facebook-icon

เตือนเนื้อหารุ่นเรง!! ไม่เหมาะสมกับผู้พิทักษ์จริยธรรม,ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และผู้ที่จิตใจอ่อนไหวง่าย ปล.นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องราวรุ่นลูกของ พีและเพลิน จากเรื่อง Prince Of Engineer เมียวิศวะ

OVERDOSE 04 : เอาแต่ใจ

ชื่อตอน : OVERDOSE 04 : เอาแต่ใจ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 13k

ความคิดเห็น : 90

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ส.ค. 2562 13:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OVERDOSE 04 : เอาแต่ใจ
แบบอักษร

OVERDOSE 04 :

 

“ ..แล้วถ้าอยากเกินเลยบ้าง “

 

“ ....... “

 

“ ..ไม่ได้เลยเหรอ? “ เสียงกระซิบแสนแหบพร่าและแผ่วเบาของเขาทำเอาใบหน้าฉันร้อนเห่อไปหมด แววตานิ่งลึกคู่นั้นสบกับฉันอยู่เนิ่นนานนับนาที มันกลืนกินทุกถ้อยคำของฉันให้หายลงคอไปได้อย่างง่ายดาย

 

..แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าเขาคงไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็อดคิดไม่ได้เลยจริงๆว่าตอนพี่เพลย์เขาพูดแบบเมาๆ..มันก็ดูน่ารักดีเหมือนกัน

 

“ ไม่ได้ค่ะ.. “ ฉันหลบสายตาเขาแล้วตอบกลับไปเบาๆ กลิ่นแอลกอฮอล์และกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆที่กำลังเคลาคลุ้งไปทั่วรัศมีอันแสนอันตรายนี้ มันช่างเปรียบเหมือนมนต์สะกด..เสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินเข้มที่ปลดกระดุมสองเม็ดบนออกเผยให้เห็นรอยสักบนอกข้างซ้ายของเขา แม้จะไม่ชัดเจนเท่าไหร่นักแต่ฉันเดาว่ามันคือรูปมงกุฎ..ต้องใช่แน่ๆ

 

“ ..เมื่อไหร่จะโตสักทีวะ “ คนตัวโตคลายแรงจับที่ข้อมือฉันแล้วปล่อยมันให้เป็นอิสระ คำพูดของเขามันคล้ายกับจะต่อว่าฉันที่ชอบทำนิสัยเด็กๆ..แต่อีกมุมหนึ่งมันก็เหมือนเขากำลังตั้งคำถามกับตัวเอง ว่าเมื่อไหร่ฉันจะโตกว่านี้

 

“ ขอโทษนะ ถ้าทำอะไรให้พี่ไม่พอใจ 😔 “ ขอโทษไปก่อนเถอะค่ะ ฉันไม่อยากมาเถียงไม่อยากให้เสียอารมณ์ไปมากกว่านี้แล้ว..อะไรที่พูดแล้วไม่เสียหายก็พูดไปให้จบๆ ทว่าพอพี่เพลย์ได้ยินฉันขอโทษเขาปุ๊บสีหน้าก็ดูจะชะงักไปนิดหน่อยเหมือนกับตกใจที่จู่ๆฉันก็ไปขอโทษเขาซะอย่างนั้น

 

“ ช่างเถอะ.. “ ร่างสูงถอยห่างจากฉันกลับไปที่เดิม แววตาเขามันอ่านยากที่สุดในโลก..ฉันไม่รู้เลยว่าตอนนี้พี่เพลย์กำลังอยู่ในโหมดไหนกันแน่ และไอ้ความที่ฉันไม่รู้มันก็ทำให้ฉันวางตัวค่อนข้างลำบากเวลาอยู่กับเขา

 

“ ช่วยอยู่นิ่งๆด้วยค่ะ เราทำแผลไม่ถนัด.. “ ฉันไล่ความสับสันวุ่นวายในหัวนับพันออกไปแล้วพยายามโฟกัสไปที่การทำแผลให้มันเสร็จๆสักที

 

“ พรุ่งนี้ว่าง..จะไปไหนทำอะไรก็บอก “ พี่เพลย์พูดขึ้นแล้วยกมือถือขึ้นมาเลื่อนดูเชคข่าวสารไปพลางๆ จังหวะนั้นฉันแอบยิ้มเลยนะเพราะไม่คิดว่าพี่เพลย์เขาจะยกเวลาว่างของตัวเองให้ฉันง่ายๆแบบนี้น่ะสิ..ปกติเห็นยุ่งๆแทบจะตลอดเวลา

 

“ หมายความว่ามาทำการบ้านกับเราได้ใช่ไหมคะ? ☺️

 

“ ธ..เธอ พูดอะไร? “ พี่เพลย์ทำสีหน้าตื่นๆเล็กน้อยก่อนจะหันมาเลิ่กคิ้วขึ้นเป็นเชิงถามฉัน

 

“ ก็การบ้านไงคะ การบ้านที่เราต้องส่งครู “

 

“ ..อ๋อ “ เขาทำทีโล่งใจอะไรบางอย่างแล้วพยักหน้าเบาๆ

 

“ ทำไมเหรอคะ? “

 

“ เปล่า.. “ ฉันไม่ค่อยเข้าใจพี่เพลย์เขาหรอกค่ะ อะไรหลายๆอย่างไม่ว่าจะท่าที คำพูด หรือสายตา..ฉันอ่านมันไม่ออกตีความไม่เคยได้เลยว่าสิ่งที่ผู้ชายคนนี้รู้สึกนึกคิดอยู่นั้นมันเป็นไปในทิศทางไหน

 

ฉันกับพี่เพลย์จมอยู่กับความเงียบนั้นเนิ่นนาน ไม่มีใครปริปากพูดอะไรอีกจนกระทั่งฉันทำแผลให้เขาเสร็จก็ตัดสินใจนักหมายเรื่องวันพรุ่งนี้กับเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

 

“ พรุ่งนี้เราไปคาเฟ่กันไหมคะ? “

 

“ ...อื่ม “

 

“ มันเป็นคาเฟ่ที่มีพวกมินิบอร์ดเกมให้เล่นระหว่างนั่งรออาหารน่ะค่ะ..เราว่าจะทำคลิปเล่นเกม “ ฉันพยายามอธิบายเพราะพี่เพลย์เขาเฉยมากอะ เฉยจนฉันไม่รู้ว่าเขาเข้าใจสิ่งที่ฉันกำลังสื่ออยู่รึเปล่าน่ะสิ

 

“ ตามใจ “

 

“ ไปตอนสิบเอ็ดโมงนะคะ “

 

“ ..ทำไมต้องสิบเอ็ด? “ ยิ่งฉันอยู่กับพี่เพลย์มากเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้ฉันนึกถึงประโยคที่พี่พีชพูดเสมอว่าพี่เพลย์น่ะ..เขาจะคุยเฉพาะเรื่องที่อยากคุยเท่านั้น ดูสิขนาดฉันพูดไปตั้งเยอะตั้งแยะแต่เขาถามกลับฉันแค่ไม่กี่คำเอง..ให้ตายเถอะน่า

 

“ ร้านเปิดสิบเอ็ดโมงค่ะ.. “

 

“ มาปลุกเองแล้วกัน “ เขาตอบฉันแล้วลุกขึ้นไปยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วทำทีจะปลอดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวนั้นออก..เดาเลยว่าเขาคงอยากจะอาบน้ำเต็มทีแล้ว

 

“ อื่อ..เดี๋ยวเรามาปลุกก็ได้ค่ะ “

 

😒 “ ร่างสูงไม่ตอบรับอะไรแต่ฉันรู้ว่าเขาได้ยินและเข้าใจทุกอย่างดี สายตาคมกริบคู่นั้นมองมาที่ฉันนิ่งๆสองมือหนาหยุดทุกการกระทำกับเสื้อตัวนั้นก่อนจะเปลี่ยนมากอดอกอย่างวางมาดแทน

 

“ ..คะ? “

 

“ มองขนาดนั้นมาถอดเสื้อผ้าให้ฉันเลยไหมล่ะ? “

 

“ ปะ เปล่าค่ะ! เราจะไปแล้ว..ไปเดี๋ยวนี้เลย 😣

ฉันรีบเก็บกล่องยาและโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกจากห้องนอนแสนอันตรายของพี่เพลย์มาทันที แต่ก็ต้องตกใจมากที่พอเปิดประตูก็ดันเจอเพื่อนๆของเขายืนมุงกันเต็มไปหมด

 

กึก!

 

“ อุ่ย! O__O “

 

“ โทษทีๆ พวกพี่แค่ไม่อยากไปขัดจังหวะน่ะ “ พี่ชยินตอบยิ้มๆทันทีที่เห็นว่าฉันตกใจ

 

“ ขัด..จังหวะ? “ ฉันเลิ่กคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ

 

“ อย่าไปฟังมันเลยค่ะ นี่ถ้าไม่มีอะไรแล้วเดี๋ยวพวกพี่ขอคุยอะไรกับไอ้เพลย์มันหน่อยละกัน “ พี่เขตแดนว่าอย่างนั้นแล้วพาพวกพี่ๆคนอื่นๆเขาไปในห้อง

 

“ แหมะ! กำผู้หญิงนี่คะขา..ทีกับเพื่อนนี่ด่าเอาๆ “ พี่ภาคภูมิหันมาแซวยิ้มๆแล้วกอดคอพาพี่เขตแดน

 

“ ให้เกียรติไงให้เกียรติ555555 “ พี่เวหาแก้ต่างช่วย

 

“ แสนหวานไปนอนเถอะ ไอ้พวกนี้มันเลอะเทอะ 😑 “ พี่กวินตามมาลากทุกคนกลับเข้าไปในห้องแล้วพูดกับฉันน้ำเสียงเซ็งๆ

 

“ งั้น..เราขอตัวนะคะ “ ฉันยกมือไหว้พี่ๆตามมารยาทก่อนจะรีบวิ่งกลับห้องตัวเอง..เรื่องวันนี้มันสร้างคำถามที่ค้างคาใจฉันมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ของพี่เพลย์กับผู้หญิงที่ชื่อปริมนั่น

 

เฮ้อ..แต่ทำไมฉันต้องอยากรู้ด้วยล่ะ ไม่ใช่เรื่องของฉันเลยสักนิดอะ..ขอทีเถอะแสนหวานเธอควรเลิกคิดเรื่องพวกนี้ได้แล้ว!

 

..เช้าวันต่อมา

 

ติ๊ดดด! ติ๊ดดดด! ติ๊ดดด!

 

เจ้านาฬิกาปลุกจอมกวนส่งเสียงดังขึ้นเวลาสิบโมง มันปลุกฉันให้ต้องฝืนใจตื่นจากห้วงนิทราที่แสนจะสุขสบาย..เมื่อคืนฉันนอนทะเลาะกับตัวเองอยู่นานมากค่ะกว่าจะหลับได้ แต่ก็ช่างมันเถอะ..ตอนนี้ฉันควรรีบลุกไปปลุกพี่เพลย์ก่อนแล้วค่อยกลับมาอาบน้ำแต่งตัว

 

พอคิดได้อย่างนั้นฉันก็หาเสื้อชั้นในมาใส่เอาไว้เพื่อความปลอดภัยแล้วเปิดประตูเดินตรงไปที่ห้องพี่เพลย์ทันที..คือก็ด้วยความที่เป็นผู้หญิงอะนะ มันจะสบายตัวกว่ามากถ้าไม่ใส่บราเวลานอน

 

ก๊อก! ก๊อก!

 

“ พี่เพลย์.. “ ฉันเอ่ยเรียกชื่อเจ้าของห้องไปเบาๆในครั้งแรก..และแน่นอนว่ามันไร้เสียงตอบรับ

 

“ ....... “

 

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

 

“ พี่เพลย์ ตื่นได้แล้วค่ะ “ ฉันทำเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ซึ่งมันก็ดูจะได้ผลเพราะเขาขานรับมาแล้ว

 

“ ..เข้ามา “ น้ำเสียงอื้ออึนจากข้างในห้องนั้นมันช่างจับใจความได้ยาก แต่ถ้าฟังไม่ผิดเมื่อกี้เขาบอกให้ฉันเข้าไปข้างในอย่างนั้นเหรอ?

 

“ อะไรนะคะ? “

 

“ เข้ามาาาา.. “ ชัดเจนค่ะ ครั้งนี้เสียงเริ่มหงุดหงิดขึ้นเป็นเท่าตัวเลยล่ะถ้าเทียบกับเมื่อกี้

 

กึก!

 

ฉันเปิดประตูเข้าไปช้าๆแล้วกวาดสายตามองไปรอบๆห้องที่คุมโทนสีดำนี่ก็ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆเลยค่ะ สองเทาเล็กเดินย่องไปทั่วเพื่อสอดส่อง..ก่อนจะสะดุดเข้ากับชายผู้เป็นเจ้าของห้อง ซึ่งตอนนี้เขากำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงขนาดคิงไซส์สีเทาดำ

 

“ พี่เพลย์..ตื่นได้แล้ว “ ฉันเอ่ยเรียกเขาอีกครั้ง

 

“ ร้านน่ะ.. “

 

“ หื้ม?? “

 

“ เปิดถึงกี่โมงง.. “ น้ำเสียงงัวเงียเอ่ยถามฉันทั้งๆที่ยังนอนคว่ำเอียงหน้าซบหมอนอยู่เหมือนเดิม

 

“ สี่โมงค่ะ “ ฉันตอบเขาตามความจริงก่อนจะเดินอ้อมไปเลื่อนเปิดม่านสีดำในห้องนอนนั่นออกให้แสงสว่างมันสาดเข้ามาบ้าง

 

ฟื้บบ!

 

ทันทีที่แสงสว่างจากดวงตะวันสาดส่องเข้ามาตกกระทบไปทั่วทั้งห้อง พี่เพลย์ที่เหมือนจะรับรู้ถึงไออุ่นๆนั่นแล้วก็รีบออกคำสั่งให้ฉันปิดม่านทันที เพราะคงจะไม่ชอบเจ้าแสงกวนใจนี่สักเท่าไหร่

 

“ ปิดม่าน.. “

 

“ ตื่นค่ะ “ ฉันไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเขามากนัก ไหนจะต้องไปอาบน้ำแต่งตัวอีก..ให้มายืนปลุกจนยอมลุกคงไม่ไหวอะค่ะ

 

“ บอก..ว่าปิดม่าน “

 

“ เป็นคนบอกให้เรามาปลุก เราก็มาแล้ว..อย่าเบี้ยวนัดสิคะ “ ทันทีที่ฉันพูดออกไปแบบนั้นพี่เพลย์ก็ยันตัวลุกขึ้นด้วยความรวดเร็ว คิ้วหน้าขมวดพันกันอย่างหงุดหงิดใจ..นาทีนั้นฉันรู้สึกได้ถึงความไม่ปลอดภัยเพราะเขากำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่กว่าสมองจะสั่งการให้หาทางหนีได้ฉันก็ถูกร่างสูงจับเหวี่ยงลงไปนอนบนเตียงเสียแล้ว

 

ฟุบ!

 

“ ว๊าย! “ ฉันร้องโวยออกมาด้วยความตกใจ ร่างเล็กที่กำลังตื่นตูมพยายามยันตัวลุกขึ้นแล้วมองหาทางหนี..แต่ยังไม่ทันจะพ้นขอบเตียงพี่เพลย์ก็ตามขึ้นมาใช้มือกดไหล่ฉันให้ล้มลงไปนอนเหมือนเดิม

 

“ นี่! อย่ามาทำแบบนี้กับเรานะ! “ ฉันพยายามจะลุกหนีอีกครั้ง เพราะพี่เพลย์เขาทิ้งตัวลงนอนข้างๆฉันแล้วน่ะสิ

 

“ ถ้าลงจากเตียง ฉันจับเธอมัดจริงๆนะแสนหวาน.. “ แม้จะอยู่ในสภาพที่งัวเงีย..แต่แววตาอำมหิตคู่นั้นมันไม่เคยจะดุดันน้องลงไปเลย พี่เพลย์นอนมองฉันนิ่งๆแล้วเตือนฉันด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่แฝงความกดดันเอาไส้อย่างมหาศาล

 

“ แล้วทำไมเราลงไปไม่ได้..พี่แกล้งเราแบบนี้อีกแล้วนะ 😔 “ ฉันนั่งอมทุกข์อยู่ใกล้ๆกับขอบเตียงแล้วก้มหน้าก้มตาตอบเขาไปเสียงสั่นๆ..แต่ทว่าในตอนนั้นเอง สิ่งที่พี่เพลย์เขาพูดออกมามันก็ทำให้ฉันอึ้งจนแทบลืมหายใจไปชั่วขณะ

 

“ มานอนนี่.. “ มือหนาตบลงที่หมอนใบโตที่ติดกับใบที่เขากำลังหนุนอยู่..นี่คือจะบังคับให้ฉันนอนข้างๆใช่มั้ยเนี่ย?

 

“ ........ “

 

“ อย่าให้พูดเยอะ..ง่วง “

 

“ เอาแต่ใจ.. “ ทำอะไรไม่ได้ก็ขอบ่นหน่อยเถอะค่ะ ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงหมอนใบนั้นมานอนชิดกับขอบเตียงชนิดที่ว่าถ้าพลิกตัวก็คือร่วงลงไปกองกับพื้นทันที..แต่ก็เพื่อรักษาระยะปลอดภัยนั่นแหละค่ะฉันถึงต้องทำแบบนี้

 

“ ..เดี๋ยวก็ตกเตียงหรอก “

 

“ พี่ต้องการอะไร? อยู่ๆก็ชอบทำแรงๆกับเรา..ชอบดุใส่ เรากลัวนะ 😣

 

“ พูดมาก.. “ น้ำเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับคิ้วที่เริ่มขมวดเป็นผมอีกครั้ง

 

ฟื้บ!

 

พี่เพลย์ขยับเข้ามาใกล้พร้อมทั้งใช้มือปลาหมึกดึงตัวฉันเข้าไปกอดเอาไว้อย่างถือวิสาสะทันที..การกระทำที่ปุบปับและฉาบฉวยนี้มันเร่งอัตราการเต้นของหัวใจฉันให้รัวเร็วขึ้นเป็นสองเท่าตัว ตอนนี้จนฉันกลัวเหลือเกินว่าเขาจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนนั้นด้วยน่ะสิ

 

“ ปล่อยเรา..อย่ามากอดนะพี่เพลย์! “ แม้ร่างกายจะพยายามปฏิเสธ แต่ยอมรับเลยว่าใจฉันมันช่างแสนทรยศนักที่ดันไปรู้สึกเห็นดีเห็นชอบกับการกระทำห่ามๆของเขา..อ้อมกอดอุ่นๆนี่มันซื้อความรู้สึกหวาดกลัวของฉันไปหมดจนแทบไม่เหลืออะไร

 

เขาไม่ได้กอดแน่นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะหลวมจนสามารถดิ้นหลุดไปได้ง่ายๆหรอกนะ..ตอนนี้ฉันอยู่ใกล้กับพี่เพลย์มาก และที่น่าโมโหไปกว่านั้นคือเขาดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเราสองคนเอาไว้พร้อมแก่การนอนมาก!

 

“ เงียบเถอะน่า.. “

 

“ ..แต่เรากลัวคนมาเห็น “ ฉันตอบแล้วยังคงพยายามใช้สองมือเล็กผลักตัวที่หนาและแข็งเหมือนโขดหินของพี่เพลย์ออกไปทั้งๆที่รู้ว่ายังไงซะมันก็ไม่ช่วยอะไร

 

“ ไม่มีใครกล้าเขามา.. “

 

“ งั้นก็ปล่อยสิคะ “

 

“ ..นอนเงียบๆได้ไหม? ง่วง “ เขากระชับอ้อมกอดให้แนบชิดขึ้นแล้วหลับตาลงช้าๆอย่างเหนื่อยล้า..ตอนนั้นสติฉันคือล่องลอยไปไกลแล้วค่ะ แม้จะรู้ว่าการปล่อยตัวเองให้นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขามันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ..แต่อีกใจก็ยอมรับนะคะว่ามันทั้งอุ่นทั้งรู้สึกปลอดภัยมากจริงๆ

 

“ ........ “

 

“ บ่ายค่อยไป.. “

 

“ ........ “

 

“ ..นะ “ น้ำเสียงงัวเงียสุดอื้ออึนของเขามันให้ความรู้สึกราวกับฉันกำลังถูกขอร้องอ้อนวอน..จากชายผู้ไม่มีแม้แต่เงาของความอ่อนโยนในจิตใจ

 

..นี่ตกลงแล้วพี่เพลย์เป็นคนยังไงกันแน่นะ

 

มองเผินๆเขาดูใจร้าย น่ากลัว และแสนจะอำมหิต..ซึ่งพอได้ลองคุยบ้างมันก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นไปซะทั้งหมด บางทีเขาก็เหมือนจะเฉย บางทีก็หงุดหงิดชอบดุใส่..ไม่มีหรอกนะรอยยิ้มเสียงหัวเราะหรืออารมณ์ด้านบวกน่ะ

 

แต่ไม่รู้ทำไมพอฉันได้ลองขยับเข้ามาอยู่ในรัศมีที่เคยเข้าใจว่าอันตรายที่สุดในโลก มันกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่เคยคิดเอาไว้เลยสักนิด..กอดของเขาทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย รู้สึกว่าไม่มีอะไรมาทำร้ายฉันได้..และความย้อนแย้งมันคือเจ้าของอ้อมกอดนี้เขาเป็นคนเดียวกันกับคนที่ชอบทำให้ฉันกลัวอยู่เรื่อย น่าตลกดีไหมล่ะ

 

“ ..บอกเราทำไมถ้าสุดท้ายพี่จะทำตามใจตัวเองทุกอย่าง “

 

“ จะบอกว่าฉันเอาแต่ใจสินะ.. “ ทันทีที่เขางึมงำตอบกลับมาแบบนั้นฉันก็ออบตกใจนิดหน่อยนะ เพราะคิดว่าหลับสนิทไปแล้วเสียอีก..เห็นเงียบไปตั้งนานสองนาน

 

“ ....... “

 

“ ลองไปถามคนในบ้านดู..แล้วจะรู้ว่าเธอน่ะ ได้ความใจดีจากฉันมากกว่าคนอื่นตั้งไม่รู้กี่เท่า.. “ เขาปรือตามองฉันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยบอกกับฉันอย่างนั้นแล้วหลับตาลงเหมือนเดิม

 

“ ....... “ ฉันตัดสินใจเงียบฝีปากตัวเองแล้วข่มตานอนให้หลับๆไปเสียทีจะได้ไม่ต้องมาต่อสู้หรือเล่นสงครามประสาทกับพี่เพลย์อีก..แต่ฉันไม่เข้าใจเลยว่ามันต้องเป็นระยะประชิดแบบนี้เท่านั้นเหรอ ถึงจะมีสิทธิ์ได้รับความรู้สึกอื่นจากเขา..ความรู้สึกที่ไม่ใช่ความหวั่นกลัว

 

..เย็นวันนั้น

ณ Universe Café

[เพลย์]

ตอนนี้ผมนั่งเด๋ออยู่กับไอศกรีมหน้าหมีที่ละลายจนกลายเป็นเอเลี่ยนได้เกือบสองชั่วโมงแล้วครับ..จริงๆผมบอกเธอว่าบ่ายโมงจะออกมา แต่ผมคงลืมไปว่าผู้หญิงน่ะเรื่องจุกจิกมันเยอะมากกว่าจะเสร็จออกจากบ้านได้ในแต่ละวัน

 

นี่ผมนั่งรอแสนหวานแต่งตัวประมาณครึ่งชั่วโมงแต่งหน้าอีกครึ่งชั่วโมงรวมๆแล้วก็เกือบบ่ายสามอะครับได้ออกบ้าน..จริงๆยัยเด็กนี่ก็แสบใช้ได้เลยนะพอรู้ว่าถูกกอดเธอก็อาศัยจังหวะรอผมหลับสนิทก่อนจึงค่อยหนีออกไปจากห้อง

 

..แต่ก็เอาเถอะ ผมไม่ติดใจอะไรอยู่แล้ว

 

ส่วนถ้าจะถามว่าผมกอดเด็กนั่นทำไมก็ง่ายๆครับ..ผมแค่รู้สึกหมั่นไส้ความเป็นเด็กอ่อนหัดของเธอก็เท่านั้น เวลาผมอยู่ใกล้เธอจะพยายามรักษาระยะห่างตลอดเพราะกลัวอะไรก็ไม่รู้ แถมยังชอบมองผมเหมือนเป็นแก๊งรถตู้ลักเด็กยังไงอย่างนั้น..จับกอดแม่งให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยขี้กลัวดีนัก

 

“ ทำไมไม่กินล่ะคะ..แพงนะนั่น “ แสนหวานดูมีความสุขกับน้ำและขนมพวกนี้สุดๆครับ ต่างจากผมที่ไม่ค่อยจะชอบทานอะไรแบบนี้สักเท่าไหร่ฟฟเลยได้แต่นั่งมองไอศกรีมรูปหมีที่ละลายเป็นเอเลี่ยนนี่ไปเรื่อยๆระหว่างรอเธอกิน

 

“ บ่นเพื่อไร ฉันจ่าย.. “

 

“ ก็ตอนเราจะจ่ายพี่ทำหน้าดุใส่เรานี่คะ “ คือผมไม่ได้ทำหน้าดุไม่ได้ทำห่าอะไรทั้งนั้น มันคือหน้าหน้าปกติของผมเว้ย..แต่เด็กนี่ชอบเหมารวมว่าถูกดุตลอดเลยให้ตายเถอะ

 

“ คิดไปเอง “

 

“ นี่..เราถามอะไรหน่อยได้ไหม? “ คนตัวเล็กวางแก้วน้ำในมือลงแล้วเงยหน้าขึ้นมองผมอย่างจริงจัง

 

“ ว่า? “

 

“ พี่ยอมเจ็บตัวเพื่อคนอื่นได้ขนาดนี้เลยเหรอ? “ เธอถามแล้วเหลือบสายตามามองแผลตามใบหน้านิดหน่อยเพื่อจะบอกผมว่ากำลังหมายถึงอะไรอยู่

 

“ เป็นเธอ..จะทำยังไงถ้าเห็นแฟนเก่าตัวเองโดนแฟนใหม่ง้างมือตบจนหน้าหันน่ะ “

 

“ แสดงว่ายังห่วงแฟนเก่าอยู่ใช่ไหมคะ? “

 

“ เธอนี่คิดเหมือนแม่ฉันไม่มีผิด.. “ ผมกับปริมไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันมาได้เกือบปีแล้วครับ หลังจากเธอทิ้งผมไปหาผู้ชายคนใหม่ผมก็เลิกสนใจเลิกให้ความสำคัญกับเรื่องความรัก หรือพูดง่ายๆคือผมไม่คิดจะจริงจังกับใครอีกเลย..มีก็มีไว้ควงเล่นๆไม่นานพอเบื่อก็ทิ้งไป ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนอะไร

 

ปริมคบกับผมได้สองปีเกือบจะสาม แต่ช่วงหลังๆตั้งแต่ผมเข้ามาช่วยงานที่บ่อนก็ไม่ค่อยมีเวลาอยู่กับเธอมากเท่าไหร่บวกกับเราทะเลาะกันด้วยมั้งครับ ปริมเลยบอกเลิกผม..

 

แต่ไอ้จุดที่ทำให้แม่ไม่ชอบปริมจริงๆมันคือจุดที่ผมไปตามง้อแล้วมารู้ทีหลังว่าจริงๆปริมกับไอ้เหี้ยนั่นแอบคุยกันมาได้สักพักหนึ่งแล้วช่วงที่เราทะเลาะกันหนักๆ

 

..ส่วนตอนนี้ถ้าถามว่าผมยังห่วงปริมอยู่ไหมก็ไม่แล้วล่ะครับ เรื่องเมื่อคืนผมแค่เห็นว่ามันเกินไปสำหรับผู้หญิงเฉยๆเลยเข้าไปช่วย..โห แม่งโดนตบจนหน้าหันอะขนาดตอนผมคบกับปริมต่อให้โมโหไฟลุกแค่ไหนผมก็ไม่เคยตบไม่เคยตีเลยนะเว้ย

 

เอาจริงๆผมรู้ว่าตัวเองโคตรเลวเลยนะ เผลอๆจะหนักกว่าไอ้เวรที่ตบหน้าปริมด้วยซ้ำ..แต่ก็อย่างว่าล่ะจิตวิญญาณด้านดีผมก็ยังพอมีอยู่บ้างถึงได้คิดจะไปช่วย และบอกไว้เลยว่าไอ้เวรนั่นที่มันสั่งลูกน้องมาล้อมผมเนี่ย..ไม่ตายดีแน่

 

ผมไม่ใช่พระเอกละครที่จะต่อยแบบสิบรุมหนึ่งชนะได้ แต่ก็ใช่ว่าผมสู้ไม่เป็น..นี่คงเป็นโชคดีของผมมั้งครับที่ไม่ถูกยิงตายซะก่อนเพราะวันนั้นผมเห็นข้างหลังไอ้ตัวลูกพี่แม่งมีปืนเหน็บไว้ด้วยน่ะสิ

 

“ ถ้าพี่ไปช่วยก็แสดงว่าห่วง ไม่ใช่เหรอ? “

 

“ เขาโดนตบแล้วตะโกนขอให้คนช่วย เธอจะใจดำขนาดที่เดินผ่านไปเฉยๆไม่ทำอะไรเลยรึไง “ ผมตอบ

 

“ มันก็ต้องช่วย แต่..แต่ถ้าไม่เข้าไปยุ่งก็ไม่เจ็บตัวไงคะ -0- “ เธอตอบติดๆขัดๆราวกับคิดคำตอบไม่ทัน

 

“ หน้าใสใจมารเหมือนกันนะเธอเนี่ย 😒

 

“ พี่ไม่ต้องมาว่าเราเลย..เมื่อคืนน้าเพลินอารมณ์เสียมากนะคะ “

 

“ แม่แค่ยังไม่เข้าใจ.. “

 

“ ........ “

 

“ ไว้ค่อยไปคุยวันหลัง “ คือแม่ผมอะรู้นะว่าผมเลิกกับปริมไปนานแล้ว แต่ด้วยความที่ผมยังใช้หมวกกันน็อกที่ปริมเคยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดอยู่ แม่เลยเข้าใจว่าผมอะไม่ลืมปริมสักทีเหมือนยังรักอยู่ไรงี้มั้งยิ่งมีเรื่องเมื่อคืนอีกแม่คงโมโหไฟลุกอะ ไม่งั้นคงไม่เรียกเพื่อนผมไปคุยหมดแบบนั้นหรอก

 

เพราะแม่เป็นผู้หญิงด้วยแหละคงคิดเล็กคิดน้อยมากกว่าเป็นธรรมดา แต่เรื่องหมวกกันน็อกเนี่ย..ผมสองจิตสองใจจะขายทิ้งก็ไม่อยากขายเพราะมันลิมิเตดอิดิชั่นหาโคตรยาก ผลิตน้อยจะซื้อใหม่รุ่นคล้ายๆกันแม่งก็แพงฉิบหาย..ขืนบอกแม่ไปว่าซื้อหมวกกันน็อคใบละแสนมีหวังแม่เอารถผมไปขายทิ้งแน่ๆ ยิ่งไม่ค่อยจะชอบให้ผมขี่ด้วยนะไอ้บิ๊กไบค์น่ะ

 

“ แล้วเรามีอีกเรื่องจะถามค่ะ.. “

 

“ ถามไรเยอะแยะ? “

 

“ ก็เราอยากรู้..ว่าพี่พีชจะกลับมาเมื่อไหร่ “

 

“ อีกสองสามวันมั้ง จำไม่ได้.. “ ผมตอบปัดๆเพราะจำไม่ได้จริงๆ แต่พอพูดถึงไอ้พีชทีไรยัยนี่ต้องทำหน้าตื่นเต้นมันทุกที..เห็นแล้วหงุดหงิดชะมัด

 

“ อ๋อออ ☺️

 

“ เดี๋ยวไอ้พี่พีชของเธอกลับมา ก็ให้มันไปรับเธอที่โรงเรียนแทนแล้วกัน..จะได้ไม่เสียเวลาฉัน “

 

“ แล้วแต่พี่ค่ะ.. “ ยัยนี่ดูหงอยๆลงไปทันทีที่ผมบอกว่าจะให้ไอ้พีชไปรับที่โรงเรียนแทน แต่เธอก็ปรับสีหน้าให้กลับมาสดใสเหมือนเดิมได้อย่างรวดเร็วราวกับความรู้สึกเมื่อกี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนยังไงอย่างนั้น

 

“ อื่ม เดี๋ยวมา “ ผมพยักหน้าแล้วทำทีจะลุกออกจากโต๊ะไปสูบบุหรี่..อันที่จริงผมกำลังเลิกแบบมวนมาใช่บุหรี่ไฟฟ้าแทนน่ะ มันช่วยได้เยอะเลยนะถ้าพูดถึงเรื่องอยากเลิกบุหรี่จริงๆจังๆ..แต่ทว่าจู่ๆแสนหวานเธอก็ดักทางผมเอาไว้เสียก่อน

 

“ ..ถ้าอยู่กับเรา พี่ไม่สูบบุหรี่ได้ไหม? “

 

“ แบบนี้ไม่เหม็น.. “ ผมยกบุหรี่ไฟฟ้าในมือให้เธอดูเพราะเข้าใจว่าเธอไม่ชอบกลิ่น..แต่ที่ไหนได้ล่ะเธอดันไม่ชอบมันทั้งหมด

 

“ เรารู้ แต่หมายถึงว่าตอนอยู่กับเรา..พี่ไม่สูบได้ไหม? “

 

“ ทำไมฉันต้องตามใจเธอวะ? “ ก็อย่างว่าล่ะ ผมค่อนข้างจะนิสัยเสียและปากหนักไปหน่อย..ปกติสภาพแวดล้อมที่ผมอยู่มันไม่ใช่แบบนี้ไง แบบที่เรียบร้อยๆค่อยพูดค่อยพูดจา..ขืนเป็นงั้นมีหวังลูกน้องไม่เคารพกันพอดี อยู่ในเงาก็ต้องทำตัวให้กลืนเป็นเงา

 

..แต่สำหรับเด็กนี่ผมคงต้องเบาลงหน่อยเรื่องฝีปากน่ะ แค่ประโยคเมื่อกี้ก็เล่นเอาสายตาไร้เดียงสานั่นกระตุกวูบจนเธอก้มหน้าเงียบไปเลย..นี่คงคิดว่าผมดุใส่อีกแล้วมั้ง เฮ้อ..เด็กน้อยฉิบหาย

 

“ ........ “

 

“ ...เลิกทำหน้าแบบนั้นสักที “ ผมถอนหายใจแล้วทิ้งตัวลงไปนั่งกอดอกเหมือนเดิม

 

“ ไม่ไปแล้วเหรอคะ? “ คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองผมแล้วถามอย่างกล้าๆกลัวๆ

 

“ ตาบอด? “

 

“ ..พูดดีๆกับเราก็ได้ “

 

ผมว่าตัวเองควรพูดให้น้อยลง..หรือไม่ก็หุบปากไปเลยเพราะหมาในนี้มันมีเป็นฝูงอะครับ นิสัยมันเสียผมก็พยายามจะปรับอยู่..นี่ขนาดแม่ผมยังคาดหวังเลยว่าแสนหวานจะเปลี่ยนนิสัยผมให้ดีขึ้นได้

 

แต่ผมไม่คิดแบบนั้นเลย เพราะสุดท้ายแล้วผมจะเลือกปฏิบัติยังไงมันก็ขึ้นอยู่กับว่าคนคนนั้นเป็นใครสำหรับผมมากกว่า..ซึ่งก็นะ แก้ตัวไปมันก็ไม่ช่วยอะไร เพราะยังไงซะรวมๆแล้วผมก็คือคนนิสัยไม่ดีในความคิดคนอื่น..หรือแม้แต่ในความคิดของตัวเองก็ตาม

 

“ ..ก็ไม่ไปแล้ว โอเคยัง? “

 

“ ค่ะ ☺️

 

“ ไม่ต้องมายิ้ม “

 

“ ดีได้ไม่ถึงสองวิจริงๆ..คนบ้า “ คนตัวเล็กบ่นงุบงิบออกมาเบาๆ เธอคิดว่าผมคงไม่สนใจและไม่ได้ยินเพราะมัวแต่เล่นมือถือ..ซึ่งความจริงแล้วผมได้ยินทุกคำชัดเจน

 

“ พูดงี้ตบหน้าฉันเลยก็ได้นะ😒 “ ผมประชด

 

“ ได้เหรอคะ? “ ยัง ยังไม่เลิกกวนตีน..เห็นอ่อนให้หน่อยแล้วเอาใหญ่เลยนะยัยเด็กบ้า

 

“ ลองดูสิ..ถ้าตบไม่เจ็บฉันตบเธอคืนอะ “

 

“ เราต้องคอหักแน่ๆ55555555 “ แสนหวานหัวเราะอย่างชอบใจพร้อมกับทำท่าเอียงคอเหมือนถูกผมตบจนคอหักจริงๆ..ให้ตายเถอะยัยนี่ทำไมถึงได้มีแต่ความสดใสนะ ดูยังไงก็ไม่เห็นด้านมืดไม่เห็นความร้ายของเธอเลยสักนิดอะ..ผู้หญิงทุกคนมันต้องมีสิด้านแสบๆน่ะ

 

“ ....... “

 

“ ทำไมมองเราแบบนั้นล่ะคะ? 😗

 

“ ..หามุมตบอยู่มั้ง “ ผมแก้ตัว

 

“ ไม่ได้! พี่ห้ามมาตบเราเด็ดขาดเลยนะ! “ ร่างเล็กหยิบส้อมเค้กขึ้นมาขู่ผมราวกับว่าถ้าผมจะทำอะไรเธอขึ้นมาจริงๆ เธอจะเอาไอ้ส้อมง่อยๆนี่ป้องกันตัว

 

“ เด็กบ้า.. 😑

 

———————————-

#อีกตอนจะมาต่อคืนนี้ค้าบบบบ แอบบอกใบ้ว่าพี่พีชจะกลับมาแล้วว😍😍

ความคิดเห็น