email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

#เดย์เจ้าเอย 19

ชื่อตอน : #เดย์เจ้าเอย 19

คำค้น : เดย์เจ้าเอย แนวมหาลัย nana nanaกะหอยทาก น่ารัก หวาน อบอุ่น ผ่อนคลาย ฟิน จิกหมอน feelgood ฟีลกู๊ด

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ส.ค. 2562 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
#เดย์เจ้าเอย 19
แบบอักษร

 

#เดย์เจ้าเอย 19 

                “อื้อ!” ไม่รู้ว่าหลับไปนานเท่าไหร่แต่สิ่งที่กำลังก่อกวนจนเกิดเป็นความรำคาญ ทำให้ฉันเริ่มที่จะหงุดหงิดและหัวเสีย มือพยายามปัดสิ่งที่ก่อความรำคาญออกจากใบหน้าทั้งที่ตายังหลับอยู่

                “บ่ายแล้วนะตื่นก่อนไหม” เสียงทุ้มที่คุ้นหูกระซิบบอก บ้าไปแล้วเขาจะมาอยู่ที่นี่ได้ไงเป็นไปไม่ได้หรอกหรือว่าฉันจะฝันไปเอง น่าตลกจังคิดถึงเขาจนต้องเก็บมาฝันทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็ร้องไห้เพราะเขา งี่เง่าดีจังนะเจ้าเอย ฝัน ฉันว่าต้องฝันไปแน่ๆไม่มีทางหรอกที่พี่เดย์จะมาอยู่ที่นี่อีกอย่างเราเพิ่งทะเลาะกันไปด้วย เขาไม่มีทางมาที่นี่แน่ๆ

                “ไหนตื่นมาคุยกันก่อนเร็ว” ไม่จริงเขาจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้!

                เมื่อมั่นใจว่าไม่ได้ฝันเพียงเพราะฝ่ามือร้อนลูบที่กรอบหน้าอย่างแผ่วเบานั่นทำให้ฉันถลาลุกนั่งด้วยความตกใจไม่พอยังขยับไปชิดตัวเองอีกด้วย ไม่ใช่ผีใช่ไหม!?

                “ทำหน้าอะไรแบบนั้น”

                “มะ มาได้ไง แล้วมาทำไม”

                “ถามแม่หนูไง แล้วถามว่ามาทำไหมเหรอ พี่มาง้อไงโดนโกรธขนาดนั้นจะยอมปล่อยให้โกรธนานกว่านี้อีกเหรอ อีกอย่างมาเที่ยวคนเดียวมันอันตรายนะพี่เป็นห่วงไม่รู้หรือไง” คนตัวสูงขยับลงจากเตียงทั้งยังถอดเสื้อต่อหน้าต่อตาฉันอีกด้วย เราโกรธกันอยู่นะ ทะเลาะกันอยู่ทำไมถึงยังทำอะไรแบบนี้โดยที่ไม่มีท่าทีเคอะเขินอะไรเลยล่ะ

                “พี่จะอาบน้ำก่อนรออยู่นี่” เขาสั่งเสียงเข้ม ด้วยความหงุดหงิดฉันเลยทิ้งตัวนอนบนเตียงดึงผ้าห่มมาคลุมโปงไว้หมดเลยแอร์ก็ปรับให้ต่ำๆ ออกมาเจออากาศเย็นๆขอให้ป่วยไปเลย! หนูโกรธพี่

                “จะแกล้งกันหรือไงนะ” ไม่นานก็มีเสียงพึมพำดังอยู่ด้านหลัง เตียงนอนยุบลงพร้อมกับฉันที่กลิ้งเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของพี่เดย์ที่ตอนนี้หน้าทนหน้ามึนมากจนฉันรับมือไม่ถูก

                “ขอโทษที่เสียงดังใส่ แต่เป็นห่วงจริงๆถามอะไรก็ไม่ตอบแบบนั้นคนห่วงมันทรมานนะ” คนที่กอดอยู่อธิบายเสียงนุ่มรวมทั้งวงแขนที่กอดกระชับอยู่มีแรงรัดมากขึ้น

                “ถ้าจะหึงกับผู้หญิงคนนั้น สบายใจได้ไม่ต้องหึงเลยเพราะนั่นแฟนเพื่อนพี่มันจะชวนไปกินข้าวที่ห้องเพื่อนพี่ ตอนที่โทรหาหนูติดพี่เพิ่งเสร็จจากพรีเซ้นต์โปรเจ็คกับอาจารย์ยังไม่ทันจะได้กลับห้องเพื่อนหนูก็โทรมาถามว่าหนูถึงห้องหรือยังไปๆมาๆติดต่อไม่ได้เลยสักคนเลยต้องโทรไปถามแม่หนูถึงได้รู้ว่าแอบซนมาเที่ยวคนเดียว” ยาวเลย โดนบ่นยาวเลยเอาไงทีนี้ความผิดตัวฉันเองก็เยอะอยู่

                “จะแก้ตัวยังไงดีครับ ว่าอะไรทำให้ซนออกมาเที่ยวคนเดียวแบบนี้”

                “ก็ ก็หนูไม่กล้ากลับห้องเราไม่คุยกันนานขนาดนั้น” บอกไปก็กัดริมฝีปากตัวเองไปอย่างกลั้นอารมณ์นอยด์

                “ขอโทษครับ ช่วงนั้นพี่ยุ่งกับโปรเจ็คมันเครียดไม่กล้าคุยด้วยเพราะกลัวจะพาลหงุดหงิดใส่หนู เรื่องนี้พี่ผิดเองขอโทษนะครับ” ริมฝีปากร้อนกดแนบที่แก้มเบาๆก่อนจะผละออกห่าง

                “หนูจะคุยพี่ก็เดินหนี ทำตัวยุ่งๆใส่ หนูโกรธ โกรธมากจริงๆนะฮึก หนูกลัวพี่เบื่อหนูฮื่อ!” เสียงร้องไห้ฉันหลุดออกมาในที่สุด ไม่กล้าจะมองหน้าที่เดย์เลยถึงแม้เขาจะจับฉันพลิกให้หันหน้าไปยังเขาแล้วก็ตาม ฉันอาย ที่ต้องมาทำตัวงอแงต่อหน้าเขาแบบนี้

                “ขอโทษครับ พี่ผิดเองขอโทษนะตอนนี้ทุกอย่างลงตัวแล้ว หนูอย่าโกรธพี่เลยนะ”

                “ฮึก หนูน่ะ กลัว กลัวจริงๆนะอย่าทำแบบนี้อีกนะ”

                “โอ๋ๆ ไม่ทำแล้วครับ มีอะไรจะบอกจะพูดกับหนูทุกเรื่องเลย หยุดร้องก่อนนะคนดี”

                “ฮึก ยะ หยุดแล้ว” ฉันยกมือปาดน้ำตาออกจากแก้มลวกๆก่อนจะหน้าแดงร้อนวูบวาบไปทั่วท้องเมื่อพี่เดย์เชยคางขึ้นเล็กน้อยให้เราได้สบตากันแล้วโน้มใบหน้าต่ำลงมากดริมฝีปากลงบนแก้มคอยจูบซับหยดน้ำตาออกให้ ไออุ่นที่เราสัมผัสกันแรกๆเริ่มรุนแรงขึ้นร่างสูงพลิกเปลี่ยนให้ฉันนอนหงายแล้วเขาคร่อมร่างฉันไว้บดเบียดร่างกายที่ท่อนบนเปล่าเปลือยแนบชิดลงมา เรียวลิ้นร้อนส่งทักทายปลายลิ้นฉันอย่างร้อนแรงและดูเหมือนมันจะร้อนเกินที่เราทั้งสองต้านทานไหว เมื่อฝ่ามือร้อนลูบวนที่สะโพกสลับกับบีบเคล้นไม่หยุด

                “อื้อ!”

                “เคยไหมครับ” พี่เดย์ละริมฝีปากออกจากซอกคอเอ่ยถามเสียงสั่น ฉันเองก็แทบจะเค้นเสียงตอบเขาไม่ได้เลยทำได้แค่ส่ายหน้า

                “อือ พี่ก็ไม่เคยแต่จะพยายามทำให้เรารู้สึกดีที่สุดนะ”

                สัมผัสร้อนแตะแต้มบนร่างกายไปทั่วทุกอณูผิว ความอ่อนหวานความอบอุ่นความนุ่มนวลและสัมผัสที่แปลกใหม่ทำให้เราทั้งสองต่างโบยบินไปในท้องฟ้าพร้อมๆกัน เจ็บบ้างแต่เมื่อเทียบกับความสุขที่อีกฝ่ายมอบให้มันไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลยสักนิด

                “อ๊ะ” เสียงครางหวานหลุดออกมาทั้งๆที่พยายามกัดริมฝีปากตัวเองไว้ แรงส่งที่เริ่มหนักส่งขึ้นทำให้ร่างฉันเริ่มสั่นคลอน ฝ่ามือร้อนข้างหนึ่งจับที่เอวส่วนอีกข้างเอื้อมขึ้นมาใช้นิ้วเกลี่ยที่ริมฝีปากเบาๆ

                “อย่ากัดปาก ร้องออกมาพี่อยากได้ยินเสียงหนู” เสียงสั่นพร่าของคนตัวโตเอ่ยบอก เม็ดเหงื่อเม็ดแล้วเม็ดเล่าที่ชโลมร่างเราทั้งสอง เครื่องปรับอากาศที่ทำความเย็นยังสู้อุณหภูมิร่างกายของเราทั้งสองไม่ได้

                “อ๊ะ อ๊ะ พะ พี่คะ” ในหัวตอนนี้พร่าเบลอไปหมดจำอะไรแทบจะไม่ได้ เพียงได้สบแววตาหื่นกระหายของเขาฉันก็แทบจะลืมวิธีหายใจเมื่อยามอยู่ใต้ร่างกายสูงใหญ่นี้

                “อ่า อีกนิดนะ” พี่เดย์ครางบอกเสียงสั่นพร่ากล้ามแขนแข็งขึ้นฉันเลื่อนแขนทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นโอบรอบคอเขาไว้ สองขาเกี่ยวกอดสะโพกหนาไว้เช่นเดียวกัน ไม่นานร่างหนาก็กระแทกเข้ามาถี่ๆก่อนจะกระตุกเบาๆพร้อมกับร่างฉันที่กระตุกเกร็ง

                “อ๊ะ!”

                “อ่า” เสียงหอบหายใจของเราทั้งสองดังคลอเคลียกันอยู่นาน แต่แล้วอาการหน้าแดงร้อนวูบก็โถมกลับมาอีกครั้งหลังจากได้ยินเสียงกระซิบข้างหู

                “ครั้งแรกของกันและกันแบบนี้ รู้สึกดีเป็นบ้าเลย...”

  

                “ยิ้มหน่อยคนดี” คนข้างกายยังไม่หยุดที่จะง้อเสียงหวาน แต่จะให้มีอารมณ์ยิ้มได้ยังไงล่ะ เขาทำฉันป่วยนอนซมไปสองวันเต็มๆนั่นหมายถึงฉันมีเวลาเดินเที่ยวแค่สองวันนิดๆก่อนจะกลับ ตั้งแต่วันแรกที่เขามาถึงฉันก็ไข้ขึ้นจนถึงเมื่อวานวันนี้ไข้ลดแล้วเลยออกมาเดินเล่นได้โดยมีตากล้องคอยตามถ่ายรูปให้อย่างเอาใจ แต่ก็รู้ความนัยว่าเขากำลังง้ออยู่นั่นแหละ

                “ไม่ต้องมาพูดเลยนะ”

                “ขอโทษครับ” พี่เดย์เดินอยู่ข้างๆยกท่อนแขนโอบไหล่ฉันไว้และโน้มน้าวชวนดูรูปที่เขาถ่ายให้ สวย สวยทุกรูปนั่นแหละแต่งอนอยู่แล้วก็หิวแล้วด้วยดังนั้นจะไม่มีการโรแมนติกกันเกิดขึ้น

                พี่เดย์พาเดินไปที่ย่านหย่งคังฟู๊ดสตรีทเขาเหมือนไกด์นำเที่ยวดีๆนี่เองคอยแนะนำร้านอาหารเด่นๆชวนดูของไม่หยุด เขาบอกว่าที่นี่ขึ้นชื่อเสี่ยวหลงเปาซึ่งฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันหน้าตาเป็นยังไงเกิดมายังไม่เคยกินเลยแต่เหมือนพี่เดย์ก็ชำนาญอยู่ไม่น้อยเขาพาไปนั่งที่ร้านขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในย่านนี้พร้อมกับสั่งอาหารเรียบร้อยรอไม่นานเจ้าเสี่ยวหลงเปาก็ถูกเสิร์ฟบนโต๊ะหน้าตาคล้ายกับซาลาเปาบวกกับขนมจีนเฮ้ย ไม่ใช่ขนมจีบ

                “ลองชิมดูครับ พี่สั่งอย่างอื่นมาให้ด้วยเผื่อไม่ชอบ” พี่เดย์ยิ้มให้มือก็เลื่อนแก้วเครื่องดื่มมาให้ตรงหน้า ฉันค่อยๆใช้ตะเกียบคีบเจ้าเสี่ยวหลงเปามาช้าๆ อย่าดิ้นจนหลุดนะลูก ฉันบอกเจ้าเสี่ยวหลงเปาน้อยอย่างหวั่นใจเพราะใช้ตะเกียบไม่เก่งเลยกลัวว่ามันจะกระเด็นหล่นลงพื้นถ้าเป็นแบบนั้นนะเสียดายของแย่

                “เป็นไงคะ อร่อยไหม” พี่เดย์ยื่นมือมาเช็ดมุมปากให้เบาๆก่อนจะเลื่อนชามเกี๊ยวน้ำมาตรงหน้าและเมนูอื่นๆที่สั่งไปก็ทยอยมาเสิร์ฟจนครบ

                “อร่อยดีค่ะ” น้ำซุปที่อยู่ในเสี่ยวหลงเปามันหอมและกลมกล่อมมากไม่รู้จะอธิบายยังไงเหมือนกัน แต่โดยรวมอร่อยมากอ่ะ รวมถึงเมนูอื่นๆด้วย

                “พี่ทานบ้างสิอย่ามองแต่หนู” พอเห็นว่าคนที่นั่งตรงข้ามมัวแต่จ้องฉันไม่ยอมแตะอาหารเลยต้องดุไปเล็กน้อยเขาพยักหน้ายิ้มน้อยๆก่อนจะเริ่มทานบ้างและไม่ลืมที่จะดูแลฉันอย่างดี ใช้เวลาครู่ใหญ่ๆเราก็ทานเสร็จหลังจากจ่ายเงินพี่เดย์ก็เดินจับมือเที่ยวเล่นต่อจนค่ำฉันทานขนมหวานของขึ้นชื่อที่นี่ไปเยอะมากจนตอนนี้ไม่มีอาการหิวมื้อเย็นเลยสักนิด ส่วนพี่เดย์เองก็นิ่งๆเหมือนกันแต่คิดว่าเขาน่าจะหิวอยู่บ้างเพราะตลอดทั้งบ่ายที่เราเดินเที่ยวเล่นพี่เดย์มัวแต่ดูแลฉันไม่ค่อยทานอะไรเลย

                “พี่หิวหรือยังคะ”

                “หือ? พี่เหรอ” พี่เดย์หันกลับมาถาม

                “ค่ะ พี่นั่นแหละ”

                “นิดหน่อยครับ หนูหิวหรือยัง” ไม่หิวเลยสักนิดอิ่มของหวานขนาดนี้ แต่ว่าเขาน่ะทานไปนิดเดียวเอง

                “หิวแล้วค่ะ”

                “งั้นเดี๋ยวพาไปทานข้าวนะจะได้กลับไปพักด้วยเดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะพาไปไหว้พระกัน” มือร้อนยกวางที่ศีรษะก่อนจะลูบไปมาสายตาเขาสอดส่องมองหาร้านอาหารกระทั่งเจอร้านที่ถูกใจเขาถึงได้พาฉันเดินไป มันผิดจากแผนที่ฉันวางไว้หมดเลยนะเดิมทีจะเที่ยวแบบชิลๆไม่ได้เจาะจงไม่ได้มาตามรีวิวแต่พอมีเขามามันไม่ใช่แผนเดิมและเขาเป็นคนพาเที่ยวและเลี้ยงหมดทุกอย่างตั้งแต่เจอเขาฉันยังไม่ได้จ่ายอะไรสักดอลลาร์ไต้หวันเลย แต่นี่แหละมื้อนี้ฉันจะเป็นคนจ่ายเองคอยดู!

                ช่วงเช้าของอีกวัน พี่เดย์พาไปไหว้พระที่วัดหลงซานเราใช้เวลาอยู่ที่นี่ไม่นานเขาก็พาเดินทางไปเที่ยวต่อหอรำลึกเจียงไคเช็คคือสถานที่ต่อมาที่เราไปเยี่ยมชมและถ่ายรูปพอตกบ่ายหน่อยพี่เดย์ก็พาไปย่านสตรีทอีกครั้งแต่ครั้งนี้เป็นซืนหลิน ตลาดกลางคืนที่มองไปแล้วชวนเวียนหัวผู้คนเยอะมากมายหลากหลายเชื้อชาติเราใช้เวลาอยู่ที่นี่นานมากกว่าทุกที่ พอกลับถึงห้องฉันก็พุ่งเข้าไปอาบน้ำนอนทันทีไม่ได้งอแงกับพี่เดย์หรือชวนคุยเพราะฉันเดินเหนื่อยทั้งวันแล้วหวังว่าพี่เดย์เองก็จะเข้าใจฉันนะฉันเหนื่อยอ่ะ พรุ่งนี้วันสุดท้ายฉันจะซื้อของฝากเยอะๆเลยทดแทนที่วันนี้ไม่ได้ซื้อ

 

 

================================= 

ลองใช้ใจอ่าดูนะคะ ทั้งความรู้สึกน้องและพี่เดย์ ห่างกันไปตั้งแต่เด็กสิบกว่าปี ระหว่างห่างต่างกังวลสารพัดกลัวอีกฝ่ายลืม จำไม่ได้ หรือมีแฟนแล้ว เพียงระยะเวลาไม่กี่เดือนค่อนไปทางปีที่กลับมาเจอกันมันยากที่จะลบล้างสิ่งที่กลัวและกังวลอยู่ในใจนะคะ มั่นคงก็จริง รอก็จริง รักกันมากก็จริง แต่ด้วยความรู้สึกกลัวคนเราไม่สามารรถขจัดให้หายไปได้เพียงเวลาไม่นาน น้องคือหนึ่งในนั้นที่มีเรื่องกังวลอยู่ในใจ เปฌนคนที่คิดมากและไม่อยากให้ทำให้เรื่องที่กังวลตัวเองทำให้พี่เหนื่อย แต่น้องรักพี่นะรักมากเลยแหละ ประโยคที่น้องบอกว่า ตอนที่พี่เผลอตวาดน้องเสียงดังแล้วน้องร้องไห้ น้องมันไม่ได้โกรธเลยนะน้องก้บอกว่าที่ร้องไห้เพราะคิดถึงพี่ คิดถึงเสียงของคนพี่ ตรงนี้เค้าอาจจะผิดที่สื่อออกมาไม่จัดเจนนะคะ จะพยายามปรับปรับและดึงตัวละครออกมาให้ชัดมากกว่านี้ ขอบคุณค่ะ 

ปล.รีบอ่านนะคะสำหรับตอนนี้ ถ้าโดนแบนก็....บ้ายบายค่า รีดเดอร์ที่รัก 

  

ความคิดเห็น