email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนและการติดตามอ่านค่ะ ^^

( 1 ) เด็กในกรอบ[แว่น]

ชื่อตอน : ( 1 ) เด็กในกรอบ[แว่น]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 126k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2562 12:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
( 1 ) เด็กในกรอบ[แว่น]
แบบอักษร

 

เด็กสาวร่างเล็กสวมใส่แว่นสายตาสีดำหนาเตอะกำลังขะมักเขม้นจ้องมองตัวหนังสือตรงหน้าและพยายามเข้าใจเนื้อหาในบทเรียนข้างในนั้น... จนเธอรู้สึกอ่อนล้า ขยับสองมือเล็กยกขึ้นมาจับแว่นสายตาถอดออก... เผยให้เห็นใบหน้าแสนหวานซุกซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นตาที่มองอย่างไรก็ไม่เข้ากับใบหน้าของเธอเลยสักนิด 

" อ๊ะ! สายแล้ว ยังไม่ได้อาบน้ำเลย " เสียงหวานอุทานเบาๆ เมื่อสายตาของเธอเหลือบมองนาฬิกาบนโต๊ะเขียนหนังสือซึ่งเกือบเลยเวลานัดของมารดา 

เด็กสาวรีบร้อนขยับกายลุกขึ้นเพื่อเดินไปอาบน้ำ... สองมือเล็กปลดเปลื้องชุดที่สวมใส่เผยให้เห็นร่างอ้อนแอ้นขาวละมุนดั่งปุยเมฆ ถึงเธอจะรูปร่างเล็กด้วยความสูงหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร แต่สัดส่วนเธอไม่ได้เล็กตามส่วนสูง... 

แขนเรียวเล็กกลมกลึง ทรวงอกอวบอิ่ม หน้าท้องแบนราบประดับด้วยสะดือกลมสวย ช่วงเอวคอดกิ่วรับกับลอนสะโพกผายโค้งมน อีกทั้งยังเรียวขาขาวเนียนคู่งาม ทุกสัดส่วนเหมาะเจาะหลอมรวมเป็นตัวเธอ 

. 

. 

/ Saipan Talk / 

ฉันชื่อ ' สายป่าน ' ในสายตาของคนรอบข้างฉันเป็นเด็กดีเรียบร้อยตั้งใจเรียนและเชื่อฟังผู้ใหญ่ ผลการเรียนของฉันเป็นสิ่งที่คุณแม่คอยตรวจสอบอยู่เสมอ...เพราะคุณแม่อยากให้ฉันเด่นในทุกด้าน 

สำหรับเรื่องการเรียน... ท่านจะเข้มงวดกับฉันมากเป็นพิเศษ  ฉันต้องใช้ดวงตาคู่น้อยของฉันอ่านหนังสือที่คุณแม่คอยหามาให้และต้องทบทวนตำราเรียนอยู่เป็นประจำ จึงเป็นเหตุทำให้ฉันสายตาสั้นมาตั้งแต่เล็ก 

ฉันมักโดนล้อเลียนอยู่เสมอตั้งแต่เด็กว่าเป็น ' ยัยแว่นหนา ' หรือไม่ก็เรียก ' ยัยเด็กเนิร์ด ' 

ชีวิตของฉันอยู่ในกรอบที่คุณแม่เป็นคนสร้างขึ้นมา... ซึ่งฉันไม่ได้อึดอัดเท่าไร ถ้าคุณแม่มีความสุขฉันยินดีทำด้วยความเต็มใจ และนิสัยส่วนตัวของฉัน... ถ้าหากสนใจสิ่งไหน ฉันจะตั้งใจมากเป็นพิเศษและต้องค้นคว้าหาคำตอบจนหายข้องใจให้ได้ 

 

" น้องป่าน จะไปหรือยังลูก คุณแม่จะขับรถไปส่ง " เสียงคุณแม่เร่งให้ฉันออกไปเรียนพิเศษ.. ปีนี้ฉันต้องเรียนหนักเพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย 

" เสร็จแล้วค่ะคุณแม่ " 

" สัปดาห์หน้าสอบ กสพท. อ่านหนังสือให้เยอะหน่อยนะคะ " คุณแม่ตื่นเต้นกับการสอบครั้งนี้มากกว่าตัวฉันที่เป็นคนสอบเสียอีก... คุณแม่อยากให้ฉันเรียนแพทย์ แต่ลึกๆ แล้วฉันไม่ได้ชอบทางนี้เท่าไร.... ฉันกลัวเลือด กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น กลัวการอยู่ที่แคบๆ 

และที่สำคัญฉันอยากเรียนคณะบัญชีมากกว่า แต่ฉันต้องยอมลงสนามสอบนี้เพื่อตามใจคุณแม่อยู่ดี 

" หนูจะตั้งใจค่ะ " ฉันได้แต่รับคำอย่างว่าง่าย... ทว่าในการสอบครั้งนี้ฉันคงจะเล่นตุกติกในการสอบเล็กน้อย เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากคณะที่คุณแม่อยากให้ฉันเข้าเรียน 

. 

. 

@สถาบันกวดวิชา 

" เลิกเรียนแล้วคุณแม่จะมารับค่ะ " 

" ขอบคุณนะคะ " รถยนต์ของคุณแม่จอดหน้าสถาบันกวดวิชา ฉันขยับเข้าหาใบหน้าแสนสวยและใช้ปลายจมูกกดลงหนักๆ บนแก้มหอมของคุณแม่เพื่อบอกลาเธอ... แล้วรีบร้อนลงจากรถเพราะบริเวณนี้จอดนานไม่ได้ ก่อนจะโบกมือลายิ้มส่งจนรถยนต์คันที่ฉันนั่งมาเคลื่อนตัวออกไป   

ฉันก้าวเดินไปตามขั้นบันไดเพื่อไปยังชั้นสามของอาคารแห่งนี้ ซึ่งเป็นห้องเรียนพิเศษ...  วันนี้คุณแม่มาส่งฉันไวกว่าปกติ.... เมื่อมองเวลาบนข้อมือ ฉันต้องถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ เพราะยังเหลือเวลาอีกเกือบหนึ่งชั่วโมง... ช่วงเวลาว่างก่อนจะเริ่มเรียน ตัวฉันคงต้องนั่งเหงาอยู่คนเดียวอีกแล้ว 

 

' อ๊าา~ เบาสิติณห์ มันเจ็บนะ ' มือของฉันชะงักค้างไม่กล้าเปิดประตูบานนั้นเข้าไป เพราะมีเสียงของผู้หญิงเล็ดลอดลอยออกมาจากในห้องเรียน 

' อย่าเสียงดัง ' อีกเสียงหนึ่งเป็นของผู้ชาย... เสียงทุ้มต่ำของเขาดูกระเส่าชอบกล 

ฉันเขย่งปลายเท้าเล็กน้อยเพื่อมองผ่านช่องกระจกบนบานประตู ปรากฏเป็นภาพ  ' ทราย ' เพื่อนสนิทของฉัน พวกเราเรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน  เธอกำลังนั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่งของ ' ติณห์ ' ซึ่งเขาเรียนอยู่โรงเรียนชายล้วนและเป็นลูกชายคนเดียวของผู้ก่อตั้งสถาบันกวดวิชาแห่งนี้ 

เขาปิดเสียงหวานจากทรายเพื่อนสนิทของฉัน ด้วยการบดริมฝีปากหนาลงบนกลีบปากสีชมพู... ฉันพอจะทราบว่าการกระทำแบบนี้คือการจูบกันแน่นอน... ถึงวันๆ ฉันจะสนใจแต่หนังสือและตำราเรียนแต่เรื่องแบบนี้ฉันก็พอจะทราบบ้างจากละคร 

สองมือหนาของติณห์ ล้วงเข้าไปในเสื้อยืดตัวสั้นเอวลอยพร้อมทั้งเคล้าคลึงบีบขยำทรวงอกคู่โตเกินวัยของเธออย่างสนุกมือ... ฉันได้แต่แหวกคอเสื้อแล้วก้มมองดูของตัวเองและรู้สึกอิจฉาเพื่อนสนิทเล็กน้อย... ฉันเองก็พอจะมีบ้างแต่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเท่าเธอ 

รูปร่างของทรายออกจะสูงโปร่งราวกับนางแบบตามปกนิตยสาร สัดส่วนของเธอเด่นชัดมาตั้งแต่ช่วงเข้าวัยรุ่น  ส่วนเว้าส่วนโค้งสะท้านใจชาย สะโพกผายกลมกลึงสวมใส่ชุดไหนก็ดูสวยสะดุดตาและที่สำคัญหน้าอกเธอใหญ่มาก! 

. 

. 

" วันนี้มาไวจังป่าน " เสียงของเพื่อนผู้หญิงที่มาเรียนพิเศษเอ่ยทักฉันขึ้นมาจากทางเดินตรงหน้าบันได.... ฉันรีบปล่อยหนังสือในมือให้หล่นลงจนเกิดเสียงดังลั่น  หลังจากก้มลงเก็บหนังสือแล้วแอบมองผ่านช่องกระจกจึงเห็นว่าสองคนในห้องเรียนแยกออกจากกันแล้ว 

" ฮืม... คุณแม่จะไปธุระน่ะ ป่านเลยมาก่อน " ฉันส่งยิ้มให้เพื่อนนักเรียนตรงหน้าพร้อมกับตอบคำถามของเธอไปด้วย 

" แล้วมายืนทำอะไรตรงนี้ ไม่เข้าห้องเหรอ? " 

" ป่านเพิ่งมาถึงเมื่อกี้พอดีจ้ะ " 

มือเล็กของพิ้งค์เปิดประตูบานนั้นเดินนำเข้าไปก่อน.. ส่วนตัวฉันเดินตามหลังเธอมาติดๆ ฉันรู้สึกเขินอายแทนสองคนนั้น ทำไมพวกเขาถึงกล้าทำอะไรกันแบบนี้ในห้องเรียนได้และไม่คิดกันบ้างหรือไง... ว่าอาจจะมีใครเดินผ่านมาเห็น 

เมื่อฉันและพิ้งค์เดินเข้ามาในห้องเรียน ทรายและติณห์ ไม่ได้แสดงท่าทางผิดปกติอะไรเลยสักนิด นั่งห่างกันเหมือนไม่ได้รู้จักกันทั้งที่เมื่อสักครู่บดเบียดกันแทบจะเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้ว 

" ดีจ้า ทราย / ติณห์ " เสียงหวานของพิ้งค์ทักทายทั้งสองคน 

" ฮืม " 

" ดีค่ะ " ทราย ทักทายพิ้งค์เพียงสั้นๆ จากนั้นเธอเดินมาเกาะเกี่ยวแขนของฉันเพื่อพาไปนั่งที่ประจำ 

" ขอบคุณนะ ป่าน " เสียงเธอกระซิบใกล้ให้พอได้ยินกันแค่สองคน 

" เรื่องอะไร? " ฉันถามออกไปอย่างงงๆ 

" เมื่อกี้ติณห์บอกว่าเห็นป่านยืนอยู่หน้าห้อง ถ้าไม่ได้ป่าน พิ้งค์คงเห็นทรายกับติณห์แน่นอน " 

" แล้วป่านเห็นไม่เป็นอะไรหรือไงคะ? " 

" ป่านเป็นเพื่อนซี้เรานี่ เห็นแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก เราแค่จูบกันเท่านั้น " ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อขึ้นมา จนฉันนึกสงสัยว่าการจูบกันมันทำให้รู้สึกดีมากมายขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร 

" หน้าแดงเชียวนะ มันดีขนาดนั้นเลยหรือไงคะ คุณทราย! " 

" มันเป็นจูบแรกของทรายนี่น่า " เสียงเธอเอ่ยออกมาอย่างเขินอาย 

" ทรายชอบติณห์? " 

" ฮืม... ชอบมาก " 

" แต่พวกเราเพิ่งรู้จักกับติณห์เองนะ " ฉันกับทรายเลือกมาเรียนพิเศษที่สถาบันแห่งนี้พร้อมกัน และคำนวณจากเวลาแล้ว... ทรายกับติณห์ รู้จักกันได้ไม่ถึงเดือนเท่านั้น 

" ป่าน จะดุเราอีกแล้วใช่ไหม " น้ำเสียงเง้างอนของเธอพร้อมกับสีหน้าออดอ้อน ราวกับฉันเป็นผู้ใหญ่ใจร้ายกำลังดุเธอ 

" สงสัยเราติดจากคุณแม่น่ะ ท่านคอยเตือนเราเสมอ " 

" รักในวัยเรียนมันไม่ยืดยาว วันนี้อาจจะชอบอาจจะรัก แต่เมื่อเราโตขึ้นไป คนในวันนี้อาจจะไม่ใช่คนที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกันก็ได้นะ " ฉันเอ่ยประโยคที่คุณแม่สอนจนฉันขึ้นใจ และยังมีต่ออีกคือ 

' อย่าชิงสุกก่อนห่าม ถ้าผู้ชายได้จากเราไปง่ายๆ เขาจะไม่เห็นค่าเรา ' ซึ่งฉันเก็บงำและไม่ได้พูดออกไปให้ทรายได้ฟัง 

 

" ป่านยังไม่มีคนที่รักนี่ ป่านก็พูดได้ ถ้าลองป่านเจอคนที่ชอบ ป่านจะไม่พูดแบบนี้กับเราแน่ " ทรายยังคงโต้เถียงกับฉันอยู่ ฉันได้แต่นั่งฟังเธอต่อไป 

" ชาตินี้ป่านจะมีแฟนหรือเปล่ายังไม่รู้เลย " เพราะเวลาไปไหนกันสองคน สายตาส่วนใหญ่ล้วนอยู่ที่ ทราย เพื่อนของฉันเพียงคนเดียว เธอสวยและโดดเด่นจนฉันเองยังชอบแอบมองเธอเช่นกัน 

" เราว่าป่านเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์ดีกว่าไหม " 

" ไม่เอา ป่านกลัว แค่นึกถึงตอนจะใส่ป่านก็กลัวแล้ว " ภาพตอนปลายนิ้วกำลังเข้ามาใกล้ดวงตา ทำอย่างไรฉันก็หัดใส่ไม่ได้สักที ฉันยอมเป็นยัยแว่นหนาดีกว่าทุกข์ทรมานกับขั้นตอนการใส่คอนแทคเลนส์ 

" ขี้กลัวแบบนี้ จะเป็นคุณหมอได้ไงคะ... คุณสายป่าน " 

" ถ้าไม่ใส่คอนแทคเลนส์ เราว่าป่านเปลี่ยนกรอบแว่นเถอะ แว่นนี้ป้ามากเลยนะ ฮา ฮ่า " เธอยังคงล้อฉันอยู่เหมือนเดิม แต่ฉันไม่ได้นึกโกรธอะไรเลยแม้แต่น้อย เพราะทราบดีว่าเธอชอบแกล้งแหย่ฉันเล่นแบบนี้เสมอและเธอเป็นเพื่อนที่ฉันสนิทด้วยมากที่สุด 

" ป่านใส่แบบนี้มาตั้งแต่เด็ก มันชินแล้วด้วย " 

" เราว่าใส่กรอบเล็กป่านจะดูสวยขึ้นนะ หรือไม่ใส่เลยจะสวยมากจนเป็นคนละคน เหมือนซูเปอร์แมนไง เวลาถอดแว่นแล้วไม่มีใครจำได้ " 

" แหม... เวอร์เกินไปแล้วย่ะ " ฉันขำคนช่างจินตนาการแบบเธอเสียจริง 

" วันนี้ป่านไปกับเราได้ไหม ติณห์ชวนเราไปดูหนัง " 

" คุณแม่ป่าน มารับน่ะสิ " 

" ว้า... เสียดายจัง ติณห์จะเลี้ยงไอศกรีมพวกเราด้วยนะ " เสียงหวานของเธอทำอย่างกับฉันพลาดเรื่องสำคัญในชีวิตเสียอย่างนั้น 

" ไม่ต้องเอาของกินมาล่อเลย เราอยากไปกับทรายนะ แต่เราเกรงใจคุณแม่ " 

" ฮืม... เราเข้าใจ ไว้วันอื่นแล้วกัน ป่านห้ามปฏิเสธเราอีกนะ " เราสองคนสนิทกันมาก เพราะแบบนี้เธอถึงไม่เซ้าซี้ฉัน เธอทราบดีว่าคุณแม่ของฉันไม่ค่อยปล่อยให้ฉันไปไหนคนเดียวเท่าไร ถ้าจะไปไหนทีต้องมีคุณแม่คอยตามไปด้วยเสมอ... 

" อาจารย์มาแล้วครับ " เสียงทุ้มของติณห์เอ่ยออกมา พร้อมกับนั่งลงด้านข้างของทราย พวกเราถึงได้หยุดการสนทนานั้นเสีย 

 

ฉันกลับมาตั้งใจเรียนในสิ่งที่อาจารย์กำลังสอน จนชั่วโมงเรียนหมดลง... 

' คุณแม่ยังทำธุระไม่เสร็จเลย น้องป่านกลับบ้านเองได้ไหมคะ หรือจะรอคุณแม่ที่สถาบันกวดวิชา ' ฉันเปิดข้อความของคุณแม่ขึ้นอ่าน 

' หนูกลับได้ค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วง ' 

' ถึงบ้านโทรบอกคุณแม่ด้วยนะคะ ' คุณแม่พิมพ์ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว.. ถึงคุณแม่จะมารับฉันไม่ได้ แต่ฉันต้องรายงานเสมอว่าตัวเองอยู่ไหน... ถึงบ้านแล้วหรือยัง 

' ป่านขออนุญาตไปทานไอศกรีมกับทรายก่อนกลับนะคะ แล้วจะให้ทรายไปส่งที่บ้านค่ะ ' ฉันลองขออนุญาตดู เผื่อว่าคุณแม่จะยอมให้ไป เพราะปกติเวลาฉันไปไหนกับทราย จะมีคนขับรถคอยพาพวกเราไปไหนมาไหนตลอด คุณแม่เลยอุ่นใจที่พวกเราไม่ได้ไปไหนกันเพียงแค่สองคน 

' ได้จ้ะ ' และในที่สุดคุณแม่ยอมตกลง 

 

" ทราย... วันนี้ต้องเลี้ยงไอศกรีมเราแล้วนะ คุณแม่อนุญาตแล้ว " ฉันหันไปบอกทรายทันทีด้วยความดีใจ เพราะเราไม่ค่อยได้เที่ยวกันเท่าไร เนื่องจากต้องคร่ำเคร่งอ่านหนังสือสอบกัน 

" เย้! งั้นเรารีบไปดีกว่า ติณห์ออกไปรอแล้ว " มือเล็กของเธอรีบเข้ามาจับข้อมือของฉันลากออกนอกห้องทันที 

. 

. 

@ร้านไอศกรีม 

บรรยากาศร้านดูคึกคักวัยรุ่นส่วนใหญ่ชอบมานัดพบกันที่นี่ ส่วนฉันชอบมาเพราะไอศกรีมร้านนี้อร่อยถูกปากฉันที่สุดแล้ว บนกลางโต๊ะมีแจกันอันเล็กวางตั้งอยู่ถ้ามาพร้อมคนรักคงดูหวานแหววน่าดู  

ทว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่เราสามคน แต่กลับมีใครอีกคนเพิ่มมาอีกหนึ่ง  ' จอมทัพ ' เพื่อนสนิทของติณห์มานั่งทานไอศกรีมกับเราด้วย... เขาดูเป็นเด็กเนิร์ดไม่ต่างจากฉันเท่าไร ด้วยขนาดแว่นที่เขาสวมใส่ 

' จอมทัพเป็นไงบ้างสายป่าน เราว่าเขาหล่อดีนะ... ถึงจะดูเนิร์ดไปหน่อย เหมาะกับป่านดี ' เสียงหวานของทรายเอ่ยถามฉันอย่างกระซิบกระซาบและพูดถึงผู้ชายตรงหน้าในระยะเผาขน 

' ไม่! เราไม่สน ' ฉันตอบออกไปตรงๆ และพิจารณาผู้ชายตรงหน้าผ่านกรอบแว่นสายตาหนาเตอะของฉัน... เขาดูเด็กเกินไปสำหรับฉัน ถึงแม้รูปร่างของเขาสูงใหญ่เท่ากับติณห์ และใบหน้าดูดีหล่ออย่างที่ทรายเอ่ยชม แต่ฉันไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรมากไปกว่าแค่คนรู้จักเท่านั้น 

" เราขอตัวสักครู่นะ " ฉันเอ่ยออกไปให้พวกเขาได้ยินกัน และเดินออกมา โดยมีทรายเดินตามฉันมาด้วยอีกคน 

" อนาคตคุณหมอเลยนะ เรียนเก่งมาก ติดคณะแพทย์ชัวร์! " เสียงหวานของทรายยังคงเชียร์ผู้ชายคนนั้นอยู่ 

" ที่ชวนเรามาเพราะแบบนี้ใช่ไหม งั้นเรากลับนะ " 

" อย่างอนสิป่าน... ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร แต่จอมทัพเขาแอบชอบป่านอยู่นะ " 

" เราแค่อยากแนะนำให้รู้จัก พื้นฐานครอบครัวเขาใช้ได้เลยนะ ครอบครัวคุณหมอด้วย " ทรายยังคงบรรยายสรรพคุณของผู้ชายคนนั้นต่อ พร้อมกับเดินตามฉันมาเข้าห้องน้ำ 

" ไม่ก็คือไม่! ทรายน่าจะรู้จักนิสัยป่านดีนะ " 

" ว้า... ทรายหามาให้แบบนี้แล้วก็ยังไม่ถูกใจ... อยากรู้จังป่านชอบผู้ชายแบบไหน " 

" โอ๊ย! " ฉันร้องออกไปเสียงหลงเพราะเดินชนแผงอกแข็งแกร่งของใครสักคนจนตัวเองล้มลงไปกระแทกอยู่กับพื้น ฉันมัวแต่หันไปคุยกับเพื่อนสนิท... จนไม่ทันสังเกตว่ากำลังมีคนเดินออกจากช่องทางเดินแคบๆ นั้น 

" เดินไม่ดูเลยนะยะ " เสียงเกรี้ยวกราดของผู้หญิงคนนั้นยืนต่อว่าค้ำศีรษะของฉันอยู่ 

" เจ็บไหมหนู " ฝ่ามือใหญ่ของผู้ชายยื่นส่งมาให้ฉันเกาะเพื่อลุกขึ้นยืน แต่ฉันไม่ได้จับลงไป... พร้อมกับพยุงตัวเองลุกขึ้น... ล้มเองลุกเองนักเลงพอ! 

" ไม่เป็นไรค่ะ... หนูขอโทษที่เดินไม่ดูทางเลยทำให้ชนคุณอา " ฉันขยับแว่นสายตาขึ้นเพราะเมื่อสักครู่ที่ชนกันแว่นฉันเกือบหลุดลงไป ดีว่าหล่นมาอยู่แค่ปลายจมูก.... 

 

จนฉันได้เห็นผู้ชายตรงหน้าชัดขึ้น ราวกับโลกทั้งใบมีเพียงฉันกับผู้ชายคนนั้นอยู่กันแค่สองคน... ข้างในอกข้างซ้ายของฉันเต้นราวกับกำลังตีกลองรบ อีกทั้งรอยยิ้มมากเสน่ห์บนริมฝีปากหนาเหมือนกำลังกระชากหัวใจของฉันให้ออกจากตัว 

กลิ่นกายหอมเย็นกับกลิ่นบุหรี่อ่อนจางเข้ามากระทบปลายจมูกของฉัน... ตอกย้ำว่าผู้ชายตรงหน้านั้นมีตัวตนจริงๆ เขาช่างเป็นผู้ใหญ่ที่อบอุ่นดูดีและมีเสน่ห์มาก... มากเสียจนฉันคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป  หากไม่ได้ยินเสียงเล็กแหลมของผู้หญิงคนที่ยืนด้านข้างปลุกฉันให้ตื่นจากภวังค์นั้น... ฉันเหลือบมองใบหน้าสวยเฉี่ยวของเธอแวบหนึ่ง... เธอคงเป็นแฟนของเขาแน่นอน เพราะแสดงอาการออกนอกหน้าเสียขนาดนั้น 

 

" ไปกันเถอะค่ะ ภีม " เสียงของเธอเร่งเร้าพร้อมทั้งเขย่าแขนผู้ชายคนนั้นอย่างออดอ้อน ฉันมองดูสองร่างนั้นเดินจูงมือกันไป 

" สายป่าน... ไอศกรีมบนโต๊ะละลายหมดแล้วมั้ง จะมองสองคนนั้นอีกนานไหม? " ทรายเดินมายืนบังภาพตรงหน้า เมื่อฉันขยับตัวไปอีกทางกลับไม่เห็นทั้งสองคนนั้นแล้ว 

" ชอบเขาหรือไง มองไม่วางตาเลยนะ " 

" ฮืม.. ชอบ " 

" สายป่าน!! " เสียงหวานของทรายเรียกชื่อของฉันออกมาเสียงดังอย่างดุๆ 

" จะเสียงดังทำไมคะ... ป่านแค่ชอบผู้ชายลักษณะแบบนี้ ไม่ได้หมายความว่าชอบเขาเสียหน่อย " 

" เขาดูดีนะ... แต่ทรายว่าแก่ไปหน่อย รุ่นพ่อพวกเราเลย " ทรายยังคงวิจารณ์หนุ่มใหญ่คนนั้น ผิดกับตอนเอ่ยเชียร์จอมทัพ 

" แค่มองเองและที่สำคัญผู้ชายแบบนี้จะอยู่รอป่านหรือไง พวกเขาคงมีครอบครัวกันหมดแล้ว คนเมื่อกี้ยังมีแฟนมาด้วยเลยเห็นไหม " ฉันยอมรับว่ารู้สึกชอบเขาขึ้นมาทันที เหมือนเวลาเราเห็นของแล้วอยากได้อยากครอบครอง.... แต่มีตังค์ไม่ถึง เราจึงต้องตัดใจ 

มันก็แค่อารมณ์อ่อนไหวจากการเห็นสิ่งที่ถูกใจมากเท่านั้นเอง...... 

/ Saipan End / 

ความคิดเห็น