงหัวใจฉันหรือของเธอ รึเป็นเพราะ .. หัวใจของเรากำลังเต้นในจังหวะเดียวกัน"  

"มะ ไม่เห็นจะได้ยินเลย เสียงหัวใจของคุณกันต์"  

"จริงเหรอ ฉันว่ามันดังซะจนน่ารำคาญ"  

"มั่วแล้วคุณน่ะ"  

"เอ รึจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เอยลองพิสูจน์หน่อยสิ ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า"  

"ทำยังไงครับ" .. 

.. 

.. 

.. 

ผมถามด้วยความไม่รู้ แต่คนเจ้าเล่ห์กลับยกยิ้มได้ใจ คุณกันต์ขยับตัวขึ้นไปนั่งพิงหัวเตียง ผมเองก็มองตามอย่างงุนงงจนกระทั่งถูกคว้าตัวเข้าไปกอดอีกครั้ง ศีรษะซบลงบนอกกว้างกำยำ ก่อนที่เสียงสะท้อนของหัวใจจะดังชัดขึ้นเรื่อยๆ  

ทั้งจากร่างกายผม และผู้ชายที่กำลังมอบอ้อมกอดแสนอบอุ่นในเช้านี้  

"คุณเคยบอกว่าอยากจะสัก"  

"แต่เอยไม่ชอบ"  

"ครับ แต่ตอนนี้ .. เอยอยากให้คุณกันต์สักอะไรสักอย่างให้เอยกับลูก"  

"อะไรดีล่ะ ชื่อ รูปเหมือน สัญลักษณ์ อืมม .. "  

"บลูโรส"  

"หืมม?"  

"ได้ไหมครับ"  

"ได้สิ ว่าแต่ .. ทำไมต้องเป็นบลูโรสล่ะ"  

"เมื่อก่อนกุหลาบสีนี้ไม่มีอยู่จริง ความหมายของมันน่าเศร้ามากครับ แต่ตอนนี้ความหมายของมันถูกเปลี่ยนไปแล้ว ความหวัง การเฝ้ารอด้วยความอดทน"  

"เอยจะบอกฉันว่า บลูโรสเปรียบได้กับชีวิตของเอยใช่ไหม"  

"ครับ จากที่เป็นไปไม่ได้กลับเกิดขึ้นได้จริง ถ้าจะมีอะไรสักอย่างที่เป็นตัวแทนของเอยกับลูก เอยขอเลือกบลูโรส"  

"ช่างคิดจริงๆนะเรา"  

"แบบนี้ .. ก็ไม่มีใครรู้ คุณกันต์จะได้ไม่ต้องตอบคำถามให้มากความ"  

"ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าคนอื่นๆจะคิดกับฉันแบบไหน มาตรงนี้ก็เพื่อช่วยเหลือหมู่บ้านเพลินทะเลให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพราะว่าคุณปู่ฉันรักที่นี่มาก แล้วก็เป็นโชคดีของฉันทึ่ได้มาเจอเอย ได้รู้ความจริงและไม่ต้องเป็นคนโง่ที่เอาแต่คิดแค้นเอยอีกต่อไป"  

!!! 

"ทะ ท่านผู้ว่าฯน่ะเหรอครับ"  

"อื้ม เคยได้ยินข่าวลือว่าที่นี่เฮี้ยนหนักบ้างไหม น่าขันชะมัด ฉันน่ะอยากเจอถึงขั้นอ้อนวอน แต่ปู่ก็ไม่เคยมาให้เห็น ฮ่าาๆๆ"  

"คุณกันต์ไม่เคยเจอ .. เลยเหรอ..?"  

"หรือเอยเจอ"  

"มะ ไม่ครับ!! ไม่เจอ ไม่อยากเจอด้วย"  

"ฮ่าาๆๆ หน้าซีดเชียว เคยได้ยินไหมว่าเด็กมีสัมผัสพิเศษเขาจะเห็นสิ่งที่นอกเหนือปรากฏการธรรมชาติ แต่อันซีนก็ดูปกติดีนะ"  

"ก็คนที่เจอคือผมไงครับ!!"  

"กี่โมงแล้วนะ วันนี้สายๆไปรับลูกกลับมาด้วยนะเอย ฉันจะพาลูกไปเที่ยว"  

"พักผ่อนเถอะครับ ทำงานก็เหนื่อยแย่แล้ว"  

"ทำงานทุกวันยังไม่เหนื่อยเท่าอยู่กับเอยเมื่อคืนเลย หึหึ ฟอดดด~"  

หอมแก้มน่ะไม่เท่าไหร่ แต่มือหนาที่กำลังบีบขยำก้นผมอยู่ตอนนี้หมายความว่าอะไร  

"อืมม~ จุ๊บบ"  

"อะ เอยไปอาบน้ำก่อนดีกว่า เสร็จแล้วจะรีบไปทำกับข้าวให้คุณ"  

"ฉันหิวมาก"  

"ก็ปล่อยสิครับ กอดแบบนี้เอยจะไปทำกับข้าวให้คุณได้ยังไงล่ะ"  

"หิวเอย อยากกินเอย..ตอนนี้เลย"  

"คะ คะ คุณ กันต์ อ๊ะ อ๊าาาา"  

แสงธรรมชาติส่องผ่านช่องกระจกกระทบผิวสีน้ำผึ้งเนียนละเอียด ร่างกายกำยำกับความแข็งขืนที่ตั้งตระหง่าน ปลายหัวบานอาบเชื่อมมันวาว มันเป็นเรื่องปกติของผู้ชายทุกคน แต่วันนี้พิเศษตรงที่ รณพีร์ไม่ได้ฝันถึงเรื่องราวพิสดาร หากแต่กลิ่นกายเนียนนุ่มที่บดเบียด ทำให้เขาไม่สามารถอดทนต่อความต้องการได้  

และแล้วของหวานที่มาก่อนมื้อหลักก็ถูกเสิร์ฟให้อิ่มหนำบนเตียงกว้าง คลื่นลมในวันนี้สงบเป็นพิเศษ หากใต้น้ำนั้น กำลังมีมวลน้ำหมุนวนเพิ่มกระแสกำลังมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อรอวันที่สึนามิลูกใหญ่ จะซาดซัดเข้าหาทั้งสองคน  

.. 

.. 

.. 

.. 

"หม่ำๆๆ กินหมดถ้วยนี้จะให้ไปเล่นเลย"  

"ฮึ่มมม แอ้!!!" ขู่แม่ด้วยความหงุดหงิดเพราะถูกล็อคเอาไว้กับเก้าอี้  

"จ๋าดูน้องอันซีนนะครับ น้องคนเก่งจะกินข้าวให้จ๋าดู" ทั้งปลอบทั้งขู่ขนมาทุกกระบวนเพื่อหลอกล่อลูกชาย ที่สายตาจับจ้องอยู่กับหาดทรายตรงหน้า  

สวนสนประดิพัทธ์ คือสถานที่ที่ผมเลือกพาเอยกับลูกมาเที่ยว มันอยู่ไม่ไกลกับหมู่บ้านเพลินทะเล เด็กน้อยของผมหน้าหงิกนิดหน่อยเพราะไม่คิดว่าเดทครั้งแรกคือทะเล ที่ตัวเขาเองก็เติบโตมาเป็นลูกทะเลเช่นกัน ผมพาเอยมาเพราะเป็นสถานที่ที่เกดมักจะอ้อนคุณแม่ขอให้พามาทุกซัมเมอร์ หาดหัวหินสวย เม็ดทรายขาวละเอียด ติดตรงที่นักท่องเที่ยวพร้อมใจกันมาในวันหยุดจนแทบหาที่นั่งบนหาดทรายไม่ได้  

หาดสวนสนตอนนี้ก็ไม่ต่างกัน เพียงแค่ว่าในความทรงจำของเรามันสวยงามและเงียบสงบ หลบแดดใต้ต้นสน นอนมองทิวสนที่ลู่เอียงตามสายลมพัดพา เปลือกหอยสีขาวที่ปะปนอยู่ในทรายเกดชอบเก็บมันไปติดบนปราสาทสีน้ำตาลหลังใหญ่ และจะร้องไห้ทุกครั้งเมื่อคลื่นลูกโตโหมซัดทำลายปราสาททรายสีน้ำตาลนั้น  

ผมไม่มีวันให้อภัยคนที่ฆ่าเกด  

แต่ในวันนี้ ผมอยากให้เกดได้รู้จักอิงเดือนและอันซีน ผมอยากให้เกดเข้าใจเอยเหมือนที่ผมเข้าใจ หากดวงวิญญาณเกดยังคงไม่ไปในที่แห่งใด เกดคงจะเห็นได้ว่า หลานชายคนนี้ดูจะชอบชายหาดสวนสนนี้ไม่ต่างกับคุณอาสักเท่าไหร่เลย  

"กินข้าวให้หมด แล้วจ๋าจะพาไปเล่นน้ำ"  

"จ๊ะ!! จ๋าาาา~"  

"น้อยๆหน่อย เข้าใจเหรอพี่จ๋าพูด เสียงหวานเชียวนะ"  

"ฮี่ๆๆ หม่ำๆๆๆ"  

"เอ้าๆๆ ค่อยๆกินสิครับ"  

"เอ๊อะๆๆ หยั่มๆๆๆ"  

"อื้อหือ อารมณ์ดีทันตาเห็น ว่าแต่ ดีใจอะไรนักนะเรา โตมากับทะเลนอนฟังเสียงคลื่นทุกวันไม่พอเหรอ"  

"ไม่เหมือนกันหรอก เม็ดทรายยังต่างกันเลย"  

"ทำไมคุณถึงพาเอยมาที่นี่ล่ะครับ"  

"ฉันชอบมากับเกดน่ะ"  

"......."  

"เมื่อคืนตอนนั่งรถผ่านจู่ๆก็คิดถึงเกดขึ้นมา"  

"คุณ .. ก็เลยพาผมกับลูกมาเหรอ"  

"อันซีนกินเสร็จรึยังครับ จ๋าอยากเล่นน้ำแล้วน๊า"  

"จ๋า จ๋า อู้ๆๆๆ"  

"แม่เอยจ๋าให้ไปหรือยังเอ่ย"  

"......."  

"อู้ๆๆ" ยกแขนกระทึบเท้ารอให้อุ้มอย่างใจจดจ่อ เอยไม่ได้พูดอะไรอีกแม้กระทั่งตอนที่ผมอุ้มอันซีนเดินที่หาดทราย คนตัวเล็กนั่งกอดเข่ามองบรรยากาศอย่างเหม่อลอย  

ผมรู้ว่าเอยเสียใจเพียงแค่ได้ยินชื่อเกด  

แต่จนกว่าคนเลวๆอย่างตะวันฉายจะสำนึกในความผิดที่มันได้ทำไว้ เอยก็ยังเป็นหมากที่สำคัญที่สุดในการทำลายตะวันฉาย และเมื่อวันนั้นมาถึง ผมหวังว่าเอยจะเข้าใจในสิ่งที่ผมอยากอธิบาย  

.. 

.. 

.. 

.. 

"ไม่มี!! นี่ก็ไม่มี นั่นก็ไม่มี ไอ้แป๊ะอิน!! บ้านมึงมันมีอะไรดีบ้างฮะ"  

"กูนี่ไง" ยักไหล่ไม่แคร์อยู่บนโซฟาหลังเก่าที่เบาะขาดเป็นรูกว้างอย่างไม่สนใจคนตัวเล็กที่หาเรื่องทะเลาะกับเขาได้ทุกวัน  

"สกปรก โสโครก!!"  

"เกินไปแล้วมึงไอ้เตี้ย เดี๊ยะๆๆ"  

"ทำไม!! จะทำอะไร ดูสารรูปตัวเองก่อนจะทำปากดีเถอะ โว๊ยยย!! แล้วชาตินี้จะได้กินไหม แซนวิชเนี่ย"  

สายชลซื้ออาหารแห้งและอาหารแช่แข็งมาเก็บเต็มตู้เย็น หน้าที่ของเขาคือทำความสะอาดบาดแผลและอาบน้ำให้กับตะวันฉาย หน้าที่อื่นๆอัมนิภาและอิงเดือนรับปากแล้วว่าจะสลับกันมาคอยดูแลบ้านให้ โชคดีที่บ้านของตะวันฉายมีไมโครเวฟฟรีที่ได้จากการพาอันซีนไปตักไข่ในงานประจำปี แต่สิ่งที่สายชลต้องการในเวลานี้คือเครื่องอบแซนวิช และไม่ว่าจะผลิกหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอเจ้าอุปกรณ์นี้สักที  

"ถ้ามันยากมากมึงก็เอาไปทอด แล้วเลิกโวยวายสักที รำคาญ!"  

"น่าเบื่อ น่าเบื่อๆๆๆๆๆๆ ทำไมป๊าต้องให้มาอยู่กับคนชนชั้นรากหญ้าแบบนี้ด้วยวะ มีแต่ของกระจอก! คืบก็ทะเล ศอกก็ทะเล แล้วยังต้องดูแลไอ้ง่อยนี่อีก โธ่โว๊ยยยย!!"  

เพล้งงงง!!   

"เหวอๆๆ จะฆ่ากันรึไง"  

"คำก็จน สองคำก็กระจอก มึงรังเกียจกู ก็รู้เอาไว้ด้วยว่า กูก็รังเกียจความตีนแดงเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่ออย่างมึงเหมือนกัน ไป!! มึงจะไปตายที่ไหนก็ไป รำคาญ!! ไป!!!"  

ปึ่กก  

เพล้งงงง  

"แป๊ะ!! แป๊ะใจเย็นดิ่วะ"  

"กูเย็นกับมึงมากพอแล้ว ไม่ถูกใจก็โวยวาย เหยียดเก่ง ดูถูกคนเก่ง ปากเก่ง แต่ทำเหี้ยไรไม่เก่งไม่เป็นสักอย่าง ทำให้พ่อมึงภูมิใจที่เกิดมาเป็นคน เป็นลูกหมอยังทำไม่ได้ ถุย!!!"  

"ไอ้แป๊ะอิน!!!"  

"ทำไม กูพูดอะไรผิด พ่อมึงก็มี แม่มึงก็มี แต่เสือกทำตัวเป็นเด็กไม่มีความอบอุ่น เรียกร้องความสนใจอยู่นั่น ดูน้องเอยสิ พ่อแม่ก็ตาย พี่ก็ห่วย แต่น้องเอยยังเป็นเด็กน่ารักที่แม้แต่พ่อมึงยังหลงรักมัน กูจะบอกให้นะ ที่พ่อมึงให้มึงมาที่นี่ก็เพราะเบื่อ เบื่อที่มีลูกไม่รู้จักโตสร้างแต่ปัญหาอย่างมึง!!!"  

!!!  

"ป๊าแค่อยากให้สายรับผิดชอบลุง!!"  

"โถๆๆ เด็กน้อย พ่อมึงน่ะชอบน้องชายกู เขาแค่ให้มึงมาเป็นสะพาน ให้เอยมันเห็นความดี มุกตื้นๆที่อันซีนยังดูออก แต่ก็นะ มีน้องเขยเป็นหมอก็ดีกว่าได้ไอ้เหี้ยกันต์"  

"น้าผู้ใหญ่เกี่ยวอะไรด้วย … ระ หรือว่าน้าผู้ใหญ่ก็ชอบเอย!!!"  

"อะไร!! มันจะมาชอบน้องกูทำไม เพ้อเจ้อ ไปๆๆ เก็บกวาดตรงนี้ด้วย เกิดโง่เดินเหยียบจะกลายเป็นภาระกูเปล่าๆ"  

"เห๊อะ!!"  

..

..

..

..

..

[เสียงในหัวสายชล ระหว่างที่เจ้าตัวกอดอกยืนพิงห้องครัวพร้อมกับหรี่ตาขมุบขมิบปากเพราะกำลังพูดคนเดียวแบบไม่มีเสียง] 

น้าผู้ใหญ่  

เอย  

ป๊า  

หึ … ที่แท้ป๊าก็อยากให้เรามาคอยดูเอยกับน้าผู้ใหญ่ไม่ใช่ไอ้ง่อยปากหมานี่ ป๊านะป๊า คิดจะหลอกสายมาเป็นไม้กันหมาเหรอ 

แต่ป๊าคิดผิดแล้วล่ะ!!  

เพราะหลังจากวันนี้สายจะอยู่ที่นี่ จะทำให้น้าผู้ใหญ่กับเอยรักกันให้ได้เลย คอยดู!!!!  

 

แป๊ะอิน  

สายชลจอมเฮี้ยววว  

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

.. 

-------------------- 

ช่วงนี้ติดปรมาจารย์ลัทธิมาร ดูย้อนหลังยิงยาว 3วัน25ตอนแล้ว ถ้าเราหายๆไปก็คืออินกับเรื่องนี้ พออินมากๆจะเขียนนิยายไม่ได้ค่ะ ในสมองคิดถึงแต่อี้ป๋อ 55555 แต่วันนี้ปิดเน็ต ตั้งสมาธิ สูดลมหายใจ เพราะว่า … นายเอกของเรา นัมแทฮยอน ขยันอัพไอจีอวดรูปเซลฟี่น่ารักๆตลอด เหมือนรู้เลยค่ะว่าเรากำลังเอนเอียง น้องเลยมาอ้อนว่าเขียนรักเอยได้แล้ว(มโน) 

น้องเอยน่ารักมากกกกก เนอะๆๆๆ  

เหมือนเดิมนะคะ เราพยายามอัพเร็วๆ ไม่เคยขี้เกียจเลยสำหรับเรื่องนี้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับยอดอ่านและคอมเมนต์ถ้ายอดถึงที่เราคิดในใจเราก็จะอัพทันทีค่ะ แต่ดูท่าแล้วตอนที่16คงจะไม่ได้มาเร็วๆนี้ เพราะคนอ่านไม่สนุกแล้ว แหะๆๆ แล้วเจอกันนะคะ  

ความคิดเห็น