#วาโยอี้เผิง

เมียจ้าง ๐๐ :: วาโย นฤบดินทร์ (อาเฟิง)

ชื่อตอน : เมียจ้าง ๐๐ :: วาโย นฤบดินทร์ (อาเฟิง)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 52.4k

ความคิดเห็น : 67

ปรับปรุงล่าสุด : 23 เม.ย. 2559 22:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เมียจ้าง ๐๐ :: วาโย นฤบดินทร์ (อาเฟิง)
แบบอักษร

เมียจ้าง

 

 

 

 

... ๐ ...

 

 

 

วาโย นฤบดินทร์ (อาเฟิง)

 

 

 

            ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียลโดยทีมงานนิตยสารต่วยตูนสัปดาห์นี้ ขอนำเสนอเรื่องของการตั้งท้องโดยผู้ชาย ปัจจุบันวิทยาการก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ ในยุคสมัยต่อไป เมื่อคู่รักเกิดอยากมีลูกขึ้นมา อาจจะไม่ใช่ฝ่ายหญิงเท่านั้นแล้วที่ต้องเป็นฝ่ายอุ้มท้อง จะด้วยความเสียสละของฝ่ายชาย หรือด้วยความจำเป็นของฝ่ายหญิงที่ไม่สามารถอุ้มท้องได้เอง หรือแม้กระทั่งคู่รักที่มาจากเพศเดียวกันดังข่าวที่เล่ามาข้างต้น แทนที่จะไปขอลูกคนอื่นมาเลี้ยง เช่น คู่รักชายกับชายหนึ่งในนั้นก็อาจจะรับบทบาทแม่ คือ เป็นคนอุ้มท้องจนกระทั่งคลอดออกมาจริงๆ ก็ได้...*

 

เรื่องราวทั้งหมดมันเริ่มต้นขึ้นในวันนั้น...

วันที่หัวใจอ่อนเดียงสาของ วาโย ยังไม่รู้จักกับคำว่า รัก ดี

“อ้าว อาเฟิง มาพอดีเลย มานั่งตรงนี้สิ”

            “ครับ”

            วาโย นฤบดินทร์ หรือ ลม โค้งศีรษะให้กับนายหญิงเหม่ยฮัว หัวหน้าพรรคมังกรดำที่รับเขามาดูแลจากบ้านเด็กกำพร้าตั้งแต่ยังแบเบาะ ด้วยความที่เธอเลี้ยงดูปูเสื่อเขามาอย่างดีทั้งรัก เอาใจใส่ เอ็นดู และให้การศึกษากับเขา จึงไม่แปลกเลยที่เขาจะนับถือเธอเป็นเสมือนแม่แท้ๆ ของเขาเอง ส่วนอาเฟิง เขียนด้วยตัว (Fēng) ตามหลักการเขียนของภาษาจีนแปลว่า ลมและเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อเล่นของเขา นายหญิงเลยติดปากเรียกเขาว่าอาเฟิงมาโดยตลอดเพราะเป็นคำที่เธอถนัดมากกว่า

            “เรียกผมมามีอะไรเหรอครับนายหญิง” วาโยถามเมื่อนั่งลงข้างนายหญิงเหม่ยฮัว สีหน้าของเขายังคงเฉยชาติดจะเรียบนิ่งเหมือนอย่างเช่นทุกครั้ง แววตาเย็นชาไม่แสดงอาการสะทกสะท้านแม้ว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านข้างจะเป็นถึงหัวหน้าพรรคมังกรดำ แทนที่จะสงบเสงี่ยมทว่าใบหน้าหวานกลับดูเชิดรั้นแสดงนิสัยหัวดื้อของคนเป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี วาโยก็แค่เป็นตัวของตัวเองมากเกินไปหน่อย เขาเป็นคนไม่เข้าสังคม ชอบเก็บตัวเงียบ ชอบเป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูด และบ่อยครั้งที่นิสัยส่วนตัวเหล่านั้นทำให้เขามักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นลูกเลี้ยงเจ้าปัญหาที่ทั้งจองหองเย่อหยิ่งทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย...

             วาโยเองก็แค่ไม่ชอบสนทนากับพวกไม่มีสมองก็เท่านั้น

            “ฉันอยากให้เธอแต่งงานกับลูกชายของฉัน เขาจะบินกลับจากฮ่องกงเพื่อรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคมังกรดำเป็นรุ่นถัดไปต่อจากฉันในสัปดาห์หน้า ฉันอยากให้เธอดูแลลูกชายของฉันให้ดีในฐานะภรรยาและแม่ของลูก เพราะเธอเป็นคนเดียวที่ฉันไว้ใจ เธอจะทำให้ฉันได้ไหม”

            เพียงวูบหนึ่งที่แก้วตาน้อยของผู้ชายเจ้าของใบหน้าหวานแอบสั่นไหว คำขอร้องแกมบังคับของนายหญิงเหม่ยฮัวทำเอาวาโยที่เป็นผู้ชายแท้ๆ ถึงกับต้องเม้มริมฝีปากแน่น ภรรยา? มีลูก? นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ฟังดูยังไงก็ไม่เห็นจะเข้าหูเขาเลยสักนิด ทั้งตรรกะและเหตุผลก็แสนจะโอเวอร์เกินกว่าเทคโนโลยีด้านทางการแพทย์สมัยนี้จะตามทัน ที่สำคัญมันฟังดูไม่สมกับเป็นนายหญิงเหม่ยฮัวของพรรคมังกรดำเลยแม้แต่น้อย แต่พอโดนเสียงทักท้วงดุๆ เรียกคืนสติเท่านั้นแหละ วาโยก็ได้แต่นั่งนิ่งทำอะไรไม่ถูก

            “ว่ายังไงล่ะอาเฟิง?”

            “...”

            “เธอจะตอบตกลงไหม”

            “แต่ผมเป็นผู้ชายนะครับ นายหญิง”

            “เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา”

            เหม่ยฮัวว่าพร้อมทั้งยกไอแพดที่หน้าโฮมค้างอยู่หัวข้อผู้ชายก็ท้องได้ ให้วาโยดู แม้ตอนแรกสีหน้าอึ้งๆ ของวาโยจะทำให้เธอหลุดขำไม่ได้ แต่แค่ไม่นานนักพอเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มลังเลที่จะตอบว่า ได้ เธอจึงส่งสายตาดุๆ ไปคาดคั้นเอาคำตอบจากอีกฝ่ายแทน “ตอบมาสักทีสิอาเฟิง”

            “ถ้านายหญิงว่าดี ผมก็ว่าดีครับ”

            “ดี”

            คำประกาศิตเพียงคำเดียวสั้นๆ ที่ได้ฟังเหมือนเป็นการตอกย้ำให้วาโยรู้ตัวว่าสิ่งที่เหม่ยฮัวพูดกับเขาวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่น ถึงจะตื่นตกใจเล็กน้อยที่ตัวเองได้เลื่อนขั้นจากมือขวาของพรรคมังกรดำไปอยู่ในตำแหน่งว่าที่ลูกสะใภ้ ทว่าวินาทีนั้นเขากลับไม่ได้แสดงอาการคัดค้านอะไรออกไป หากเพียงเขารู้สักนิดว่าเจ้าบ่าวในอนาคตของเขาจะมีนิสัยดื้อรั้น เอาแต่ใจตัวเอง แถมยังชอบทำตัวไร้สมอง ตอนนั้นเขาคงปฏิเสธหัวชนฝาเป็นแน่...

            เพราะอย่างที่รู้ๆ กันดี วาโยเกลียดพวกที่วันๆ เอาแต่ทำตัวไร้สมองยิ่งกว่าอะไร!  

 

 

 

 

            ปัจจุบัน

            “กฎบ้าอะไรของนายวะเนี่ยแม่งโคตรจะประหลาด มีผัวที่ไหนได้เอาเมียอาทิตย์ละวันบ้างฮะ”

            อี้เผิงตวาดเสียงกร้าวด้วยความไม่ชอบใจในขณะที่วาโยทำเพียงส่ายหน้าหน่ายๆ ให้เจ้าของเสียงนั้น ถึงคืนนี้จะเป็นคืนเข้าหอคืนแรกระหว่าง วาโย นฤบดินทร์ หรือที่คนในแก๊งมังกรดำมักจะเรียกกันจนติดปากว่า อาเฟิง กับ อี้เผิง ทายาทมาเฟียที่จะเข้ารับตำแหน่งรุ่นที่เก้าถัดจากนายหญิงเหม่ยฮัวในวันพรุ่งนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ชายที่รักศักดิ์ศรีอย่างวาโยจะต้องพลีกายถวายประตูหลังให้อี้เผิงชำเราตั้งแต่เริ่ม วาโยไม่เคยลืมว่าตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไงและได้ให้สัญญาอะไรกับนายหญิงไว้บ้าง แม้ใจหนึ่งจะยังไม่อยากเชื่อเรื่องการผสมเทียมระหว่างผู้ชายกับผู้ชายสักเท่าไหร่ แต่ความกตัญญูก็ทำให้วาโยรู้จักการวางตัว ตอนนี้เขาเองก็อยากจะถามอี้เผิงเหลือเกินว่าจะโวยวายไปเพื่ออะไร กฎที่เขาตั้งว่าให้เอากันอาทิตย์ละครั้งมันไม่แฟร์ตรงไหน ในเมื่อก็แต่งงานกันโดยไม่ได้มีความรักมาเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว แค่เซ็กแบบชั่วครั้งชั่วคราวทำให้ผัวไม่อดอยากปากแห้งจนเกินไปก็นับว่าเขาทำหน้าที่เมียได้ประเสริฐสุดแล้ว

            “ก็เริ่มประเดิมที่ผัวใหม่ป้ายแดงอย่างคุณยังไงล่ะครับ” วาโยกอดอกตอบในขณะที่สายตาก็จ้องไปทางอี้เผิงไม่วางตา มาเฟียหนุ่มรูปหล่อที่ยืนตาขวางอยู่ตรงหน้าตอนนี้คือผู้ชายที่มีสถานะเป็นสามีของเขาเอง ถึงระยะห่างจะไม่ได้ไกลกันมากนัก แต่ก็นับว่าโชคดีที่ยังมีเตียงนอนคั่นตรงกลางระหว่างเอาไว้ เพราะแม้จะยังไม่ทันถูกอีกฝ่ายทำอะไรแต่วาโยกลับรู้สึกเหมือนกำลังเสียตัวให้อี้เผิงยังไงอย่างนั้น! สายตาที่จ้องมองราวกับจะกินเลือดกินเนื้อและกินเขาให้หมดทั้งตัวนั่นมันอะไรกัน อย่างกับเจ้าป่าที่ถูกปิดปากไม่ให้คำรามมาหลายปี ถึงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าวันนี้อี้เผิงจะดูดีและเนี้ยบมากในชุดสูทกับทรงผมหวีปัดขึ้นสูงจัดทรงด้วยเยลราคาแพง แต่ในความรู้สึกของวาโยแล้วอีกฝ่ายก็ยังอยู่แค่ระดับเฉยๆ อยู่ดี โดยส่วนตัวแล้วถ้าเขาคิดว่าใช่...มันคงใช่ตั้งแต่วินาทีแรกที่เขาได้สบตากับอีกฝ่ายครั้งแรกแล้วล่ะ

“เรื่องมันก็ง่ายๆ แค่นั้นเองครับ คุณอี้เผิง”

            “แต่นายหญิงจ้างให้นายอุ้มท้องหลานของท่านไม่ใช่หรือไง?”

            “ครับ”

            “ก็แสดงว่าหลานของท่านมันต้องเป็นลูกของฉัน นายเข้าใจที่ฉันจะบอกมั้ย?”

            “แล้วคุณมีพี่น้องคนอื่นๆ ไหมล่ะ เผื่อว่าบางทีผมจะได้เอาเชื้ออสุจิที่มีสมองมากกว่าอสุจิจากพ่ออย่างคุณมาผสมเทียมดู” วาโยตอบหน้าตายในขณะที่ตอนนี้อี้เผิงดูเหมือนจะถูกยั่วโมโหขึ้นเรื่อยๆ ห้องหอที่ถูกเติมแต่งไปด้วยสีชมพูหวานหยดย้อยบรรยากาศตอนนี้กลับไม่ต่างอะไรจากไฟกัลป์ร้อนระอุ อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นเรื่อยๆ จนวาโยสามารถสัมผัสได้ แต่เพราะปกติเป็นคนไม่ค่อยสะทกสะท้านต่อสิ่งต่างๆ รอบกายอยู่แล้ว สุดท้ายวาโยเลยได้แต่มองว่าความโกรธของอี้เผิงนั้นเป็นเรื่องเล็กๆ ธรรมดาที่ไม่ควรค่าพอให้เขาเก็บมาใส่ใจเพียงเท่านั้น

            “คิดว่าหน้าตาน่ารักแล้วจะทำตัวหยิ่งยังไงก็ได้งั้นหรอ”

            “นั่นมันก็เรื่องของผมนี่ครับ”

            “นายกำลังยั่วโมโหฉันสินะ?”

            “ถ้าคุณอี้เผิงจะตีความแบบนั้น ผมก็ไม่ถือ”

            “เหอะ! รู้ตัวไหมว่าตอนนี้นายทำมันได้สำเร็จแล้ว”

            “ก็แล้วยังไงล่ะคุณอี้เผิง คุณน่ะเป็นแค่ผัวนะครับ ไม่ใช่พ่อ แถมยังเป็นแค่ผัวหมาดๆ ที่ยังไม่ทันได้กระแทกประตูหลังของผมเลยด้วย ถ้าคุณโกรธผมกับเรื่องแค่นี้แล้วผมจำเป็นต้องง้อคุณด้วยไหมล่ะครับ”

            วาโยว่าพลางถอนหายใจหนักๆ เขาส่ายหน้าหน่ายๆ ไปมาเพราะรู้สึกเอือมระอากับจอมเผด็จการตรงหน้าเต็มทน เพิ่งเจอกันไม่ถึงวันเลยแท้ๆ อี้เผิงก็คิดว่าตัวเองมีอำนาจสั่งการเหนือเขาเสียแล้ว คงคิดว่าเป็นลูกของนายหญิงแล้วจะคำสั่งชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ยังไงก็ได้เต็มที่กระมัง แต่ขอโทษทีเถอะ อำนาจเหล่านั้นจะใช้กับใครก็ได้...แต่ไม่ใช่กับวาโยคนนี้

            “ยอมรับเถอะครับคุณอี้เผิงว่าเราสองคนแต่งงานกันทั้งๆ ที่เราสองคนไม่ได้มีความรักให้แก่กัน เพราะฉะนั้นที่ผมให้คุณเอาอาทิตย์ละครั้งแลกกับการผสมเทียมเพื่อที่จะได้อุ้มท้องลูกของคุณตามคำสั่งของนายหญิงก็นับว่าผมเป็นคนกตัญญูมากพอแล้ว” วาโยพูดไปตามความจริงและความรู้สึกในส่วนลึก ถึงนิสัยส่วนตัวของเขาจะดูหยิ่ง ดูเชิด ดูหัวรั้นไม่มีใครเกิน แต่เขาก็ไม่ใช่คนประเภทชอบกลืนน้ำลายตัวเอง วาโยจะทำตามสัญญาในฐานะที่ตัวเองเป็นคนที่นายหญิงไว้วางใจ เขาจะเสียสละคลอดทายาทที่ไม่ได้เกิดจากความรักของพ่อกับแม่ด้วยตัวของเขาเอง

            “ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะนะ ลม”

            “ขอบคุณครับ”

            “ฉันประชด”

            “คุณประชดผม ผมก็ประชดคุณเช่นกันครับ” วาโยตอกกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เห็นนิ่งๆ แบบนี้แต่ต้องยอมรับเลยว่าเรื่องกวนประสาทหน้าตายล่ะถนัดเป็นที่หนึ่ง ยิ่งอี้เผิงเป็นประเภทพวกชอบวางอำนาจเรี่ยราด ถูกตามใจจนเคยตัวด้วยแล้ว จ้างให้เอาทองมากองตรงหน้าพันช่างวาโยก็ไม่คิดจะเอาคนอย่างอี้เผิงมาทำพันธุ์จริงๆ จังๆ หรอก “ถ้าเข้าใจแล้วทีนี้ก็ช่วยปิดไฟให้ด้วยครับ ผมจะนอนแล้ว”

            “เดี๋ยว...”

            “?”

            “รู้อะไรไหมว่าพรุ่งนี้วันที่เจ็ด”

            “...”

            วาโยนิ่งไปแต่ในที่สุดก็พยักหน้ารับในสิ่งที่อี้เผิงบอก ถึงจะตีหน้าเมินเฉยยังไงแต่ในใจก็ยังไม่ลืมกฎที่ตัวเองเป็นคนตั้งขึ้นมา เพื่อไม่ให้อี้เผิงทำอย่างกับเขาเป็นเมียแสนรักแสนสวาทจริงๆ จังๆ วาโยจึงเปรยว่าให้อีกฝ่ายมีอะไรกับเขาได้ทุกๆ เจ็ดวันเช่น เดือนเดือนหนึ่งมีสามสิบวัน เขาก็จะยอมให้อี้เผิงซึ่งเป็นเพศชายด้วยกันยัดเยียดความเป็นสามีเข้าไปในร่างกายทุกวันที่เจ็ด สิบสี่ ยี่สิบเอ็ด แล้วก็ยี่สิบแปด นั่นเท่ากับว่าหนึ่งเดือนได้มีอะไรกันตั้งสี่วัน จะว่าเยอะก็ไม่เยอะ จะว่าน้อยก็ไม่น้อย แต่ด้วยสถานะการแต่งงานหลอกๆ ของเขาและอี้เผิงครั้งนี้ วาโยก็คิดว่านี่เป็นวิธีที่แฟร์และดีที่สุดแล้ว

            “อือ รู้แล้วก็ดี เพราะพรุ่งนี้หลังจากที่รับตำแหน่งฉันจะไม่ปล่อยคนอวดดีอย่างนายไว้แน่”

            “...”

“จำเอาไว้นะลมว่าสักวันนายจะรักฉัน สักวันนายจะคุกเข่าอ้อนวอนขอให้ฉันรักนาย” อี้เผิงพูดโดยไม่พักหายใจในขณะที่สายตาก็ยังจ้องไปทางวาโยเขม็ง อันที่จริงมาเฟียหนุ่มเองก็ไม่ได้รู้สึกพิศวาสอะไรกับคนหยิ่งๆ ตรงหน้านักหนาหรอก แต่พอเข้าห้องหอและได้ยินกฎครั้งแรกจากปากเล็กๆ นั่น ก็ทำเอาอี้เผิงอยากจะลองปราบพยศคนอวดดีดูสักครั้ง

“ราตรีสวัสดิ์ คืนนี้ก็นอนให้เต็มอิ่มล่ะ”

ปล่อยให้บรรยากาศอึดอัดภายในห้องก่อตัวได้ไม่นานในที่สุดอี้เผิงก็เป็นคนทำลายความเงียบด้วยการชิงกล่าวราตรีสวัสดิ์วาโยก่อน สีหน้าท่าทางนิ่งๆ ความสุขุมเย็นยะเยือก และการรักษามาดคุณชายทุกท่วงท่าการขยับตัวของอี้เผิง ทำเอาคนตั้งตัวเป็นปรปักษ์อย่างวาโยอดใจสั่นหวั่นไหวไปด้วยไม่ได้

“คุกเข่าอ้อนวอนขอความรักงั้นเหรอ เหอะ หลงตัวเองเป็นบ้า...”

วาโยบ่นพึมพำในขณะที่อี้เผิงปิดไฟห้องเรียบร้อยแล้ว เขาล้มตัวลงนอนตรงฝั่งเตียงของตัวเองก่อนจะอาศัยความมืดมิดนั้นแอบจ้องอี้เผิงที่คงจะหลับไปแล้วไม่วางตา  

            อันที่จริงวาโยก็ไม่รู้เหมือนกันว่านอกจากอี้เผิงจะชอบทำตัวเป็นพวกวางอำนาจเรี่ยราดแล้ว ยังเป็นพวกชอบคิดอะไรเพ้อเจ้อไปคนเดียวด้วยหรือเปล่า เพราะเรื่องที่จะให้เขาคุกเข่าขอความรักจากผู้ชายอย่างอี้เผิงน่ะ...

 

            ลืมไปได้เลย

 
 
 


* อ้างอิงที่มา http://www.thairath.co.th/content/440641

 

 

 

ฝากบอกคุณมาเฟียอี้เผิงว่า สู้งาน สู้ชีวิต แต่อย่าคิดสู้เมีย นะก๊ะะะะ

 

แก้ไขเนื้อหาค่ะ เปลี่ยนจากการเขียนบุรุษ 1 เป็นบุรุษ 3 

ตอนนี้ยังไม่ได้แสดงอภินิหารอะไรมาก ต้องรอดูธาตุแท้ของพวกนางในตอนต่อๆ ไป 55555555

 

อ่านจบแล้ว อย่าลืม แสดงความเห็น กดถูกใจ หรือโหวตให้คะแนน นิยายเรื่องนี้นะคะ

 

 

ความคิดเห็น