email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 20

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 20

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.2k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2562 20:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 20
แบบอักษร

#เดย์เจ้าเอย 20 

 

 

                “เจ้าเอย เจ้าเอยครับ”

                “หือ? คะถึงแล้วเหรอ” ฉันเอ่ยถามเสียงงัวเงียตั้งแต่ลงจากเครื่องและนั่งรถกลับมาที่คอนโดฉันก็ฝืนความง่วงไม่ไหวหลับไปตั้งแต่พี่เดย์วนรถออกจากที่จอดรถในสนามบิน

                “ถึงแล้วครับ ขึ้นไปนอนบนห้องกัน” พี่เดย์กดริมฝีปากลงบนหน้าผากเบาๆก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดประตูลงจากรถไป ฉันเรียกสติตัวอยู่ไม่นานก็ลงจากรถลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ช่วยพี่เดย์หนึ่งใบส่วนกระเป๋าเป้ที่สะพายไปตั้งแต่วันแรกถูกแพ็คเก็บในกระเป๋าเดินทางเรียบร้อยตอนนี้เลยมีกระเป๋าเดินทางของเราสองใบหนึ่งใบใส่เสื้อผ้าอีกใบเป็นของฝาก

                “ดูทางด้วยครับ”

                “ฮื่อ หนูง่วง” ฉันเริ่มงอแงเบาๆ เสียงหัวเราะของคนที่เดินอยู่ข้างๆยิ่งทำให้ฉันอยากจะอ้อนเขา ตอนนี้ลืมความน้อยใจเรื่องเขาก่อนหน้านี้ไปจนหมดเพียงเพราะถูกเขาเอาใจตอนเที่ยว เฮ้อ เกิดเป็นฉันนี่แพ้ให้พี่เดย์แทบจะทุกเรื่องเลยจริงๆ

                “หึหึ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว” เราขนข้าวของเข้าห้องพี่เดย์ก็บอกให้ไปอาบน้ำฉันที่รอคำนี้อยู่นานพอได้ยินแทบจะพุ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที ฉันเหนื่อยฉันอยากจะนอนต่อแล้ว เสียงพี่เดย์ทำอะไรสักอย่างดังกุกกักอยู่ข้างนอกห้องนอนไม่นานเสียงก็ใกล้เข้ามา สัมผัสอุ่นๆที่หน้าผากกระตุ้นให้ฉันฝืนลืมตาขึ้นมอง ใบหน้าหล่อๆของพี่เดย์โน้มต่ำลงมาจนริมฝีปากเขาแตะลงบนหน้าผากฉันเบาๆ

                “เหนื่อยหน่อยนะครับ นอนพักนะเดี๋ยวพี่ทำอาหารไว้ให้”

                “ไม่เอา นอนด้วยกัน” บอกไปเสียงเบาแต่ด้วยที่เขาและฉันหน้าผากยังแนบกันอยู่ทำให้เราทั้งสองสนทนากันได้อย่างไม่มีปัญหา

                “ก็ได้ครับ เดี๋ยวพี่ไปอาบน้ำก่อน”

                “อื้อ หนูจะรอ”

                “หึหึ ครับ” พี่เดย์ผละออกห่างพอเห็นเขาเดินไปยังห้องน้ำก็มั่นใจว่าเขาจะทำตามที่ฉันขอนั่นคือการที่เขาจะต้องมานอนพักกับฉัน แต่รอได้ไม่ถึงสองนาทีฉันก็เริ่มง่วงและหลับไปในที่สุด

 

                DAY Talk

                ผมเพิ่งเข้าใจว่าตัวเองขาดน้องไม่ได้จริงๆ เพราะตั้งแต่ที่เริ่มอ่านหนังสือสอบเราทั้งสองก็เริ่มห่างกัน ห่างกันไปเรื่อยๆ เรื่องนี้ผมผิดเองเพราะต้องเร่งงานหลายชิ้นทำให้มีความกังวลและกลัวว่าจะเผลอทำให้น้องรู้สึกไม่ดี เลยค่อยๆออกห่างน้องแต่พอนานวันน้องเริ่มตีตัวออกห่างผมไปเรื่อยๆเช่นเดียวกัน วันนั้นที่ผมกลับมาที่ห้องแล้วไม่เจอน้องชุดน้องหายไปสองสามชุดชีทเรียนหนังสือและเครื่องแบบนิสิตที่ต้องสวมไปสอบหายไป วันนั้นเหมือนโลกกำลังค่อยๆถล่มใส่ผมที่ยืนตกใจอยู่กลางห้องแต่พอตั้งสติได้ผมก็โทรหาเพื่อนน้องทันทีมั่นใจว่าโทรหาน้องยังไงก็ไม่ยอมรับสายแน่ๆ เมื่อรู้ว่าน้องอยู่กับเพื่อนก็สบายใจส่วนตัวผมก็เร่งจัดการงานให้ลงตัวก่อนจะออกฝึกงานที่สำคัญหลังสอบเสร็จผมตั้งใจจะพาน้องไปเที่ยว แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่าน้องจะโกรธจนแอบไปเที่ยวคนเดียวเพื่อนน้องก็ไม่มีใครรู้ว่าน้องไปไหน ผมยิ่งไม่ต้องพูดถึงไม่รับรู้อะไรเลยสักอย่าง วันนั้นเป็นวันที่ผมเห็นข้อบกพร่องตัวเองชัดเจนที่สุดและตั้งใจเอาไว้ว่าน้องจะไม่ต้องเสียใจเพราะตัวผมอีกแบบนี้ ต้องขอบคุณแม่น้องที่บอกว่าน้องไปเที่ยวไหนคนเดียวพักที่ไหนห้องไหนผมถึงได้รีบตามไปถูกและเคลียกับน้อง แต่มันน่าดีใจแต่ก็นิดหน่อยนะที่เดาได้ว่าน้องคงจะหึงที่มีเสียงผู้หญิงชวนไปไหนต่อตอนที่คุยกับน้อง แต่อย่าเพิ่งไปบอกน้องล่ะว่าผมดีใจที่น้องหึงหวงแบบนั้นเดี๋ยวเจ้าตัวจะมางอนอีก ง้อยากเหมือนกันนะครับแฟนผมน่ะ

                “ตื่นแล้วเหรอ”

                “อื้อ” คนในอ้อมกอดครางในคออย่างน่ารักพร้อมกับพลิกตัวเข้ามากอดซบใบหน้าลงบนอกผม อย่างกับแมวน้อยเลย น่ารักเกินไปแล้วนะตัวเล็กของผมน่ะ

                “หิวหรือยัง” น้องส่ายหัว

                “อยากทานข้างนอกหรือทานที่ห้อง” ผมยังชวนคุยต่อ แต่น้องนิ่งไปแล้วหลับต่อหรือว่าอะไรล่ะเนี่ย

                “ห้อง แต่สั่งเอาไม่อยากให้ทำพี่เหนื่อย” เงียบอยู่นานน้องถึงได้เอ่ยบอกมา หึหึ น่ารักอีกแล้วสินะแฟนผมน่ะ

                “ได้ครับ อยากทานอะไรเดี๋ยวพี่สั่งให้”

                “ไม่รู้ ขอรสจัดๆเลยค่ะ” ผมเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มากกดสั่งอาหารไปหลายอย่างเผื่อน้องทานไม่ได้ด้วย ผมฟัดน้องอยู่นานจนพอใจถึงได้ชวนเจ้าตัวเล็กของผมไปล้างหน้าเตรียมทานอาหาร น้องเตรียมจานรออยู่บนห้องส่วนผมก็ลงมาเอาอาหารที่สั่งไป

                “เฮ้ย! เพื่อนเดย์” อะไรจะบังเอิญเจอพวกมันอีกเนี่ย

                “อะไร” ผมถามกลับเนือยๆเรียกเสียงหัวเราะสนุกจากพวกมันได้อย่างดี

                “พวกกูจะมาดูบอลห้องมึงครับและพวกกูเตรียมขนมและเครื่องดื่มมาแล้วเผื่อน้องด้วย” พวกมันชูถุงขนมเครื่องดื่มและอาหารให้ผมดูเพื่อเป็นการยืนยัน

                “ไปขอน้องก่อน น้องอยู่ด้วยนะเผื่อมึงลืม” ผมบอกเพื่อน

                “แน่นอน! พวกกูขอน้องได้อยู่แล้วน้องใจดี” พาร์คว่าก่อนจะวิ่งนำพวกผมไปที่ลิฟต์ ดูเอาเถอะมันตื่นเต้นที่จะได้ดูบอลหรือมันรอของฝากจากน้องก็ไม่รู้ ผมเห็นนะที่น้องซื้ออะไรมาตั้งเยอะแนะน่ะ

                “มันอยากดูบอลจริงไหมวะนั่น” ฟาสเอ่ยตามหลังอย่างเอือมๆ

                “เดี๋ยวมึงก็รู้ว่ามันอยากมาทำไม”

                ของฝากจากเจ้าเอยถูกขนออกมาวางหน้าประตูห้องนอน เพราะโซฟาหน้าทีวีถูกจับจองในการดูบอลไอ้พาร์คดูระริกระรี้ไม่หยุดเมื่อเห็นของฝากทั้งจากอังกฤษที่ของเพิ่งถึงและจากไต้หวัน สายแฮร์รี่พอร์ตเตอร์ขนาดนี้ผมไม่เข้าใจด้วยหรอกนะถึงจะเคยดูแต่พยายามจะเข้าใจแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ผมรู้สึกว่ามันต้องใช้สมาธิและจิตวิญญาณสูงมากอ่ะถึงจะดูรู้เรื่อง

                “เจ้าเอยมาทานข้าวก่อนครับ”

                “ค่า! พี่พาร์คทานข้าวกันค่ะ” ยังใจดีไปชวนไอ้พาร์คที่นั่งมองอุปกรณ์ต่างๆจากหนังสุดฮิตในใจมันมีหมดเลยนะที่ว่าอุปกรณ์ทั้งผ้าคลุม ไม้กวาด ไม้กายสิทธิ์ ตำรงตำรา ผ้าพันคอเสื้อแล้วอะไรอีกก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด

                “เดี๋ยวพี่โอนค่าของให้ โคตรตื่นเต้นอ่ะแม่งตามหาตั้งนานบินไปซื้อก็หมด”

                “ได้ค่ะ พี่เดย์....”

                “ครับ” นึกว่าลืมผมไปแล้วเสียอีก ผมวางแก้วน้ำดื่มลงบนโต๊ะข้างๆมือน้อง

                “ขอบคุณค่ะ หนูจะบอกว่าพรุ่งนี้หนูจะไปเดินเล่นกับเพื่อนนะคะ”

                “ครับ เดี๋ยวไปส่ง”

                “เออเดย์ห้องตรงข้ามห้องมึงอ่ะเขาเป็นอะไรหรือเปล่าเห็นมีผู้ชายมาเคาะห้องเขาแบบนั้นนานแล้วนะ” มอนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องเอ่ยถามด้วยความสงสัย ห้องตรงข้ามอย่างนั้นเหรอ

                “ห้องพี่ตะวันกับไชน์นี่คะ เราไปดูกันไหมหนูรู้สึกไม่ดีเลย” น้องเงยหน้ากระตุกชายเสื้ออย่างขอร้อง

                “ครับแต่หนูรอในห้องได้ไหมเดี๋ยวพี่กับมอนไปถามเอง”

                “ได้ค่ะ” ผมหันไปมองหน้ามอนพยักหน้าหนึ่งทีก่อนจะเปิดประตูห้องตัวเองเบาๆแง้มดูว่าคนที่กำลังเคาะประตูห้องตรงข้ามนั้นมีท่าทียังไง ใส่สูทมาซะขนาดนี้ภูมิฐานคงไม่ใช่เล่นๆแล้วล่ะแล้วเขาจะมาเคาะห้องพี่ตะวันทำไมกัน

                “เอ่อ ขอโทษนะครับไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่า” ผมถามอย่างไว้เชิง คนในชุดสูทหันกลับมาจ้องมองผมกับเพื่อนอย่างพิจารณา

                “ผมมาหาเจ้าของห้องครับ เคาะตั้งนานแต่ก็ไม่เปิด”

                “ไม่อยู่หรือเปล่าครับ ปกติเวลานี้เจ้าของห้องไปทำงานน่ะครับถ้าเธอกลับมาผมจะบอกให้นะครับว่ามีคนมาหา”

                “ขอบคุณครับ เอ่อ นี่นามบัตรผมครับ ผมเทวกรถ้าเจ้าของห้องกลับมาช่วยโทรบอกผมได้ไหมครับ” เทวกร? ชื่อคุ้นจัง

                “คุณเป็นอะไรกับเจ้าของห้องครับ ผมไม่กล้าโทรบอกคุณถ้าพูดตรงๆผมกลัวคุณมาทำร้ายเจ้าของห้อง” ผมบอกไปเพราะมั่นใจแล้วจริงๆว่าผู้ชายคนนี้ไม่ได้มาไม่ดี ใบหน้าร้อนรนของเขาทำเอาผมถึงกับสงสัยเพราะไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกับเจ้าของห้องถึงได้มายืนเคาะตั้งนานสองนานด้วยสีหน้าแววตาเป็นห่วงแบบนั้น

                “ผม เอ่อ เป็นเจ้านายครับ ยังไงรบกวน...”

                “ได้ครับ ผมจะบอกให้แต่ตอนนี้ดึกแล้วช่วยกลับไปก่อนได้ไหมครับถ้าเธอมาผมจะโทรแจ้งอีกที”

                “ครับ ขอบคุณครับ”

                “มึงรู้จักเหรอเหรอคะ?” มอนเอ่ยถาม

                “เทวกร เจริญยศ เจ้าของบริษัทนำเข้าอะไหล่รถยนต์ มึงคุ้นหรือยัง”

                “เออ! คุ้นแล้วเจ้าของสนามแข่งด้วยนี่กูเคยไปแข่งอยู่ สัสไม่คิดว่าจะเจอตัวจริงเขามาที่นี่ได้ไงวะเขาเป็นอะไรกับห้องตรงข้ามอ่ะ”

                “ก็เขาบอกว่าเป็นเจ้านาย” ผมตอบเพื่อนกวนๆขาก็ก้าวไปยืนชิดประตูยกมือเคาะประตูสองสามครั้งรอไม่นานประตูก็เปิดออกร่างผอมบางของพี่ตะวันยืนอยู่หลังประตู อยู่ในห้องตั้งแต่ต้นเลยสินะแต่ก็ไม่ยอมเปิดทั้งที่เขาคนนั้นเคาะตั้งนาน

                “ขอโทษที่ทำให้ลำบากนะ” พี่ตะวันบอกอย่างเกรงใจ ผมยื่นนามบัตรผู้ชายคนนั้นไปให้พี่ตะวัน

                “ไม่เป็นไรครับ มีอะไรที่ผมช่วยได้บอกได้เลยนะครับ เจ้าเอยเขาเป็นห่วงพี่น่ะ”

                “ขอบคุณค่ะ ยังไงพี่ขอไปดูลูกก่อนนะ”

                “ได้ครับ” ลูกคือคำเรียกที่เธอใช้เรียกเด็กผู้ชายคนนั้นซันไชน์แต่ผมเพิ่งมารู้ได้ไม่นานว่าไชน์เป็นลูกของพี่สาวพี่ตะวันนั่นหมายถึงซันไชน์ไม่ใช่ลูกพี่ตะวันจริงๆแต่เป็นหลาน ที่ต้องเรียกว่าลูกเพราะไม่อยากให้หลานชายรู้สึกขาดแต่ผมว่าเธอก็น่าจะอธิบายให้ไชน์ฟังอยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร

                “ปะ เข้าห้อง พวกนั้นทานหมดแล้วมั้งข้าวอ่ะ”

                “เฮ้ย! ไม่ได้นะเว้ย” มอนถลาวิ่งกลับเข้าห้องผมเดินตามไปติดๆปิดประตูก่อนจะเดินเข้าไปหาเจ้าเอยและเล่าให้ฟังคร่าวๆ น้องดูสบายใจมากขึ้นแล้วรีบทานข้าวและรอล้างจานจนเสร็จก่อนจะไปนั่งคุยกับไอ้พาร์คที่กองของเก็บสะสมแฮร์รี่พอร์ตเตอร์ผมปล่อยให้น้องคุยเล่นกับไอ้พาร์คจนถึงดึกพวกนั้นดูบอลอยู่ที่โซฟาหน้าทีวีส่วนเจ้าเอยขอกลับเข้าไปในห้องนอน ผมเดินไปดูน้องบ้างเป็นครั้งคราวจนมั่นใจว่าน้องหลับแล้วถึงได้ออกมานั่งดูบอลต่อยาวๆกับเพื่อน ตีสามเพื่อนทยอยกลับผมเคลียห้องอีกรอบก่อนจะกลับเข้าไปอาบน้ำและนอนกอดน้อง ไม่มีอะไรจะสบายใจไปกว่าการได้นอนกอดน้องในห้องของเราแล้วล่ะ

ความคิดเห็น