ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ❣ 02

คำค้น : ป๋อขอคืน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ส.ค. 2562 15:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
❣ 02
แบบอักษร

-02- 

I’m in awe, never been here before 

 

 

“สวัสดีครับพี่หยก” จิงเดินลากกระเป๋าเข้ามาในออฟฟิศก่อนจะหยุดแล้วยกมือไหว้หัวหน้าในวันนี้ หญิงสาวรับไหว้ด้วยรอยยิ้มจิงจึงเดินมานั่งตรงข้ามรอเพื่อนร่วมงานอีกสองคนมาถึงก่อนจะเริ่มบรีฟงานในวันนี้

“แค่นี้แหละทุกคนแยกย้ายได้เจอกันที่เกท 52 นะ” หัวหน้าสาวกล่าวก่อนจะลุกเดินลากกระเป๋าออกไปพร้อมกับลูกเรือร่วมไฟล์ทที่สนิทกัน เหลือจิงกับเพื่อนร่วมรุ่นอีกหนึ่งคนในห้องหญิงสาวหันมายิ้มกว้างก่อนจะเขย่ามือเขาด้วยความดีใจ

“ดีใจอ่ะได้บินกับพี่จิง กว่าจะได้วนมาเจอกันตั้งแต่เทรนแบชเราเสร็จก็เพิ่งมาเจอกันใช่มั้ยพี่” จิงยิ้มพยักหน้ารับ ด้วยความที่ลูกเรือในบริษัทเยอะโอกาสที่จะได้บินกับเพื่อนร่วมรุ่นจึงมีน้อยพอได้เจอกันก็จะมีความสุขอย่างนี้แหละ

“ซินไปซื้อข้าวไหมพี่ว่าจะแวะแคนทีนก่อน” หญิงสาวพยักหน้ารับทั้งสองจึงลากกระเป๋าเดินไปยังแคนทีนของบริษัทกัน

“เออพี่จิงหนูได้ยินพี่หยกกรี๊ดกับพี่ตาวว่าเราได้บินกับF/Oสุดหล่อที่มาใหม่ด้วยล่ะพี่” จิงหัวเราะ พวกนักบินที่มาใหม่นี่คงหน้าตาดีกันหลายคนสินะถึงเป็นที่กล่าวขวัญกันมากขนาดนี้

“นี่หล่อกันกี่คนเนี่ย เมื่อวานเจอแจนมันก็มากรี๊ดให้พี่ฟังสงสัยรุ่นนี้มีแต่ตัวท๊อป” ซินได้ฟังก็ส่ายหน้าหวือแล้วมองหน้าจิงประหนึ่งว่าเขานั้นช่างไม่รู้อะไรเสียบ้างเลย

“พี่จิงเอ้าท์มากนะ F/Oสุดหล่อมีแค่คนเดียวค่ะที่เขาพูดกันคือคนๆ เดียวพี่ วันก่อนหนูมาส่งแฟนแล้วเดินสวนหล่อม๊ากหล่อแบบโอ๊ยแฟนหนูหึงเลยอ่ะพี่” หญิงสาวเล่าไปขำไปเพราะวันนั้นเธอมองนักบินคนใหม่จนเหลียวหลังแฟนเธอจึงงอนเสียเวลาง้ออยู่นานเลยทีเดียว

“สมน้ำหน้า หึหึ” จิงบอกก่อนจะแสกนนิ้วเข้าแคนทีน เช้าๆ แบบนี้ร้านอาหารเปิดอยู่แค่สองร้านแล้วมีทางเลือกอยู่ไม่มากเขาจึงเดินไปดูข้าวกล่องที่ตั้งเรียงรายซ้อนทับกันอยู่ก่อนจะหยิบข้าวคลุกกระเพราหมูสับไข่ดาวส่งให้เจ้าของร้านคิดเงิน

“มีในบัตร 50บาทครับ”

“35 บาทค่ะแตะได้เลย” ร่างสูงโปร่งแตะบัตรพนักงานกับที่แสกนก่อนจะรับถุงข้าวมาแล้วเดินไปหาซินที่สั่งก๋วยเตี๋ยวอยู่อีกร้าน

“เอาน้ำอะไรไหมเดี๋ยวพี่ไปซื้อให้” หญิงสาวส่ายหน้า

“ซื้อมาเรียบร้อยค่ะ” จิงเดินไปซื้อน้ำเปล่าก่อนจะมานั่งที่โต๊ะย้ายข้าวใส่กล่องที่ตัวเองเตรียมมาจากบ้านไปพลางๆ รอซิน ไม่นานหญิงสาวก็เดินมาพยักหน้าเขาจึงลุกขึ้นแล้วเดินไปยังอาคารผู้โดยสารพร้อมกัน

“เดี๋ยวพี่ขอซื้อกาแฟแปบนะ” จิงบอกซินก่อนจะฝากกระเป๋าไว้แล้วเดินเข้าไปสั่งกาแฟร้านดัง เมื่อได้กาแฟมาเรียบร้อยก็เดินออกมาเห็นน้องทำหน้าเคลิ้มเหมือนโดนอะไรสักอย่างจึงเดินเข้าไปถาม

“เป็นอะไรของเธอเนี่ย” พอซินเห็นว่าจิงกลับมาแล้วเธอก็รีบเขย่าแขนเขาแล้วบอก

“เมื่อกี้กัปตันกับเอฟโอเดินผ่านพี่จิง ฮือหล่อมากหล่อจริงจังเอฟโอคนนี้ ฮือออออ”

“พอๆ ค่อยไปกรี๊ดต่อบนเครื่องไปแต่เราอยู่ข้างหลังน่าจะยากหน่อยนะ” จิงบอกกลั้วหัวเราะ เขามองน้องร่วมรุ่นอย่างสงสารเพราะไม่ได้ใกล้ชิดนักบินหนุ่มในดวงใจตบไหล่ให้กำลังใจเธอเบาๆ แล้วพากันลากกระเป๋าไปยังเกท

“นี่ไงระหว่างนี้ก็ไปชวนเขาคุยสิ” จิงเสนอทางเลือกให้เธอฟังแต่ซินก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

“โห่พี่จิงอ่ะหนูมีแฟนแล้วพี่ หนูแค่ปลื้มเฉยๆ ไม่ได้อยากได้ซะหน่อยพี่ก็” เขาหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อเท่าไหร่

“อ้อเหรอ”

“ไม่พูดกับพี่แล้ว” ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินงอนนำหน้าไป ร่างสูงโปร่งหัวเราะแล้วเดินตามเห็นนักบินสองคนจากระยะไกลในใจก็คิดว่าหนึ่งในนั้นคงเป็นนักบินผู้ช่วยที่เขากรี๊ดกร๊าดกันอยู่ตอนนี้ แต่ว่า...มองจากข้างหลังแล้วรู้สึกคุ้นอย่างไรก็ไม่รู้สิ

ระหว่างเดินไปเกทนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบข้อความที่ค้างอยู่ทั้งหลายเหลือบดูทางเป็นระยะก่อนจะเลี้ยวเข้าไปทางเกทยกมือไหว้พนักงานภาคพื้นเอ่ยทักทายเล็กน้อยเพราะรู้จักกันแล้วก็เข้าไปสมทบกับซินที่ยืนอยู่กับนักบินทั้งสองของไฟล์ทนี้อยู่ก่อนแล้ว ยิ่งเดินเข้าไปใกล้จิงยิ่งรู้สึกว่าร่างสูงที่หันหลังให้เขาอยู่นั้นคุ้นเคยเป็นอย่างมาก ร่างสูงโปร่งลากกระเป๋าไปหยุดข้างซินก่อนจะหันไปสวัสดีนักบินทั้งคู่

“สวัสดีครับพี่ช้าง สวัสดีคะ...ครับ” จิงยกมือไหว้ค้างกับเสียงที่แผ่วไปในตอนท้ายประโยค ความรู้สึกคุ้นเคยนั้นตอนนี้จิงรู้แล้วว่ามันคืออะไร

ก็คนตรงหน้าคือแฟนเก่า เขาจะไม่คุ้นได้อย่างไรล่ะ ร่างโปร่งคืนสติในวินาทีถัดมาเขายิ้มให้อดีตคนคุ้นเคยแล้วหันหน้าหนีมาชวนกัปตันของไฟล์ทนี้คุยแทน

“ซื้อข้าวมาหรือยังครับพี่ช้าง”

“ภรรยาทำมาให้เรียบร้อยแล้วครับ จิงล่ะซื้ออะไรมาหรือยัง” กัปตันยังหนุ่มถามกลับอย่างใจดีจิงจึงตบกระเป๋าเดินทางให้อีกฝ่ายดูก่อนจะยิ้มบอก

“ซื้อมาจากแคนทีนเรียบร้อยแล้วครับพี่”

“ดีๆ แล้วเราล่ะป๋อซื้ออะไรมาไว้ทานหรือเปล่าวันนี้สี่แลนด์จุกๆ เลยนะ” กัปตันหันมาถามนักบินผู้ช่วยของตัวเองที่ยืนนิ่งมองหน้าจิงอยู่ ฝ่ายนั้นเมื่อถูกชวนคุยก็ละสายตาออกจากคนคุ้นเคยแล้วหันไปตอบ

“ที่บ้านทำมาให้แล้วครับ”

“แฟนทำมาให้เหมือนกันล่ะสิ” กัปตันช้างเอ่ยเย้าอีกฝ่ายเลือกที่จะเงียบเพื่อเป็นคำตอบจิงเบนหน้าหนีหันไปหาเพื่อนร่วมงานที่ก้มกดโทรศัพท์เล่นอยู่เห็นว่าซินอยู่ในโลกส่วนตัวจิงจึงไม่อยากกวนแต่เขาก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้ให้เป็นเป้าสายตาเหมือนกัน ร่างสูงโปร่งจึงเลือกที่จะเดินหนีไปหากราวน์สต๊าฟที่นั่งคุยกันอยู่ที่เคาท์เตอร์เกทโดยไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองมาตลอด

“โหลดเยอะไหมวันนี้” เขาเดินมานั่งร่วมวงกับน้องกราวน์ที่รู้จักเพราะเห็นหน้าบ่อยจนจำได้ น้องผู้หญิงหันมายิ้มแล้วเปิดหน้าจอให้เขาดู

“กรุบกริบ 180 ค่ะพี่จิง” จิงหน้าม่อย

“โห่เต็มลำเลยหรอแล้วมีสเปเชี่ยลอะไรไหมครับ” พอน้องส่ายหน้าเขาก็พอยิ้มออกได้บ้างก่อนจะชวนพวกน้องๆ คุยฆ่าเวลารอพี่หยกและพี่ตาวมา

“เอฟโอคนนั้นหล่อมากเลยค่ะ” น้องกราวน์กระซิบบอก ถ้าเป็นก่อนหน้าที่จิงยังไม่รู้ว่าเป็นใครเขาก็คงจะเออออตามไปด้วยแต่พอรู้ตัวตนอีกคนถึงอยากจะตามน้ำว่าหล่อแต่ความรู้สึกเขาก็ยังคัดค้านอยู่ดี

จบกันไม่ดีจะมีอคติก็เป็นธรรมดา

“แหะๆ”

“พี่ว่าไม่หล่อหรอคะ” จิงได้แต่ยิ้มแห้งแล้วตอบกลับแบบกลางๆ

“พี่ว่าแล้วแต่คนมองนะ” พวกน้องๆ พยักหน้าเข้าใจพอพี่หยกกับพี่ตาวมาถึงเกทเขาก็เอ่ยลาน้องๆ เดินลงเครื่องพร้อมกับเพื่อนร่วมงานที่เหลือ

จิงเลือกที่จะเดินรั้งท้ายเพราะไม่อยากเข้าไปอยู่ในวงสนทนาที่มีใครบางคนเป็นจุดศูนย์กลาง เขามองแผ่นหลังกว้างที่ไม่ได้เจอกันนานหลายปีด้วยแววตาอ่านยาก จิงไม่ปฏิเสธว่าฝ่ายนั้นดูดีจริงๆ เมื่อก่อนก็เป็นคนที่หน้าตาโดดเด่นอยู่แล้วพอมาอยู่ในชุดยูนิฟอร์มยิ่งโดดเด่นเข้าไปใหญ่ ดูเหมือนจะสูงขึ้นด้วยเมื่อก่อนยังเตี้ยกว่าเขาแท้ๆ ตอนนี้คงเท่ากันไม่ก็สูงกว่าไปแล้ว จิงถอนหายใจสะบัดไล่ความคิดเกี่ยวกับอีกคนให้หลุดไปจากหัวก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามที่เหลือไป

“ยิ่งมองใกล้ๆ ยิ่งหล่อเสียดายที่มีแฟนแล้ว” จิงที่กำลังจัดของอยู่ด้านหลังฟังซินพูดแบบผ่านหูซ้ายทะลุหูขวาก่อนจะตอบน้องเสียงเรียบ

“ไม่มีสิแปลก”

“เออก็จริงของพี่จิง นี่อยากเห็นหน้าแฟนนางเลยอ่ะจะสวยแค่ไหน” จิงไม่ได้ตอบอะไรอีกฝ่ายกลับไปเขาเลือกที่จะหันไปคุยกับอินไฟล์ทแทน

“ของครบครับ”

“ครับสู้ๆ นะครับวันนี้” จิงยิ้มรับหันกลับมาก็เจอกับสายตาล้อเลียนของซินเขาจึงปั้นหน้าไม่รู้ไม่ชี้ส่งไปให้

“แหมๆ หัวบันไดไม่เคยแห้งเลยนะคะแฟนพี่ไม่หึงแย่หรอเนี่ยอยากรู้จริงๆ” จิงยักไหล่

“ไม่มีแฟนแล้ว ไปรีพอร์ตกัน” เขาบอกแล้วแตะหลังซินให้เดินไปด้านหน้าเครื่อง หลังจากรีพอร์ตเสร็จกำลังจะหันหลังกลับด้านหลังที่ตัวเองประจำอยู่ก็ถูกพี่หยกหัวหน้าลูกเรือในเที่ยวบินนี้เรียกไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวจิง”

“ครับ?”

“เดี๋ยวจิงเปลี่ยนกับตาวทีนะ ยัยนี่ท้องไส้ไม่ดีเพิ่งมาเป็นเนี่ยให้นางไปอยู่ข้างหลังจิงมาช่วยพี่ด้านหน้าทีนะ” ถ้าเป็นวันอื่นเขาก็คงตอบรับอย่างว่าง่ายไปแล้วแต่วันนี้ในเวลาที่เขาไม่อยากจะอยู่ใกล้ใครบางคนก็เหมือนสวรรค์จะไม่เข้าข้างคนดีแบบเขาเลย

“ช่วยพี่หน่อยนะซินยังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่” หัวหน้าเข้ามากระซิบบอกเพราะกลัวน้องที่ยืนอยู่ข้างหลังได้ยิน จิงจำใจก้มหัวรับคำ พี่ตาวจึงรีบเก็บข้าวเก็บของตัวเองไปด้านหลังแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำด้วยความว่องไว

“พี่ฝากเอาน้ำเข้าไปให้พี่ช้างกับน้องป๋อทีนะ”

“เอ่อ...ครับ” จิงรับน้ำเปล่าสี่ขวดมาไว้ในอ้อมแขนงงๆ แล้วถอนหายใจยาว หนีไม่พ้นจริงๆ สินะ เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เดินเข้าไปในห้องนักบินที่มีใครบางคนนั่งอยู่คนเดียวเพราะพี่ช้างที่เป็นกัปตันน่าจะลงไปตรวจเครื่อง

“ขออนุญาตครับ” อีกฝ่ายตอบรับด้วยความเงียบเขาจึงวางน้ำสองขวดไว้ตรงที่นั่งพี่ช้างแล้วยื่นอีกสองขวดให้อีกคน

“น้ำครับ”

“ขอบคุณครับ” จิงกัดริมฝีปากเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายเลื่อนมือมารับขวดน้ำแล้วก็ต้องสะดุ้งเมื่อเกิดไฟฟ้าสถิตตอนที่มือเขาทั้งสองสัมผัสกันเพียงเล็กน้อย

“อ่ะ...ขอโทษครับ” เขากล่าวขอโทษอีกฝ่ายแล้วรีบหันหลังเดินออกมาไม่ทันได้ฟังคำพูดของคนที่นั่งอยู่ในห้องนั้น

“มีไรป่าวจิงทำหน้าเหมือนเห็นผี น้องป๋อหล่อจะตายทำไมทำหน้าแบบนั้นอ่ะ” พี่หยกหยอก จิงได้แต่ยิ้มแห้ง

“เปล่าครับพี่” เมื่อเขาตอบเสร็จผู้โดยสารก็มาถึงเครื่องพอดี

วันนี้เขามีบินไฟล์ทภายในประเทศทั้งหมด 4 แลนด์ คือ กรุงเทพ-หาดใหญ่-กรุงเทพ-ขอนแก่น-กรุงเทพ เป็นอันเสร็จงานของวันนี้ สองไฟล์ทแรกผ่านไปอย่างสบายแม้จำนวนผู้โดยสารจะเต็มลำตอนนี้พวกเขาส่งผู้โดยสารไฟล์ทหาดใหญ่-กรุงเทพเสร็จแล้วก็เริ่มทำความสะอาดเครื่อง มีเวลากราวน์ไทม์ให้ได้พักหายใจนานพอที่จะทานข้าวกลางวันกันได้จิงจึงเริ่มอุ่นข้าวของตัวเองก่อนพี่หยกจะเดินมาหา

“พี่ฝากอุ่นข้าวให้พี่ช้างกับสุดหล่อของพี่หน่อยนะขอคุยกับลูกแปบ” พี่หยกยื่นข้าวสองกล่องให้เขารับแล้วหันหลังไปคุยโทรศัพท์ทันที พอดีกับพี่ช้างใส่เสื้อเซฟตี้เดินออกมาจากห้องนักบิน

“อ้าวจิงดีเลยพี่ฝากอุ่นหน่อยนะเดี๋ยวพี่ไปเช็คเครื่องก่อน”

“ครับพี่ช้าง” เขายิ้มรับแล้วหันไปอุ่นข้าวสองกล่องนั้นรอเวลาให้พี่ช้างกลับขึ้นมาค่อยยกเข้าไปให้แต่ผ่านไปเป็นสิบนาทีแล้วคุณกัปตันคนหล่อก็ยังไม่ขึ้นมาบวกกับแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามของพี่หยกว่าทำไมเขาถึงยังไม่เอาข้าวที่อุ่นเรียบร้อยเข้าไปให้ก็ได้แต่ก้มหน้าอย่างจำใจ

“ข้าวครับ ของคุณกล่องไหน” จิงเอ่ยถามเพราะเขายกมาสองกล่อง อีกฝ่ายหันหน้ามาหาก้มมองกล่องข้าวในมือเขาแล้วหยิบกล่องบนไปวางที่โต๊ะของพี่ช้างแล้วหันไปเคลียร์เอกสารบนโต๊ะตัวเองเสร็จแล้วจึงหันมารับข้าวจากจิงไป

“ขอบคุณครับ” จิงก้มหน้าไม่ได้มองอีกฝ่าย ร่างโปร่งพยักหน้าเบาๆ แล้วหันหลังกลับกำลังจะเปิดประตูออกจากห้องแต่เสียงทุ้มที่คุ้นเคยเรียกเอาไว้เสียก่อน

“คุณ” เจ้าของชื่อหยุดมือที่กำลังจะเปิดประตูนิ่งรอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรโดยไม่หันกลับไปมอง ได้ยินเสียงถอนหายใจจากด้านหลังตามมาด้วยเสียงทุ้มของอีกฝ่าย

“สบายดีไหม” จิงกระตุกยิ้มมุมปากตอบกลับไปเสียงเรียบก่อนจะเดินออกมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

“ก็ดี ยังไม่ตาย

ร่างโปร่งตักข้าวกินด้วยความหงุดหงิด ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายจะถามทำไมคำถามโง่ๆ พวกนั้น ไม่ใช่ว่าไม่เคยเกิดเหตุการณ์ที่ต้องกลับมาเจอแฟนเก่าหรอกนะแค่แฟนคนก่อนๆ เขาจบกันด้วยดีไม่เหมือนกับคนในห้องนั้น จิงกระตุกยิ้มทั้งเจ็บใจทั้งสมเพชตัวเอง ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้ยังคิดถึงเรื่องอีกคนแบบนี้ ไม่ชอบเลยจริงๆ

ก็แค่คนที่ทิ้งเขาไปทำไมต้องให้ค่ากับคนแบบนั้นด้วย

“เอ่อ...พี่จิงดูหงุดหงิดนะพี่เป็นอะไรหรือเปล่า” ซินถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อพวกเขากำลังรอรถแวนของบริษัทมารับหลังจากทำความสะอาดเครื่องและเสร็จงานของวันนี้แล้ว จิงเลิกคิ้วให้กับคำถามของน้อง

“พี่ดูหงุดหงิดหรอ” หญิงสาวพยักหน้า

“อื้อปกติพี่จะยิ้มแบบโลกสดใสอ่ะแต่อันนี้คือยิ้มการค้ามากหนูเห็นตั้งแต่ไฟล์ทก่อนหน้าแล้วเป็นไรป่าวพี่” เธอถามด้วยความเป็นห่วง จิงยิ้มบางขยี้ผมเธอเบาๆ

“ไม่เป็นไรๆ เหนื่อยนิดหน่อยป่ะแวนมาแล้วกลับบ้านกัน” เขาบอกปัดก่อนจะยกกระเป๋าลงบันไดตามคนอื่นๆ ไป

“จิงไปเข้าฝั่งโน้นนะ” พี่หยกบอกแล้วบุ้ยปากไปยังประตูที่เปิดกว้างอีกด้านของรถตู้ ชายหนุ่มพยักหน้าตอบรับเก็บกระเป๋าหลังรถเสร็จก็เดินอ้อมไปอีกฝั่งที่มีร่างสูงของอีกคนยืนรอให้เขาขึ้นไปนั่ง จิงก้มหัวขอบคุณอีกฝ่ายที่เลื่อนเบาะหน้าให้เขาแทรกตัวเข้าไปนั่ง ด้วยความที่เป็นผู้ชายตัวสูงยืดตัวนิดหน่อยหัวก็ถึงเพดานรถแล้วดีที่มีมือใครบางคนรองไว้ไม่อย่างนั้นหัวเขาได้โนแน่

“อ่ะ...ขอบคุณครับ”

“ระวังด้วยสิ” เสียงทุ้มเอ่ยเหมือนดุ จิงเผลอตวัดสายตามองหน้าอีกฝ่ายแล้วก็ต้องรีบหันหนีสายตา เขาก้มหัวขอโทษและเอ่ยขอบคุณก่อนจะรีบมุดเข้าไปนั่งทางด้านหลัง

“น้องป๋อหล่อมากแถมยังใจดีมากด้วยอ่ะ เมื่อกี้พี่อยากเป็นจิงเลย” พี่หยกพูดขึ้นให้ได้ยินกันทั้งรถตู้พวกที่เหลือเออออคุยกันสนุกสนานยกเว้นก็แต่คนที่ถูกกล่าวถึง จิงหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างไม่ตอบรับหรือคุยอะไรกับใครทั้งนั้น ในสภาวะแบบนี้เขาอยากขับรถกลับบ้านคนเดียวเป็นที่สุด

ไม่ชอบเลย เขาไม่ชอบสายตาของคนๆ นั้น สายตาที่มองมาเหมือนว่ายังเป็นห่วงกันนั่นคืออะไร เกลียดตัวเองที่เผลอใจเต้นไปกับสายตาหลอกลวงนั่น เขาสูดลมหายใจลึกหลับตาพิงเบาะ

“พี่จิงกลับไงคะ” ซินเอ่ยถามเมื่อพวกเขากลับมาแสกนนิ้วออกงานที่ออฟฟิศเอ่ยลากันเรียบร้อยตรงนี้เหลือแค่เขา ซินและใครคนนั้นที่ก้มกดโทรศัพท์อยู่

“ขับรถมาซินกลับไงพี่ไปส่งได้นะ” หญิงสาวส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยขอบคุณ

“แฟนมารับค่ะขอบคุณนะพี่จิงเจอกันค่า”

“อื้อเจอกันๆ” จิงยิ้มโบกมือลาก่อนจะลากกระเป๋าตัวเองเดินไปยังอาคารจอดรถรู้ว่ามีคนเดินตามมาแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ ใครๆ ก็จอดรถกันที่นี่อีกฝ่ายจะเดินมาด้วยก็ไม่แปลกอะไร

“อะไรวะเนี่ย” ร่างโปร่งสบถเสียงดังเมื่อเห็นสภาพยางล้อหน้าตัวเองแบนแต๊ดแต๋ จิงถอนหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะกดโทรศัพท์หาช่างซ่อมรถ

“รถเป็นอะไร” จิงสะดุ้งเมื่อเสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลังด้วยความรีบเลยไม่ทันระวังจิงหมุนตัวมามองไม่รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ใกล้มากจนปลายจมูกสัมผัสกันก็สะดุ้งแล้วผลักอีกฝ่ายให้ออกห่างจากตัว

“เฮ้ย! คุณมาทำไมใกล้ขนาดนี้เนี่ย!” จิงบ่นแล้วมองอีกฝ่ายอย่างไม่สบอารมณ์

จิงรีบหันมาเองนะ” อีกฝ่ายตอบกลับ คำเรียกที่แสนคุ้นเคยหลุดมาจากปากของอีกฝ่ายด้วยความเผลอไผลทำให้ทั้งสองคนหยุดชะงัก

ฉันกำลังกลัว เราไม่เคยมาถึงขั้นนี้มาก่อน 

tbc 

 

 ฝากแท็ก #ป๋อขอคืน ด้วยน้า เรื่องนี้ไม่ดราม่านะคะ ใสใสวัยทำงานค่า

ความคิดเห็น