email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 21

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 21

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ส.ค. 2562 20:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 21
แบบอักษร

#เดย์เจ้าเอย 21 

 

 

                “อ้าว น้องเอยไปไหนมาคะ” พี่ตะวันเกิดจูงมือไชน์เข้ามาในคอนโดเอ่ยถามฉันน้ำเสียงสดใส

                “เพิ่งกลับจากดูหนังค่ะ หวัดดีไชน์คิดถึงจังเลย” ฉันย่อตัวกอดไชน์เบาๆ แต่สัมผัสเวลาแตะตัวน้องมันเย็นวูบที่หลังแปลกๆไหนจะอาการเย็นยะเยือกจนขนลุกนี่อีก จะว่าไปทุกครั้งที่เจอทั้งสองฉันจะรู้สึกแบบนี้ตลอดเลยล่ะ

                “หิวไหม พี่ทำขนมไว้ยังไม่ได้เอาไปให้เลย” พี่ตะวันฉุดฉันออกจากความคิดแปลกๆให้กลับมายังปัจจุบัน

                “อ้อ ยังไม่หิวค่ะเพิ่งทานข้าวกับเพื่อนแต่ว่าไปเล่นกับน้องได้ไหมคะ” ฉันเอ่ยขออย่างเกรงใจ หลังๆมายังไม่ได้เล่นกับเจ้าตัวเล็กเลย

                “ได้สิ งั้นเราขึ้นไปข้างบนกันเถอะ พี่จะลองทำขนมด้วยช่วยชิมให้พี่ด้วยนะเอยพี่ว่าจะส่งขายเพิ่มล่ะ”

                “เพิ่มอีกแล้ว ทำไมช่วงนี้ถึงทำงานหนักกว่าเดิมล่ะคะ” ฉันถามออกไปอย่างเป็นห่วง พี่ตะวันน่ะต้องทำงานเลี้ยงซันไชน์เองตั้งแต่ปีหนึ่งแม้จะมีเงินจากประกันพี่สาวที่เสียไปแต่พี่ตะวันก็ไม่อยู่เฉยทำงานพาร์ทไทม์ตลอด ยิ่งช่วงนี้ฝึกงานพี่ตะวันจะแบ่งเวลาวันอาทิตย์ทำงานที่ร้านอาหารใกล้ๆคอนโดไม่ก็ร้านกาแฟสลับกันไปพอถึงห้องก็ทำขนมเอาไว้ฝากขายที่ร้านกาแฟ เธอน่ะขยันมากเลยนะแต่ช่วงนี้ดูขยันกว่าเดิมเหมือนตั้งใจรีบเก็บเงิน

                “พี่ต้องรีบหาเงินน่ะ เผื่อต้องย้ายออก”

                “อ้าว ทำไมล่ะคะ”

                “เอ่อ พี่มีปัญหานิดหน่อยน่ะ ไม่ต้องทำหน้าห่วงพี่ขนาดนั้นเด็กน้อย” พี่ตะวันแตะแขนฉันเบาๆก่อนจะเอ่ยชวนเราทั้งสามออกจากลิฟต์

                “ถ้าพี่มีอะไรที่หนูพอจะช่วยได้พี่บอกหนูเลยนะคะ”

                “พี่ไม่กล้ารบกวนหรอก แต่ยังไงก็ขอบคุณนะ”

                “ค่ะ เดี๋ยวหนูไปบอกพี่เดย์ก่อนนะคะว่าจะมาเล่นห้องพี่”

                “ได้ๆ ตามพี่มานะ” พี่ตะวันเปิดประตูห้องเขาส่วนฉันก็เปิดประตูห้องพี่เดย์เดินเข้าไปก็ประทะกับอากาศเย็นฉ่ำที่มั่นใจว่าเจ้าของห้องเปิดไว้แน่ๆ ร่างขาวสะท้อนแสงที่นอนหลับอยู่บนโซฟาทำให้ฉันยิ้มมุมปากบางๆทันที คงจะงอนจริงๆที่ฉันไม่ยอมให้ไปรับไปส่งเมื่อเช้า แต่ก็ต้องเข้าใจกันบ้างสิฉันอยากให้เขาพักนะแค่ไปทานข้าวกับเพื่อนใกล้ๆเองไม่อยากให้เขาเหนื่อยเลยยื่นคำขาดไปนั่นแหละเขาถึงได้ยอมฉันแต่ก็ยังติดท่าทางมึนตึงอยู่

                ฉันเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงที่นอนเหยียดกายบนโซฟามือก็ยื่นวางของลงบนโต๊ะเบาๆก่อนจะขยับไปทรุดตัวนั่งลงบนขอบโซฟา โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้คนที่หลับก่อนจะกดริมฝีปากลงบนหน้าผากเขาอย่างแผ่วเบา

                “ลักหลับพี่เหรอ” น้ำเสียงที่ไม่มีความงัวเงียแฝงอยู่นั้นทำให้ฉันมั่นใจว่าตัวเองเสียรู้เขาแล้ว

                “แกล้งหลับเหรอเนี่ย”

                “ก็อยากรู้ว่าตัวเล็กจะปู้ยี่ปู้ยำพี่แบบไหน” ดู! ดูคำพูดเขาเถอะ ยิ่งอยู่ด้วยกันนานคำพูดคำจายิ่งร้ายกาจ

                “ร้ายอ่ะ พี่ทานข้าวหรือยังคะ”

                “เรียบร้อย หนูล่ะ” มือร้อนยื่นมาเกลี่ยผมออกให้เบาๆ

                “ทานแล้วค่ะ อ้อพี่คะหนูจะไปเล่นกับไชน์ที่ห้องพี่ตะวันนะคะ พี่ไปด้วยไหม”

                “อือ? ครับเดี๋ยวพี่ไปด้วย” ร่างที่นอนขยับนั่งก่อนจะลงจากโซฟาเข้าไปในห้องนอนไม่นานก็กลับออกมาและพาไปที่ห้องพี่ตะวัน

                “มาแล้วเหรอ ที่กำลังทำขนมเพิ่มเลยล่ะนั่งเล่นกับไชน์ก่อนเลยนะ” พี่ตะวันเปิดประตูให้พร้อมกับเอ่ยบอกฉันเสียงสดใส ฉันยิ้มพยักหน้ารับก่อนจะพุ่งเข้าไปเล่นกับไชน์ที่กำลังต่อจิ๊กซอว์รูปอะไรสักอย่าง ห้องพี่ตะวันคล้ายกับห้องพี่เดย์เลยล่ะเหมือนกันทุกอย่างยกเว้นการตกแต่งห้อง แต่เล่นได้ไม่นานก็รู้สึกอึดอัดหายใจลำบากทั้งที่ประตูระเบียงก็เปิดพัดลมก็เปิด แต่เวลานั่งใกล้น้องไชน์ฉันจะรู้สึกแบบนี้ตลอดเลย

                “เป็นอะไรครับ” พี่เดย์ขยับมานั่งลงข้างๆยกมือวางบนเรือนผมฉันก่อนจะลูบเบาๆ อาการแปลกๆเหล่านั้นพลันหายไป

                “เปล่าค่ะ ไชน์พี่ซื้อของเล่นมาให้ด้วยนะ ทาดา! ชอบไหม” กล่องของเล่นหุ่นยนต์ถูกยกขึ้นโชว์ต่อหน้าไชน์เจ้าตัวมองอย่างตื่นเต้นปรบมือใหญ่เลย

                “อยากได้ไหมครับ” ฉันถามต่อ

                “ครับ อยากได้ครับ”

                “ถ้าพี่ให้ต้องเป็นเด็กดีนะ เดี๋ยวถ้าไปเที่ยวอีกพี่จะซื้อมาให้”

                “ขอบคุณครับ” เด็กน้อยตรงหน้ายกมือไหว้ขอบคุณอย่างน่าเอ็นดู พอได้รับของก็ตื่นเต้นใหญ่ฉันนั่งเล่นที่ห้องพี่ตะวันอยู่ไม่นานพี่เดย์ก็ชวนกลับเพราะจะพาออกไปทานข้าวข้างนอกแต่จังหวะที่พี่ตะวันเดินมาส่งที่หน้าประตูพร้อมกับไชน์ประตูเปิดออกก็เจอกับร่างสูงสมส่วนที่ยังอยู่ในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่หน้าห้องพี่ตะวันเหมือนเขากำลังจะเคาะประตูพอดีเลยนะท่าทางแบบนี้น่ะ

                “เอ่อ สวัสดีครับ” ผู้ชายคนนั้นเอ่ยทักขึ้นฉันไม่รู้ว่าเขาทักใครแต่พอเห็นสายตาที่เขามองพี่เดย์ก็เริ่มสงสัยว่าเขารู้จักกันหรือเปล่า

                “สวัสดีครับ”

                “ตะวันผมมีเรื่องจะคุยด้วย” ผู้ชายคนนั้นบอกพี่ตะวันเสียงเข้มแต่มันไม่ได้ฟังดูดุเลยสักนิดเหมือนเขากำลังอ้อนวอนต่างหาก

                “ค่ะ อ้อเอยขนมพี่ทำเผื่อถ้าไม่อร่อยบอกได้เลยนะ” พี่ตะวันหยิบถึงขนมส่งมาให้

                “แหม พี่ทำอร่อยขนาดนั้น ขอบคุณนะคะไชน์พี่ไปละนะ”

                “ครับ บ้ายบายครับ” เด็กน้อยกอดหุ่นยนต์ของเล่นโบกมือลาอย่างน่ารัก น่ามันเขี้ยวจริง

                “บายจ้า กลับแล้วนะคะพี่ตะวัน”

                “จ้า” ฉันประเมินผู้ชายตรงหน้าอีกเล็กน้อยก่อนจะเดินผ่านเขาไปยังห้องตัวเอง พี่เดย์เดินตามหลังมาไม่ห่างพอประตูปิดลงเขาถึงได้เล่าให้ฟัง

                “ผู้ชายคนนั้นเคยมาเคาะห้องพี่ตะวัน ตอนที่หนูให้พี่ไปดูอ่ะ”

                “อ้าวเหรอคะ? แล้วเขามาดีหรือเปล่า”

                “น่าจะดีนะครับ เขามีชื่อเสียงขนาดนั้นคงไม่ทำอะไรให้ตัวเองเสียชื่อหรอก”

                “หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะคะ”

                “อีกหนึ่งสัปดาห์พี่จะไปฝึกงานแล้วนะ ยังจำได้ไหมเนี่ย” อ่า จะกล้าบอกได้ไงว่าลืมไปแล้ว

                “ทำหน้าแบบนี้คืออะไรครับไอ้ดื้อ” พี่เดย์บีบแก้มฉันแรงมาก มันเจ็บเหมือนกันนะเขาไม่รู้หรือไง

                “หนูลืม”

                “ว่าแล้วเชียว อยากไปไหนไหมพี่จะพาไปฝึกงานคงไม่ค่อยว่างพาไปแล้วนะ” ใส่ใจความรู้สึกกันดีแบบนี้ไงฉันถึงยังหลงรักเขาจนหาทางออกไม่เจอแบบนี้

                “ไม่เป็นไรค่ะ พี่พักเถอะ แล้วพี่ฝึกที่ไหน”

                “ใกล้ๆนี่แหละ กลับมาค้างด้วยทุกวันเหมือนเดิมครับ”

                “ค่ะ”

                “ทำไมทำหน้าแบบนั้นหือ?” ร่างถูกรั้งเข้าไปกอดจนแน่นพี่เดย์ดึงให้ไปนั่งทับตักเขาบนโซฟาสองแขนโอบรัดแน่นไม่ยอมปล่อยริมฝีปากยังกดจูบที่ซอกคอไม่หยุด เดี๋ยวเถอะ! ชักจะหื่นเกินไปแล้วนะ

                “พี่เดย์อย่าเพิ่งแกล้ง” ย่นคอถอนห่างจากร่างสูง

                “หึหึ น่ารักว่ะเมื่อกี้เครียดอะไรหรือไม่พอใจอะไรบอกพี่ได้ไหมครับ” พี่เดย์กระซิบถามเสียงนุ่ม

                “หนูแค่กลัวว่าตัวเองจะทำตัวงี่เง่าให้พี่เหนื่อยตอนที่พี่ฝึกงาน”

                “เด็กน้อยของพี่ ฟังพี่นะอย่าเพิ่งคิดอะไรไปไกลแล้วไม่สบายใจ โฟกัสแค่ปัจจุบันก็ได้ถ้ามันทำให้ตัวเล็กมีความสุขและสบายใจ เพราะไม่ว่ายังไงอนาคตของพี่ก็จะมีหนูอยู่แล้วไม่ว่าจะเหนื่อยหรือต้องเจออะไรกำลังใจของพี่คือตัวเล็ก ขอแค่ตัวเล็กอยู่ข้างๆพี่ พี่ก็พร้อมจะสู้กับทุกอย่าง”

                “เขินจัง” ฉันหลบสายตาพี่เดย์เป็นว่าเล่น ประโยคเมื่อกี้เหมือนประโยคบอกรักที่ไม่ต้องมีคำว่ารักเลยแล้วสายตาที่พี่เดย์จ้องมองฉันมันดูจริงจังและจริงใจจนเป็นฉันเสียเองที่เขินหลบสายตาเขา

                “ก็ทำตัวน่ารักแบบนี้ไงพี่ถึงได้รัก ไอ้ดื้อเอ้ย”

                พี่เดย์คงจะมันเขี้ยวฉันจริงๆอ่ะ ดูสิตามแขนขาคอเนินอกเต็มไปด้วยรอยกัดรอยจูบเขา ฮื่อ เขาฟัดแรงมากเลยนะ เมื่อยอมให้เขาฟัดจนพอใจเราก็กอดกันนิ่งๆบนเตียง จวบจนถึงเวลาอาหารเย็นพี่เดย์ถึงได้ชวนไปทานมื้อเย็น เราเดินไปทานมื้อเย็นที่ร้านอาหารที่อยู่ถัดคอนโดไปสองซอยเราเดินเล่นกันไปเรื่อยๆไม่เร่งรีบอะไร พี่เดย์เองก็จับมือไว้แน่นคงจะกลัวฉันซนจนได้แผลไม่ก็กลัวจะไปเดินชนต้นไม้นั่นแหละ ครั้งก่อนหน้าผากแดงเถือกเลยมัวแต่เล่นมองนู่นมองนี่รู้ตัวอีกทีก็เข้าไปทักทายกับต้นไม้ข้างถนนแล้ว ถามว่าอายไหม อายค่ะแต่เจ็บมากกว่า

                “คิดไว้ไหมว่าอยากทานอะไร”

                “จิ้มจุ่มอีสานจ้าพี่จ๋า” ฉันแกล้งตอบเสียงหวาน แต่พี่เดย์คงมันเขี้ยวเขายกแขนล็อคขอฉันไว้ก่อนจะฟัดอีกรอบ ฮื่อ!! วันนี้โดนฟัดไปกี่รอบแล้วเนี่ย แล้วเล่นเบาเสียที่ไหนพี่เดย์น่ะเล่นแรงจนฉันกลัวว่าตัวเองจะช้ำแล้ว

                “พี่แกล้งอ่ะ” ฉันว่างอนๆ

                “ก็หนูมันดื้อ ดูสิทั้งแก้มทั้งปาก บ้าเอ๊ย กลับห้องก่อนไหมแล้วค่อยกลับมาทาน” เดี๋ยวนะ สายตาวิบวับนั่นมันคืออะไรกัน!

                “อย่ามามองหนูแบบนั้นนะ เจ็บไปหมดแล้วเนี่ย”

                “ขอโทษ เจ็บมากไหมพี่มันเขี้ยวอ่ะห้ามตัวเองกับหนูไม่ค่อยอยู่เลย”

                “ไม่เป็นไรค่ะ ปะ หาที่นั่งกันหนูหิวแล้ว” จิ้มจุ่มแบบชุดถูกสั่งมาสองชุดอาหารอีสานอื่นๆรวมถึงอาหารตามสั่ง ที่ต้องสั่งมาเผื่อเพราะพี่เดย์กลัวว่าจะปวดท้องเลยต้องสั่งอาหารตามสั่งมาเผื่อไว้ด้วย ความพ่อที่แท้ทรูค่ะ จิ้มจุ่มฉันเอาทุกอย่างลงหม้อจนหมดรอให้สุกระหว่างนั้นก็ทานข้าวหมูทอดกระเทียมไปนิดหน่อยพอเป็นพิธีป้องกันพี่เดย์จะดุ จากนั้นถึงได้ทานอาหารอีสานสุดแซบที่อยากจะทาน ส้มตำเอย หมูน้ำตกเอย จี๊ดจ๊าดสะใจมากมายอยู่ที่นี่หนึ่งปีกว่าๆเพื่อนฉันสอนให้ทานทุกอย่างเลย อาหารเด่นๆแต่ละภาคเพื่อนฉันพาไปทานจนหมดยิ่งพอรู้ว่าทานเผ็ดได้ยิ่งจัดหนัก พี่เดย์มีห้ามบ้างถ้าอาหารพวกนั้นรสจัดเกินไปแต่โดยรวมเขาก็ยังเป็นคนที่ตามใจฉันในอันดับที่หนึ่งอยู่ดี

                “แก้มย้วย” เมื่อกี้เขาว่าอะไรนะ

                “หือ?” ฉันเงยหน้ามองพี่เดย์ที่นั่งอยู่ตรงข้าม ครางถามอีกครั้งเมื่อได้ยินเขาพูดไม่ชัด

                “แก้มย้วย กินเก่ง” พี่เดย์ยกมือขึ้นมาเช็ดมุมปากให้เบาๆพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ สายตาที่เขาจ้องมองฉันมันเต็มไปด้วยความเอ็นดู เหมือนเขากำลังดูเด็กตัวน้อยทานข้าว

                “พี่อ่ะ”

                “อ้าว พี่ผิดไรเนี่ย” เขาถามทั้งที่ตัวเขาเองก็ยังหัวเราะอยู่

                “ไม่ต้องมาแกล้งแซวเลยนะ พี่ทานต่อสิคะเย็นหมดแล้วนะ” ฉันเริ่มเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะกลัวจะเขินจนทำอะไรแปลกๆออกมาอีก

                “ครับๆ ทานต่อครับ” จ้าพี่จ๋า! พี่ต้องทานต่ออยู่แล้วเพราะหนูก็ยังไม่อิ่ม

ความคิดเห็น