ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 ข้าจะสั่งสอนเจ้า!

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 ข้าจะสั่งสอนเจ้า!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ส.ค. 2562 09:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 ข้าจะสั่งสอนเจ้า!
แบบอักษร

 

 

               ไป๋ชิงนั่งหน้ามุ่ยอยู่ในห้องของตนโดยมีเสี่ยวฟางรอรับใช้อยู่ไม่ห่าง นอกจากนั้น เด็กสาวยังมีหน้าที่ต้องมาคอยรับฟังความอัดอั้นตันใจที่นางระบายออกมาอีกด้วย

 

              “ข้าไม่เข้าใจเลยเสี่ยวฟาง ทำไมบุรุษแคว้นลู่ถึงได้ชอบดูถูกเหยียดหยามสตรีกันนัก จิ้นอ๋องก็เท่านั้น หยางเฟยหรงก็เท่านี้ ไม่มีใครดีกว่าใครเลยจริงๆ” ไป๋ชิงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด

 

              “คุณหนู! เอ่ยนามท่านแม่ทัพออกมาห้วนๆ เช่นนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ” เสี่ยวฟางอุทานออกมา รู้สึกตกใจไม่น้อยที่ไป๋ชิงพูดจาไม่ไว้หน้าใครแบบนี้

 

              “ก็ข้าโมโห! โมโหๆๆๆ” นางรัวคำพูดเดิมซ้ำๆ “นี่เจ้าทนอยู่ในจวนนี้ได้อย่างไร ถ้าเป็นข้าจะหนีออกไปตั้งแต่จำความได้เลยทีเดียว” พอได้ยินดังนั้น เสี่ยวฟางก็ทำหน้าซีดเป็นไก่ไหว้เจ้า

 

              “อยู่ที่นี่ข้าสุขสบายดีทุกอย่าง ถึงแม้ท่านแม่ทัพจะน่ากลัวอยู่บ้าง แต่ท่านก็ไม่เคยทำร้ายสตรีสักครั้งเลยนะเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่าสาวใช้ตัวน้อยเริ่มเถียงแทนหยางเฟยหรงเช่นนั้น ไป๋ชิงก็ส่ายหน้าออกมาด้วยความเอือมระอา

 

              “ผิดแล้วเสี่ยวฟาง ผู้ชายคนนั้นจ้องแต่จะทำร้ายข้าทุกครั้งที่มีโอกาส”

 

              คิดแล้วก็ยิ่งคับแค้นใจ เพราะไม่ว่าจะถูกเขาไล่ต้อนกี่ครั้ง นางก็ไม่เคยจะต้านทานเขาได้ นี่เป็นครั้งแรกที่ไป๋ชิงนึกเสียดายที่ตนเกิดมาเป็นหญิง

 

              “คุณหนูถูกท่านแม่ทัพตีจริงๆ หรือเจ้าคะ!” เสี่ยวฟางทำตาโต ทั้งๆ ที่นางยังไม่อยากจะเชื่อว่าหยางเฟยหรงจะทำร้ายไป๋ชิงได้จริง

 

              “ถึงไม่ใช่ก็ใกล้เคียง...เอาเป็นว่าเขาเป็นคนอันตราย ไม่ควรเข้าใกล้” ไป๋ชิงรีบตัดบทเพราะไม่อยากอธิบายอะไรให้มันยืดยาว หากเด็กสาวก็ยังเหมือนจะไม่เข้าใจ

 

              “แต่ท่านเป็นน้องสาวบุญธรรมของท่านแม่ทัพนะเจ้าคะ อย่างไรก็ควรจะอ่อนน้อมกับท่านแม่ทัพเอาไว้”

 

              “ข้ามีพี่ชายเพียงหกคน และหยางเฟยหรงไม่ใช่พี่ชายของข้า” ไป๋ชิงสะบัดหน้าพรืด พลางเอ่ยออกมาอย่างคนดื้อรั้น

 

              “โธ่...คุณหนู ท่านกำลังทำให้ข้าลำบากใจนะเจ้าคะ” เสี่ยวฟางรู้สึกตามที่พูดออกมาจริงๆ เพราะนางไม่คุ้นชินกับความคิดและนิสัยใจคอของคุณหนูผู้นี้เอาเสียเลย

 

              “เสี่ยวฟาง...เจ้ายังเด็กนัก แผ่นดินนี้กว้างไกลเกินกว่าที่เจ้าเคยเห็น ถ้าเจ้าเติบโตขึ้นเมื่อไร เจ้าจะเข้าใจข้า” ไป๋ชิงพูดพลางเอื้อมมือไปกุมมือน้อยของเสี่ยวฟางเอาไว้ “ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำให้เจ้าเดือดร้อนอย่างแน่นอน”

 

              ได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวฟางก็รู้สึกโล่งใจ นางกุมมือของไป๋ชิงเอาไว้เช่นกัน

 

              “ข้าจะเชื่อใจท่านนะเจ้าคะ คุณหนู”

 

              ไป๋ชิงคลี่ยิ้มน้อยๆ เพราะนางสัมผัสได้ถึงความจริงใจของเด็กสาว ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้เสี่ยวฟางยิ่งไม่เข้าใจ

 

              “อดทนสักนิดนะเสี่ยวฟาง เมื่อถึงเวลาข้าจะไปจากที่นี่เอง”

 

 

 

              มื้อกลางวันของวันนั้น ไป๋ชิงถูกบังคับให้ไปร่วมโต๊ะด้วยเพราะมีแขกสำคัญมาที่จวน

 

              พระชายาหวังเยี่ยนซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาวแท้ๆ ของหยางเฟยหรงนึกครึ้มอกครึ้มใจอยากจะมาเยี่ยมเยียนน้องชาย หากเมื่อหยางเฟยหรงพบว่าตู้เจียวเหมย บุตรีของเสนาบดีฝ่ายซ้ายติดสอยห้อยตามมาด้วย ก็เข้าใจได้ในทันทีว่าพี่สาวกำลังคิดจะจับคู่ให้เขาอยู่เป็นแน่

 

              สิ่งมีชีวิตที่ชื่อว่าเป็นสตรี เหตุใดจึงชอบทำตัววุ่นวายทั้งยังน่ารำคาญเช่นนี้!

 

              “ถวายพระพรเพคะพระชายา” ไป๋ชิงกับเสี่ยวฟางย่อกายทำความเคารพสตรีตรงหน้า เพราะระหว่างเดินมาเสี่ยวฟางก็เล่าให้ฟังอย่างคร่าวๆ แล้วว่าพระชายาหวังเยี่ยนเป็นใคร

 

              “ทำตัวตามสบายเถิด” พระชายาหวังเยี่ยนเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม จากนั้นจึงหันไปพูดกับน้องชายว่า “นี่น่ะหรือคือคนที่เจ้ารับเป็นน้องสาวบุญธรรม หน้าตางดงามหมดจดไร้ที่ติจริงๆ”

 

              “พี่ชายของไป๋ชิงถูกสังหาร กระหม่อมจึงช่วยเหลือไว้โดยบังเอิญพะย่ะค่ะ” หยางเฟยหรงเล่าที่มาที่ไปของไป๋ชิงเท่าที่จำเป็น ซึ่งพระชายาหวังเยี่ยนก็พยักหน้ารับน้อยๆ

 

              “ช่างอาภัพนัก” นางพึมพำ “ในเมื่อน้องสามรับเจ้าเป็นน้องสาวแล้ว ก็เท่ากับว่าข้าเป็นพี่สาวของเจ้าด้วยเช่นกัน ถ้ามีอะไรที่ข้าพอจะช่วยเหลือเจ้าได้ก็บอกข้ามาตามตรงเถิดนะชิงเอ๋อร์”

 

              “เป็นพระกรุณาเพคะ” ไป๋ชิงค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม เพราะไม่คิดเลยว่าตนจะได้รับความเมตตาจากพี่สาวของหยางเฟยหรงถึงเพียงนี้

 

              “คุณหนูผู้นี้มีนามว่าตู้เจียวเหมย พวกเจ้าทั้งสองคนน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำความรู้จักสนิทสนมกันไว้ก็ดี” พระชายาหันไปแนะนำสาวงามในชุดผ้าไหมสีชมพูที่นั่งอยู่ข้างๆ หยางเฟยหรงให้ไป๋ชิงรู้จัก ซึ่งนอกจากรูปร่างหน้าตาของนางจะงดงามประดุจบุปผาแรกแย้มแล้วนั้น กริยาท่าทางก็นุ่มนวลอ่อนช้อยสมเป็นกุลสตรี

 

โดยเฉพาะท่าทีเอียงอายในยามเมื่อหยางเฟยหรงจ้องมองมา ทำให้ไป๋ชิงนึกรู้ได้ว่าแม่นางผู้นี้คงมีจิตผูกสมัครรักใคร่กับแม่ทัพหนุ่มเป็นแน่ แต่ไป๋ชิงกลับเดาใจไม่ออกว่าหยางเฟยหรงคิดอย่างไร เพราะใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แม้แต่น้อย

ไป๋ชิงหันไปส่งยิ้มให้ตู้เจียวเหมย ซึ่งนางเองก็กำลังแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตรอยู่เช่นกัน กริยามารยาทเรียบร้อยงดงามของทั้งพระชายาหวังเยี่ยนและคุณหนูตู้ ทำให้ไป๋ชิงเริ่มจะเข้าใจว่ากุลสตรีในแคว้นลู่ต้องปฏิบัติตัวเช่นไร

หากนางก็ไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใครทั้งนั้น

“ทานอาหารกันเถิด เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นชืดเสียหมด” หยางเฟยหรงรีบตัดบทเพราะเห็นว่าการสนทนาทำท่าจะยืดเยื้อ และที่สำคัญ เขาไม่อยากให้ไป๋ชิงอยู่ตรงนี้นานๆ เพราะเกรงว่านางจะสร้างเรื่องวุ่นวายต่อหน้าพี่สาวของเขาเอาเสียเปล่าๆ

 

หลังจากส่งพระชายาหวังเยี่ยนขึ้นเกี้ยวเพื่อกลับตำหนักหมินอ๋อง หยางเฟยหรงก็ต้องมาหนักใจกับภารกิจใหม่ที่พี่สาวฝากฝังให้ทำ

‘จงคุ้มครองดูแลเหมยเอ๋อร์กับชิงเอ๋อร์ให้ดี’ พระชายาหวังเยี่ยนสั่งเอาไว้เพียงเท่านั้น ก่อนที่นางจะขึ้นเกี้ยวประจำตัวกลับไป ทิ้งให้คนเป็นน้องต้องกลัดกลุ้มกับความเอาแต่ใจของพี่สาว

“คุณหนูเจ้าคะ ผ้าร้านนั้นงดงามมากเลยเจ้าค่ะ” เสี่ยวอิง สาวรับใช้ของตู้เจียวเหมยกระตุกชายเสื้อเจ้านายพร้อมกับชี้ชมไปยังร้านขายผ้าซึ่งอยู่ไม่ไกล

“งามอย่างที่เจ้าว่าจริงๆ” ตู้เจียวเหมยกล่าว จากนั้นจึงหันไปถามไป๋ชิงซึ่งกำลังเดินอยู่ข้างๆ กันว่า “คุณหนูไป๋ ท่านอยากเข้าไปชมผ้าด้วยกันหรือไม่”

“เอาสิคุณหนูตู้ ข้ากำลังอยากได้เสื้อผ้าใหม่อยู่พอดี” พอไป๋ชิงเห็นด้วยดังนั้น ตู้เจียวเหมยก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะคล้องแขนนางเข้าร้านนั้นไปอย่างสนิทสนม

สองคุณหนูกับสองสาวใช้พากันเลือกเฟ้นผ้าเพื่อตัดชุดกันอยู่นาน จนหยางเฟยหรงที่รออยู่หน้าร้านถึงกับอดรนทนไม่ไหว ต้องเข้าไปตามพวกนางถึงในร้าน

“พวกเจ้าอยู่ในร้านนี้มาสองเค่อแล้ว รู้ตัวหรือไม่” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงเล็กน้อย

“ขออภัยเจ้าค่ะท่านแม่ทัพ พอดีว่าพวกเราเลือกผ้าไปก็สนทนากันไปจนลืมดูเวลา” ตู้เจียวเหมยชิงขอโทษขอโพยเสียก่อน ซึ่งนั่นก็ทำให้หยางเฟยหรงรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาบ้าง

“ท่านเข้ามาก็ดี ช่วยดูทีว่าผ้าผืนนี้งดงามเหมาะกับคุณหนูตู้หรือไม่” ไป๋ชิงชี้ไปที่ผ้าไหมสีมรกต ซึ่งเพียงเท่านั้นก็ทำให้คุณหนูแห่งจวนเสนาบดีถึงกับอายม้วน ก่อนพูดจาด้วยท่าทีมีจริต

“ข้าเลือกเองดีกว่าคุณหนูไป๋ คงไม่ต้องรบกวนท่านแม่ทัพหรอก”

“จะผ้าผืนไหนก็ไม่ต่างกัน ในเมื่อคนสวมใส่คือคนเดิม” หยางเฟยหรงเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่เขาจะเดินออกไปนอกร้านนั้น “เลือกผ้าเสร็จเมื่อไรตามไปที่โรงเตี๊ยมซุ่นหรง ข้าจะไปจิบน้ำชารอพวกเจ้าที่นั่น”

“เย็นชา...ไร้หัวใจ” ไป๋ชิงพึมพำเบาๆ จนตู้เจียวเหมยต้องถามออกไปว่า

“ท่านว่าอย่างไรนะ คุณหนูไป๋”

“ไม่มีอะไรหรอกคุณหนูตู้ ข้าเพียงแค่สงสัยว่าสตรีงดงามเช่นท่านไปตกหลุมรักคนเย็นชาอย่างแม่ทัพหยางได้อย่างไร” คำพูดของไป๋ชิงทำเอาตู้เจียวเหมยหน้าแดงขึ้นมาเป็นริ้วๆ ถ้านางบิดเป็นเกลียวรอบตัวเองได้คงทำไปแล้ว

“ท่านรู้ได้อย่างไรคุณหนูไป๋ ท่าทีของข้ามันชัดเจนถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”

ไป๋ชิงคลี่ยิ้ม มองตู้เจียวเหมยซึ่งกำลังเขินอายอย่างหนักด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเอ็นดู

“ถึงข้าจะไม่เคยมีความรัก หากก็พอจะเข้าใจมันอยู่บ้าง พี่ชายของข้าเคยบอกไว้ว่าถ้าสตรีมีใจให้บุรุษใดย่อมแสดงท่าทีเขินอายต่อหน้าบุรุษผู้นั้น”

“พี่ชายของท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้วล่ะ น่าอับอายเสียจริง” สองแก้มของตู้เจียวเหมยแดงปลั่งยามเมื่อเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้น “แต่ข้าไม่เคยรู้เลยสักครั้งว่าท่านแม่ทัพคิดอย่างไรกับข้า”

ไป๋ชิงอมยิ้ม เอื้อมมือไปกุมมือเล็กของตู้เจียวเหมยเอาไว้

“เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเถิด ข้าจะไปสืบให้ว่าแม่ทัพหยางคิดอย่างไรกับท่าน”

ได้ยินไป๋ชิงว่าดังนั้น ตู้เจียวเหมยก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะละล่ำละลักพูดกับนางด้วยความดีใจ

“รบกวนท่านแล้วคุณหนูไป๋ ท่านเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ”

 

หยางเฟยหรงนั่งจิบชาอยู่ในโรงเตี๊ยมซุ่นหรงเป็นเวลาเกือบสองเค่อแล้ว แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าสี่สาวจะตามมาสมทบสักที เขาจึงตัดสินใจออกจากโรงเตี๊ยม แล้วย้อนกลับไปดูที่ร้านขายผ้าอีกครั้ง

‘แม่นางน้อยทั้งสองพากันออกจากที่นี่ไปได้ประมาณหนึ่งเค่อแล้วเจ้าค่ะ’

คำบอกเล่าของเถ้าแก่เนี้ยร้านขายผ้าทำให้จิตใจของหยางเฟยหรงเริ่มร้อนรุ่ม เพราะเขาเกรงว่าไป๋ชิงจะชักนำให้ตู้เจียวเหมยก่อเรื่องวุ่นวายกับนางไปด้วย

แม่ทัพหนุ่มเดินเข้าเดินออกร้านที่คิดว่าหญิงสาวน่าจะไปอยู่สามสี่ร้าน แต่ก็ไม่เห็นพวกนางแม้แต่เงา

ไป๋ชิง...เจอตัวเมื่อไรข้าจะสั่งสอนเจ้า!

หยางเฟยหรงทำได้เพียงขู่คำรามอยู่ในใจ เพราะตลาดกลางเมืองจิ่นหยางแสนจะกว้างใหญ่ การจะตามหาพวกนางโดยไร้เบาะแสจึงเปรียบเสมือนการงมเข็มในมหาสมุทร

“ท่านแม่ทัพ! ช่วยด้วยเจ้าค่ะ” สวรรค์มีตา เพราะอยู่ๆ เบื้องบนก็ส่งเสี่ยวอิง สาวใช้ของตู้เจียวเหมยพร้อมด้วยเสี่ยวฟางให้วิ่งเข้ามาหาในเวลานี้

“เกิดอะไรขึ้นเสี่ยวอิง...เสี่ยวฟาง แล้วแม่นางตู้กับไป๋ชิงล่ะ” หยางเฟยหรงถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงร้อนรน เพราะสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นแน่ๆ

เสี่ยวฟางเริ่มร้องไห้ จากนั้นจึงเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้หยางเฟยหรงถึงกับต้องขบกรามเอาไว้แน่น

“คุณหนูทั้งสองถูกโจรลักพาตัวไปเจ้าค่ะ!”

ท่านแม่ทัพจะไปช่วยไป๋ชิงได้ทันเวลาหรือไม่ ต้องรอลุ้นกันในตอนต่อไปนะคะ 

++ รักคนอ่าน ++ 

นับดาว 

ความคิดเห็น